เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 432 เฮือกสุดท้ายของสกายวูฟ

บทที่ 432 เฮือกสุดท้ายของสกายวูฟ

บทที่ 432 เฮือกสุดท้ายของสกายวูฟ


บทที่ 432 เฮือกสุดท้ายของสกายวูฟ

ในเวลาเพียงแค่ไม่นานมันก็มีแสงสว่างปรากฏขึ้นกว่า 20 สาย ก่อนที่ทุกคนจะเดินเข้ามาทักทายลู่หยาง

“พวกเรามาแล้วครับหัวหน้า” ฉิงชางกล่าว

“ทุกคนคัดเลือกลูกน้องคนสนิทมาทีมละ 500 คน คืนนี้ตอนตี 1 พวกเรามีภารกิจพิเศษ” ลู่หยางกล่าว

“พวกเรากำลังจะไปไหนกันเหรอครับ?” ไป๋ฉือถาม

“เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะบอกทุกคนเอง จำเอาไว้ภารกิจนี้คือความลับขั้นสุดยอด ห้ามให้คนนอกรู้เรื่องเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นกิลด์ของพวกเราก็อาจจะต้องเจอกับปัญหาใหญ่” ลู่หยางกล่าว

หากเรื่องนี้รู้ไปจนถึงกลุ่มทุนต่าง ๆ พวกเขาก็คงจะทุ่มสุดตัวเพื่อโจมตีป้อมปราการไซแอนวูฟและพยายามซื้อป้อมปราการของทางฝั่งมนุษย์ หากพวกเขาไม่สามารถซื้อป้อมปราการทางฝั่งมนุษย์ได้สำเร็จ พวกเขาก็คงจะลงทุนภายในกิลด์ใหญ่ ๆ แล้วให้กิลด์เหล่านั้นระดมกองกำลังมาโจมตีเพื่อยึดครองป้อมปราการอย่างแน่นอน

หากสถานการณ์เลยเถิดไปจนถึงขั้นนั้น แม้แต่ตัวของลู่หยางก็คงจะรับมือศัตรูจากทั่วทิศทางไม่ไหว โชคดีที่ภายในกิลด์ของเขามีสมาชิก 13,000 คนที่จงรักภักดีกับกิลด์เป็นอย่างดี ตราบใดก็ตามที่เขาสั่งให้ทุกคนเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ มันก็ไม่มีทางที่ใครจะพูดอะไรออกไปอย่างแน่นอน

“ได้ครับ พวกเราจะรีบจัดการทุกอย่างเดี๋ยวนี้” ฉิงชางกล่าว

ลู่หยางพยักหน้า ซึ่งหลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปจัดการธุระของตัวเองแล้วเขาก็ล็อกเอาท์ออกจากเกม ก่อนจะพาเสี่ยวเหลียง, หลู่จ้าวหยูและเฉินเฟิงแยกออกเป็น 2 ทีมเพื่อออกไปรับสมัครคนในสลัมและวิทยาลัยเทคนิค

ด้วยเงินทุนที่เขามีในครั้งก่อน มันจึงทำให้เขาสามารถรับพี่น้องจากในชาติก่อนให้มาอยู่ด้วยกันจำนวนจำกัด อย่างไรก็ตามในตอนนี้เขาก็มีเงินทุนมากกว่าเดิมแล้ว และลู่หยางก็เต็มใจจะชวนทุกคนให้มาอยู่ภายใต้การดูแลของเขา

ไม่นานพวกเขาก็รับคนมาเพิ่มตามแผนการ 100 คน ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังได้คนมาเพิ่มมากกว่าเดิมอีก 50 คนด้วย

เพื่อรองรับสมาชิกที่เพิ่มมากขึ้น ลู่หยางจึงตัดสินใจเช่าหอพักเพิ่มเติมอีกหลังหนึ่ง ซึ่งหลังจากที่เขาเรียกแม่บ้านมาทำความสะอาดหอพักเรียบร้อยแล้ว ในตอนเย็นทุกคนก็เริ่มขนย้ายสัมภาระเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่

เวลาได้ล่วงเลยผ่านไปจนถึงตอนกลางคืน ซึ่งหลังจากที่เซี่ยหยู่เว่ย, จางจื่อโป๋, เสินเมิ่งเหยาและเจียงเจ๋อได้ออฟไลน์ออกมาจากเกม พวกเขาก็ได้เห็นลู่หยางกำลังยุ่งอยู่กับการจัดการหอพักในระยะไกล

“ลู่หยางกำลังทำอะไรอยู่งั้นเหรอ?” เซี่ยหยู่เว่ยถามฮั่นอิ่งที่อยู่ข้าง ๆ

“นั่นคือแผนกสงครามที่พี่ชายเพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ค่ะ ต่อไปถ้าหากพวกเราต้องทำสงครามหรือต้องปฏิบัติการลับ พวกเขาก็จะมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยเฉพาะค่ะ” ฮั่นอิ่งกล่าว

“พวกเขามีกี่คนงั้นเหรอ?”

“150 คนค่ะ”

“ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าหลังจากกิลด์เราผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ มันจะไม่มีใครกลายเป็นศัตรูของพวกเราอีกต่อไปแล้วนะ” จางจื่อโป๋กล่าวพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่

เซี่ยหยู่เว่ยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ในระหว่างที่ลู่หยางกำลังยุ่งอยู่กับการจัดการหอพัก สกายวูฟก็กำลังนำกองทัพต่อต้านการโจมตีของหลัวเฉิงอย่างสุดกำลัง

“ทุกคนอดทนเอาไว้ พวกเราจะไม่ยอมยกป้อมปราการให้พวกมันอย่างเด็ดขาด” สกายวูฟส่งเสียงตะโกน

“สู้ตาย! พวกเราจะต้องปกป้องป้อมปราการเอาไว้จนถึงวินาทีสุดท้าย!”

ลูกน้องสกายวูฟหลายหมื่นคนส่งเสียงตะโกนขึ้นมาพร้อม ๆ กัน อย่างไรก็ตามเสียงตะโกนนี้ก็ไม่ได้ทำให้หลัวเฉิงที่อยู่นอกป้อมปราการรู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว

“ดูเหมือนว่าพวกมันจะทนไม่ไหวแล้วสินะ” โกสเบลด ผู้เล่นเผ่าหมาป่าร่างผอมที่อยู่ข้าง ๆ หลัวเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“หึ! สาเหตุที่พวกมันยืนหยัดมาได้จนถึงตอนนี้ก็เพราะว่าฉันยังไม่ได้เอาจริงก็เท่านั้นเอง เพื่อป้องกันการโจมตีแบบไม่คาดคิดจากที่อื่น ๆ ฉันจึงได้จัดทีมผู้เล่นระดับทอง 20,000 คนและผู้เล่นระดับเงิน 50,000 คนเตรียมพร้อมเอาไว้ตลอด ไม่อย่างนั้นฉันก็คงจะยึดป้อมปราการได้ตั้งแต่เมื่อ 5 วันก่อนแล้ว” หลัวเฉิงกล่าวพร้อมกับหัวเราะเยาะ

“หัวหน้าวางใจได้เลยครับ หลังจากที่เรายึดป้อมปราการนี้ได้แล้วผมจะรีบนำทีมไปโจมตีป้อมปราการบลัดวูฟทันที รับรองว่าผมจะยึดมันมาให้กับคุณให้ได้” ผู้เล่นตัวเขียวร่างใหญ่ที่มีชื่อว่าซาเวดชาร์จกล่าว

“เราจะไปยึดป้อมปราการนั้นทำไม ในเมื่อเรามีที่ ๆ ดีกว่านั้น” หลัวเฉิงกล่าวพร้อมกับโบกมือปฏิเสธ

“ที่ไหนเหรอครับ?” ซาเวดชาร์จถามอย่างสงสัย

หลัวเฉิงมองออกไปในระยะไกล ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“ยึดป้อมนี้มาให้ได้ก่อนเถอะแล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากัน ดูเหมือนวันนี้สกายวูฟจะพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายของมันแล้ว”

บนกำแพง

สกายวูฟยืนสั่งการด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ และถึงแม้สมาชิกภายในกิลด์ของเขาจะมีจำนวนอยู่ประมาณ 100,000 คน แต่พวกเขาก็ยังสามารถต่อสู้กับศัตรู 150,000 คนได้อย่างสูสี

“ฉันจะไปจัดการกับมันเอง กองทัพนักรบคลั่งตามฉันมา” ซาเวดชาร์จร้องคำรามขณะใช้ค้อนกระแทกเข้าใส่โล่อย่างแรง

“เฮ้!” นักรบโล่ 10,000 คนที่สวมใส่ชุดอุปกรณ์ระดับทองร้องตะโกนรับ ก่อนที่พวกเขาจะตามหลังซาเวดชาร์จมุ่งหน้าไปยังกำแพงเมือง

“บุกเข้าไปตรง ๆ แบบนั้นมันไม่ต่างไปจากการพยายามฆ่าตัวตายชัด ๆ เดี๋ยวผมรีบนำทีมไปสนับสนุนมันก่อนนะครับ” โกสเบลดกล่าว

“ไปเถอะ” หลัวเฉิงกล่าว

“ทุกคนตามฉันมา พวกเราจะไปโจมตีประตูทางทิศตะวันตก” โกสเบลดตะโกนบอกลูกน้องทางด้านหลัง

กองกำลังภายในทีมของเขาประกอบไปด้วยนักธนูเผ่าหมาป่า, โจรเผ่าแมว, นักเวทเผ่าจิ้งจอก, วอลอคเผ่าอสูรกายและนักรบคลั่งเผ่าสิงโต โดยผู้เล่นเหล่านี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่สวมชุดอุปกรณ์ระดับทองด้วยกันทั้งหมด และพวกเขาทั้ง 20,000 คนก็กำลังวิ่งตามโกสเบลดไปยังประตูทิศตะวันตกของป้อมปราการ

กองกำลังทั้งสองคือกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของหลัวเฉิงแล้ว โดยกองกำลังของซาเวดชาร์จจะรับผิดชอบการโจมตีทางด้านหน้าและกองกำลังของโกสเบลดจะรับผิดชอบการโจมตีทางด้านข้าง

ขณะเดียวกันสกายวูฟก็คอยจับตาดูกองกำลังทั้ง 2 นี้มาโดยตลอด เมื่อเขาได้เห็นอีกฝ่ายเริ่มเคลื่อนไหว ชายหนุ่มก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างเย็นชา

หลังจากที่ได้รับเงินจากลู่หยาง สกายวูฟก็รีบปรับปรุงป้อมปราการในทันทีทำให้ในตอนนี้บริเวณทั้ง 4 ประตูเมืองต่างก็ล้วนแล้วแต่มีหอคอยวงกตคอยป้องกัน

“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม คืนนี้พวกเราจะรักษาประตูเมืองเอาไว้ได้หรือไม่ได้ มันก็ขึ้นอยู่กับการต่อสู้ในครั้งนี้” สกายวูฟตะโกน

“ครับ/ค่ะ!” ผู้เล่นทั้ง 100,000 คนต่างก็ตะโกนตอบรับขึ้นมาพร้อมกัน โดยเฉพาะหลังจากที่พวกเขาคิดว่าสกายวูฟขายบ้านของตัวเองเพื่อนำเงินมาปรับปรุงป้อมปราการ มันก็ทำให้เลือดภายในกายของทุกคนแทบจะบ้าคลั่งไปแล้ว

ป้อมปราการนี้เป็นป้อมปราการที่พวกเขาร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้นมาตั้งแต่แรก ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งใจจะช่วยสกายวูฟปกป้องป้อมปราการเอาไว้อย่างสุดกำลัง และจะยืนหยัดจนกระทั่งพวกเขาต้องสูญเสียป้อมปราการไปจริง ๆ

จุดเด่นของหอคอยวงกตเปรียบเสมือนกับการจับปลาลงในอ่าง ซึ่งหอคอยวงกตที่สกายวูฟได้ออกแบบเอาไว้สามารถรองรับศัตรูได้ทั้งสิ้น 2,000 คน เมื่อไหร่ก็ตามที่ศัตรูหลุดรอดเข้ามาในเขาวงกต พวกเขาก็จะต้องเผชิญกับกำแพงที่สูงขึ้นไปมากกว่า 35 เมตรและมีทหารคอยโจมตีจากด้านบนมากกว่า 20,000 คน

ด้วยระยะห่างที่สูงกว่าระยะโจมตี 5 เมตรนี่เอง มันจึงเท่ากับว่าศัตรูที่ติดอยู่ในเขาวงกตจะไม่สามารถตอบโต้พวกสกายวูฟที่คอยโจมตีจากด้านบนกำแพงได้เลย

ซาเวดชาร์จนำกองกำลัง 10,000 คนมาถึงประตูป้อมเป็นกลุ่มแรก และทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่าประตูป้อมกำลังพังทลายลงมา

เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้ซาเวดชาร์จเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะเขาไม่คิดเลยว่าตัวเองจะโชคดีถึงขนาดเมื่อเดินทางมาที่นี่ประตูป้อมก็พังทลายลงมาพอดี

“ทุกคนบุก! ประตูป้อมของพวกมันพังลงแล้ว” ซาเวดชาร์จตะโกนเสียงดัง

ทันทีที่พูดจบซาเวดชาร์จก็วิ่งผ่านประตูเข้าไปเป็นคนแรก แต่ทันใดนั้นเขาก็ได้เจอกับกำแพงที่สูงกว่ากำแพงเมืองขวางอยู่ตรงหน้าจนทำให้เขาอุทานขึ้นมาด้วยความตกตะลึง

“ทำไมที่นี่มันยังมีกำแพงขวางอยู่อีก?!”

“แกนี่มันโง่จริง ๆ ทุกคนโจมตีได้” สกายวูฟสั่งการขณะยืนอยู่บนกำแพงเมือง

จบบทที่ บทที่ 432 เฮือกสุดท้ายของสกายวูฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว