เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 418 เวทมนตร์กึ่งต้องห้าม 3 ระลอก

บทที่ 418 เวทมนตร์กึ่งต้องห้าม 3 ระลอก

บทที่ 418 เวทมนตร์กึ่งต้องห้าม 3 ระลอก


บทที่ 418 เวทมนตร์กึ่งต้องห้าม 3 ระลอก

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่จะสร้างความตกตะลึงให้กับทางฝั่งดีวายโซลเท่านั้น เพราะพวกโจวเทียนหมิงที่พึ่งเข้าร่วมกิลด์ก็กำลังมองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึงด้วยเช่นกัน

“พี่ เขาคือใคร? มีอาชีพอะไรงั้นเหรอ? ทำไมเขาถึงแข็งแกร่งขนาดนั้น?!” โจวเทียนหยานถาม

โจวเทียนหมิงถอนหายใจพร้อมกับพูดว่า

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่โชคดีที่พวกเราขายกิลด์ให้กับหัวหน้าตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ไม่อย่างนั้นอีกไม่ถึง 2 เดือนเราก็คงจะต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดพวกนั้นด้วยตัวเอง”

โจวเทียนหยานและลูกน้องที่อยู่ทางด้านหลังต่างก็พยักหน้ารับพร้อม ๆ กัน จากนั้นพวกเขาก็หันไปมองลู่หยางบนหลังสิงโตเพลิงด้วยความหวาดกลัว

ขณะเดียวกันเมื่อลู่หยางเห็นเสี่ยวเหลียงวิ่งกลับออกมาจากแนวรบ เขาก็เริ่มตะโกนออกคำสั่งด้วยความพึงพอใจ

“กองทัพทั้งหมดเดินหน้าไป 300 ก้าว”

“เดินหน้า!” ฉิงชาง, ไป๋ฉือและบิทเทอร์เลิฟต่างก็ยกโล่นำทัพหน้าก้าวเดินออกไปอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งทุกก้าวที่พวกเขาก้าวเท้าออกไปนั้นทุกคนต่างก็พร้อมใจส่งเสียงตะโกนขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

“1”

“2”

“3”

...

“300”

ตึง!

โล่ทั้ง 10,000 อันกระแทกลงบนพื้นพร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ

“ฆ่ามัน!” สมาชิกบลัดบราเธอร์ทั้ง 190,000 คนร้องตะโกนพร้อมกันจนก่อให้เกิดเสียงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองซีเอ็มเพอเรอร์

ที่ประตูเมือง

ย้อนกลับไปก่อนที่ลู่หยางจะสั่งเคลื่อนทัพ หัวหน้ากิลด์ขนาดใหญ่หลาย ๆ กิลด์ของเมืองซีเอ็มเพอเรอร์กำลังสังเกตการณ์กองทัพของทั้งสองฝ่ายพร้อมกับหาโอกาสที่จะทำการโจมตี

“ถ้าพวกเราหาโอกาสดี ๆ บางทีพวกเราอาจจะยึดป้อมปราการได้สักป้อมก็ได้นะ”

“ฉันเห็นด้วย ก่อนหน้านี้โซลออฟอีเทอนิตี้ครอบครองอำนาจอยู่เพียงแค่ฝ่ายเดียวจนทำให้พวกเราไม่มีโอกาสตอบโต้กลับเลย แต่ตอนนี้มีลู่หยางเข้ามาเป็นตัวแปรเพิ่มเติมแล้ว หากพวกเขาต่อสู้จนบาดเจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย ในเวลานั้นมันก็จะเป็นโอกาสของพวกเรา”

ในระหว่างที่หัวหน้ากิลด์ขนาดใหญ่กำลังพูดคุยปรึกษากัน เสียงตะโกนของผู้เล่นทั้ง 190,000 คนก็ดังสนั่นจนทำให้ทุกคนสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ

“พวกบลัดบราเธอร์มันทำได้ยังไง?” หัวหน้ากิลด์คนหนึ่งพูดขึ้นมาอย่างตกตะลึง

ทุกคนที่เคยบริหารกิลด์จะรู้ดีว่าการพยายามทำให้สมาชิกกิลด์เป็นหนึ่งเดียวกันนั้นคือเรื่องยากลำบากมากแค่ไหน ยิ่งไปกว่านั้นนี่คือการรวมกำลังภายในเกม ซึ่งการที่ทุกคนสามารถส่งเสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความกระหายแบบนี้ได้ มันก็จะต้องเป็นความรู้สึกที่เอ่อล้นออกมาจากภายในใจของทุกคนจริง ๆ

เพียงแค่เสียงตะโกนที่ดังออกมานี้มันก็เป็นข้อพิสูจน์เป็นอย่างดีว่าสมาชิกของบลัดบราเธอร์ต่างก็มีความมุ่งมั่นในการรบด้วยกันทุกคน

“พวกเราไปดูพวกเขาหน่อยเถอะ ถ้าพวกเขามีทั้งความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นในระดับที่ใกล้เคียงกัน พวกเราก็คงไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องการแย่งป้อมปราการจากพวกเขาแล้ว” หัวหน้ากิลด์คนหนึ่งกล่าว โดยมีหัวหน้ากิลด์คนอื่น ๆ พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย

ในสนามรบ

ลู่หยางสังเกตเห็นสถานการณ์ทางฝั่งดีวายโซลกำลังวุ่นวายกันไปหมด เขาจึงสั่งการขึ้นมาว่า

“ทีมนักเวทน้ำแข็ง นักเวทมิติ นักเวทไฟก้าวเท้าออกมา”

ทีมนักเวทน้ำแข็งที่เขาพูดถึงนี้คือนักเวทน้ำแข็ง 20 คนที่เรียนรู้สกิลกึ่งต้องห้ามไอซ์รอร์และฟรอสริง ส่วนทีมนักเวทมิติคือนักเวทมิติ 10 คนที่เรียนรู้สกิลกึ่งต้องห้ามสเปซคัทติงและสเปซไทม์สตอร์มและทีมนักเวทไฟก็คือนักเวทไฟ 100 คนที่เรียนรู้สกิลกึ่งต้องห้ามเมเทโอเชาเวอร์และได้เรียนรู้วิธีการย่อคาถาไปจากเขา

“หัวหน้าเล่นแรงไปหรือเปล่า! เหลืออะไรให้พวกเราทำบ้างสิ ถ้าทุกคนปล่อยเวทมนตร์ต้องห้ามออกมาพร้อม ๆ กัน พวกดีวายโซลจะไม่วิ่งหนีกลับเมืองไปหมดเหรอครับ?” ไป๋เหลิงกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นมาเกาหัว

“พวกนายยังมีโอกาสได้โชว์ฝีมืออีกเยอะ แต่ตอนนี้ฉันต้องการให้คนในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ได้รู้ว่าพวกเราคือกิลด์ที่น่าหวาดกลัวมากแค่ไหน” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับตบไหล่ไป๋เหลิงเบา ๆ จากนั้นเขาก็หันไปตะโกนสั่งการทีมนักเวทไฟ

“รอบแรกนักเวทไฟปล่อยเมเทโอเชาเวอร์พร้อมกัน 20 คน”

“ครับ” แบล็คเฟลมรับคำสั่ง หลังจากนั้นเขาก็สั่งการให้นักเวทไฟ 20 คนยืนห่างกันคนละ 100 เมตร ก่อนที่จะให้พวกเขาเริ่มท่องคาถาขึ้นมาพร้อมกัน

เมเทโอเชาเวอร์เลเวล 2 มีรัศมีการโจมตีกว้างถึง 100 เมตร เมื่อนักเวทไฟ 20 คนปล่อยเวทมนตร์ออกมาเรียงหน้ากระดานกัน มันก็ทำให้ผลของเวทมนตร์ปกคลุมพื้นที่ด้านหน้าในระยะ 2,000 เมตรเลยทีเดียว

30 วินาทีต่อมาพวกชาโดว์ดัสค์ที่กลับไปฟื้นคืนชีพภายในเมืองก็วิ่งออกมาถึงประตูเมืองอีกครั้ง แต่พวกเขาก็สังเกตเห็นเมฆดำที่เริ่มปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

“เมเทโอเชาเวอร์!”

นักเวทไฟทั้ง 20 คนส่งเสียงตะโกนพร้อมกับชี้คทาไปด้านหน้า

อุกกาบาตจำนวนนับไม่ถ้วนตกลงมาจากบนท้องฟ้าพุ่งเข้าใส่กองทัพของดีวายโซลอย่างบ้าคลั่ง

“ทุกคนรีบหนีเร็วเข้า! นั่นมันเวทมนตร์ต้องห้าม!!”

“พวกนักบวชรีบฮีลสิวะ”

“ทุกคนพยายามต้านทานพวกมันเอาไว้ อย่าเพิ่งหนีไปไหนสิ”

เมื่อขาดผู้บัญชาการ กองทัพของดีวายโซลก็เคลื่อนไหวกันอย่างไร้ระเบียบ

“ทางด้านซ้าย 2,000 เมตร นักเวทน้ำแข็งทั้ง 20 คนลงมือได้” ลู่หยางสั่งการต่อ

“ค่ะ” โคลด์วิลโลว์ลงมาจัดการทีมนักเวทน้ำแข็งด้วยตัวเอง

หลังจากเวลาผ่านพ้นไปไม่นานผลของสกิลเมเทโอเชาเวอร์ยังไม่ทันจะจบลง พายุน้ำแข็งของนักเวทน้ำแข็งทั้ง 20 คนก็กวาดไปทั่วทั้งแนวรบทางด้านซ้าย

“ทางด้านขวา 2,000 เมตร นักเวทมิติ 10 คนลงมือได้” ลู่หยางสั่ง

“ค่ะ” หลานอวี่รับคำสั่งพร้อมกับลงมาดูแลทีมนักเวทมิติด้วยตัวเอง

สเปซคัทติง!

รอยแยกมิติเริ่มปรากฏในพื้นที่สีม่วงเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน และทุกครั้งที่มันมีรอยแยกมิติตัดผ่านไป มันก็จะมีสมาชิกดีวายโซลเสียชีวิตลงไปเสมอ

บนกำแพงเมืองซีเอ็มเพอเรอร์

“พวกเขามีนักเวทต้องห้ามกี่คนกันเนี่ย?!” หัวหน้ากิลด์ร่างผอมอุทานด้วยความทึ่ง

“เท่าที่เห็นตอนนี้พวกเขามีนักเวทต้องห้าม 50 คนแล้วมันยังไม่ได้นับรวมนักเวทอีก 80 คนที่ยังไม่ได้ออกมาในแนวหน้า” หัวหน้ากิลด์ร่างอ้วนกล่าวอย่างจนใจ

“พวกเราคงไม่ต้องคิดเรื่องการแย่งป้อมปราการมาจากพวกเขาแล้วมั้ง ต่อให้พวกเราแย่งป้อมปราการมาจากบลัดบราเธอร์ได้ แต่นักเวทต้องห้ามของพวกเขาแค่ 50 คนก็สามารถขับไล่พวกเราออกจากป้อมปราการได้แล้ว”

เมื่อมีคนพูดขึ้นมาทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าขึ้นมาอย่างอึดอัดใจ

หลังจากถูกโจมตีด้วยเวทมนตร์กึ่งต้องห้ามอีก 3 ระลอก มันก็ทำให้แนวรบของดีวายโซลวุ่นวายมากกว่าเดิม แต่ในขณะที่ลู่หยางกำลังจะสั่งการให้ลูกน้องโจมตีต่อ ทันใดนั้นเขาก็ได้รับข้อความมาข้อความหนึ่ง

“นำกองทัพอสูรกายของนายจัดการพวกมันซะ” ลู่หยางหันไปสั่งไป๋เหลิงที่อยู่ข้าง ๆ

“ได้ครับ” ไป๋เหลิงรับคำสั่งก่อนจะวิ่งไปนำกองกำลังของตัวเองอย่างตื่นเต้น

“กองทัพอสูรกาย บุก!”

ผู้เล่นชุดทอง 7,000 คนและผู้เล่นชุดเงินอีก 13,000 คนเริ่มจู่โจมโอบล้อมเข้าทางปีกซ้ายของดีวายโซลด้วยความรวดเร็ว

“นำกองกำลังของนายเข้าโจมตีได้” ลู่หยางส่งข้อความถึงฉิงชาง

“ทุกคน บุก!” ฉิงชางตะโกนสั่งการพร้อมกับชูดาบภายในมือขึ้นไปบนฟ้า ก่อนจะนำทีมบุกเข้าปะทะกับศัตรูโดยโอบล้อมเข้าทางปีกขวา

ฝ่ายหนึ่งเป็นกองทัพผู้เล่นเลเวล 20 กว่า ๆ ที่ไร้ระเบียบ ขณะที่อีกฝั่งเป็นกองทัพผู้เล่นเลเวล 30 ที่จู่โจมอย่างมีแบบแผน เมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกันสมาชิกดีวายโซลที่สูญเสียความเชื่อมั่นไปแล้วก็ละทิ้งความคิดที่จะต่อสู้ไปอย่างสิ้นเชิง และไม่ว่าชาโดว์ดัสค์และหัวหน้าทั้ง 3 จะพยายามแก้ไขสถานการณ์ยังไง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถควบคุมลูกน้องของตัวเองได้อีกแล้ว ผู้เล่นส่วนใหญ่ภายในกองทัพจึงวิ่งหนีกลับเข้าไปภายในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ด้วยความหวาดกลัว

“หัวหน้าจะให้พวกเราลงมือเมื่อไหร่คะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถามเมื่อได้เห็นกองทัพของสามพี่น้องตระกูลไป๋และฉิงชางขับไล่ศัตรูไปจนถึงหน้าประตูเมืองแล้ว

ลู่หยางมองไปยังนาฬิกา ก่อนที่เขาจะหันไปพูดกับหญิงสาวว่า

“ทุกคนเตรียมกลับป้อมวินด์ธันเดอร์ ตอนนี้มันถึงคราวที่เธอต้องโชว์ฝีมือแล้ว”

“ป้อมปราการวินด์ธันเดอร์?” เซี่ยหยู่เว่ยทวนคำอย่างไม่เข้าใจ

“ใช่ ฉันเพิ่งได้รับข้อความจากเฉียนเฉียนว่าฉงป้ากับโซลออฟอีเทอนิตี้ได้ตกลงปล่อยตัวอีกฝ่ายออกมาจากป้อมปราการ และตอนนี้โซลออฟอีเทอนิตี้กำลังนำกองกำลัง 50,000 คนเดินทางกลับมาแล้ว” ลู่หยางกล่าว

หืออออออ ลู่หยางยังติดต่อกับเฉียนเฉียนอยู่งั้นเหรอ?

จบบทที่ บทที่ 418 เวทมนตร์กึ่งต้องห้าม 3 ระลอก

คัดลอกลิงก์แล้ว