- หน้าแรก
- เดิมพันชีวิตพิชิตเกมปีศาจ
- ตอนที่ 43 เที่ยงคืน…มีคนแบกขวานดับเพลิงจะมาฆ่าฉัน
ตอนที่ 43 เที่ยงคืน…มีคนแบกขวานดับเพลิงจะมาฆ่าฉัน
ตอนที่ 43 เที่ยงคืน…มีคนแบกขวานดับเพลิงจะมาฆ่าฉัน
ตอนที่ 43 เที่ยงคืน…มีคนแบกขวานดับเพลิงจะมาฆ่าฉัน
โจวอี้ชิงทำงานรวดเร็วอย่างมาก หลังโทรศัพท์เสร็จ ก็ส่งสัญญาณให้ซูอี้ไปกันได้ทันที
ซูอี้และโจวอี้ชิงไปถึงโรงแรมใกล้มหาวิทยาลัยเหอเฉิง และทำการเช็กอินเข้าพัก
โจวอี้ชิงส่งสายตาเตือนเขา “อย่าคิดทำอะไรพิเรนทร์ๆ เด็ดขาด”
“ปัง!”
สิ่งที่ตอบกลับเธอคือเสียงปิดประตูดังลั่น
ซูอี้ไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย คำพูดกล่าวหาว่าเขาน่าสงสัยของตำรวจหญิงคนนี้ เขาได้ยินจนเบื่อแล้ว จึงเดินเข้าไปปิดประตูห้องทันที ทิ้งให้โจวอี้ชิงยืนอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าแฝงความขุ่นเคือง
ซูอี้พักที่ชั้นหก ห้อง 611 ส่วนโจวอี้ชิงพักห้องติดกัน 612
ตอนนี้เขาต้องเร่งเขียนบันทึก ไม่มีเวลามาสนใจตำรวจหญิงข้างห้อง
หกโมงเย็น ซูอี้ในที่สุดก็นอนเหยียดยาวบนโซฟาในห้องพักของโรงแรม และเริ่มลงมือเขียนบันทึกอย่างเอาเป็นเอาตาย
โชคดีที่หลังจากอาการความจำเสื่อมขั้นรุนแรงรอบล่าสุด เขายังไม่กลับไปสู่ภาวะนั้นอีก
เขาจึงต้องเตรียมพร้อมสำหรับความทรงจำที่อาจจะหายไปในครั้งหน้าอย่างเต็มที่
ซูอี้จึงได้จัดเตรียมคำใบ้ไว้ทั้งในมือถือและภายในห้อง เพื่อชี้นำตนเองให้เปิดบันทึกดู เขาเชื่อว่าตัวเขาเองต้องเข้าใจได้แน่
ไม่มีอาวุธอะไร เขาจึงถอดแท่งเหล็กทรงยาวสองชิ้นที่เป็นส่วนของโครงโซฟา ออกมาวางไว้บนโต๊ะกาแฟ เพื่อไว้ใช้ยามจำเป็น
สถานการณ์ตอนนี้คือ ตำรวจหญิงข้างห้องให้ความรู้สึกไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย และดูจากเรื่องวันนี้แล้ว X นั้นน่าจะมีความสามารถพิเศษบางอย่าง
ไม่ใช่เรื่องที่จะแค่ “คุ้มครอง” แล้วจะปลอดภัยได้ง่าย ๆ
วันนี้เกิดเรื่องมากมาย ซูอี้จึงเริ่มวิเคราะห์ด้วยความละเอียดรอบคอบ
เขากับซูอวี้หรานไปชมงานนิทรรศการ แล้วจู่ ๆ ลั่วกู่เฟยก็โผล่มา แถมยังลงมือสังหารต่อเนื่องอีกครั้ง
เขาทำเพื่ออะไร? ถ้าจะลงมือฆ่าฉันโดยตรงก็ง่ายจะตายไป หรือว่าเขากำลังจะหยุด และต้องการหาแพะรับบาป?
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว เป้าหมายของเขาน่าจะเป็นการโยนความผิดมาให้ฉัน แต่...มันจำเป็นถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
หากเขาตัดสินใจจะเลิกฆ่า แล้วฉันถูกจับตา ความตายที่ตามมาอาจหยุดลงโดยสมบูรณ์ แบบนั้นข้อกล่าวหาจะยิ่งฝังรากแน่น ฉันก็จะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งในทันที
ซูอี้ขบฟันเล็กน้อย หากตนถูกจับเข้าไปจริง ๆ แล้วล่ะก็ ไม่มีทางได้เก็บบันทึกเอาไว้แน่ สิ่งที่รอเขาอยู่มีแต่การสูญเสียความทรงจำและความตาย
เมื่อนั้นเขาคงหลงทางในโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์
เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์เช่นนั้น ทางเดียวคือต้อง “ปฏิเสธการจับกุม” หาจังหวะเผชิญหน้ากับฆาตกรต่อเนื่อง
ลั่วกู่เฟยผู้นี้น่ากลัวจริง ๆ เขาจ้องมองฉันในห้องสมุดทำไมกัน? พลังพิเศษของเขาคืออะไรกันแน่ วาร์ป? ฆ่าคนจากระยะไกล?
แต่ที่สำคัญที่สุด...เหตุใดหลิวหงกับคนอื่นถึงบอกว่าฉันโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในเมื่อฉันมรู้อยู่แล้วว่ามีกล้องวงจรปิด แล้วจะโกหกไปทำไม?
คำอธิบายเดียวก็คือ...ตอนที่ความทรงจำหายไป ฉันทำอะไรบางอย่างลงไปโดยไม่รู้ตัว? หรือว่าฉันความจำเสื่อมซ้อนกันสองรอบ? นี่เป็นสิ่งเดียวที่คิดออก
คำถามมากมายไหลวนอยู่ในหัวของเขา แต่ด้วยข้อมูลที่มีอยู่น้อยนิด ก็ไม่สามารถสรุปอะไรได้แน่ชัด
อาการความจำเสื่อมนี้เอง ทำให้เกมนี้นอกจากจะยากแล้ว ยังทรมานจิตใจผู้เล่นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
ในขณะที่ซูอี้กำลังคิดใคร่ครวญ ทันใดนั้นความง่วงก็จู่โจมเขาอย่างรุนแรง
ยังไม่ทันได้ทำอะไร ซูอี้ก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว
“ซีด...อา...” ศีรษะซูอี้ปวดจี๊ด เขาลูบขมับเบา ๆ แล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
“แปลก ฉันดันไม่ความจำเสื่อม?” ซูอี้ตกใจที่พบว่าตนยังจำทุกอย่างได้ ภายนอกมืดสนิทแล้ว พอหยิบมือถือขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นเวลา ตีสอง
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“ตึง! ตึง! ตึง!” ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างหนักแน่น จะว่าเคาะก็ไม่ใช่ มันเหมือน “ทุบ” ประตูเสียมากกว่า
อะไรกัน!?
ซูอี้ตื่นเต็มตาในพริบตา ความง่วงหายวับไปสิ้น
ไม่มีเวลาคิด เขาคว้าแท่งเหล็กสองชิ้นบนโต๊ะ แล้วรีบเปิดหน้าต่าง
“แกร๊ก! แกร๊ก!” เสียงทุบประตูยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ซูอี้ไม่มีทางไปดูตาแมว แต่กระโจนขึ้นขอบหน้าต่าง เตรียมพร้อมจะหลบหนีทันที
เขาจงใจรออยู่ห้าหกวินาที
เสียงดังขนาดนี้ โจวอี้ชิงที่อยู่ข้างห้องต้องได้ยินแน่ และรอบ ๆ โรงแรมก็น่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยจับตาอยู่ไม่น้อย เหตุใดจึงยังไม่มีใครแสดงตัวเลย?
มีคำตอบเดียว...ความสามารถพิเศษของ X
เขาไม่ลังเลอีกต่อไป ร่างกายทองคำถูกเรียกใช้งานทันที ปรมาจารย์ทองคำเอ่อล้นออกมา แท่งเหล็กในมือของเขาเปล่งประกายแสงทองเรือง ๆ ขึ้นมาในทันที
ซูอี้เหยียบขอบหน้าต่าง กดแท่งเหล็กในมือแทงเข้าไปในผนังด้วยแรงมหาศาล อีกมือก็ทำแบบเดียวกัน
เขาใช้แรงจากมือทั้งสองปีนป่ายลงทีละช่วง จนถึงระยะที่พอเหมาะ เขาก็รีบดึงผ้าม่านปิดหน้าต่างไว้ แล้วปิดหน้าต่างสนิท จากนั้นหลบไปซ่อนอยู่ด้านหลังผนังด้านข้าง
เขาอยากดูให้แน่ชัดว่า คนที่พังประตูเข้ามานั้นใช่ลั่วกู่เฟยหรือไม่
“แกร๊ก!” ใบมีดของขวานดับเพลิงปรากฏขึ้นตรงประตู!
คิ้วของซูอี้กระตุกขึ้นเล็กน้อย เจ้าบ้าคนนั้นถึงกับพกอาวุธหนักมาด้วยงั้นหรือ!?
“โครม!” ประตูแตกกระจายด้วยเสียงสนั่นหวั่นไหว ชิ้นส่วนหลุดกระเด็นกระจัดกระจายทั่วพื้น
ภายในห้องที่มีเพียงแสงสลัว ซูอี้มองเห็นชายผู้หนึ่งยืนอยู่
บุรุษคนนั้นใบหน้าดุร้าย ดวงตาเรียวแคบเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต ราวกับส่องประกายสีแดงออกมาจาง ๆ! เขาถือขวานดับเพลิงเดินเข้ามาช้า ๆ มุ่งหน้าไปยังเตียงของซูอี้ ราวกับในวินาทีถัดไป ผ้าห่มที่พองฟูนั้นจะถูกฟันขาดครึ่งโดยไม่ลังเล!
คนผู้นั้น…ไม่ผิดแน่ ลั่วกู่เฟย!
เป็นเขา!
เมื่อยืนยันตัวตนได้แล้ว ซูอี้ก็ตัดสินใจในพริบตา มือทั้งสองออกแรง แทงแท่งเหล็กทั้งสองเข้ากำแพงในทันที แล้วไต่ลงไปอีกหลายชั้นอย่างรวดเร็ว
เขาไม่คิดจะไปขอความช่วยเหลือจากโจวอี้ชิง เพราะด้วยความสามารถพิเศษของ X ขอไปก็เปล่าประโยชน์ และเขาก็ไม่คิดจะสู้กับลั่วกู่เฟยในตอนนี้ เพราะยังไม่ทราบเงื่อนไขชนะ และไม่รู้ว่าความสามารถที่แท้จริงของ X คืออะไร หากไม่ถึงทางตัน เขาไม่คิดจะปะทะ
เสียงแทงทะลุกำแพงย่อมไม่เงียบแน่ ย่อมทำให้ลั่วกู่เฟยรู้ตัว
ร่างกายทองคำ
พลังแห่งธาตุทองอ่อล้นทั่วร่างของซูอี้
เขาไต่ลงมาจนถึงชั้นสาม จากนั้นออกแรงถีบผนังอย่างแรง กระโดดลงไปบนรถยนต์คันหนึ่งที่จอดอยู่ชิดขอบทาง
เสียงดังฉาด ร่างของซูอี้ตกกระแทกบนหลังคารถเก๋งจนบุบยุบ แต่ร่างกายเขากลับไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ
พลังวิญญาณจากพลังร่างกายทองคำห่อหุ้มร่างกายของเขาอย่างสมบูรณ์ ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า แสดงผลของพลังได้อย่างเต็มที่
ซูอี้รีบปิดพลังในทันที เพราะตอนนี้ไม่อาจสิ้นเปลืองพลังไปแม้แต่น้อย
แต่ในขณะนั้นเอง ลั่วกู่เฟยก็ทุบกระจกหน้าต่างแตก แล้วโผล่หัวออกมา พอเห็นร่างของซูอี้ที่เพิ่งลงมาจากหลังคารถ เขาก็สบตาได้ทันที
ซูอี้พอรู้ว่าถูกพบเข้าแล้ว ก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบหันหลังวิ่งสุดฝีเท้ามุ่งหน้าสู่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดทันที
โชคดีที่เขายังไม่ลืม เขาได้วางแผนไว้แล้ว สถานีตำรวจใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากที่นี่ราวหนึ่งกิโลเมตร
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดไร้ผู้คน ซูอี้หันไปมองล็อบบี้โรงแรมเพียงแวบเดียว เห็นเพียงแสงไฟสีเหลืองนวล ไม่มีใครอยู่เลย แม้แต่พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ก็ไม่มีสักคน
แต่ในตอนที่เขากำลังจะก้าวลงถนน แรงต้านแปลกประหลาดบางอย่างก็ผลักเขากลับมา
เขาลองเดินไปอีกทาง ก็ถูกผลักกลับมาเหมือนเดิม เหมือนมี “กำแพงอากาศ” ที่มองไม่เห็นขวางอยู่ ปล่อยพลังอัดเข้ามาอย่างมหาศาล
ซูอี้เรียกร่างกายทองคำขึ้นมาอีกครั้ง แล้วใช้แท่งเหล็กที่เสริมพลังปรมาจารย์ทองคำทิ่มแทงใส่พลังลึกลับนั้นอย่างแรง แต่กลับไม่สามารถทะลุผ่านได้แม้แต่น้อย
“ให้ตายสิ!” ซูอี้สบถออกมาอย่างอดไม่อยู่
เขาพบว่า…ที่นี่ราวกับถูกกักไว้ใน “ค่ายกล” บางอย่าง ตัวเขาไม่สามารถก้าวออกจากสถานที่อันน่าสยองแห่งนี้ได้แม้แต่ก้าวเดียว!
เมื่อหันกลับไปมอง ลั่วกู่เฟยที่อยู่ตรงหน้าต่างก็หายไปจากสายตาแล้ว
บีบคั้นทุกฝีก้าว ซูอี้รู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น กำลังไล่ต้อนเข้ามาอย่างเงียบงัน...
……………….