- หน้าแรก
- เดิมพันชีวิตพิชิตเกมปีศาจ
- ตอนที่ 11 วางใจเถอะ…เกมนี้น่ะ ชนะไปแล้ว
ตอนที่ 11 วางใจเถอะ…เกมนี้น่ะ ชนะไปแล้ว
ตอนที่ 11 วางใจเถอะ…เกมนี้น่ะ ชนะไปแล้ว
ตอนที่ 11 วางใจเถอะ…เกมนี้น่ะ ชนะไปแล้ว
“ทำแบบนี้ไม่ได้”
“ทำไมล่ะ?” เซี่ยเข่อชิงขมวดคิ้ว
“ถ้าเผลอทำให้พวกมันตื่นตัวขึ้นมาล่ะ? ถึงในพวกเราจะมีปีศาจอยู่จริง แต่ตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่าเป็นใคร”
“แต่ผู้เล่นธรรมดาน่ะมีมากกว่าแน่ เราต้องรีบบอกเรื่องนี้ให้ทุกคนรู้ จะได้กลายเป็นข้อได้เปรียบของพวกเรา”
“แต่ถ้าพูดออกไป แล้วจะเอายังไงต่อ?” ซูอี้ส่ายหน้า
“แถมยังอาจขัดขวางการหาตัวปีศาจ แล้วยังอาจทำให้เราเป็นเป้าเสียเอง ตอนนี้เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ผู้เล่นจะชนะได้ยังไง”
หืม?
เซี่ยเข่อชิงชะงักเล็กน้อย เธอนึกว่าชายหนุ่มตรงหน้าควรจะตื่นเต้นและรีบประกาศเรื่องนี้ให้ทุกคนรู้สิ นี่เขาเป็นคนเจอเบาะแสเองแท้ๆ น่าจะอยากอวดบ้างไม่ใช่หรือ?
ทำไมอยู่ดีๆ ถึงมีเหตุมีผลขึ้นมาแบบนี้!?
หรือว่าเขาคือปีศาจ? ไม่สิ เป็นไปไม่ได้ นึกถึงว่าเขาคือ ‘มือใหม่’ เซี่ยเข่อชิงก็รีบปัดความคิดนั้นทิ้งไปทันที
“เชื่อผมเถอะ” ซูอี้ยิ้มบางๆ
“แต่ว่า…”
“วางใจได้ ฝากไว้กับผม” ซูอี้เม้มปากแล้วพยักหน้าอย่างมั่นใจให้เซี่ยเข่อชิง
แต่ฉันน่ะวางใจไม่ได้เลยสักนิด! เซี่ยเข่อชิงถึงกับรู้สึกขนลุก นี่มันอะไรกัน เธอเริ่มตามความคิดของบุรุษตรงหน้าไม่ทันแล้วจริงๆ
“ไม่ต้องสงสัยหรอก เกมนี้…ชนะไปแล้ว!” ซูอี้กล่าวอย่างแผ่วเบา
นายไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน!?
เซี่ยเข่อชิงเจ็บใจนัก เธอเลือกคนผิดแล้ว แผนการที่จะใช้บุรุษตรงหน้าล่อเหยื่อล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
เธอบีบกระสุนที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อเบาๆ ดูท่า คงต้องพึ่งตัวเองเสียแล้ว
“เจอแล้ว! เจอเบาะแสแล้ว!”
ซูอี้หันไปมองตามเสียง หงเทากำลังถืออะไรบางอย่างรีบวิ่งมาที่โต๊ะยาว
“ดูสิ เป็นลูกเต๋า ฉันเจอในตู้ปลามุมห้องเมื่อครู่”
“แล้วยังมีลูกกระสุนอีก ฉันเจอมันอยู่ที่ปลายเท้านี่เอง พวกนายดูสิ”
หงเทาพูดจบก็รีบวางของทั้งหมดลงบนโต๊ะ
กระสุน?
ซูอี้กับเซี่ยเข่อชิงเดินมาดูด้วยกัน
เป็นกระสุนแบบเดียวกับที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าของตนจริงๆ
ซูอี้จึงหันไปมองเสื้อผ้าของหงเทา ชุดวอร์มขายาวกับเสื้อแขนยาว
ดูเหมือนว่าเพราะกางเกงไม่มีช่องใส่ของ กระสุนถึงได้ตกมาอยู่ที่เท้าเขา
สีหน้าของเซี่ยเข่อชิงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นกระสุนนั้น
ในใจของซูอี้ก็เข้าใจทันที เป็นดังคาด…ผู้หญิงคนนี้ก็ได้กระสุนมาเช่นกัน
ทุกคนต่างเดินมารวมกันเพื่อดูเบาะแสที่หงเทาเจอ
ซูอี้เป็นคนแรกที่มาถึงหน้าโต๊ะ แล้วรับลูกเต๋าจากมือของหงเทา
“ลูกเต๋าหกหน้าธรรมดา ยกเว้นด้านหนึ่งที่เป็นจุดเดียว ทุกด้านที่เหลือเป็นรูประเบิด” ซูอี้ยกลูกเต๋าขึ้นหมุนไปมา แล้วอธิบายให้ฟัง
“หมายความว่ายังไง?” เซี่ยเข่อชิงถามขึ้นด้วยสีหน้างุนงง
แม้ว่าเธอจะลองนำข้อมูลจากเบาะแสก่อนหน้ามาประกอบกัน แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจความหมายของลูกเต๋านี้อยู่ดี
เมื่อซูอี้เห็นลูกเต๋านี้ เขารู้สึกว่าตนเองกำลังจะได้จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายเพื่อเอาชนะเกมนี้แล้ว
หลิวหู่รีบเข้ามาแย่งลูกเต๋าจากมือซูอี้ไปทันที
“เอามานี่ ฉันจะดูเอง!”
เห็นหลิวหู่พลิกไปพลิกมาแต่ก็ดูไม่ออกอะไร หงเทาก็เอ่ยขึ้นว่า “พอแล้วเจ้าหัวขโมย นายจะดูออกเลยหรือไงกัน”
เฉินไห่เอื้อมมือออกมา “ขอดูหน่อยเถอะ”
หลิวหู่ทำท่าจะโมโห แต่คิดได้ว่าห้ามใช้กำลัง แถมเวลาที่เหลือก็ใกล้หมดแล้ว จึงได้แต่ถลึงตาใส่หงเทาก่อนจะยื่นลูกเต๋าให้เฉินไห่
“ลูกเต๋า จุดเป็นรูประเบิด”
“ลูกเต๋าแทนโชค นอกจากหน้าหนึ่งแต้มที่ไม่มีระเบิดแล้ว ไม่ว่าทอยได้กี่แต้มก็ระเบิดหมด แสดงว่าอะไร? เกมนี้สุดท้ายจะมีผู้รอดชีวิตแค่คนเดียว?”
“กระสุน…หรือว่ามันยังมีปืนที่เข้าคู่กัน? มันต้องการให้เราฆ่ากันเองงั้นหรือ? เกมนี้จริงๆ แล้วคือเกมที่ให้ผู้เล่นเข่นฆ่ากันเอง?”
เฉินไห่พูดจบ สายตาก็จ้องไปที่หงเทาทันที ด้วยการชี้นำของเฉินไห่ ทำให้แทบทุกคนหันไปมองหงเทา
“ฉันไม่ได้ทำอะไรนะ อย่ามาใส่ร้ายกัน! ถ้าฉันมีอะไรจริง ทำไมฉันต้องเอามาให้พวกนายดูด้วยล่ะ!” หงเทาโบกไม้โบกมือรัวๆ
“ดีเลยเจ้าหนุ่มนี่! ไม่มีทางหวังดีแน่!” หลิวหู่ขมวดคิ้วตาเขียว ตะโกนลั่น
“นายอาจจะซ่อนปืนไว้ทั้งกระบอก! แถมยังมีกระสุนอีกเพียบก็ได้! ทำแบบนี้ก็เพื่อหลอกให้พวกเราตายใจเท่านั้น!”
ใบหน้าของหงเทาแดงก่ำ “นี่กำลังพูดอะไรอยู่!? ฉันต้องทำถึงขนาดนั้นหรือไง แค่ไม่เอาเบาะแสกับกระสุนออกมาก็ได้แล้ว”
“ฉันว่านายไม่เข้าใจหรอกว่าเบาะแสมันหมายถึงอะไร นายทำเป็นเอาออกมาให้ทุกคนวิเคราะห์ แต่จริงๆ แล้วเก็บมันไว้ตั้งนานแล้วต่างหาก!” หลิวหู่ตะโกนตอบกลับ
“นาย!”
“พอเถอะ อย่าทะเลาะกันเลย พวกนายทั้งหมด นี่มันก็แค่ ‘ความเป็นไปได้’ แบบหนึ่งเท่านั้น”เฉินไห่รีบพูดแทรก
เซี่ยเข่อชิงเห็นดังนั้นก็นิ่วหน้า ความคิดของเฉินไห่ที่แยกความสามัคคีของฝ่ายผู้เล่นออกจากกัน ทำให้เธอเพิ่มเขาไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ต้องสงสัยว่าเป็นปีศาจเรียบร้อยแล้ว
สถานการณ์ชักไม่ดี เซี่ยเข่อชิงจึงเริ่มร้อนใจ
แต่เธอเองก็ยังไม่อาจเปิดเผยอะไรได้ในตอนนี้ ถ้าออกตัวแรงเกินไปจะกลายเป็นเป้าหมายของปีศาจได้ สิ่งสำคัญคือต้องหาวิธีให้ฝ่ายผู้เล่นเป็นฝ่ายชนะให้ได้ก่อน
ซูอี้ก้มหน้าไม่พูดอะไร
เจ้าเฉินไห่นี่มันอธิบายเก่งจริง ฟังเผินๆ แล้วเหมือนมีเหตุผล แต่นึกให้ดีๆ แล้วก็ดูฝืนเกินไป
ทว่า เมื่อเส้นความคิดของคนถูกนำพาให้เชื่อไปแล้ว ก็ยากจะดึงกลับคืนมาได้
ผู้คนอาจเริ่มระแวงกัน ในรอบถัดไปหากใครได้เบาะแสก็อาจไม่กล้าเปิดเผย
ฝ่ายผู้เล่นก็จะแตกเป็นเสี่ยงๆ แล้วจะร่วมมือกันหาปีศาจได้อย่างไร?
แม้กระทั่งคนอย่างหลิวหู่ หากเขาเป็นฝ่ายดีจริง แต่เชื่อในคำพูดของเฉินไห่ แล้วเกิดทำอะไรบุ่มบ่ามลงมือฆ่าใครขึ้นมา ก็จะโดนระบบเกมลงโทษและกำจัด
ฝ่ายผู้เล่นก็จะเสียอีกหนึ่งคนไปโดยเปล่าประโยชน์
ซูอี้ยังสังเกตเฉินซืออวิ้นอย่างตั้งใจ พบว่าเธอยังคงใบหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่เกี่ยวข้องใดๆ ดูแล้วเหมือนคนที่ลอยตัวอยู่นอกเกมเสียจริง
“ก๊อง!”
“ก๊อง!”
“ก๊อง…”
เสียงระฆังสามครั้งดังกังวานก้อง ขณะที่ซูอี้กำลังครุ่นคิด เสียงนั้นก็ลอยมาในโถงอีกครั้ง
มาแล้ว!
ซูอี้ตั้งสมาธิอย่างเคร่งครัด เขารู้ดีว่า บางที ชิ้นส่วนจิ๊กซอว์สุดท้ายที่เขารออยู่อาจซ่อนอยู่ในกติกาเกมนี้
“กติกาเกมทายใจปีศาจ รอบที่สอง มีดังนี้”
“บนโต๊ะมีกระบอกปืนลูกโม่แปดกระบอก กระบอกละหกรังเพลิง ปีศาจจะใส่กระสุนเพียงหนึ่งนัดลงไปในแต่ละกระบอก”
“ผู้เล่นแต่ละคน กรุณาเลือกที่นั่งตามลำดับ แล้วหมุนเวียนกันยิงไปยังผู้เล่นถัดไปตามเข็มนาฬิกา ตั้งแต่คนแรกไปจนถึงคนสุดท้าย ถือว่าเป็นหนึ่งรอบ”
“กล่าวคือ ผู้เล่นหมายเลขหนึ่งยิงไปยังผู้เล่นหมายเลขสอง หมายเลขสองยิงหมายเลขสาม ไล่ไปเรื่อยๆ จนผู้เล่นหมายเลขแปดยิงผู้เล่นหมายเลขหนึ่ง นี่ถือเป็นหนึ่งรอบ”
“ผู้ใดถูกยิงด้วยปืนลูกโม่ จะเสียชีวิตทันที”
“เกมจะจบลงเมื่อมีผู้เล่นหนึ่งคนถูกยิงเสียชีวิต และผู้เล่นที่เหลือในรอบนั้นยิงครบทุกคนแล้ว”
“เมื่อผู้เล่นนั่งประจำที่ครบถ้วนแล้ว กรุณาทำให้เกมจบภายในสิบห้านาที มิเช่นนั้น ทุกคนจะถูกกำจัดทั้งหมด”
ภาพนับถอยหลังลอยขึ้นมาอีกครั้ง เย็นชาไร้ความปรานี แสดงเวลา 15:00
“จะทำยังไงดี…” เซี่ยเข่อชิงพึมพำเบาๆ
ซูอี้มองไปทางเฉินไห่ด้วยหางตา พบว่าเขากำลังบีบลูกกระสุนที่หงเทาเจอไว้แน่น พลันเขาก็โล่งใจขึ้นมาทันที
“เกมนี้…ชนะไปแล้ว” ซูอี้เอ่ยเบาๆ
ถ้าหากก่อนหน้านี้ที่พูดแบบนั้นออกไปเป็นเพียงแค่คำปลอบใจที่ไร้น้ำหนัก ตอนนี้คำพูดนี้ของซูอี้ กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างแรงกล้า
………………