- หน้าแรก
- เดิมพันชีวิตพิชิตเกมปีศาจ
- ตอนที่ 16 นี่น่ะเหรอ มือใหม่!
ตอนที่ 16 นี่น่ะเหรอ มือใหม่!
ตอนที่ 16 นี่น่ะเหรอ มือใหม่!
ตอนที่ 16 นี่น่ะเหรอ มือใหม่!
เซี่ยเข่อชิงถึงกับตกใจ เขารู้อยู่แล้วว่า ซูอี้ต้องมีลูกกระสุนที่ได้มาจากตนแน่ ๆ แล้วเขาเก็บไว้ใช้ในรอบสุดท้ายจริงหรือ? รอบคอบถึงเพียงนี้? คิดคำนวณแม้แต่รูปแบบความคิดของซิงฮั่วได้อย่างสมบูรณ์?
ผู้เล่นที่เพิ่งเข้าร่วมเกมครั้งแรกคนนี้ กลับมีความคิดวางแผนที่เชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้นถึงเพียงนี้หรือ? ความหวังที่ริบหรี่ กลับกลายเป็นความรู้สึกเหลือเชื่อ แต่การวิเคราะห์ที่ยาวเหยียดและแม่นยำเช่นนี้ก็ทำให้เซี่ยเข่อชิงอดรู้สึกมีความหวังขึ้นมาไม่ได้
ซูเซียว เด็กหน้าใหม่ที่ฉันเคยคิดว่าเป็นคนหัวรั้น เขาจะเก่งถึงเพียงนี้จริงหรือ? เซี่ยเข่อชิงถึงกับกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
เมื่อซิงฮั่วพูดจบ สีหน้าของซูอี้ที่เคยสงบนิ่งก็เผยรอยยิ้มเล็กน้อยออกมา
“ก่อนที่ฉันจะลั่นไก ขอถามนายสักคำจะได้ไหม?”
ซิงฮั่วแค่นเสียง “ไว้เจอกันรอบหน้าเถอะ ฉันยอมรับว่านายเก่ง ฉันประเมินนายต่ำไป แต่ตอนนี้...ฉันจะไม่เปิดเผยอะไรให้อีกแล้ว”
“ก็ได้ นายจะถือว่าฉันพูดคนเดียวก็แล้วกัน”
“ปีศาจถูกพิษแล้วไม่ตาย ถ้าอย่างนั้นถ้าปีศาจถูกยิงล่ะ จะไม่ตายด้วยหรือเปล่า?” ซูอี้ยิ้มกล่าว
ซิงฮั่วได้ยินคำถามนี้แล้ว ใบหน้าก็ชะงักอย่างไม่เป็นธรรมชาติ
“ซิงฮั่ว นายเป็นคนฉลาด แต่นายก็ยังประเมินฉันต่ำเกินไป”
“ฉันอธิบายมาตั้งมากมาย นายกลับไม่โต้แย้งจุดบกพร่องของฉันเลยสักคำ? ทำไมปีศาจต้องยิงในรอบที่ห้าหรือหก? สิ่งที่ฉันกล่าวมา พวกนายคิดว่าสมเหตุสมผลหรือเปล่าล่ะ?”
ซิงฮั่วไม่เผยความรู้สึกใด ๆ
“เฉินไห่? จิ่งอวี่? พวกนายกำลังมองจากมุมมองที่ว่าปีศาจถูกยิงแล้วยังไม่ตายใช่หรือไม่?”
“ถ้าปีศาจถูกยิงแล้วตาย ทำไมพวกนายถึงไม่ยิงตั้งแต่เนิ่น ๆ? กระจายความเสี่ยงเสียบ้าง การยิงในรอบแรกก็น่าจะอยู่ในการพิจารณาของพวกนาย แม้กระทั่งรอบที่สองก็นับว่ายังปลอดภัยที่สุด”
เฉินไห่สีหน้าเย็นชา
แต่จิ่งอวี่กลับตาเบิกโพลง มันมาอีกแล้ว ความกดดันน่ากลัวนี้อีกแล้ว เธอรู้สึกเหมือนปีศาจเองยังถูกชายคนนี้จูงจมูกอยู่
“รอบแรก นายแกล้งทำเป็นล้อเล่นว่าโดนพิษ ทั้งที่จริงนายเองก็กินพิซซ่าจากส้อมที่มีพิษเข้าไป นั่นจึงเป็นอาการของคนโดนพิษจริง ๆ ต่างหาก”
ซิงฮั่วภายนอกดูนิ่งเฉย แต่ในใจสั่นสะเทือนยิ่งนัก อะไรกัน! ฉันอุตส่าห์วางยาพิษอย่างแนบเนียนไม่ให้ใครสงสัย กลับกลายเป็นว่าเกินความจำเป็น! นายหมอนี่มองทะลุฉันได้ถึงเพียงนี้! ซิงฮั่วไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น
ซูอี้เอ่ยช้า ๆ “นายโดนพิษ แต่กลับไม่ตาย ฉันก็เลยสงสัยว่าปีศาจนั้นไม่ถูกรบกวนด้วยผลของไอเท็มในเกม”
“นายคิดว่าจะฆ่าฉันหรือ?”
“นายก็ดูออกนี่ ว่าฉันหาเบาะแสได้ เช่นนั้นฉันย่อมมีลูกกระสุน ฉันจะไม่บรรจุกระสุนไว้หรือ? สิ่งที่นายทำเมื่อครู่ก็แค่พยายามยั่วยุฉันให้รีบยิงนายเท่านั้นเอง”
ซูอี้หันไปทางจิ่งอวี่
จิ่งอวี่มองชายผู้นี้ซึ่งดูน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจเสียอีก ขาทั้งสองถึงกับสั่น ไม่อาจควบคุมความกลัวในใจได้ พลางภาวนาในใจว่าอย่าถามฉัน อย่าถามฉัน
“จิ่งอวี่ ขอฉันถามสักคำได้หรือไม่?”
“ฉันสงสัยมานานแล้ว ทำไมถึงรีบกินพิซซ่า?”
ชัดเจนว่า คำอธิษฐานของจิ่งอวี่ไม่ได้ผล พอได้ยินคำถามของซูอี้ หัวใจก็เต้นสะดุดหนึ่งจังหวะ รู้สึกเหมือนถูกเขาบีบคอจนพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
“งั้นนายกลัวอะไรอยู่? เล่นแบบเฉื่อยชาไม่สนเกม? หากนายเป็นปีศาจและรู้กฎล่วงหน้า นายจะกลัวอะไรอีก?”
“ผลลัพธ์สุดท้ายคือนายก็ไม่ได้กินพิซซ่า มันไม่ได้ละเมิดกฎ ไม่ถูกนับว่าเล่นอย่างเฉื่อยชา”
“งั้นฉันพอจะคาดเดาได้หรือไม่ ว่าพวกปีศาจต้องปฏิบัติตามกฎ แต่พวกมนุษย์ไม่ต้อง!”
“ไม่ว่าจะอย่างไร มนุษย์ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจกฎบางส่วน ที่แท้แล้ว กฎนั้นมีไว้เพื่อควบคุมพวกปีศาจโดยเฉพาะ รายละเอียดเหล่านี้ย่อมถูกอธิบายไว้ในภารกิจของพวกนายแน่”
ตอนนี้จิ่งอวี่ไม่รู้ว่ากำลังหัวเราะหรือร้องไห้ ร่างกายสั่นเทา ริมฝีปากสั่นระริก ใกล้จะทนไม่ไหวเต็มที
ซูอี้เห็นเช่นนั้นก็คิดในใจว่า แน่นอนแล้วเขาได้คำตอบที่ต้องการจากตัวจิ่งอวี่เรียบร้อยแล้ว
เขาค่อย ๆ ยกปืนลูกโม่ขึ้น เล็งไปที่ตัวเอง
“ฉันจะยิงเฉพาะฉันที่เป็นผุ้เล่นแน่นอนเท่านั้น!”
ซิงฮั่วเห็นซูอี้ชี้ปืนมาที่ตน ใบหน้าก็ไม่อาจสงบนิ่งได้อีกต่อไป การวิเคราะห์ถึงเพียงนี้ แพ้แน่นอนแล้ว ไม่จำเป็นต้องเล่นสงครามจิตใจอีกต่อไป
“โง่เง่า!” ซิงฮั่วชี้ไปที่จิ่งอวี่ กล่าวอย่างเกรี้ยวกราด สีหน้าบ้าคลั่ง
“เขาแค่คาดเดาเท่านั้น!”
