- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 492 ปกป้องสมบัติ
บทที่ 492 ปกป้องสมบัติ
บทที่ 492 ปกป้องสมบัติ
บทที่ 492 ปกป้องสมบัติ
วิลเลี่ยมเผยรอยยิ้มออกมาครู่หนึ่ง แต่หลังจากที่เขาสังเกตเห็นเลเวลของลู่หยางและผู้เล่นที่อยู่ด้านหลัง เขาก็กล่าวขึ้นมาอย่างไม่ค่อยพอใจนักว่า
“พวกนายคือกำลังเสริมที่ดรอสแนะนำมาให้ฉันงั้นเหรอ?”
“ใช่ครับ” ลู่หยางตอบ
“นายพอจะแข็งแกร่งกว่าคนอื่นหน่อยไปช่วยคอยป้องกัน ส่วนคนที่เหลือไปทำภารกิจสนับสนุนซะ” วิลเลี่ยมกล่าวด้วยสีหน้าอันดูถูก หลังจากนั้นเขาก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่หันหน้ากลับมามอง
ฮั่นเฟยมองไปยังตัวเลขเลเวล 80 สีแดงเหนือศีรษะของวิลเลี่ยม ก่อนที่เขาจะหันมาพูดกับลู่หยางว่า
“พี่คราวนี้พวกเราต้องสู้กับมอนสเตอร์เลเวล 80 เหรอครับ?”
“ใช่” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า
“พวกเราจะสู้กับพวกมันไหวเหรอครับ?” เสี่ยวเหลียงถาม
“ถ้าตามปกติก็สู้ไม่ไหวหรอกแต่ฉันมีวิธีพิเศษ ตอนนี้พวกเราไปรับภารกิจที่ค่ายกันก่อนเถอะ” ลู่หยางกล่าว
ค่ายที่วิลเลี่ยมสร้างเอาไว้เป็นป้อมปราการค่อนข้างจะเรียบง่ายเป็นอย่างมาก กำแพงของป้อมถูกสร้างจากท่อนซุงวางเรียงต่อ ๆ กันและมีหอคอยง่าย ๆ 4 หอเอาไว้ช่วยป้องกันตรงบริเวณประตู
ความจริงแล้ววิธีป้องกันหลักของวิลเลี่ยมคือเรือโจรสลัดกว่า 20 ลำที่จอดอยู่ในอ่าว โดยบนเรือแต่ละลำจะมีปืนใหญ่ถูกติดตั้งเอาไว้ 20 กระบอก
ลู่หยางพาพวกฮั่นเฟยมาหาต้นหนเรือที่ชื่อว่าเฮวิช ซึ่งเขาและลูกเรือกว่า 20 คนมีสัญลักษณ์ภารกิจอยู่เหนือศีรษะ
“ภารกิจพวกนี้เป็นภารกิจขนของทั้งหมด พวกผู้ชายรับภารกิจพวกนี้ก็พอไม่ต้องไปรับภารกิจอื่น” ลู่หยางหันไปพูดกับพวกฮั่นเฟย
“ได้ครับ” ฮั่นเฟยกับฮั่นอวี่รับคำสั่งก่อนจะนำพาลาดิน 150 คนไปรับภารกิจ
“หลานอวี่, ฮั่นอิ่งกับมู่หยูไปฆ่าปีศาจหนามในป่านะแล้วเก็บผลหนามของพวกมันมาให้พี่ 200 อัน” ลู่หยางกล่าว
“ได้ค่ะ” สาว ๆ พยักหน้ารับก่อนที่จะเตรียมเดินเข้าไปในป่าด้วยกันอย่างมีความสุข
“ว่าแต่พี่จะไปไหนเหรอคะ?” หลานอวี่ถาม
“พี่จะไปตกปลามาเอาใจนกแก้วขนเขียวตัวนั้น” ลู่หยางตอบพร้อมกับชี้นิ้วไปยังนกแก้วตัวหนึ่งที่กำลังเกาะอยู่บนท่อนซุงตรงบริเวณกลางค่าย
“วันนี้คุณลุงโทมัสอารมณ์ไม่ดีเพราะมีคนคิดจะมาแย่งของล้ำค่าไปจากหัวหน้าของฉัน พวกแกจงขยันทำงาน ไม่งั้นฉันจะให้หัวหน้าโยนพวกแกลงทะเลไปให้ฉลามกิน” นกแก้วเขียวพูดอย่างหยิ่งผยอง
มู่หยูยกมือขึ้นมาปิดปาก ก่อนที่เธอจะหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ
“พี่นกแก้วตัวนี้น่ารักจังเลย”
ลู่หยางยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปากก่อนที่จะพูดว่า
“เบา ๆ หน่อย เห็นมันเป็นนกแบบนี้แต่มันมีอำนาจมากกว่าต้นหนเรือด้วยซ้ำนะ พวกเราต้องห้ามทำให้มันโกรธเด็ดขาด”
3 สาวพยักหน้ารับก่อนที่พวกเธอจะเดินเข้าไปภายในป่า
ลู่หยางหยิบคันเบ็ดออกมาจากกระเป๋าก่อนที่เขาจะเดินไปกลางเกาะ
เกาะร้างแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก ซึ่งบริเวณตรงกลางของเกาะมีภูเขาสูงและตรงบริเวณเชิงเขามีน้ำพุใสที่มีน้ำพุ่งขึ้นมาตลอดทั้งปี มันจึงกลายเป็นทะเลสาบตามธรรมชาติ แล้วภายในทะเลสาบก็มีปลาอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์
ลู่หยางเริ่มหาที่นั่งก่อนจะหย่อนคันเบ็ดลงเพื่อตกปลา
ภายในเซคคัลเวิลด์มีมินิเกมให้ผู้เล่นผ่อนคลายอยู่หลายชนิด ซึ่งหนึ่งในนั้นนั่นก็คือการตกปลา
ผู้เล่นหลาย ๆ คนคิดว่าปลาเป็นเพียงแค่วัตถุดิบสำหรับการประกอบอาหารเท่านั้น แต่ความจริงแล้วปลาหลาย ๆ ชนิดยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางอื่นได้อีกด้วย
ยกตัวอย่างเช่น ปลาเคาน์แดงที่ลู่หยางกำลังพยายามตกอยู่ในตอนนี้
ชายหนุ่มค่อย ๆ โยกคันเบ็ดตามจังหวะ ซึ่งหลังจากที่เวลาผ่านพ้นไปประมาณ 10 นาทีปลาเคาน์แดงตัวยาว 20 เซนติเมตรตัวหนึ่งก็ค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้เหยื่อ
เหยื่อที่ทำมาจากไส้เดือนดิ้นไปดิ้นมาอยู่ภายในน้ำและมันก็เป็นเหยื่อที่ปลาเคาน์แดงโปรดปรานมากที่สุด หลังจากที่มันว่ายเข้าใกล้เหยื่อได้เพียงแค่ไม่นาน ปลาเคาน์แดงก็อ้าปากตะครุบเหยื่อเข้าไปภายในปากอย่างรุนแรง
คันเบ็ดของลู่หยางถูกกระตุกในทันที ชายหนุ่มจึงเริ่มออกแรงดึงเพื่อสู้กับปลาที่ติดเบ็ดอยู่ในน้ำ
ปลาเคาน์แดงเป็นปลาที่มีแรงสูงมาก ลู่หยางจึงจำเป็นจะต้องสู้ 10 วินาทีและปล่อยเบ็ด 10 วินาทีเพื่อค่อย ๆ ให้ปลาหมดแรงอย่างช้า ๆ
ชายหนุ่มทำแบบนี้ซ้ำ ๆ ไปอีก 5 ครั้ง ก่อนที่เขาจะนำปลาเคาน์แดงขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จ
ระบบ: คุณตกปลาเคาน์แดงได้ 1 ตัว
“ได้สักที” ลู่หยางยกปลาเคาน์แดงขึ้นมาใส่ไว้ในถังก่อนแล้วเขาก็หันไปตกปลาต่อ
—
1 ชั่วโมงต่อมา
ลู่หยางตกปลาเคาน์แดงได้ทั้งหมด 5 ตัว เขาจึงทำการชำแหละเนื้อของมันแล้วเดินทางกลับมาในค่าย ซึ่งในตอนนี้พวกหลานอวี่ก็กลับมานั่งรอเขาในค่ายอยู่ก่อนแล้ว
“กลับมาเร็วดีนี่” ลู่หยางกล่าว
“พวกปีศาจหนามมันดรอปกิ่งหนามออกมาได้เยอะเลยค่ะ พวกเราฆ่าพวกมันไปแค่ 10 กว่าตัวพวกเราก็รวบรวมผลหนามได้ครบ 200 อันแล้ว” หลานอวี่กล่าวอย่างภูมิใจ
“พี่ตกปลาได้ไหมคะ?” มู่หยูถาม
“ได้สิ เดี๋ยวพี่จะทำซุปปลาอร่อย ๆ เลี้ยงทุกคนเอง” ลู่หยางกล่าว
หลังจากพูดจบเขาก็ทำการซื้อหม้อต้มและน้ำสะอาดมาจากร้านค้าของระบบ ก่อนที่เขาจะใส่เนื้อปลาและเนื้อของผลหนามลงไปภายในหม้อ
ไม่นานกลิ่นหอมก็ลอยโชยฟุ้งไปทั่วทั้งค่าย
นกแก้วตัวเขียวได้กลิ่นของอร่อยมันจึงบินมาแต่ไกล ก่อนที่มันจะมาเกาะอยู่ใกล้ ๆ ลู่หยางและเชิดหน้าพูดอย่างหยิ่งผยองว่า
“คุณลุงโทมัสสั่งให้พวกแกเอาซุปปลาหม้อนี้ให้กับฉัน”
“พวกเราไม่ใช่ลูกน้องของคุณ ทำไมพวกเราจะต้องทำตามคำสั่งของคุณด้วย?” ลู่หยางกล่าว
นกแก้วกระพริบตาปริบ ๆ เพราะมันพึ่งนึกขึ้นมาได้ว่าคนพวกนี้เป็นเพียงกองกำลังเสริมที่เดินทางมาช่วยไม่ใช่เหล่าบรรดาลูกเรือที่อยู่ภายใต้การดูแลของลุงโทมัส
เมื่อนกแก้วไม่เห็นว่ามันจะมีช่องทางไหนสามารถขโมยซุปปลาหม้อนี้มาได้ มันจึงหันหลังบินจากไปด้วยความผิดหวัง
หลานอวี่มองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น เพราะมันเห็นได้ชัดว่านกแก้วตัวนี้ได้กุมภารกิจลับเอาไว้
“ว้าว! ซุปปลาหม้อนี้น่ากินจังเลย” มู่หยูตะโกนไปทางนกแก้วอย่างตั้งใจ
นกแก้วหาที่เกาะยืนอยู่กับที่ ซึ่งหลังจากที่มันอดทนอยู่ 5 วินาทีมันก็บินกลับมาหาลู่หยาง
“ฉันอยากกินซุป ฉันจะต้องแลกมันกับอะไร?”
“ถ้าคุณมอบสิทธิ์ในการบัญชาการค่ายนี้ให้กับผม ผมก็จะยกซุปปลาหม้อนี้ให้กับคุณ” ลู่หยางกล่าว
นกแก้วรีบกระโดดถอยหลังในทันที ก่อนที่มันจะหันมามองลู่หยางด้วยความสงสัย
“นายหมายความว่ายังไง?”
