เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 433 เดินทางผ่านเรือเหาะ

บทที่ 433 เดินทางผ่านเรือเหาะ

บทที่ 433 เดินทางผ่านเรือเหาะ


บทที่ 433 เดินทางผ่านเรือเหาะ

เมื่อได้รับคำสั่งผู้เล่น 20,000 คนรอบกำแพงก็ทำการปล่อยสกิลใส่กองกำลังของซาเวดชาร์จในทันที และถึงแม้ว่าผู้เล่นทั้ง 1,000 คนนี้จะสวมใส่อุปกรณ์ระดับทอง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทนรับการโจมตีจากผู้เล่นเป็นจำนวนมากไหว

ในเวลาเพียงแค่ชั่วพริบตากองทัพของซาเวดชาร์จทั้ง 1,000 คนก็เสียชีวิตลงตายคาที่

กองกำลังที่ตามมาด้านหลังไม่ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ทางด้านหน้า เมื่อมันไม่มีคำสั่งใหม่จากซาเวดชาร์จ พวกเขาก็ยังคงบุกเข้าไปทางด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเมื่อมันมีเสียงสกิลดังสนั่นหวั่นไหว พวกเขาก็คิดว่าทางด้านหน้าได้เกิดการปะทะกันขึ้นมาแล้วทุกคนจึงพยายามเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันหลังจากฟื้นคืนชีพซาเวดชาร์จก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาวิ่งนานกว่า 1 ชั่วโมงในการกลับไปยังป้อมปราการไซแอนวูฟอีกครั้ง ซึ่งมันไม่มีทางที่เขาจะกลับไปสั่งการลูกน้องทันอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ซาเวดชาร์จจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องติดต่อไปหาหลัวเฉิงอย่างอับอาย

“หัวหน้า ผมถูกสกายวูฟซุ่มโจมตีจนตายครับ”

“มันซุ่มโจมตีได้ยังไง?” หลัวเฉิงถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ข้างในป้อมของพวกมันมีป้อมเขาวงกต หลังจากที่ผมเข้าไปติดในเขาวงกตผมก็ถูกพวกมันรุมใช้สกิลโจมตีจนตาย” ซาเวดชาร์จกล่าว

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบสั่งให้ทุกคนหยุดโจมตีแล้วถอยกลับมาก่อน” หลัวเฉิงกล่าว

คำสั่งของหลัวเฉิงทำให้ซาเวดชาร์จเริ่มได้สติ เขาจึงรีบส่งข้อความไปยังหัวหน้าทีมต่าง ๆ ภายในกองทัพของตนเพื่อสั่งให้พวกเขาทำการถอนตัวออกจากการต่อสู้

อีกด้านหนึ่ง

“ทางฝั่งผมถูกซุ่มโจมตีครับ แต่ยังดีที่พวกผมได้รับความเสียหายไม่มาก ตอนนี้ผมได้เปลี่ยนไปโจมตีป้อมปราการโดยตรงแล้ว” โกสเบลดติดต่อเข้ามาหาหลัวเฉิง

“ยึดป้อมปราการของมันมาให้ได้” หลัวเฉิงตะโกนสั่ง

สงครามเข้าสู่จุดเดือดอย่างรวดเร็ว โดยทั้งสองฝ่ายต่างก็พยายามโจมตีกันอย่างสุดตัว จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านมาจนถึง 23:30 น. สกายวูฟที่ยืนอยู่บนกำแพงเมืองก็ยืนมองกองทัพของหลัวเฉิงที่กำลังถอยร่นออกไปด้วยความโล่งใจ

ในที่สุดพวกมันก็ถอนกำลังกลับไปสักที ฟูลมูนสกายผู้ซึ่งเป็นรองหัวหน้ากิลด์กล่าว

สกายวูฟพยักหน้าอย่างเหนื่อยล้า ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“ไม่คิดเลยว่ากองทัพผู้เล่นระดับทอง 30,000 คนของหลัวเฉิงจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะป้อมเขาวงกตที่ทำให้พวกเราจัดการกับพวกมันในตอนแรกได้ก่อน บางทีคืนนี้พวกเราก็อาจจะเสียป้อมปราการไปแล้ว”

“หัวหน้า ผมว่าพรุ่งนี้เราคงจะรักษาป้อมปราการเอาไว้ไม่ได้แล้ว ทุกคนต่างก็พยายามต่อสู้กันจนถึงขีดจำกัด เมื่อกี้หลังจากการต่อสู้จบหลาย ๆ คนก็รีบออฟไลน์ออกไปพักผ่อนกันเลย” หลิงเฟิง แม่ทัพใหญ่ของกิลด์กล่าว

“ผมว่าพวกเราควรหารือเรื่องเส้นทางถอยกันได้แล้ว สาเหตุที่พวกเราสู้พวกมันไม่ได้มันก็ไม่ใช่เพราะพวกเราไม่มีฝีมือ แต่เราสู้กำลังทรัพย์ของอีกฝ่ายไม่ไหวจริง ๆ” ฟูลมูนสกายกล่าว

“ช่วยบอกทุกคนให้หน่อยว่าพรุ่งนี้ 8:00 น. ให้ทุกคนมารวมตัวกัน ฉันมีเรื่องสำคัญจะประกาศ” สกายวูฟกล่าว

“ได้ครับ” ฟูลมูนสกายรับคำสั่ง ก่อนที่เขาจะแจ้งข่าวให้กับลูกน้องทุกคนแล้วออฟไลน์ออกไปพักผ่อนด้วยเช่นกัน ท้ายที่สุดหลังจากที่ต้องต่อสู้มาตลอดทั้งวัน ทุกคนต่างก็เหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ

“ฉันรักษาป้อมปราการเอาไว้ได้แล้วนะ” สกายวูฟส่งข้อความไปหามู่ยี่

“ยินดีด้วยครับพี่ชาย เดี๋ยวผมจะช่วยแจ้งพี่ลู่หยางเดี๋ยวนี้เลย” มู่ยี่ตอบกลับ

ปัจจุบันลู่หยางเพิ่งช่วยสมาชิกใหม่ทั้ง 150 คนจัดการห้องพักจนเสร็จและเขาก็กำลังอยู่ในช่วงที่กำลังนั่งพักผ่อน

“พี่ครับสกายวูฟรักษาป้อมปราการเอาไว้ได้แล้ว” มู่ยี่กล่าวหลังจากวิ่งเข้ามา

“ดีมาก สกายวูฟสมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นยอดจริง ๆ วันนี้ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าพวกเราค่อยเริ่มลงมือ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“พอดีว่าพี่เซี่ยหยู่เว่ยกับพี่เสินเมิ่งเหยายังไม่กลับ ผมควรจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดีครับ?” มู่ยี่ถามพร้อมกับยกมือขึ้นมาเกาหัว

“นั่นสินะ ฉันลืมพวกเธอไปเลย” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม เพราะเขามัวแต่ยุ่งอยู่กับการจัดการหอพักจนลืมพวกเซี่ยหยู่เว่ยไปเสียสนิท

หลังจากที่ชายหนุ่มกลับเข้ามาภายในสตูดิโอ เขาก็ได้พบว่าเซี่ยหยู่เว่ย, เสินเมิ่งเหยา, จางจื่อโป๋และเจียงเจ๋อกำลังถือถาดอาหารต่อแถวรอตักข้าวเหมือนกับเด็ก ๆ คนอื่น ๆ

“พวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่เนี่ย?” ลู่หยางถามด้วยรอยยิ้ม

“รอต่อแถวกินข้าวไงคะ” เสินเมิ่งเหยาตอบโดยมีเซี่ยหยู่เว่ย, จางจื่อโป๋และเจียงเจ๋อพยักหน้ารับพร้อม ๆ กัน

“คืนนี้พวกเธอไม่กลับบ้านใช่ไหม? ฉันจะได้เตรียมห้องเอาไว้ให้” ลู่หยางถาม

“หัวหน้าไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ ฉันกับเหยาเหยาตกลงกับฮั่นอิ่งเอาไว้แล้วว่าพวกเราจะไปนอนห้องเดียวกับเธอ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

“ใช่ พวกเราก็จะไปนอนกับพวกฮั่นเฟยเหมือนกัน” เจียงเจ๋อกล่าว

คำตอบของฝ่ายตรงข้ามถึงจะทำให้ลู่หยางพูดไม่ออก เพราะมันดูเหมือนกับว่าทั้ง 4 คนเตรียมจะอยู่ที่นี่เอาไว้เรียบร้อยแล้ว แถมพวกเขายังแอบตีสนิทน้อง ๆ เขาเอาไว้อีกด้วย

“โอเค หลังจากกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันเข้าห้องแล้วเข้าเกมพร้อมกัน คืนนี้พวกเราจะเริ่มเคลื่อนไหวกันตอนตี 1”

“ค่ะท่านประธาน” เสินเมิ่งเหยาตอบกลับอย่างน่ารัก

ลู่หยางทำได้เพียงส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะต่อแถวตักข้าวมากินด้วยเช่นกัน ซึ่งหลังจากที่พวกเขากินมื้อดึกกันเรียบร้อยแล้วเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปจนถึง 00:50 น.

เมื่อลู่หยางกลับเข้ามาภายในเกม เขาก็ได้พบฉิงชาง, โจวเทียนหมิง, ซุนหยูและบิทเทอร์เลิฟยืนรอเขาอยู่ก่อนแล้ว

“หัวหน้า พวกเราพร้อมแล้วครับ” ฉิงชางกล่าว

เซี่ยหยู่เว่ยปรากฏตัวขึ้นด้านข้างลู่หยางเช่นกัน ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมาว่า

“พวกเราก็พร้อมแล้วค่ะ”

“นักเวทต้องห้ามทั้ง 140 คนก็พร้อมแล้วครับ” แบล็คเฟลมกล่าว

ลู่หยางหยิบถุงเก็บของ 8 ใบออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะพูดว่า

“เอาชุดปลอมตัวพวกนี้แจกจ่ายให้กับทุกคนคนละ 1 ชุด”

“หัวหน้านี่คือชุดที่คุณบอกว่าทำให้พวกเราสามารถปลอมตัวเป็นก็อบลินได้ใช่ไหมครับ?” บิทเทอร์เลิฟถาม

“ใช่ ตอนนี้ช่วยกันแจกชุดก่อนแล้วเดี๋ยวฉันจะบอกเองว่าหลังจากนี้ทุกคนจะต้องทำอะไร” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

ทุกคนพยักหน้ารับ ก่อนที่จะนำชุดไปแจกจ่ายให้กับลูกน้องทั้ง 3,640 คน

“ชุดที่ทุกคนได้รับไปคือชุดปลอมตัวที่สามารถเปลี่ยนร่างให้ทุกคนกลายเป็นก็อบลินได้ ตอนนี้ทุกคนเปลี่ยนไปใส่ชุดปลอมตัวซะแล้วเลือกเปลี่ยนร่างเป็นก็อบลิน” ลู่หยางตะโกนสั่งการ

ทุกคนพยักหน้ารับซึ่งหลังจากเวลาผ่านพ้นไปเพียงแค่ไม่นาน พวกเขาก็กลายเป็นก็อบลินตัวเล็กที่สูงไม่ถึง 1 เมตรในพริบตา

“อี๋! น่าเกลียด”

“ไม่ต้องมาพูดเลย นายน่าเกลียดกว่าฉันอีก”

“ฮ่า ๆ ๆ”

เสียงพูดคุยตลกขบขันดังขึ้นไปทั่ว ซึ่งมันก็ช่วยขับไล่ความง่วงของทุกคนไปจนหมดสิ้น

“เอาล่ะ ตอนนี้ทุกคนก็เปลี่ยนกลับมาเป็นมนุษย์ก่อน” ลู่หยางกล่าว

“ครับ/ค่ะ” ทุกคนตอบรับก่อนจะเปลี่ยนร่างกลับมาเป็นมนุษย์

“คืนนี้สถานที่ที่พวกเราจะไปค่อนข้างพิเศษ ทุกคนห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกกับใครอย่างเด็ดขาด ขั้นแรกขอให้ทุกคนตามฉันไปที่เมืองซาโรส”

เมื่อได้รับคำสั่งพวกเซี่ยหยู่เว่ยก็นำทีมเทเลพอร์ตกลับไปยังเมืองเซนต์กอลล์ ก่อนที่จะใช้ประตูวาร์ปเพื่อเทเลพอร์ตไปยังเมืองซาโรส

เมืองซาโรสตั้งอยู่ไกลจากเมืองเซนต์กอลล์มาก ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปที่นี่จึงเรียกว่าแพงหูฉี่เลยทีเดียว ผู้เล่นที่เดินทางมาเก็บเลเวลภายในเมืองนี้จึงมีอยู่น้อยมาก และเนื่องมาจากในปัจจุบันเป็นเวลาช่วงกลางดึกมันจึงไม่มีใครเดินเล่นอยู่ภายในเมือง

“ทุกคนเปลี่ยนร่างเป็นก็อบลินแล้วตามฉันมา” ลู่หยางกล่าว

ทุกคนเปลี่ยนร่างเป็นก็อบลินพร้อม ๆ กันอีกครั้งและตามหลังลู่หยางไปยังบริษัทเรือเหาะ ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้พวกเขาข้ามไปยังดินแดนของเผ่าอสูรได้

“สหาย ทำไมคราวนี้ถึงพาพรรคพวกมาเยอะขนาดนี้เนี่ย?” พนักงานก็อบลินที่คอยดูแลเรือเหาะถามลู่หยางอย่างสนิทสนม

ชายหนุ่มหยิบถุงบรรจุเงิน 100 เหรียญทองโยนไปให้กับพนักงานก็อบลินพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“เพื่อฟื้นฟูเผ่าของเราให้กลับมายิ่งใหญ่ รบกวนคุณส่งพวกเราไปที่เมืองหลวงของเผ่าหมาป่าด้วย”

พนักงานก็อบลินรับเงินมาด้วยแววตาเป็นประกาย ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“เชิญทุกคนขึ้นเรือเหาะได้เลย ผมรับรองว่าจะพาทุกคนไปถึงจุดหมายโดยเร็วที่สุด”

จบบทที่ บทที่ 433 เดินทางผ่านเรือเหาะ

คัดลอกลิงก์แล้ว