เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 448 ภารกิจท้าทายสถาบันเวทมนตร์แสงและเปลวเพลิง 1

บทที่ 448 ภารกิจท้าทายสถาบันเวทมนตร์แสงและเปลวเพลิง 1

บทที่ 448 ภารกิจท้าทายสถาบันเวทมนตร์แสงและเปลวเพลิง 1


บทที่ 448 ภารกิจท้าทายสถาบันเวทมนตร์แสงและเปลวเพลิง 1

“หัวหน้าทางฝั่งผมก็น่าจะมีปัญหาอยู่เหมือนกัน แม้ทางตัวเกมจะเพิ่มเมืองมาใหม่ 12 เมืองและทำให้กลุ่มทุน 19 กลุ่มกระจายกันไปยังเมืองต่าง ๆ ขณะที่ลิ่วเจียซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของหลัวเฉิงแม้จะซื้อกิลด์เอาไว้มากถึง 10 แห่งและนำกิลด์พวกนั้นไปพัฒนาในเมืองใหม่ แต่หลัวเฉิงและลูกอีก 2 กิลด์ยังคงอยู่ที่นี่อยู่เหมือนเดิม” สกายวูฟกล่าว

“ลิ่วเจียมันคงจะได้ข่าวมาสินะว่าป้อมปราการคริมสันอยู่ติดกับป้อมปราการไซแอนวูฟ ไม่อย่างนั้นมันคงจะไม่ส่งหวังเถิงมาโจมตีป้อมปราการของฉัน และส่งหลัวเฉิงไปโจมตีป้อมปราการของนายแบบนี้” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาอย่างเย็นชา

“ดูเหมือนว่าพวกเราจะต้องตัดสินกับลิ่วเจียให้เด็ดขาดเลยนะครับ” ไป๋เหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิม

“ใช่ ป้อมปราการทั้ง 2 แห่งนี้มีความสำคัญกับเรามาก เมื่อผู้เล่นมีเลเวลถึง 40 ชุดเกียรติยศก็จะกลายเป็นสิ่งล่อตาล่อใจของทุกคนในทันที ตอนนี้มีเพียงฉันกับลิ่วเจียที่รู้เรื่องนี้แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เรื่องของป้อมปราการทั้ง 2 แห่งอยู่ติดชายแดนได้หลุดรอดออกไป ทางป้อมปราการไซแอนวูฟและป้อมปราการคริมสันก็คงจะถูกโจมตีทุกวัน” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“แล้วแบบนี้ผมควรจะทำยังไงดี? ตอนนี้ป้อมปราการของผมมีศัตรูรุมล้อมไปหมด ส่วนป้อมปราการอีก 3 แห่งก็ถูกควบคุมโดย 3 กลุ่มทุนใหญ่” สกายวูฟถามพร้อมกับถอนหายใจ

“วิธีรอดทางเดียวของเราคือการจัดการกับศัตรูในเมืองเซนต์กอลล์ให้หมด แล้วฉันค่อยพาคนไปช่วยป้อมปราการของนาย” ลู่หยางกล่าว

“พวกเราควรเริ่มโจมตีใครก่อนดีครับหัวหน้า?” ฉิงชางถาม

“ฉิงชาง, ไป๋ฉือ, บิทเทอร์เลิฟ ฉันให้พวกนายเตรียมตัว 3 วัน ในระหว่างนี้พาคนของตัวเองเก็บเลเวลให้ได้มากที่สุด ระหว่างนี้ฉันจะพยายามต้านกองกำลังของโซลออฟอีเทอนิตี้กับฉือมู่เอาไว้ก่อน 3 วัน หลังจากนั้นพวกนายค่อยนำทีมมาร่วมสงคราม” ลู่หยางกล่าว

ครั้งนี้ลู่หยางได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่าถึงแม้พวกเขาจะต้องเกิดการสูญเสียไปเป็นอย่างมาก แต่พวกเขาก็ต้องกำจัดศัตรูตัวฉกาจ 2 รายนี้ไปให้ได้ก่อน

“วางใจพวกเราได้เลยครับหัวหน้า พวกเราจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง” ฉิงชาง, ไป๋ฉือและบิทเทอร์เลิฟกล่าวขึ้นมาพร้อมกัน

ลู่หยางพยักหน้ารับ จากนั้นเขาก็หยิบคัมภีร์เวทมนตร์กึ่งต้องห้าม 2 เล่มและคัมภีร์เวทมนตร์ต้องห้ามอีก 1 เล่มยื่นให้กับสกายวูฟ

“นายเอานี่ไป ในช่วง 1 สัปดาห์นี้นายจะต้องหาวิธียื้อสถานการณ์เอาไว้ให้ได้”

สกายวูฟมองไปยังหนังสือสกิล ก่อนที่เขาจะพยักหน้าและกล่าวว่า

“ไม่ต้องห่วงครับหัวหน้า ผมจะพยายามปกป้องป้อมปราการเอาไว้ให้ได้ไม่น้อยกว่า 10 วัน”

ลู่หยางหันหน้าไปมองทุกคน ก่อนที่เขาจะกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงจัง

“สงครามครั้งนี้จะเป็นตัวตัดสินว่าพวกเรามีโอกาสได้ครอบครองเกมนี้หรือไม่ ดังนั้นทุกคนจะต้องเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อม พรุ่งนี้พวกเราจะเริ่มต่อสู้กันอย่างเต็มที่”

“ครับ/ค่ะ” ทุกคนตอบรับขึ้นมาพร้อมกัน

หลังจากสิ้นสุดการประชุมเขาก็กลับไปที่สำนักงานกิลด์พร้อมกับถูเฟิง ก่อนจะนำวัตถุดิบสำหรับอุปกรณ์ระดับทอง 16,000 ชุดไปที่ร้านตีเหล็กของฮั่นจง

“อาจารย์ครับช่วงนี้ช่วยงดการผลิตอุปกรณ์อย่างอื่นไปก่อนแล้วช่วยสร้างอุปกรณ์ระดับทองขึ้นมาให้ได้โดยเร็วที่สุด”

“ได้ ฉันขอเวลา 3 วัน” ฮั่นจงกล่าว

ฮั่นจงรู้ดีว่าลู่หยางจะต้องเข้าร่วมสงคราม เขาจึงยอมพักเรื่องการขยายกิจการเพื่อมาสนับสนุนลู่หยางอย่างเต็มที่

“พี่ครับ ตอนนี้พวกฉือมู่เริ่มระวังตัวกันมากขึ้นทำให้พวกเราเริ่มจัดการกับพวกมันไม่ได้แล้วครับ” ฮั่นชาติดต่อเข้ามาหา

“หยุดโจมตีแล้วถอยกลับไปพักในเมืองก่อน” ลู่หยางตอบ

เป้าหมายที่เขาส่งพวกฮั่นชาไปลอบโจมตีฉือมู่สำเร็จตามที่เขาได้คาดหวังเอาไว้แล้ว เพราะในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจำนวนของผู้เล่นเลเวล 30 ในกลุ่มของฉงป้า,โซลออฟอีเทอนิตี้และบลัดไทแรนท์เพิ่มขึ้นไปเกินกว่า 30,000 คน แต่จำนวนผู้เล่นเลเวล 30 ในกลุ่มของฉือมู่มีจำนวนอยู่ไม่ถึง 8,000 คนเท่านั้น

ด้วยความแตกต่างในด้านคุณภาพของกำลังพลนี่เอง มันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ลู่หยางเลือกวางแผนโจมตีในวันพรุ่งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่เสนอแผนโจมตีเขายังเป็นฉือมู่ซึ่งเขาได้รับข่าวเรื่องนี้มาจากจินปู้ฮวน

ทันทีที่ลู่หยางออกจากเกมและถอดหมวกเกมออก เขาก็ได้พบกับมู่หยูที่กำลังวิ่งเข้ามาหาเขา

“พี่ดื่มน้ำหน่อยสิ วันนี้คงจะเหนื่อยมากเลยใช่ไหม?” มู่หยูพูดถามอย่างน่ารัก

เมื่อได้เห็นท่าทางของเด็ก ๆ มันก็ทำให้ความหงุดหงิดภายในใจของลู่หยางหายไปในทันที

“วันนี้พวกเธอก็คงจะเหนื่อยมากเหมือนกันใช่ไหม?” ลู่หยางถามกลับ

“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ พวกเราพึ่งพาสมาชิกใหม่ทั้ง 150 คนเก็บเลเวลถึงเลเวล 27 ได้ในวันเดียว” มู่หยูกล่าว

“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?!” ลู่หยางถามอย่างตกใจ

“ที่เร็วขนาดนั้นเพราะพี่ฮั่นอิ่งคิดวิธีการใหม่ได้ค่ะ” มู่หยูกล่าว

“วิธีอะไรเหรอ?” ลู่หยางถามขณะหันไปทางฮั่นอิ่ง

“หนูใช้วิธีที่พี่เคยพาพวกหนูไปเก็บเลเวลในตอนแรก โดยการล่อมอนสเตอร์มาเยอะ ๆ โจมตีพวกมันให้ใกล้ตายแล้วให้มู่หยูจัดการกับมอนสเตอร์ทั้งหมดในทีเดียว” ฮั่นอิ่งกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

“เยี่ยมมาก” ลู่หยางพูดชมหลังจากเข้าใจได้ในทันทีว่าเด็ก ๆ พวกนี้ใช้บัคโจมตีมอนสเตอร์ตอนที่สมาชิกใหม่มีเลเวล 0 นั่นเอง

ท้ายที่สุดหากสมาชิกใหม่ทั้ง 150 คนนี้สามารถกลายมาเป็นกำลังรบได้อย่างรวดเร็ว มันก็จะสามารถช่วยให้ลู่หยางจัดการกับเรื่องต่าง ๆ ได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