“พวกคุณคือโจรสลัดที่เก่งกาจในเรื่องการโจมตีแต่ไม่ถนัดในเรื่องการป้องกันใช่ไหม? คุณควรให้พวกเราที่เป็นผู้เชี่ยวชาญคอยรับผิดชอบในการสร้างป้อมปราการ คุณลองดูป้อมปราการแห่งนี้ให้ดี ๆ สิ มันดูเรียบง่ายเกินไปหน่อยไหม บางทีมันอาจจะต้านทานการโจมตีของศัตรูไม่ได้เลยด้วยซ้ำ” ลู่หยางกล่าว
“ที่นายพูดมันก็มีเหตุผล ฉันก็รู้สึกเหมือนกันว่าป้อมนี้มันแปลก ๆ ตอนนี้หัวหน้ากำลังบัญชาการเรือรบแล้วมอบหมายให้ฉันมาคุมงานที่นี่ ฉันจะต้องไม่ทำให้หัวหน้าผิดหวัง ว่าแต่นายมีวิธีแก้ปัญหาดี ๆ ไหม?” นกแก้วถาม
“ผมมีป้อมปราการอยู่ 9 ป้อมภายในอาณาจักรของเผ่าพันธุ์มนุษย์และผมก็เคยผ่านสงครามใหญ่มาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง ถ้าคุณไว้ใจให้ผมช่วยสร้างป้อมปราการ ผมสัญญาว่าผมจะสร้างป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุด พวกมนุษย์เงือกพวกนั้นไม่มีทางเข้ามาแย่งชิงสมบัติของพวกคุณกลับไปได้อย่างแน่นอน” ลู่หยางกล่าว
นกแก้วคิดอยู่สักพัก ก่อนที่มันจะพูดขึ้นมาว่า
“ก็ได้ เห็นแก่ซุปปลาหม้อนี้ฉันจะเชื่อใจนายสักครั้ง นี่คือตราคำสั่ง หลังจากนี้นายมีหน้าที่รับผิดชอบในการสร้างป้อมปราการ”
ลู่หยางรับตราคำสั่งมาในทันทีและทันใดนั้นชื่อของ NPC ทั้งค่ายก็ถูกเปลี่ยนกลายเป็นสีเขียว
ต้นหนเฮวิชเดินเข้ามาหาลู่หยาง ก่อนที่เขาจะโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
“ที่แท้คุณก็คือประธานลู่หยางผู้มีชื่อเสียงจากเมืองเซนต์กอลล์นี่เอง หากคุณต้องการจะให้พวกเราทำอะไรขอเชิญคุณออกคำสั่งมาได้เลย”
“ผมต้องการให้ทุกคนหยุดสร้างป้อมปราการชั่วคราวแล้วให้ทุ่มกำลังสร้างหอคอยป้องกันบริเวณทางเข้าทางทิศเหนือ” ลู่หยางกล่าว
“เชิญคุณเลือกตำแหน่งได้เลย ขอแค่เรามีหินและปืนใหญ่อย่างเพียงพอ พวกเราก็สามารถสร้างหอคอยป้องกันได้อย่างสบาย ๆ” เฮวิชกล่าว
“รบกวนคุณเฮวิชไปบอกกัปตันวิลเลี่ยมให้หน่อยได้ไหม หวังว่าเขาจะให้พวกเรายืมปืนใหญ่ที่ไม่ได้ใช้มาช่วยป้องกันสมบัติของเขา” ลู่หยางกล่าว
ภายในเรือโจรสลัดมีปืนใหญ่สำรองเอาไว้อยู่ ลู่หยางจึงต้องการปืนใหญ่เหล่านั้นมาเพื่อสร้างหอคอยป้องกันป้อมปราการ
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะรีบไปจัดการให้” เฮวิชกล่าว
วิธีการนี้ไม่ใช่วิธีการที่ลู่หยางคิดขึ้นมาเอง แต่มันเป็นวิธีการที่นักเล่นหมากรุกมืออาชีพได้เคยใช้เมื่อในชาติก่อน
ย้อนกลับไปหลังจากที่พวกเขาได้รับภารกิจและยกกองกำลังชั้นยอดของกิลด์มาช่วยป้องกันค่ายแห่งนี้เอาไว้ พวกเขาก็สามารถตั้งรับศัตรูได้เพียง 6 ระลอกเท่านั้น พอถึงระลอกที่ 7 พวกเขาก็จำเป็นจะต้องเรียกกำลังเสริมมาช่วย
หลังจากผ่านการโจมตีไป 8 ระลอกทุกคนก็รู้ได้ในทันทีว่าพวกเขาไม่สามารถต้านทานการโจมตีในระลอกที่ 9 ได้อย่างแน่นอน ทุกคนจึงพยายามคิดหาวิธีแก้ปัญหา ซึ่งบังเอิญผู้เล่นคนหนึ่งวัตถุดิบหมดในระหว่างการทำอาหาร เขาจึงไปตกปลาและได้รับภารกิจต่อเนื่องจากนกแก้วมาอย่างที่ลู่หยางได้ทำไปในก่อนหน้านี้นี่เอง
หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ทำการสร้างหอธนูคอยป้องกันศัตรูได้ถึงระลอกที่ 20 ก่อนที่ผู้เล่นคนหนึ่งภายในกิลด์จะบังเอิญไปพบว่าใต้ท้องเรือโจรสลัดมีปืนใหญ่สำรองอยู่อย่างมากมายที่พวกเขาสามารถนำมาใช้งานได้
เมื่อได้ปืนใหญ่เหล่านี้มาติดตั้งบนหอคอย พวกเขาก็สามารถต้านทานการบุกโจมตีได้อย่างง่ายดายและได้รับค่าประสบการณ์กลับมาอย่างมหาศาล แต่เนื่องมาจากในช่วงแรกพวกเขาเสียชีวิตไปแล้วหลายครั้งทำให้โดยรวมพวกเขาไม่ได้รับค่าประสบการณ์กลับมามากนัก และมันก็คือสิ่งที่นักเล่นหมากรุกคนนั้นออกมาเปิดเผยว่ามันคือสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเสียดายมากที่สุด
ลู่หยางมองดู เฮวิชนำลูกเรือในค่ายไปขนปืนใหญ่ออกมา 60 กระบอก ก่อนที่เขาจะทำการเรียกหน้าต่างของระบบขึ้นมา ซึ่งมันมีหอคอยป้องกันให้เขาเลือกสร้างทั้งสิ้น 2 แบบคือหอปืนใหญ่และหอธนู
หอปืนใหญ่จำเป็นจะต้องใช้หิน 1,000 ก้อนสำหรับการสร้าง แต่หอธนูจำเป็นจะต้องใช้หินสำหรับการสร้างเพียงแค่ 300 ก้อนเท่านั้น
ขณะเดียวกันค่ายโจรสลัดแห่งนี้ก็ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีภูเขาล้อมรอบจากทั้ง 3 ด้านเรียกได้ว่าตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ดีมาก เพราะวิลเลี่ยมสามารถมุ่งเน้นการป้องกันไปที่ศัตรูที่โจมตีมาจากทางทะเลก็พอ
อย่างไรก็ตามหลังจากเวลาผ่านไปมนุษย์เงือกก็เริ่มส่งกองกำลังที่วิ่งบนบกได้ออกมาทำการต่อสู้ และถึงแม้รอบค่ายจะมีภูเขาล้อมรอบจากทั้ง 3 ด้าน แต่ทางเหนือก็มีช่องเขากว้าง 50 เมตรทำให้กองกำลังมนุษย์เงือกสามารถบุกเข้ามาในช่องทางนี้ได้
ลู่หยางพาพวกฮั่นอิ่งมายังช่องเขาทางทิศเหนือ ก่อนจะให้พวกฮั่นเฟยขนหินมา 1,500 ก้อนเพื่อทำการสร้างหอปืนใหญ่ทางด้านซ้าย
ต่อมาพวกเขาก็ช่วยกันรวบรวมก้อนหินอีก 1,500 ก้อนและทำการสร้างหอปืนใหญ่ทางด้านขวา
ป้อมปืนใหญ่
เลเวล 80
ความเสียหาย 200,000-300,000
เอฟเฟกต์ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
“แรงขนาดนั้นเลยเหรอ?” มู่หยูอุทานอย่างตกใจ
“มันก็ต้องแรงสิ อย่าลืมนะว่ามอนสเตอร์ที่บุกมาที่นี่ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นมอนสเตอร์เลเวล 80 กันหมดเลย” ลู่หยางกล่าว
ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
ระบบ: เหลือเวลาก่อนการโจมตี 5 นาที
“บอกให้ทุกคนหยุดเก็บหินแล้วมารวมตัวกันที่นี่ได้แล้ว” ลู่หยางกล่าว
ฮั่นอิ่งส่งข้อความไปให้พวกฮั่นเฟย ซึ่งในเวลาเพียงแค่ไม่นานทุกคนก็มารวมตัวกันตรงบริเวณประตูค่าย
อู้ ๆ ๆ
เสียงแตรดังขึ้นจากในระยะไกล ก่อนที่พวกเขาจะสังเกตเห็นเรือรบปักธงหัวกะโหลกแล่นเข้ามาจากทางทะเล
ระบบ: เริ่มการโจมตีระลอกแรก