- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 468 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 4
บทที่ 468 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 4
บทที่ 468 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 4
บทที่ 468 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 4
ด้วยความนิยมของเซคคัลเวิลด์ มันก็ทำให้ความนิยมของแพลตฟอร์มทั่วโลกเริ่มเสื่อมความนิยมลงไปตามกาลเวลา แต่แพลตฟอร์มที่ได้ทำสัญญากับเกมนี้ตั้งแต่ช่วงแรกกลับสามารถหลุดพ้นจากวิกฤตนี้ไปได้ ที่สำคัญผลกำไรของพวกเขายังเติบโตขึ้นจากเดิมอย่างมากอีกด้วย
สำหรับผู้เล่นกว่า 400 ล้านคนภายในเซิฟเวอร์จีน พวกเขาก็สามารถดูวีดีโอถ่ายทอดสดเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ภายในเซคคัลเวิลด์ได้ง่าย ๆ เพียงแค่เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาภายในเกม
“สวัสดีค่ะท่านผู้ชมทุกท่าน ฉันผู้สื่อข่าวหมายเลข 1 รายงานสถานการณ์สดจากทุ่งดอกไม้แดง นี่คือทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตาที่ไม่มีสิ่งใดกีดขวาง ฉันเดาไม่ออกจริง ๆ ว่าทำไมลู่หยางถึงได้เลือกสถานที่แบบนี้สำหรับการรบครั้งสำคัญ เพราะมันดูเหมือนจะไม่มีพื้นที่ตรงไหนที่เขาสามารถคุมความได้เปรียบเอาไว้ได้เลย”
“สวัสดีครับท่านผู้ชม! …”
…
สื่อทั่วทั้งประเทศต่างก็ติดตามสถานการณ์สงครามครั้งนี้อย่างใกล้ชิด แม้แต่ทางผู้พัฒนาเซคคัลเวิลด์ก็ยังให้ความสำคัญกับสงครามครั้งนี้เป็นอย่างมาก
ย้อนกลับไปมันเคยมีสงครามใหญ่เกิดขึ้นภายในเผ่าสัตว์อสูรด้วยเช่นกัน แต่ทางผู้พัฒนาเลือกที่จะไม่เผยแพร่ข่าวสารสงครามในครั้งนั้นออกไป เพราะคู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นนายทุนที่มาเข้าร่วมเกมเพื่อกอบโกยผลกำไร หากพวกเขาทำการเผยแพร่ข่าวสารออกไป มันก็ไม่เพียงแต่จะไม่มีประโยชน์ต่อเซคคัลเวิลด์เท่านั้น แต่มันยังเสี่ยงที่จะโดนสื่อกระแสหลักทำการโจมตีและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอีกด้วย
อย่างไรก็ตามสงครามครั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะลู่หยางเปรียบเสมือนตัวแทนของผู้เล่นธรรมดา ขณะที่อีกฝ่ายถึงแม้จะมีนายทุนใหญ่คอยสนับสนุน แต่พวกเขาก็มีชื่อเสียงในฐานะของหัวหน้ากิลด์ที่พัฒนามาตั้งแต่เกมเปิดให้บริการ
ด้วยเหตุนี้เองทางผู้พัฒนาจึงทำการโปรโมตสงครามไปทั่วทั้งประเทศ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับเหล่าบรรดาผู้เล่นใหม่ และพยายามดึงดูดความสนใจของประชากรที่ยังไม่เคยได้เข้าร่วมเกมทั่วทั้งโลกกว่า 1,000 ล้านคน
—
ทุ่งดอกไม้แดง
กองกำลัง 200,000 คนของบลัดเติสตี้เคลื่อนที่เรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ โดยมีบลัดไทแรนท์, ดีม่อนบลัดและผู้พิทักษ์อีก 20 คนคอยนำอยู่ด้านหน้า
“หัวหน้าทีมทุกคนจงฟัง! ในระหว่างการรบขอให้พวกนายทุกคนมอบการควบคุมกองกำลังให้กับรองหัวหน้าทีม ท้ายที่สุดพวกนายจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการจู่โจมและในฐานะของหัวหน้าทีมทุกคนจะต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีของลูกน้อง” หานซานเสวี่ยตะโกนด้วยเสียงอันดัง
