เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 365 เล็งป้อมปราการแบล็คร็อค

บทที่ 365 เล็งป้อมปราการแบล็คร็อค

บทที่ 365 เล็งป้อมปราการแบล็คร็อค


บทที่ 365 เล็งป้อมปราการแบล็คร็อค

“พี่ หนูเก็บต่อไปไม่ได้แล้ว” มู่หยูกล่าวหลังจากมองไปที่กระเป๋าที่เต็มไปด้วยอัญมณี

“ไม่มีที่ว่างเหลือแล้วเหรอ?” ลู่หยางถาม

ทุกคนต่างก็พยักหน้าพร้อม ๆ กัน ขณะมองไปยังอัญมณีบนพื้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเสียดาย

“น่าเสียดายจัง” ฮั่นอวี่กล่าว

“ใจเย็น ๆ ฉันยังมีวิธีอยู่” ลู่หยางกล่าว

ทันทีที่พูดจบชายหนุ่มก็ท่องคาถาเพื่อทำการเทเลพอร์ตไปยังวิหารเทพอสูร จากนั้นเขาก็นำอัญมณีในกระเป๋าไปวางไว้ข้าง ๆ แท่นบูชาแล้วกลับมาที่สปิริตอะคาเดมี่อีกครั้งหนึ่ง

“เอาอัญมณีทั้งหมดมาให้พี่ได้เลย”

“พี่ไปไหนมาเหรอครับ?” ฮั่นเฟยถาม

“ฉันมีพื้นที่พิเศษที่เอาไว้เก็บของได้” ลู่หยางตอบ

ทุกคนเผยรอยยิ้มอย่างยินดี ก่อนจะส่งอัญมณีในกระเป๋าให้ลู่หยางเอาไปเก็บทีละคน จากนั้นชายหนุ่มก็ได้ทำการสังเคราะห์อัญมณีทั้งหมดเข้าด้วยกันกลายเป็นอัญมณีระดับ 10 ประมาณ 200 ชิ้น

หนึ่งในนั้นมีอัญมณีสติปัญญาที่สามารถเพิ่มค่าสติปัญญาได้ถึง 80 หน่วยอยู่ด้วย ชายหนุ่มจึงทำการเก็บมันเอาไว้ใกล้ ๆ กับแท่นบูชาอย่างระมัดระวัง

โดยทั่วไปอุปกรณ์ 1 ชิ้นจะสามารถฝังอัญมณีได้ 3 ชิ้น แล้วถ้าหากผู้เล่นทำการฝังอัญมณีระดับ 10 ลงในอุปกรณ์ทั้ง 18 ชิ้น มันก็จะทำให้ค่าสถานะของพวกเขาเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว

ในระหว่างที่ลู่หยางกำลังเก็บเลเวล สถานการณ์ภายในเมืองเซนต์กอลล์ก็กำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย เพราะผู้เล่นมากมายกำลังแย่งกันซื้ออาคารเพื่อเปิดร้านค้าบริเวณลานกว้างทางตอนเหนือของเมือง

“นี่มันทำเลทองเลยนะ อยากจะรู้จริง ๆ ว่าใครโชคดีซื้ออาคารนี้ไป?” ผู้เล่นคนหนึ่งมองร้านค้าบริเวณทางเหนือของเมืองอย่างเหม่อลอย

บริเวณจุดแลกเปลี่ยนเงินตราทั้ง 6 จุดทางตอนเหนือของเมืองมีจุดแลกเปลี่ยนแห่งหนึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับแปลงดอกไม้ ซึ่งถ้าหากว่าใครมีร้านตั้งอยู่บริเวณนี้มันก็จะทำให้ร้าน ๆ นั้นได้รับความสนใจจากผู้เล่นเป็นจำนวนมาก

“ตอนนี้ราคาอาคารขึ้นไปเท่าไหร่แล้ว?”

“อย่างน้อยก็สัก 1,000 เหรียญทองได้แล้วมั้ง แต่นั่นก็ต้องดูด้วยนะว่าเจ้าของที่จะยอมขายต่อไหม ถ้าหากพวกเขาไม่ขายราคาค่าเช่าก็น่าจะอยู่อย่างน้อยเดือนละ 20 เหรียญทอง”

“แพงขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ตอนนี้ร้านใหญ่ ๆ ที่เคยอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองก็กำลังย้ายมาทางตอนเหนือกันหมดแล้ว แค่ดูคนที่มาแลกเปลี่ยนเงินมันก็น่าจะรู้แล้วว่าในอนาคตที่นี่จะคึกคักมากแค่ไหน”

“เฮ้อ! อยากรู้จริง ๆ ว่าใครมันเป็นเจ้าของร้านพวกนี้ ดูเหมือนพวกเขาจะนัดแนะกันเอาไว้ล่วงหน้าเลย ราคาค่าเช่าของอาคารทุกหลังต่างก็ตั้งกันเป็นมาตรฐานไม่มีช่องว่างให้ใครมาต่อรองราคาเลยแม้แต่คนเดียว”

“มันคงจะไม่ใช่ว่ามีคนคนเดียวซื้ออาคารพวกนี้ไว้ทั้งหมดหรอกนะ?”

ทันใดนั้นผู้เล่นทุกคนก็หันไปยังคนที่ดูเหมือนจะพูดเล่นขึ้นมาและทำให้พวกเขาขนลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ อย่างไรก็ตามทุกคนต่างก็ส่ายหน้าพร้อม ๆ กัน เพราะไม่มีใครเชื่อว่ามันจะมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นมาได้

ในบรรดากลุ่มผู้เล่นที่กำลังพูดคุยกันอยู่ คนที่กำลังเสียใจมากที่สุดก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลยนอกเสียจากแบล็คบลัด โดยในตอนนี้เขากำลังยืนมองร้านค้ากว่า 20 ร้านที่เคยเป็นของเขาอยู่อย่างเหม่อลอย

หากไม่ใช่เพราะเขาต้องใช้เงินทำสงครามกับลู่หยาง เขาก็คงจะไม่ต้องขายอาคารพวกนี้ไป แต่ตอนนี้อาคารที่เคยเป็นของเขามันได้กลายเป็นของคนอื่นแถมเขายังขายพวกมันออกไปในราคาที่ถูกมากอีกด้วย

“ลู่หยาง ฉันจะตามจองล้างจองผลาญแกไปตลอดชีวิต!” แบล็คบลัดร้องคำรามด้วยสีหน้าอันบิดเบี้ยว

โซลออฟอีเทอนิตี้ที่กำลังสวมหน้ากากเดินเข้ามาตบไหล่แบล็คบลัดเบา ๆ พร้อมกับพูดว่า

“เรื่องไหนที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ ตอนนี้พวกเรามาคิดว่าเราจะจัดการกับลู่หยางยังไงกันดีกว่า”

โซลออฟอีเทอนิตี้ก็รู้เรื่องที่แบล็คบลัดเคยเป็นเจ้าของร้านค้าพวกนี้ด้วยเช่นกัน แต่ในความคิดของเขาแบล็คบลัดก็เป็นเพียงแค่คนที่โชคร้ายเท่านั้น เพราะใครจะไปรู้ล่วงหน้าว่าทางผู้พัฒนาจะวางจุดแลกเปลี่ยนเงินเอาไว้ในบริเวณที่ไม่มีใครให้ความสนใจ

“ผมจะไม่มีทางปล่อยลู่หยางไปเด็ดขาด ป้อมปราการทั้ง 2 แห่งของมันผมจะทำลายด้วยมือของผมเอง” แบล็คบลัดพูดอย่างไม่ยอมแพ้

โซลออฟอีเทอนิตี้ดึงแบล็คบลัดไปยังจุดที่ไม่มีคน ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“ตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาประชุมแล้ว หลังจากที่เราได้รับทุนมาจากลิ่วเจีย ฉันจะมาช่วยนายแก้แค้นอย่างแน่นอน”

แบล็คบลัดพยักหน้ารับด้วยสีหน้าที่บิดเบี้ยว

“ไปเถอะ ตอนนี้หวังเถิงถูกแต่งตั้งจากลิ่วเจียให้กลายเป็นฝ่ายบุคคลแล้ว ดูจากนิสัยของเขาฉันว่าเราไม่ควรจะไปสาย” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าว

แบล็คบลัดพยักหน้าก่อนที่พวกเขาทั้งสองคนจะเข้าพื้นที่พิเศษไปพร้อม ๆ กัน

พื้นที่พิเศษถูกจัดเอาไว้เป็นเหมือนกับห้องประชุม ซึ่งมีหัวหน้ากิลด์อื่น ๆ นั่งรอกันอยู่ก่อนแล้ว

“ทำไมถึงพึ่งมาล่ะ?” บลัดไทแรนท์กระซิบถามโซลออฟอีเทอนิตี้

“ฉันพาแบล็คบลัดไปสืบข่าวที่เมืองเซนต์กอลล์ หลังจากเห็นภาพเก่า ๆ เขาก็เริ่มคิดถึงการลงทุนทางตอนเหนือของเมืองอีกแล้ว” โซลออฟอีเทอนิตี้ตอบ

บลัดไทแรนท์หัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะแอบส่งข้อความไปหาโซลออฟอีเทอนิตี้ว่า

“ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่านายจะรับเขาเข้ากิลด์ไปทำไม นายหวังว่าเขาจะช่วยนายยึดป้อมของลู่หยางมาได้งั้นเหรอ? ฉันขอเตือนเอาไว้เลยนะว่าฉันโดนเขาหลอกมา 3 ครั้งแล้ว”

โซลออฟอีเทอนิตี้ส่ายหัวด้วยรอยยิ้มโดยไม่ตอบรับอะไรกลับไป

ไม่นานนักหวังเถิงในชุดสูทก็ปรากฏตัวตรงบริเวณเก้าอี้ประธานของการประชุม

“ทุกคนมาพร้อมกันหมดแล้วใช่ไหม?” หวังเถิงกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์

“สวัสดีครับประธานหวัง” ทั้งโซลออฟอีเทอนิตี้และบลัดไทแรนท์ต่างก็พูดประจบขึ้นมาพร้อมกัน

หวังเถิงเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างยินดี เพราะเขาชอบให้คนอื่นเรียกเขาแบบนี้ และเนื่องมาจากเขาเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามาดูแลเรื่องราวภายในเกม ตัวละครของเขาจึงยังคงเป็นผู้เล่นใหม่ซึ่งมีเลเวลเพียงแค่ 1

ขณะเดียวกันหัวหน้ากิลด์ใหญ่ทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่มีเลเวล 30 กันหมดแล้ว การพูดคุยกับตัวละครเลเวล 1 อาจจะทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัดได้ เพื่อพยายามลดความอึดอัดในระหว่างการประชุมหวังเถิงจึงซื้อชุดเครื่องแบบในเกมเพื่อมาปรากฏตัวในรูปแบบของผู้บริหารในโลกแห่งความเป็นจริง ด้วยจิตวิทยาข้อนี้ไม่ว่าคนตรงหน้าจะมีเลเวลสูงแค่ไหน แต่ทุกคนก็จะเข้าใจว่าพวกเขาเป็นเพียงลูกน้องที่ต้องเชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด

“สาเหตุที่ผมเรียกทุกคนมาประชุมในวันนี้ก็เพื่อหารือเรื่องการโจมตี 1 ใน 3 กิลด์ใหญ่แห่งเมืองเซนต์กอลล์ ไหนทุกคนลองเสนอมาซิว่าพวกเราควรจะโจมตีใครก่อนดี?” หวังเถิงกล่าว

ทุกคนตกตะลึงกันไปสักพักและการที่หวังเถิงประกาศออกมาแบบนี้ มันก็แสดงว่าอีกฝ่ายได้เตรียมแผนการมาเป็นอย่างดีแล้ว

ในบรรดา 4 เมืองหลักของเผ่ามนุษย์ กิลด์ที่ลิ่วเจียได้ลงทุนยังไม่ค่อยมีความได้เปรียบในเมืองอื่น ๆ มากนัก เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์โดยรวมการแย่งชิงป้อมปราการในเขตเมืองเซนต์กอลล์ก็เป็นการลงมือที่ง่ายดายมากที่สุด

“ผมมีข้อเสนอครับ” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าวพร้อมกับยกมือ

“คุณกำลังจะบอกให้โจมตีป้อมวินด์ธันเดอร์ใช่ไหม? ผมรู้นะว่าคุณมีคำสั่งโจมตีป้อมวินด์ธันเดอร์อยู่” หวังเถิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ไม่ใช่ครับ ข้อเสนอของผมคือป้อมแบล็คร็อคของฉงป้าต่างหาก” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างลึกลับ

ฉงป้าเตรียมรับศึกหนัก!

จบบทที่ บทที่ 365 เล็งป้อมปราการแบล็คร็อค

คัดลอกลิงก์แล้ว