หลังจากมองนาฬิกาและเห็นว่าตอนนี้เกินเที่ยงคืนแล้ว เขาจึงบอกให้เด็ก ๆ แยกย้ายกันไปพักผ่อนและตัวเขาก็เข้านอนด้วยเช่นกัน

เช้าวันรุ่งขึ้น

หลังจากออกกำลังกายและจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ลู่หยางก็ทำการสวมหมวกเกมแต่ในคราวนี้เขาไม่ได้เข้าไปในเซคคัลเวิลด์แต่เป็นการเข้าเรียนผ่านทางตัวเกม

ความจริงการเข้าเรียนในเกมก็ค่อนข้างยุ่งยากกว่าการเข้าเรียนในห้องเรียนจริง ๆ เพราะทุกคนที่เข้าเรียนจะมีบันทึกการเข้าห้องเรียนอัตโนมัติ ทำให้นักเรียนไม่สามารถโดดเรียนได้และพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะให้เพื่อนเซ็นชื่อเข้าเรียนแทนได้ด้วย

อย่างไรก็ตามในห้องเรียนลู่หยางก็เอาแต่คิดถึงสถาบันแสงและเปลวเพลิงจนกระทั่งเลิกเรียนช่วงเช้าเขาก็รีบเข้าเกมอย่างรวดเร็ว

ชายหนุ่มทำการเทเลพอตไปยังป้อมปราการคริมสัน ก่อนที่จะวิ่งตรงไปยังภูเขาตรงบริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของแผนที่เลเวล 50 ตรงบริเวณยอดเขาของเขาลูกนี้มีปราสาทสีเหลืองที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้

ระบบ: คุณพบปราสาทแสงและเปลวเพลิง

ตามเนื้อเรื่องของทางตัวเกม ย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อนสถาบันแสงและเปลวเพลิงคือหนึ่งในสถาบันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ

เจ้าของปราสาทแห่งนี้คือราชันย์เพลิงซึ่งเป็นในดยุกผู้ยิ่งใหญ่และเป็นแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรมนุษย์อีกด้วย อย่างไรก็ตามในช่วงบั้นปลายของชีวิตราชันย์เพลิงก็ได้ถูกกองทัพศัตรูเข้าโจมตีและทำให้ปราสาทแสงและเปลวเพลิงถูกทำลายจนย่อยยับ

ลู่หยางเดินเข้าไปในปราสาทหน้ารูปปั้นขนาดใหญ่ ก่อนที่เขาจะหยุดอยู่ท่ามกลางสร้างซากปรักหักพังและหยิบใบเปลี่ยนอาชีพออกมาจากกระเป๋า

ทันใดนั้นแสงสีแดงเพลิงก็ส่องสว่างออกมาจากรูปปั้นของราชันย์เพลิง ก่อนที่มันจะมีร่างโปร่งใสของชายชราปรากฏตัวขึ้นมา

“หนุ่มน้อย ทำไมของสิ่งนี้ถึงไปอยู่กับนายได้?”

ลู่หยางสามารถจดจำได้ในทันทีว่าชายชราที่ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขานี้คือราชันย์เพลิง

“ผมจัดการกับบาร์เน็ตได้สำเร็จและได้รับของสิ่งนี้มาจากหีบสมบัติของมันครับ” ลู่หยางกล่าวด้วยความเคารพ

“นี่นายสังหารบาร์เน็ตได้งั้นเหรอ? ฟรอสโนว่าของมันรวดเร็วมากนายหลีกเลี่ยงการโจมตีของมันได้ยังไง?” ราชันย์เพลิงถามด้วยความสนใจ

“ผมมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ดีเยี่ยมและสามารถใช้สกิลแฟลชหลบหนีฟรอสโนว่าของมันได้ครับ” ลู่หยางตอบกลับ

“เฮ้อ! หากตอนนั้นปฏิกิริยาของฉันยังคงรวดเร็วเหมือนกับตอนหนุ่มๆ ผลของการต่อสู้ระหว่างฉันกับบาร์เน็ตคงไม่จบลงแบบนี้” ราชันย์เพลิงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“คุณถูกบาร์เน็ตสังหารงั้นเหรอครับ?” ลู่หยางถามด้วยความตกใจ

ราชันย์เพลิงพยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

“เจ้าหนุ่ม นายมีฝีมือใช้ได้เลยทีเดียว ฉันคือราชันย์เพลิงเจ้าของปราสาทแสงและเปลวเพลิงแห่งนี้ นายสนใจอยากจะมาเป็นลูกศิษย์ของฉันหรือเปล่า?”

“สนใจครับ” ลู่หยางตอบกลับด้วยความตื่นเต้น

จบบทที่ บทที่ 448 ภารกิจท้าทายสถาบันเวทมนตร์แสงและเปลวเพลิง 1

คัดลอกลิงก์แล้ว