หานซานเสวี่ยคือหนึ่งในแม่ทัพที่บลัดไทแรนท์ไว้วางใจมากที่สุด และกองกำลังที่เขาดูแลอยู่ก็ประกอบไปด้วยพาลาดินและนักรบคลั่งที่เก่งกาจที่สุดของกิลด์
“คราวนี้นายมีแผนจะทำอะไรอีกล่ะ?” บลัดไทแรนท์เดินเข้ามาถามด้วยรอยยิ้ม
“เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงครามในครั้งนี้ ผมได้ทำการฝึกรองหัวหน้าทีมให้เรียนรู้การนำทีมทำให้ทีมย่อยทั้ง 1,000 ทีมอยู่ภายใต้การควบคุมของรองหัวหน้า ส่วนเหล่าบรรดาหัวหน้าทีมก็ถูกแยกออกมาเพื่อเป็นหน่วยจู่โจมพิเศษครับ” หานซานเสวี่ยกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“ดีมาก ถ้าครั้งนี้พวกเราชนะสงคราม ฉันจะให้รางวัลใหญ่กับนาย” บลัดไทแรนท์กล่าวพร้อมกับพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ขอบคุณครับหัวหน้า” หานซานเสวี่ยตอบกลับด้วยความตื่นเต้น
“หัวหน้า เรามีข่าวดีครับ” เซาธ์โคสท์รีบวิ่งเข้ามารายงานให้บลัดไทแรนท์ฟัง
“ข่าวอะไร?” บลัดไทแรนท์ถามช
“นักข่าวสาวจากช่องซินเฟิงอยากจะมาสัมภาษณ์เราครับ” เซาธ์โคสท์ตอบ
“นักข่าวสาวจากช่องซินเฟิง? นายแน่ใจนะว่าเป็นตัวจริง” บลัดไทแรนท์ถามด้วยความประหลาดใจ
“แน่ใจครับ ผมเช็คข้อมูลกับเว็บทางการแล้ว” เซาธ์โคสท์ตอบอย่างมั่นใจ
“ทำไมจู่ ๆ พวกเขาถึงอยากมาสัมภาษณ์ฉันล่ะ?” บลัดไทแรนท์ถาม
“หัวหน้า ตอนนี้ทั่วทั้งเมืองเซนต์กอลล์กำลังวุ่นวายกันไปหมด เพราะทุกคนให้ความสนใจกับสงครามของเรา ทางผู้พัฒนาก็ช่วยโปรโมตสงครามครั้งนี้อย่างเต็มที่เพื่อให้คนทั้งโลกได้เห็นว่าเกม ๆ นี้เป็นเกมที่สนุกขนาดไหน แน่นอนว่าในวันนี้พวกเราคือตัวเอกของสงคราม” เซาธ์โคสท์กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ
บลัดไทแรนท์รู้สึกว่าวันนี้โชคของเขาค่อนข้างดี เพราะเขาเพิ่งได้รับอุปกรณ์ระดับทองจากหวังเถิง 60,000 ชุด แม้แต่สมาชิกภายในกิลด์ของเขาก็มีการพัฒนาให้เห็นอย่างเด่นชัด และในตอนนี้ยังมีนักข่าวจากสื่อใหญ่มาขอสัมภาษณ์เขาอีก
“เธออยู่ไหน?” บลัดไทแรนท์ถาม
“อยู่ด้านหลังครับ เธอกำลังเดินมาทางนี้” เซาธ์โคสท์ตอบ
“เดี๋ยวฉันจะไปต้อนรับเธอเอง” บลัดไทแรนท์กล่าว
“อย่าครับหัวหน้า คุณแค่ต้องรออยู่ตรงนี้ก็พอ อย่าลืมนะครับว่าตอนนี้คุณคือหัวหน้ากิลด์ที่โด่งดังไปทั่วประเทศ ถ้าคุณไปรับเธอด้วยตัวเองมันจะทำให้ภาพของคุณออกมาดูไม่ดี” เซาธ์โคสท์กล่าว
บลัดไทแรนท์พยักหน้ารับ ก่อนที่จะยืนรออยู่ที่เดิมด้วยความภาคภูมิใจ
ไม่นานนักก็มีก็ผู้เล่นขี่ม้าสีขาว 3 ตัวมาจากทางด้านหลัง ก่อนที่นักข่าวสาวและทีมงานอีก 2 คนจะกระโดดลงมาจากหลังม้า
“คุณคือหัวหน้ากิลด์บลัดเติสตี้ใช่ไหมคะ?” นักข่าวสาวเดินเข้ามาถามอย่างสง่างาม
“ใช่ครับ ผมเอง” บลัดไทแรนท์ตอบกลับอย่างสุภาพ ทั้ง ๆ ที่ปกติเขาไม่ค่อยได้แสดงท่าทางแบบนี้ออกมาเลย
“คุณค่อนข้างจะดูแตกต่างจากที่ฉันจินตนาการเอาไว้นะคะ ไม่ทราบว่าฉันขอเรียกคุณว่าประธานบลัดไทแรนท์ได้ไหม?” นักข่าวสาวถามด้วยรอยยิ้ม
“ได้ครับ” บลัดไทแรนท์ตอบ
“ว่ากันว่าสงครามครั้งนี้คือสงครามครั้งใหญ่ที่สุดในเซิฟเวอร์จีน ไม่ทราบว่าคุณมองสงครามในครั้งนี้อย่างไรบ้างคะ?” นักข่าวสาวถาม
“แน่นอนว่ามันจะจบลงด้วยชัยชนะของเรา สงครามครั้งนี้พวกเราได้ร่วมมือกันถึง 3 กิลด์ไม่ว่าจะเป็นในด้านจำนวนคนหรืออุปกรณ์ลู่หยางก็ไม่มีทางจะเทียบกับเราได้ ผมจึงไม่เห็นเหตุผลที่เขาจะสามารถเอาชนะเราได้เลย” บลัดไทแรนท์ตอบด้วยความมั่นใจ
“ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยเล่าเรื่องความแตกต่างของอุปกรณ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายได้ไหมคะ? ฉันเชื่อว่าเรื่องนี้คือเรื่องที่ผู้ชมทางบ้านอยากรู้มากที่สุด” นักข่าวสาวถามต่อ
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ผู้ชมทางบ้าน’ มันก็ทำให้บลัดไทแรนท์ภูมิใจมากยิ่งขึ้น ก่อนที่เขาจะยืดอกและตอบกลับไปว่า
“ทางฝั่งลู่หยางน่าจะมีชุดระดับทองอยู่แค่ประมาณ 40,000 ชุด ขณะที่ทางเรามีชุดระดับทองอยู่มากถึง 260,000 ชุด”
“ต่างกันขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” นักข่าวสาวถามอย่างตกใจ
“กิลด์ของเราก่อตั้งก่อนบลัดบราเธอร์ถึง 3 เดือน ดังนั้นในแง่ของทรัพยากรและความแข็งแกร่งพวกเขาจึงไม่มีทางเปรียบเทียบกับพวกเราได้เลย” บลัดไทแรนท์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“แล้วในเรื่องของสกิลล่ะคะ? อย่างที่รู้กันว่าในเกมเซคคัลเวิลด์มีสกิลที่หลากหลายและสวยงาม โดยเฉพาะสกิลกึ่งต้องห้ามและสกิลต้องห้ามที่แท้จริงที่สามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ของสงครามได้เลย ไม่ทราบว่าคุณพอจะเล่าเรื่องนี้ได้บ้างไหมคะ?”
“ได้สิครับ นี่ถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ชมทั่วโลกจะได้เห็นพลังของกิลด์ทางฝั่งเผ่ามนุษย์ ตอนนี้ภายใน 3 กิลด์ของเรามีนักเวทต้องห้ามรวมกันถึง 50 คนและผมก็เชื่อว่าพวกเรามีนักเวทต้องห้ามอยู่มากที่สุดภายในเซิฟเวอร์จีนแล้ว” บลัดไทแรนท์ตอบอย่างมั่นใจ
“ประธานบลัดไทแรนท์คะ ถึงแม้ว่าคุณจะดูแข็งแกร่งมาก แต่มันก็มีข่าวลือว่ากิลด์ของคุณถูกนายทุนใหญ่เข้ามาซื้อกิจการไปแล้ว ไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงไหมคะ?”
“ไม่จริงครับ ถึงแม้จะมีนายทุนเข้ามาสนับสนุนพวกเราจริง ๆ แต่มันเป็นในลักษณะของการทำงานร่วมกันมากกว่าที่จะเรียกว่าการเข้ามาซื้อกิจการไปจากผม” บลัดไทแรนท์รีบแก้ตัว
นักข่าวสาวพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ซึ่งในระหว่างนั้นเธอก็ทำการบันทึกข้อมูลทั้งหมดและรู้สึกว่าบลัดไทแรนท์คือผู้นำที่สง่างามและเต็มไปด้วยเสน่ห์ในฐานะของผู้บัญชาการการรบ
การสัมภาษณ์ยังคงผ่านไปอย่างราบรื่น ซึ่งในระหว่างนั้นสมาชิกของบลัดเติสตี้ที่กำลังเดินทางก็ได้เปิดดูหน้าจอถ่ายทอดสดเพื่อฆ่าเวลาในระหว่างการเดินทาง
“ไม่รู้ว่านักข่าวจะมาสัมภาษณ์เราด้วยหรือเปล่า? ดูเหมือนฉันจะต้องทำตัวให้ดูดีหน่อยแล้ว” เวสท์วินด์ที่อยู่ใกล้ ๆ ดีม่อนบลัดกล่าวด้วยความตื่นเต้น
ดีม่อนบลัดมองไปทางเวสท์วินด์อย่างไม่สบอารมณ์ ซึ่งเขาก็คิดว่าชายคนนี้เก่งแต่เรื่องการสร้างภาพลักษณ์แต่ไม่ได้มีความสามารถในการบัญชาการอย่างแท้จริง มันจึงทำให้เขานึกถึงฉู่หานที่ครั้งนี้ถูกสั่งให้ทำหน้าที่ดูแลป้อมปราการและไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมในสงครามด้วย
ฉู่หานคือคนที่มีความสามารถและได้พิสูจน์ฝีมือมาแล้วหลายครั้ง น่าเสียดายที่บลัดไทแรนท์ไม่ไว้วางใจฉู่หานอีกต่อไปจนทำให้อีกฝ่ายถูกลดบทบาทภายในกิลด์ลง
ระหว่างที่เขากำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่นั่น จู่ ๆ ฉู่หานก็ติดต่อเข้ามาหาเขาพอดี
“ฉันกำลังคิดถึงนายอยู่เลย ว่าแต่มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” ดีม่อนบลัดกล่าว
“รีบบอกหัวหน้าให้หยุดสัมภาษณ์เดี๋ยวนี้ กล้องที่ถ่ายหัวหน้าอยู่เป็นการถ่ายทอดสด มันคือการเปิดเผยตำแหน่ง, กำลังคนและอุปกรณ์ของเราให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นแบบเรียลไทม์ ถ้าพวกเขาซุ่มโจมตีในเวลานั้นพวกเราจะตั้งรับไม่ทัน” ฉู่หานกล่าวด้วยความกังวล
ดีม่อนบลัดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นเพียงแต่ทุ่งดอกไม้สีแดงอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาโดยไม่มีศัตรูอยู่ในระยะสายตาของเขาเลย
“นายคิดมากไปหรือเปล่า? แถวนี้เป็นที่โล่งไม่มีที่ว่างให้ซ่อนตัวแล้วพวกเราก็มีหน่วยสอดแนม 100 คนที่ส่งออกไปสำรวจพื้นที่ 5 กิโลเมตรล่วงหน้า ตอนนี้ยังไม่มีใครรายงานสถานการณ์ที่ผิดปกติกลับมาเลย”
“อย่าลืมนะว่าลู่หยางไม่ใช่คนโง่ ในสงครามครั้งที่ผ่าน ๆ มาพวกเราก็พ่ายแพ้ให้กับเขามาโดยตลอด การที่เขาเลือกสู้กับเราในที่ราบแบบนี้ มันก็หมายความว่าอีกฝ่ายจะต้องมีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่แน่ ๆ” ฉู่หานพยายามเตือนอีกครั้ง
“ฉันเข้าใจสิ่งที่นายอยากจะบอกนะ แต่ถ้าฉันไปบอกหัวหน้าโดยไม่มีหลักฐานมาสนับสนุน ฉันก็คงจะโดนด่าด้วยเหมือนกัน” ดีม่อนบลัดพูดอย่างลำบากใจ
“โอเค ฉันคงทำได้แต่หวังว่ามันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น” ฉู่หานนกล่าวพร้อมกับถอนหายใจด้วยความสิ้นหวัง
หลังจากวางสายดีม่อนบลัดก็ถอนหายใจออกมาด้วยเช่นกัน ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงเวสท์วินด์พูดอย่างเย้ยหยันมาจากด้านข้าง
“ฉู่หานโทรมาอีกแล้วเหรอ? คราวนี้เขาคงจะพูดอะไรไร้สาระอีกแล้วสินะ วัน ๆ ไอ้หมอนี่เอาแต่พูดอะไรไปเรื่อย เขาก็หวังจะเอาความดีความชอบจากหัวหน้าจะได้กลับมาคุมทัพเร็ว ๆ น่ะสิ”
ดีม่อนบลัดพยายามระงับความไม่พอใจของตัวเองเอาไว้และเลือกที่จะไม่พูดจาตอบโต้อะไรกลับไป เพราะเขารู้ดีว่าฉู่หานคือคนที่หวังดีต่อกิลด์จริง ๆ
ระหว่างที่พวกดีม่อนบลัดกำลังพูดคุยกัน ฮั่นชาและผู้เล่นเลเวล 50 ของบลัดบราเธอร์ก็กำลังซ่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ พวกเขาในระยะเพียงแค่ 50 เมตร
100 เมตร…
95 เมตร…
90 เมตร…
ฮั่นชาเคลื่อนที่ตามศัตรูพร้อมกับเริ่มนับระยะทางภายในใจ เมื่อระยะได้ลดลงมาจนเหลือศูนย์เขาก็มองไปทางศัตรูพร้อมกับส่งเสียงพึมพำขึ้นมาเบา ๆ
“สงครามได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว”