เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 419 แม่น้ำมูนสปิริต

บทที่ 419 แม่น้ำมูนสปิริต

บทที่ 419 แม่น้ำมูนสปิริต


บทที่ 419 แม่น้ำมูนสปิริต

“ฉงป้ามันจะเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว แต่หวังเถิงก็ยอมปล่อยตัวโซลออฟอีเทอนิตี้ออกมาด้วยงั้นเหรอ?” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ตอนนี้หวังเถิงถูกพวกเราอัดจนสับสนไปหมด ถึงมันจะทำอะไรที่ดูแปลกตาไปบ้างแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เดี๋ยวฉันไปเอง สถานการณ์ที่นี่อยู่ตัวแล้วฉันไม่จำเป็นจะต้องอยู่ที่นี่ก็ได้” เจียงเจ๋อกล่าว

“เดี๋ยวผมก็จะพากองทัพกลับไปด้วยเหมือนกัน” ซุนหยูกล่าว

“ฉันจะรีบนำทีมกลับไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

“โอเค พวกเธอ 3 คนนำทีมกลับไปที่ป้อมปราการวินด์ธันเดอร์ได้เลย เดี๋ยวฉันตามไปทีหลัง” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ครับ/ค่ะ” ทั้ง 3 พยักหน้ารับก่อนจะแยกย้ายกันออกไปนำทีมของตัวเอง

ลู่หยางนำเรื่องนี้ไปอธิบายให้พวกฉิงชางฟังด้วยเช่นกัน ก่อนที่เขาจะออกคำสั่งเป็นครั้งสุดท้ายว่า

“ทุกคนสั่งให้ลูกน้องถอนตัวออกมาจากเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ ก่อนอย่าปล่อยให้พวกเขาถูก NPC ฆ่าเพราะเผลอไปฆ่าพวกดีวายโซลในเมืองเด็ดขาด การเก็บเลเวลในช่วงเลเวล 30 ขึ้นไปไม่ใช่เรื่องง่ายและเราก็ต้องการให้ทุกคนอยู่ในสภาพที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อรักษาป้อมปราการทั้ง 3 แห่งนี้เอาไว้”

“ครับ” ฉิงชาง, ไป๋ฉือ, บิทเทอร์เลิฟและโจวเทียนหมิงตอบรับพร้อมกัน

หลังสั่งการเสร็จลู่หยางก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก และเนื่องมาจากแม่ทัพเหล่านี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นฝีมือดีที่มีชื่อเสียงในชาติที่แล้ว เขาจึงไม่จำเป็นจะต้องอธิบายอะไรมากทุกคนก็รู้ดีว่าตัวเองควรจะต้องทำอะไร

“แบล็คเฟลมนำทีมนักเวทไฟตามฉันกลับไปที่ป้อมปราการวินธันเดอร์” ลู่หยางตะโกนสั่ง

“ได้ครับหัวหน้า” แบล็คเฟลมรับคำก่อนที่เขาจะออกคำสั่งให้ลูกน้องทุกคนใช้ม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ตไปยังป้อมปราการวินธันเดอร์

ลู่หยางเลือกเทเลพอร์ตไปยังป้อมปราการวินด์ธันเดอร์ด้วยเช่นกัน ก่อนจะได้พบฮั่นอิ่งและมู่หยูที่กำลังรอเขาอยู่ก่อนแล้ว

“ตอนนี้กองทัพของโซลออฟอีเทอนิตี้กำลังมุ่งหน้าตรงไปยังแม่น้ำมูนสปริต พวกเขาน่าจะวางแผนเดินทางข้ามแม่น้ำอ้อมป้อมปราการวินด์ธันเดอร์เพื่อกลับไปยังเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ค่ะ” ฮั่นอิ่งกล่าว

ลู่หยางเปิดแผนที่ 3 มิติขึ้นมาในทันที ก่อนจะได้พบว่าแม่น้ำมูนสปริตอยู่ห่างจากป้อมปราการวินด์ธันเดอร์ออกไป 2 ชั่วโมงและมีเทือกเขากั้นระหว่างแม่น้ำกับป้อมปราการอยู่

“ในเมื่อโซลออฟอีเทอนิตี้มันอยากตายมากนัก ฉันก็จะสนองความต้องการให้กับมันเอง” ลู่หยางกล่าว

บนกำแพงเมือง

เซี่ยหยู่เว่ย, ซุนหยูและเจียงเจ๋อได้เตรียมกองทัพเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกองกำลังเหล่านี้มีจำนวนมากถึง 110,000 คน และมันก็รวมนักเวทไฟ 100 คนที่สามารถใช้เวทมนตร์ต้องห้ามเอาไว้อยู่ในนี้อีกด้วย

“ทุกคนออกเดินทางได้” ลู่หยางออกคำสั่ง ก่อนจะนำทุกคนวิ่งไปยังหุบเขาโคลด์วินด์

“หัวหน้า พวกเรากำลังจะไปไหนกันเหรอคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถามเมื่อเห็นลู่หยางนำกองกำลังไปยังพื้นที่ระหว่างป้อมปราการวินด์ธันเดอร์และป้อมปราการซีดราก้อน

“ฉันได้รับข่าวมาว่าโซลออฟอีเทอนิตี้ต้องการจะข้ามแม่น้ำมูนสปริต ฉันเลยจะพาทุกคนไปทางลัด” ลู่หยางตอบ

“คราวนี้โซลออฟอีเทอนิตี้จะต้องตายแน่ ๆ” เจียงเจ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ฉันคิดว่าเขาออกไปใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ อยู่อย่างสงบดีกว่า แค่เงินที่ลิ่วเจียให้เขามามันก็มากพอจะทำให้เขาใช้ชีวิตส่วนที่เหลืออย่างสบาย ๆ แล้ว” ลู่หยางกล่าว

นักเวทหนุ่มนำทีมข้ามหุบเขาโคลด์วินด์ไปยังแม่น้ำมูนสปิริต และถึงแม้ว่าระยะทางที่เขานำทีมเดินทางไปจะค่อนข้างไกล แต่เส้นทางที่โซลออฟอีเทอนิตี้กำลังนำทีมเดินทางอยู่นั้นมีระยะทางที่ไกลกว่า

ท้ายที่สุดโซลออฟอีเทอนิตี้ต้องตีวงอ้อมจากทางด้านหน้าป้อมปราการแบล็คร็อคไปยังแม่น้ำมูนสปิริต ซึ่งมันจำเป็นจะต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่าปกติถึง 3 ชั่วโมง

หนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อมา

ลู่หยางใช้คัมภีร์เพิ่มความเร็วให้กับผู้เล่นทั้งกองทัพ ก่อนที่เขาจะนำทีมมาถึงฝั่งทางใต้ของแม่น้ำมูนสปิริตได้ในที่สุด

“ก่อนหน้านี้ฉันเคยบอกทุกคนเอาไว้แล้วว่าในสงครามแต่ละครั้งหากใครเก็บของอะไรได้ของชิ้นนั้นก็จะกลายเป็นของของทีมนั้นไปเลย ทุกคนยังจำได้ไหม?” ลู่หยางหันมาพูดกับกองทัพทั้ง 110,000 คนเมื่อได้เห็นว่าโซลออฟอีเทอนิตี้ยังเดินทางมาไม่ถึง

“จำได้ครับ/ค่ะ” ทุกคนตอบรับอย่างตื่นเต้น

“ตัวฉันไม่ค่อยมีข้อดีอะไรมากมายนัก แต่สิ่งที่ฉันทำมาโดยตลอดคือฉันเป็นคนพูดจริงทำจริง หลังจากทุกคนเอาชนะโซลออฟอีเทอนิตี้ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อุปกรณ์จะกลายเป็นของพวกนายทั้งหมด ส่วนกิลด์จะไม่ขอรับส่วนแบ่งอะไรจากสงครามในครั้งนี้เลย” ลู่หยางกล่าว

“หัวหน้าใจดีที่สุด!” ทุกคนตะโกนพร้อมกัน

“เอาล่ะทุกคนจัดกองกำลังซ่อนตัวได้ จำเอาไว้ว่าห้ามใครส่งเสียงออกมาเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นพวกเราทั้ง 110,000 คนก็จะเดินทางมาเสียเที่ยว” ลู่หยางกล่าว

“ครับ/ค่ะ”

ตอนแรกเซี่ยหยู่เว่ย, เจียงเจ๋อและซุนหยูต่างก็กังวลว่ามันจะมีคนทนไม่ไหวจนเปิดเผยตัวออกมา แต่เมื่อลู่หยางพูดถึงเรื่องอุปกรณ์พวกเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลเรื่องพฤติกรรมของลูกน้องอีกต่อไป

แม้ว่าในครั้งนี้ภายในกองทัพของโซลออฟอีเทอนิตี้จะไม่มีอุปกรณ์ระดับทองเลยสักชิ้น แต่อุปกรณ์ระดับเงินเลเวล 20 ก็ยังคงมีราคาตลาดที่สูงมาก โดยอุปกรณ์แต่ละชิ้นจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 100 เครดิต

นับวันประชากรในเซคคัลเวิลด์ก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ผู้เล่นอิสระที่สามารถผ่านดันเจียนระดับอีปิคและได้รับอุปกรณ์ระดับเงินเลเวล 20 ก็มีจำนวนอยู่น้อยมาก ขณะเดียวกันผู้เล่นปัจจุบันส่วนใหญ่ก็ยังมีเลเวลไม่ถึง 30 อุปกรณ์ระดับทองเลเวล 30 จึงยังไม่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้เล่นส่วนใหญ่ด้วยเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้เองอุปกรณ์ระดับเงินเลเวล 20 จึงกลายเป็นอุปกรณ์ที่ขาดตลาดมากที่สุด ซึ่งถ้าหากผู้เล่นคนไหนต้องการจะขายอุปกรณ์เหล่านี้ พวกเขาก็จะสามารถขายออกไปได้ในทันทีโดยไม่จำเป็นจะต้องรอเวลา

ขณะเดียวกันลู่หยางก็เปิดโอกาสให้ลูกน้องเก็บเกี่ยวอุปกรณ์ของศัตรูได้ตามสบาย เมื่อการทำสงครามครั้งเดียวมีโอกาสทำให้ทุกคนได้รับเงินหลายร้อยเครดิต ทุกคนจึงพร้อมใจฟังคำสั่งโดยไม่มีใครคิดจะแตกแถวเลยแม้แต่คนเดียว

หลังจากเซี่ยหยู่เว่ย, เจียงเจ๋อและซุนหยูนำกองกำลังไปซ่อนตามพุ่มไม้เรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็กลับเข้ามาหาลู่หยาง

20 นาทีต่อมา

บริเวณฝั่งทางเหนือของแม่น้ำมูนสปิริตเริ่มมีเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่โจร 20 คนจะปรากฏตัวบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเป็นคนกลุ่มแรก

“มันเป็นไปอย่างที่หัวหน้าบอกเอาไว้เลยที่นี่มีแม่น้ำอยู่จริง ๆ ด้วย” กรีนเมาเทนผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าโจรกล่าว

“พวกเราว่ายน้ำข้ามไปดูฝั่งตรงข้ามกันก่อนดีไหมครับ?” เอนดิว หนึ่งในโจรภายในกลุ่มถาม อย่างไรก็ตามคำถามนี้กลับทำให้โจรทุกคนภายในทีมเงียบเสียงลง เพราะกระแสน้ำในแม่น้ำมูนสปิริตไหลเชี่ยวมากและแม่น้ำแห่งนี้ก็มีความลึกจนมองไม่เห็นก้นแม่น้ำเลยทีเดียว

สภาพแวดล้อมภายในเซคคัลเวิลด์ถูกจำลองมาจากสภาพแวดล้อมภายในโลกแห่งความเป็นจริง ดังนั้นถ้าหากว่าผู้เล่นว่ายน้ำไม่เป็น การพยายามว่ายน้ำผ่านแม่น้ำเช่นนี้ไปมันก็ไม่ต่างไปจากการพยายามฆ่าตัวตาย

“พวกนายว่ายข้ามไปดูสิ” กรีนเมาเทนกล่าว

เอนดิวแอบด่าตัวเองที่พูดมากจนเกินไปจนทำให้ได้รับสายตาไม่พอใจจากเพื่อนร่วมทีม อย่างไรก็ตามเมื่อหัวหน้าสั่งการมาแล้วพวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น น่าเสียดายที่ทันทีที่เขาก้าวเท้าลงไปในน้ำ กระแสน้ำอันเชี่ยวกราดก็พัดพาจนทำให้เขาเสียการทรงตัว

กรีนเมาเทนรีบยื่นแขนออกไปในทันที ก่อนที่เขาจะคว้าตัวเอนดิวขึ้นมาจากน้ำอย่างรวดเร็ว

“เกือบไปแล้ว! ขอบคุณมากครับหัวหน้า” เอนดิวพูดด้วยความหวาดกลัว เพราะถ้าหากเขาตายที่นี่ เขาก็จำเป็นจะต้องวิ่งกลับเมืองซีเอ็มเพอเรอร์อีกรอบ ที่สำคัญคือเขายังจะพลัดจากกองทัพใหญ่อีกด้วย

“กระแสน้ำพัดแรงขนาดนี้พวกเราไม่มีทางข้ามไปได้หรอก รอให้กองทัพใหญ่มาถึงแล้วให้ทุกคนจับมือกันเอาไว้เป็นเหมือนโซ่แล้วค่อย ๆ ก้าวผ่านแม่น้ำไปพร้อม ๆ กันดีกว่า” กรีนเมาเทนกล่าว

“เท่าที่ดูผมไม่เห็นรอยเท้าจากอีกฝั่งของแม่น้ำ ผมคิดว่ามันไม่น่าจะมีใครมาดักพวกเราอยู่ที่นี่หรอกครับ” เอนดิวกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

กรีนเมาเทนพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะส่งข้อความรายงานข่าวไปให้โซลออฟอีเทอนิตี้

เรียบร้อยยยย

จบบทที่ บทที่ 419 แม่น้ำมูนสปิริต

คัดลอกลิงก์แล้ว