“ยังไม่ได้มั่นใจเสียหน่อย! นายจะร้อนรนทำไม!”
เฉินไห่ก็แทบคลั่ง “มันก็เพราะนายคนเดียว ไอ้หนูเน่าตัวเดียวทำเสียทั้งหม้อ!”
ความหมายของซูอี้ชัดเจนแจ่มแจ้ง
เซี่ยเข่อชิงเข้าใจแล้วฝ่ายมนุษย์จะชนะได้อย่างไร เมื่อรู้ว่าปีศาจฆ่าไม่ตาย ทางเดียวคือทำให้ภารกิจของพวกมันล้มเหลว
ในเกมนี้ ปีศาจต้องเล่นเกมฆ่าคนให้เกินขีดจำกัด
ซูเซียววิเคราะห์ว่าขีดจำกัดคือสอง งั้นเมื่อปีศาจฆ่าไม่ตาย ซูเซียวหมายเลขแปดจะยิงใส่ซิงฮั่วหมายเลขหนึ่งก็ไร้ความหมาย
แต่ซูเสี่ยวก็ยังวิเคราะห์ต่ออีกว่ามนุษย์ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎในเกมของปีศาจ เพราะกฎมีไว้ควบคุมปีศาจ ไม่ใช่มยุษย์ มิฉะนั้นปีศาจก็แค่ยิงปังปังสองทีพามนุษย์ไปได้เลยสิ้นเรื่องแล้ว
ถึงตรงนี้ เซี่ยเข่อชิงก็เข้าใจขึ้นมาแล้ว
การวิเคราะห์ของซูเซียวถูกต้อง ถ้าไม่เช่นนั้น ฝ่ายมนุษย์ก็ยากจะชนะ ต้องยิงพร้อมกับปีศาจในรอบเดียวกัน และยังต้องยิงไม่ถูกปีศาจอีก แล้วจะชนะได้อย่างไร จะทำให้จำนวนคนที่ปีศาจฆ่าเกินขีดจำกัดได้อย่างไร
พูดอีกนัยหนึ่ง ตอนนี้ซูเซียวเพียงแค่ประหารคนหนึ่งคนเท่านั้น! ก็จะสามารถคว้าชัยชนะได้!
หากเป็นก่อนหน้านี้ ใครจะกล้าทำเรื่องเช่นนี้กัน ต่อให้บุรุษผู้นี้วิเคราะห์ได้แม่นยำจากเบาะแสอันน้อยนิด ถ้าไม่มีหลักฐานใด ๆ แล้วไปบอกผู้อื่น ทุกคนก็ต้องคิดว่าเขาบ้า เพราะเกมนี้คาดเดายากเกินไป!
ยิ่งกว่านั้น หากทำเช่นนั้น ก็อาจถูกกล่าวหาว่าใช้ความรุนแรงฝ่าฝืนกฎ มีโอกาสโดนลบล้างได้เลยทีเดียว
เกมนี้มีระดับความยากขนาดไหนกันแน่? ทำไมถึงมีผู้เล่นหน้าใหม่ตัวจริงเข้ามาได้ เซี่ยเข่อชิงคิดเท่าไรก็ไม่เข้าใจ
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ซิงฮั่วก็มองซูอี้ด้วยแววตาเย็นยะเยือกและกล่าวว่า “ฉันยอมรับว่านายเฉลียวฉลาด หากเมื่อครู่นี้นายเลือกยิงฉัน ฉันจะดึงตัวนายร่วมองค์กรปีศาจอย่างไม่ลังเล แต่ตอนนี้! นายรู้ไหมว่านายทำอะไรลงไป? นายทำลายความพยายามนับปีของฉัน ทำลายเกมของฉัน! นาย! จะต้องตายอย่างอนาถแน่นอน!”
พูดจบ ซิงฮั่วยื่นมือออกมา ซูอี้ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังจ้องมองตนอยู่ แต่เพียงหนึ่งลมหายใจถัดมาความรู้สึกนั้นก็สลายหายไป
“รอให้ฉันไปหานาย! ซูเซียว!”
ซูอี้มองซิงฮั่วอย่างเย็นชา ไม่มีแม้ความหวาดกลัว แต่ในใจกลับแอบรู้สึกเย็นเยียบ คนคนนี้แพ้เกมแล้วไม่ตายหรือ?
“เชอะ แพ้แล้วก็ยังทำเป็นพูดว่า ‘ไว้เจอกัน’ อย่างพวกอันธพาล นี่มันต่างจากพวกนั้นตรงไหน?”
แววตาของซิงฮั่วเต็มไปด้วยความโกรธ แทบกัดฟันกรอด
ซูอี้ยื่นมือซ้ายเข้าไปในกระเป๋า ล้วงกระสุนสามนัดออกมาแล้วโปรยลงช้า ๆ เพื่อบอกให้ทุกคนรู้ว่าปืนของเขามีกระสุนนัดที่สามารถปลิดชีพได้อยู่หนึ่งนัด
ซูอี้กำปืนแน่น เตรียมเหนี่ยวไก
“อย่า! อย่านะ!” จิ่งอวี่ร้องออกมาอย่างร้อนรน น้ำตาไหลพรากไม่อาจหยุดได้
เฉินไห่ใบหน้าซีดเผือด ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
ซูอี้คิดในใจ หากเป็นเกมแบบแบ่งฝ่ายแล้วล่ะก็ เขาเชื่อว่าผู้เล่นที่ตายก่อนหน้านี้ยังไม่ได้แพ้ไปจริง ๆ แค่ถูกคัดออกชั่วคราวเท่านั้น ไม่เช่นนั้นฝ่ายมนุษย์จะชนะได้อย่างไร ต้องพึ่งการเสียสละของตัวเองกระนั้นหรือ? โอกาสที่คนธรรมดาจะไม่ตายก่อนจบเกม มีถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์
แต่ซูอี้ไม่ชอบการพนัน แล้วถ้าเกิดมันเป็นจริงขึ้นมาล่ะ
เขาเป็นคนแน่นอน ถ้ายิงใส่ตัวเองแล้วตายขึ้นมาจริง ๆ ล่ะ?
อืม...ยังไงก็ปล่อยให้เธอที่มีโอกาสเป็นคนถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์อย่างเซี่ยเข่อชิงเป็นคนรับกระสุนนัดนี้จะดีกว่า
สายตาของเขาหันไปยังเซี่ยเข่อชิง ก็พบว่าเธออ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง มองเขาอย่างไม่กระพริบ
“อย่ากลัวที่จะสำรวจสิ่งที่ไม่รู้จัก บางทีในมุมอับ อาจซ่อนโอกาสและความเป็นไปได้ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนก็เป็นได้”
ซูอี้กล่าวอย่างอ่อนโยน มันคือประโยคที่นำทางเขาสู่ชัยชนะ และก็เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการกระทำฝ่าฝืนกฎของเขาในตอนสุดท้าย
ซูอี้ถือปืนเล็งไปยังตนเอง เส้นผมสีดำของเขาราวกับโบกสะบัดทั้งที่ไร้ลม รูปโฉมที่กล้าหาญสง่างามเช่นนั้น ทำให้เซี่ยเข่อชิงถึงกับตะลึงเล็กน้อย
ผู้ชายคนนี้...หล่อไม่เบา!
ในหัวของเซี่ยเข่อชิง มีเพียงสี่คำนี้ลอยขึ้นมา
“ปัง!”
ทันใดนั้น ปากกระบอกปืนของซูอี้กลับเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน เล็งไปที่เซี่ยเข่อชิงแล้วยิงทันที
กระสุนพุ่งตรงไปพร้อมกับชะตากรรมแห่งผู้ควบคุุมชะตา มุ่งสู่เซี่ยเข่อชิง
นี่น่ะเหรอ มือใหม่!
ในช่วงเวลาอันสั้นนี้ เซี่ยเข่อชิงถึงกับเปลี่ยนคำจำกัดความสี่คำที่มีต่อบุรุษผู้นี้ใหม่ในใจทันที
ภาพลักษณ์อันรุ่งโรจน์และความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อซูอี้เมื่อครู่ ถูกกระสุนนี้ลบล้างจนหมดสิ้น
กระสุนนัดนี้ทำให้เฉินไห่กับจิ่งอวี่ตกใจสุดขีด
ส่วนซิงฮั่วก็จ้องจนตาแทบถลน ใบหน้าเต็มไปด้วยความแค้น!
……………