เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 493 ดาบทรอยยาร์ด

บทที่ 493 ดาบทรอยยาร์ด

บทที่ 493 ดาบทรอยยาร์ด


บทที่ 493 ดาบทรอยยาร์ด

“ทุกคนบุก! เอาสมบัติของพวกมันมาให้ได้!!” มนุษย์เงือกตัวสีเขียวสูงกว่า 2 เมตรยก 3 ง่ามเหล็กภายในมือพร้อมกับตะโกนสั่งการ

โจรสลัดมนุษย์เงือก

เลเวล 80

พลังชีวิต 500,000/500,000

มนุษย์เงือกตัวเขียวจำนวนนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้ามาภายในช่องเขาและพุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่พวกลู่หยางกำลังยืนรออยู่

“ขนาดมอนสเตอร์ธรรมดายังพลังชีวิตเยอะขนาดนี้เลยเหรอคะเนี่ย?” ฮั่นอิ่งกล่าว

ลู่หยางมองภาพตรงหน้าอย่างโล่งใจ เพราะในชาติก่อนผู้เล่นเล่าเรื่องราวของสถานที่แห่งนี้เอาไว้แค่คร่าว ๆ เท่านั้น แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดของพวกมนุษย์เงือกมากมายนัก เมื่อเขาได้เห็นว่าพวกมนุษย์เงือกมีพลังชีวิตแค่ 500,000 หน่วย เขาก็มีความมั่นใจว่าจะสามารถจัดการกับมนุษย์เงือกเหล่านี้ได้โดยไม่มีปัญหา

ช่องเขามีความกว้างเพียงแค่ 200 เมตร ขณะที่ป้อมปืนใหญ่ทั้ง 2 แห่งมีระยะการโจมตี 150 เมตร เมื่อมนุษย์เงือกวิ่งเข้ามาในระยะปืนใหญ่บนหอคอยก็ถูกยิงออกไปพร้อม ๆ กัน

ตูม!

ตูม!

กระสุนทรงกลมสีดำ 2 ลูกตกลงท่ามกลางฝูงมนุษย์เงือกอย่างแม่นยำ

-38,696

-39,686

ตัวเลขความเสียหายปรากฏขึ้นเหนือศีรษะมนุษย์เงือกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากที่ปืนใหญ่ได้ยิงออกมาเพียงแค่ไม่กี่นัด มันก็ทำให้มนุษย์เงือกในรัศมี 30 เมตรถูกสังหารลงไปทั้งหมด

ระบบ: คุณสังหารมนุษย์เงือกสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 1,056 หน่วย

ข้อความแจ้งเตือนค่าประสบการณ์ปรากฏขึ้นในแถบสนทนาของทุกคนอย่างต่อเนื่องทำให้พวกเขาแสดงสีหน้าออกมาอย่างประหลาดใจ

“พวกเราหารค่าประสบการณ์การตั้ง 156 คนแต่ยังได้ค่าประสบการณ์เยอะขนาดนี้เลยงั้นเหรอเนี่ย” ฮั่นเฟยกล่าว

ทุกคนแสดงสีหน้าขึ้นมาอย่างยินดี

ลู่หยางยืนสังเกตการณ์ใต้ป้อมปืนมองไปยังฝูงมนุษย์เงือกที่บุกเข้ามาเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามพวกมันก็ถูกยิงสกัดเอาไว้ด้วยป้อมปืนใหญ่ทั้ง 2 แห่งทางด้านนอก และไม่ว่าพวกมนุษย์เงือกจะบุกเข้ามาสักกี่ตัวแต่ท้ายที่สุดพวกมันก็ถูกป้อมปืนทั้งสองสังหารจนหมด

ครึ่งชั่วโมงต่อมาผู้เล่นทั้ง 150 คนก็ถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีทอง ก่อนที่เลเวลของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นเป็น 34 พร้อม ๆ กัน

1 ชั่วโมงต่อมาเลเวลของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นไปเป็น 35

การโจมตีระลอกแรกใช้เวลาทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง และในเวลาที่การโจมตีสิ้นสุดลงเลเวลของผู้เล่นทั้ง 150 คนก็เพิ่มขึ้นเป็น 36 อย่างรวดเร็ว

“พวกมนุษย์เงือกตายไปหลายหมื่นตัวได้แล้วมั้งเนี่ย” ฮั่นเฟยกล่าว

“น่าจะประมาณนั้น” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ป้อมปืนใหญ่ทั้งสองป้อมนี้โหดมากเลย” ฮั่นอวี่กล่าว

“เอาล่ะทุกคนแยกย้ายกันไปช่วยเก็บหินมาเพิ่มหน่อย พยายามสร้างป้อมปืนเพิ่มเพื่อตั้งรับการโจมตีในระลอกถัดไป” ลู่หยางกล่าว

“ได้ครับ” ฮั่นเฟยตอบรับก่อนจะนำผู้เล่นทั้ง 150 คนไปเก็บหิน

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ลู่หยางทำการตั้งป้อมปืนเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ป้อมและเมื่อมันได้รวมกับป้อมปืนก่อนหน้านี้อีก 2 ป้อม มันก็หมายความว่าพวกเขามีป้อมปืนเอาไว้คอยตั้งรับอยู่ 4 ป้อมแล้ว

ระบบ: เริ่มการโจมตีระลอกที่ 2

“นักรบมนุษย์เงือกบุก!” มนุษย์เงือกตัวสีเขียวที่สวมชุดเกราะเต็มตัวตะโกนออกคำสั่ง

นักรบโจรสลัดมนุษย์เงือก

เลเวล 83

พลังชีวิต 620,000/620,000

เลเวลของมอนสเตอร์ระลอกนี้เพิ่มขึ้นจากเดิม 3 เลเวล ขณะที่พลังชีวิตของพวกมันเพิ่มขึ้นจากเดิม 120,000 หน่วยทำให้ป้อมปืนเพียง 2 ป้อมไม่มีกำลังมากพอที่จะเคลียร์ฝูงมนุษย์เงือกได้อีกแล้ว

“โชคดีที่พวกเราสร้างป้อมปืนได้เพิ่มอีก 2 ป้อม ไม่งั้นพวกเราคงรับมือกับการโจมตีระลอกนี้ได้ยากลำบากแน่ ๆ” ฮั่นเฟยกล่าว

ลู่หยางพยักหน้ารับพร้อมกับคิดในใจว่าในชาติก่อนทำไมนักเล่นหมากรุกมืออาชีพคนนั้นถึงออกมาบอกว่าพวกเขารับมือกับการบุกโจมตีของพวกมนุษย์เงือกได้อย่างยากลำบาก เพราะความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ที่บุกเข้ามาในแต่ละรอบมันมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างก้าวกระโดด

หากลู่หยางยังคงมีป้อมปืนเพียงแค่ 2 ป้อม การป้องกันในระลอกที่ 2 ก็จะทำให้พวกเขาตั้งรับได้อย่างยากลำบาก แต่ถ้าหากว่ามันมีการโจมตีระลอกที่ 3 ขึ้นมา ในเวลานั้นพวกเขาก็คงจะไม่สามารถต้านทานการโจมตีของฝูงมนุษย์เงือกได้อีกแล้ว

“พี่ พวกเราหาคนมาขนหินเพิ่มดีไหมครับ? หากพวกเรามีกันสักหมื่นคนพวกเราก็คงจะสร้างป้อมปืนได้ 60 ป้อมในคราวเดียว” ฮั่นเฟยกล่าว

“ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก ภารกิจนี้เพิ่มความยากตามจำนวนสมาชิกภายในทีมของพวกเราด้วย ยิ่งสมาชิกภายในทีมเรามีคนมากเท่าไหร่พลังชีวิตของพวกมอนสเตอร์ก็จะเพิ่มขึ้นไปมากเท่านั้น หากสมาชิกภายในทีมของเรามีจำนวนเกินกว่า 160 คน ในเวลานั้นพลังชีวิตของพวกมอนสเตอร์ก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่งแล้ว อีกอย่างการโจมตีในคืนนี้ก็มีเพียงแค่ 3 ระลอก หลังจากป้องกันการโจมตีในคืนนี้เสร็จ เดี๋ยวพี่จะพาทุกคนไปจับสัตว์ขี่” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

หลังจบการโจมตีระลอกที่ 2 เลเวลของลู่หยางและพวกฮั่นเฟยก็ได้เพิ่มขึ้นเป็น 51 ขณะที่หลานอวี่มีเลเวลเพิ่มขึ้นเป็น 43 ส่วนทางด้านสมาชิกใหม่ของสตูดิโอทั้ง 150 คนมีเลเวลเพิ่มขึ้นเป็น 39

ช่วงระหว่างรอการโจมตีระลอกที่ 3 ลู่หยางก็ได้สร้างป้อมปืนขึ้นมาเพิ่มกลายเป็น 6 ป้อม ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาสามารถรับมือการโจมตีจากพวกมนุษย์เงือกได้อย่างสบาย ๆ

ขณะนี้เรือของกัปตันวิลเลี่ยมกลับมาเทียบท่าแล้วเขาจึงเดินเข้ามาหาลู่หยางด้วยรอยยิ้ม

“หนุ่มน้อยวันนี้นายทำได้ดีมาก ดูเหมือนว่าดรอสจะมองคนเอาไว้ไม่ผิดจริง ๆ”

ระบบ: ความสัมพันธ์ของคุณกับกัปตันวิลเลี่ยมเพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับเป็นมิตร

“ผมแค่โชคดีเท่านั้นครับ” ลู่หยางตอบกลับอย่างถ่อมตัว

“สงครามในวันนี้จบแล้ว พวกมนุษย์เงือกมีสายตาไม่ค่อยดีพวกมันจึงไม่โจมตีในตอนกลางคืน ในตอนนี้ทุกคนแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนได้แล้ว” วิลเลี่ยมกล่าว

“ได้ครับ พรุ่งนี้เช้าผมจะมาใหม่” ลู่หยางกล่าวก่อนจะนำทีมกลับไปยังเมืองเซนต์กอลล์

ชายหนุ่มทำการเบิกเงินจากฮั่นจง 15,000 เหรียญทองเพื่อให้สมาชิกใหม่ซื้อบังเหียน จากนั้นเขาก็ได้นำสมาชิกกลุ่มนี้ไปจับสิงโตเพลิง 150 ตัว น่าเสียดายที่ในรอบนี้ถึงแม้พวกเขาจะล่อราชาสิงโตเพลิงให้เข้ามาติดกับดักได้ แต่หลังจากพวกเขาพยายามจับมันเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง จู่ ๆ ราชาสิงโตเพลิงก็ฆ่าตัวตายขึ้นมาเสียก่อน

หลังดูเวลาและพบว่าตอนนี้เป็นเวลา 5 ทุ่มแล้ว ลู่หยางจึงหันไปบอกกับทุกคนว่า

“ทุกคนกลับเมืองแล้วออกเกมไปพักกันก่อน”

เมื่อพวกฮั่นอิ่งแยกย้ายกันกลับไปพักแล้วลู่หยางก็ทำการติดต่อไปหาฉิงชาง

“การเก็บเลเวลวันนี้มีปัญหาอะไรบ้างไหม?”

“วันนี้พวกเราทั้ง 7 แยกย้ายกันออกไปเก็บเลเวลใน 7 แผนที่ ที่นี่ให้ค่าประสบการณ์เยอะมากและทุกคนต่างก็พยายามเก็บเลเวลกันอย่างเต็มที่ วันนี้วันเดียวทุกคนจึงมีเลเวลเพิ่มขึ้นกันคนละ 1 เลเวล หลังจากที่พวกผมคุยสรุปสถานการณ์กัน มันก็ดูเหมือนจะไม่มีใครเจอกับปัญหาอะไร” ฉิงชางกล่าว

หลังเลเวล 30 การเก็บเลเวลให้ได้ 1 เลเวลภายใน 1 วันเป็นเรื่องที่ยากมาก ซึ่งมันเห็นได้ชัดเลยว่าแผนที่ที่พวกเขาไปเก็บเลเวลนั้นให้ค่าประสบการณ์ที่สูงมากจริง ๆ เพราะถ้าหากว่ามันได้เปรียบเทียบกับกิลด์อื่น มันก็จะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาสามารถเก็บเลเวลได้เร็วกว่ากิลด์อื่นถึง 2 เท่า

ลู่หยางถามเรื่องอื่นอีกเล็กน้อย ซึ่งหลังจากที่เขาได้รับการยืนยันว่ามันไม่ได้มีสถานการณ์อะไรเป็นพิเศษ เขาก็ทำการออกจากเกมก่อนจะเห็นฮั่นจงกำลังพูดคุยอยู่กับพวกฮั่นอิ่ง

“ลู่หยาง นายคงต้องเตรียมตัวล่วงหน้าแล้วล่ะ?” ฮั่นจงกล่าว

“มีเรื่องอะไรเหรอครับ?” ลู่หยางถาม

“ตอนนี้ธุรกิจของเราขยายไป 16 เมืองทั่วทั้งเผ่ามนุษย์แล้ว ฉันเลยทำการจ้างคนมาเป็นสายลับเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากและตามข้อมูลที่พวกเรารวบรวมได้ในตอนนี้ หวังเถิงก็เพิ่งรวมกิลด์ของพวกบลัดไทแรนท์ทั้ง 7 กิลด์เข้ากับกิลด์สกายโดเมนในเมืองนอร์ทวินด์ได้สำเร็จ และทำให้พวกเขากลายเป็นกองกำลังที่น่ากลัวมาก” ฮั่นจงกล่าว

“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” ลู่หยางถามอย่างตกใจ

“หวังเถิงกับลิ่วเจียลงมือได้โหดเหี้ยมมาก พวกเขาได้ดันราคาวัตถุดิบอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 30 เพิ่มขึ้นไปมากกว่า 33 เหรียญทองต่อชุดแล้ว และสงครามครั้งที่ผ่านมากิลด์ในสังกัดของพวกเขาทั้ง 6 กิลด์ก็ได้เกิดความสูญเสียขึ้นมาอย่างหนัก ด้วยราคาของวัตถุดิบในตอนนี้จึงทำให้พวกเขาไม่สามารถหาอุปกรณ์มาชดใช้ไหว”

“พวกเขาจึงต้องยอมรวมกิลด์เข้าด้วยกันอย่างต่อต้านไม่ได้ แม้แต่กิลด์ซันเซ็ตที่แทบจะไม่เกี่ยวกับสงครามก็ต้านอำนาจไว้ไม่ได้และถูกรวมเข้ากับกิลด์ของหวังเถิงด้วยเหมือนกัน” ฮั่นจงกล่าว

จบบทที่ บทที่ 493 ดาบทรอยยาร์ด

คัดลอกลิงก์แล้ว