- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 447 เอ็กซ์ไซด์แลนด์ 3
บทที่ 447 เอ็กซ์ไซด์แลนด์ 3
บทที่ 447 เอ็กซ์ไซด์แลนด์ 3
บทที่ 447 เอ็กซ์ไซด์แลนด์ 3
ลู่หยางเดินไปด้านข้างศพของโรกอทและทำการมองดูไอเท็มที่ดรอปอยู่บนพื้น
อันลิมิตฟรีสซิ่ง
ประเภท เวทมนตร์ต้องห้ามธาตุน้ำแข็ง
มานาที่ต้องใช้ 3,000
ระยะ 1,000 เมตร
ลู่หยางไม่ได้คาดหวังเอาไว้เลยว่าเขาจะได้รับเวทมนตร์ต้องห้ามที่แท้จริงมาแบบนี้ เพราะเท่าที่เขาจำได้ความน่าจะเป็นจากการได้เวทมนตร์ต้องห้ามที่แท้จริงจากการสังหารมอนสเตอร์ระดับลอร์ดเลเวล 60 มีโอกาสอยู่น้อยกว่า 0.1% ด้วยซ้ำ
“โชคดีจริง ๆ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
หลังจากจัดการกับโรกอทเรียบร้อยแล้ว ลู่หยางก็เดินไปยังส่วนลึกที่สุดของทุ่งน้ำแข็ง ซึ่งหลังจากที่เขาใช้สิงโตเพลิงเดินทางมาประมาณ 1 ชั่วโมง ในที่สุดเขาก็มาถึงทางเข้าถ้ำน้ำแข็งขนาดใหญ่
ระบบ: คุณค้นพบถ้ำน้ำแข็ง
สถานที่แห่งนี้คือที่อยู่ของบาร์เน็ตเดอะไอซ์โซลผู้ซึ่งเป็นบอสระดับลอร์ดตัวสุดท้าย หลังจากที่เขาไล่สังหารมอนสเตอร์ไปตามทางในที่สุดเขาก็ได้พบกับลานโล่งขนาดใหญ่ตรงบริเวณส่วนลึกสุดของถ้ำ
ภายในลานแห่งนี้มีชายผิวเข้มร่างสูงกว่า 10 เมตรกำลังยืนรอเขาอยู่ก่อนแล้ว โดยทั่วทั้งร่างของมันก็ได้มีควันดำไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง
บาร์เน็ตเดอะไอซ์โซล (ระดับลอร์ด)
ระดับ 60
พลังชีวิต 5,000,000/5,000,000
สกิลที่รุนแรงที่สุดของบาร์เน็ตคือฟรอสโนว่าที่จะสามารถสร้างความเสียหายรอบตัวได้ถึง 50,000 หน่วยและเขาก็จะเสียชีวิตในทันทีหากพลาดท่าถูกสกิลนี้เข้าไป
สกิลที่ 2 ของบาร์เน็ตคือไอซ์บูเลท โดยบอสจะทำการยิงกระสุนน้ำแข็งเข้าใส่ผู้เล่นทุกคนที่อยู่ในระยะและทำให้ผู้เล่นกระเด็นออกไปจนอยู่ห่างจากบอส 20 เมตร
สกิลนี้เป็นสกิลบังคับถูกโจมตีแต่ความเสียหายเริ่มต้นของสกิลมีเพียงแค่ 3,000 หน่วยเท่านั้น อย่างไรก็ตามด้วยการมีอยู่ของสกิลไอซ์บูเลทนี่เอง มันจึงทำให้เหล่าบรรดากิลด์ที่พยายามจัดการกับมันตกอยู่ในสภาพที่อึดอัดเป็นอย่างมาก
ท้ายที่สุดสมาชิกกิลด์ที่โจมตีบอสก็มีอยู่หลายคน เมื่อพวกเขาถูกไอซ์บูเลทโจมตีเข้าใส่ มันก็จะทำให้ผู้เล่นเหล่านั้นถูกบังคับกระแทกกันจนกระเด็นออกไป แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาถูกสกิลฟรอสโนว่าจู่โจมในระหว่างที่ทุกคนยังตั้งหลักไม่ได้ ในเวลานั้นมันก็จะทำให้พวกเขาตายโดยไม่สามารถต่อต้านอะไรได้เลย
อย่างไรก็ตามสาเหตุที่ลู่หยางกล้ามาเผชิญหน้ากับบอสตัวนี้ก็เพราะว่าเขาเดินทางมาเพียงแค่คนเดียว และถึงแม้ว่ามันจะนับรวมนกฟีนิกซ์เป็นพรรคพวกของเขาไปด้วย แต่พวกเขาก็มีกันอยู่แค่ 1 คนกับอีก 1 ตัวเท่านั้น
สำหรับสกิลฟรอสโนว่า มันก็มีผู้เชี่ยวชาญในชาติที่แล้วได้เผยแพร่วิธีการหลบสกิลออกมาสู่สาธารณะ โดยในช่วงที่บาร์เน็ตกำลังจะปล่อยฟอสโนว่าออกมา มันจะมีการขยับมือขวาไปด้านหน้าและถ้าหากว่าผู้เล่นใช้สกิลแฟลชหลบหนีการโจมตีในช่วง 0.5 วินาทีนั้น พวกเขาก็จะสามารถหลบหลีกจากการโจมตีได้อย่างสมบูรณ์
ตอนนี้ระยะเวลาการตอบสนองของลู่หยางอยู่ที่ 0.4 วินาที ซึ่งมันก็หมายความว่าอย่างมากที่สุดเขามีเวลาให้ตอบสนองอย่างเชื่องช้าไม่เกิน 0.1 วินาทีเท่านั้น
เมื่อเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าบาร์เน็ต ลู่หยางก็เริ่มร่ายเวทมนตร์อย่างรวดเร็ว
“มนุษย์ ข้าจะแช่แข็งเจ้าซะ!” บาร์เน็ตร้องตะโกนพร้อมกับยกมือขวาเคลื่อนที่ไปด้านหน้า
แฟลช!
ฟรอสโนว่า!
ร่างของชายหนุ่มกลายเป็นแสงสีขาวพร้อม ๆ กับระเบิดน้ำแข็งที่ปรากฏขึ้นมาตรงบริเวณจุดที่เขาเคยยืนอยู่ และทันทีที่ชายหนุ่มปรากฏตัวเขาก็ทำการใช้สกิลคอมบัสชันยิงออกไป 2 ครั้ง
บาร์เน็ตเริ่มยกมือซ้ายของมันขึ้นมา ก่อนที่มันจะทำการยิงลูกศรน้ำแข็งเข้าใส่ลู่หยางอย่างต่อเนื่อง
ลู่หยางเคลื่อนที่หลบไปทางด้านขวาหลีกเลี่ยงลูกศรน้ำแข็งได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามหลังจากที่ลูกศรน้ำแข็งกระทบลงกับพื้น มันกลับก่อให้เกิดหมอกน้ำแข็งชั้นบาง ๆ ลอยออกมา
ระบบ: ความเร็วในการเคลื่อนที่ของคุณลดลง 50%
สคอร์ชิ่งสปีด!
ความเร็วในการเคลื่อนที่ของชายหนุ่มเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง และถึงแม้ว่ามันจะถูกชะลอด้วยผลจากหมอกน้ำแข็ง แต่ถึงกระนั้นลู่หยางก็ยังคงวิ่งได้ด้วยความเร็วมากกว่า 230% อยู่ดี
หลังจากหลบลูกศรน้ำแข็งไปหลายครั้งและใช้สกิลคอมบัสชันเข้าใส่บาร์เน็ตได้ครบทั้ง 5 ครั้ง ลู่หยางก็เริ่มร่ายเวทมนตร์เพื่อทำการปล่อยสกิลเมเทโออิมแพค
5 นาทีต่อมาบาร์เน็ตยกมือขวาขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงมองการเคลื่อนไหวของบอสอย่างตั้งใจ เพราะถ้าหากเขาพลาดถูกสกิลฟรอสโนว่าเข้าไป ทุกสิ่งที่เขาพยายามมาจะกลายเป็นเรื่องสูญเปล่าในทันที
แฟลช!
ฟรอสโนว่า!
ร่างของชายหนุ่มกลายเป็นแสงสีขาวพร้อม ๆ กับระเบิดน้ำแข็งที่ปรากฏขึ้นมาใต้เท้าของเขาอีกครั้ง
“เฮ้อ” ลู่หยางถอนหายใจออกมาก่อนจะใช้เมเทโออิมแพคเพื่อทำการโจมตีต่อไป
หลังจากเวลาค่อย ๆ ผ่านพ้นไป พลังชีวิตของบาร์เน็ตก็ลดลงจนเหลือ 2.5 ล้านหน่วยในที่สุด
“เหล่าภูตน้ำแข็งโบราณจงสดับรับฟังคำสั่งของข้า”
ไอซ์บูเลท!
ภูติน้ำแข็งกลายเป็นกระสุนพุ่งเข้าใส่ลู่หยางเข้าอย่างจังพร้อมกับทำให้ร่างของชายหนุ่มกระเด็นออกไปห่างจากบอส 20 เมตร
-3,000
ลู่หยางทำการสวมใส่แหวนรักษาพร้อมกับใช้สกิลฮีลกับตัวเองอย่างต่อเนื่อง เมื่อพลังชีวิตของเขากลับมาเต็มอีกครั้งเขาจึงเริ่มทำการจู่โจมบอสต่อไป
10 นาทีต่อมา
หลังจากทำทุกอย่างวน ๆ ซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง ลู่หยางก็เอาชนะบาร์เน็ตได้สำเร็จ โดยบอสตัวนี้ดรอปหนังสือสกิลไอซ์บัตเตอร์ฟายแดนส์ลงมา ชายหนุ่มจึงทำการเก็บมันเข้าใส่กระเป๋าและเตรียมตัวที่จะเดินออกไป
ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังจะเดินออกไปจากถ้ำ จู่ ๆ เขาก็สังเกตเห็นกล่องสมบัติที่ตั้งอยู่ตรงบริเวณมุมห้อง
หีบสมบัติ (ระดับแพลตตินั่ม)
ชายหนุ่มชื่นชอบการได้รับกล่องสมบัติในลักษณะนี้มาก และสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากยิ่งกว่าคือมันเป็นกล่องสมบัติที่ได้รับการปลดล็อกแล้ว
คำรับรองสถาบันเวทมนตร์แสงและเปลวเพลิง (100/100)
ลู่หยางชกอากาศพร้อมกับส่งเสียงร้องคำรามขึ้นมาอย่างสะใจ เพราะสถาบันเวทมนตร์แสงและเปลวเพลิงคือสถาบันเวทมนตร์ที่ทรงพลังที่สุดของเกม ๆ นี้ ส่วนตัวเลข 100/100 ก็หมายความว่าในแต่ละเผ่าพันธุ์จะมีผู้เล่นเพียงแค่ 100 คนเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมกับสถาบันเวทมนตร์นี้ได้
หากเปรียบเทียบกับนักเวทไฟที่อยู่ในสถาบันเวทมนตร์ธาตุไฟ ผู้ที่ออกมาจากสถาบันเวทมนตร์แสงและเปลวเพลิงยังไม่สามารถสร้างความเสียหายได้สูงเท่ากับนักเวทไฟจากสถาบันเวทมนตร์ธาตุไฟได้
แต่หากจะเทียบในเรื่องการควบคุม มันก็ไม่มีนักเวทคนไหนสามารถมีเวทมนตร์ควบคุมได้ดีเท่ากับนักเวทจากสถาบันแสงและเปลวเพลิงด้วยเหมือนกัน แม้แต่นักเวทจากสถาบันเวทมนตร์ธาตุน้ำแข็งก็ยังไม่สามารถจะนำมาเปรียบเทียบกับพวกเขาได้
ตอนแรกลู่หยางคิดว่าเขาจะมีโอกาสได้รับใบเปลี่ยนอาชีพนี้ในตอนที่เขามีเลเวล 100 ขึ้นไปเท่านั้น แต่ใครจะไปคิดว่าเขาจะได้รับมันมาทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งจะมีเลเวลเพียงแค่ 50
ลู่หยางดูเวลาจากระบบและได้พบว่าตอนนี้เป็นเวลา 23:30 น. แล้ว ขณะเดียวกันการจะเข้าร่วมสถาบันแสงและเปลวเพลิงจำเป็นจะต้องผ่านการทดสอบไปให้ได้เสียก่อน ลู่หยางรู้ดีว่าวันนี้สภาพร่างกายของเขายังไม่พร้อม เขาจึงตัดสินใจจะไปสถาบันในพรุ่งนี้เช้า
ชายหนุ่มทำการเทเลพอร์ตกลับไปยังป้อมปราการคริมสัน ซึ่งเหล่าบรรดาแกนหลักของกิลด์กำลังนั่งประชุมเรื่องของวันนี้อยู่ภายในห้องโถงป้อมปราการ
เมื่อพวกเขาเห็นลู่หยางเดินเข้ามา ทุกคนต่างก็ลุกยืนขึ้นเพื่อทักทาย
ลู่หยางเดินไปนั่งยังที่นั่งของตัวเอง ซึ่งในระหว่างนั้นถูเฟิงก็พูดสรุปสถานการณ์โดยรวมให้เขาฟัง
“วันนี้เราเพิ่งได้รับข่าวมาว่าฉงป้า, ฉือมู่, โซลออฟอีเทอนิตี้และบลัดไทแรนท์กำลังจะเริ่มโจมตีพวกเราในวันพรุ่งนี้”
“พวกมันคงกลัวว่าพันธมิตรของตัวเองจะมีบางคนที่โจมตีไม่จริงจัง พวกมันเลยต้องบังคับให้ทุกคนโจมตีพวกเราอย่างจริงจังพร้อม ๆ กันไปเลยสินะ” ลู่หยางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยาะเย้ย
“ไม่ว่าใครจะกล้าเข้ามาพวกเราจะเอาชนะพวกมันให้หมด” บิทเทอร์เลิฟกล่าว
ลู่หยางส่ายหัวพร้อมกับกล่าวว่า
“พวกนาย 3 คนต้องคุมสถานการณ์ในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ไปก่อน เมื่อไหร่ก็ตามที่ถูเฟิงสามารถเปลี่ยนวัตถุดิบทั้งหมดให้กลายเป็นชุดระดับทองได้ เมื่อนั้นมันก็จะเป็นเวลาที่พวกเราเริ่มทำการโจมตี”
“แต่อุปกรณ์ที่ต้องทำทั้งหมดมันเยอะมากเลยนะ ฉันคิดว่ามันน่าจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 10 วันถึงจะทำอุปกรณ์ทั้งหมดจนเสร็จ” ถูเฟิงกล่าว
ลู่หยางคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า
“ส่งวัตถุดิบมาให้ฉัน 16,000 ชุด เดี๋ยวฉันหาคนช่วยสร้างอุปกรณ์พวกนั้นเอง”
เจียงเจ๋อและเซี่ยหยู่เว่ยต่างก็เลิกคิ้วขึ้นมาพร้อม ๆ กัน เพราะพวกเขาต่างก็กำลังคาดเดาว่าลู่หยางน่าจะขอให้ร้านตีเหล็กของฮั่นจงช่วยสร้างอุปกรณ์พวกนั้นให้
ใช่ไหมนะ? ทำไมรู้สึกเหมือนไม่ใช่ฮั่นจงล่ะ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใคร…