เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 364 อัญมณีระดับ 3

บทที่ 364 อัญมณีระดับ 3

บทที่ 364 อัญมณีระดับ 3


บทที่ 364 อัญมณีระดับ 3

ลู่หยางถอนหายใจก่อนที่เขาจะลุกยืนขึ้นโค้งให้ทุกคนอย่างซาบซึ้ง

“อันดับแรกฉันต้องขอขอบคุณทุก ๆ คนมาก”

“หัวหน้าทำแบบนั้นทำไมกันครับ?” ฉิงชางรีบพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“ใช่ครับหัวหน้า คุณไม่จำเป็นจะต้องทำถึงขนาดนี้หรอก”

ลู่หยางส่ายหัวไปมาก่อนจะพูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“ฉันต้องขอโทษทุกคนด้วย แต่มันมีเรื่องหนึ่งที่ฉันตัดสินใจทำลงไปโดยไม่ได้บอกทุกคนก่อน เพราะฉันกลัวว่าถ้าศัตรูรู้เรื่องนี้เข้ามันจะส่งผลกระทบต่อกิลด์”

“หา? หัวหน้ามีเรื่องที่ยังไม่ได้บอกพวกเราอีกเหรอครับ?” ไป๋เหลิงกล่าวอย่างประหลาดใจ

ไป๋ฉือที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ตบศีรษะของน้องชายไป 1 ที ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า

“นั่งเงียบ ๆ ฟังหัวหน้าพูดให้จบก่อน”

“ก่อนที่เราจะเริ่มทำสงครามแล้วบุกยึดป้อมวินด์ธันเดอร์มา ฉันได้รับเงินทุนมา 1,000 ล้านและนักลงทุนคนนั้นก็คือพ่อของเจียงเจ๋อ” ลู่หยางกล่าว

ทันทีที่พูดจบทุกคนต่างก็หันไปมองเจียงเจ๋อพร้อม ๆ กัน จากนั้นพวกเขาก็หันมามองทางลู่หยาง

“หัวหน้า ถ้าเรามีเงินก้อนใหญ่ขนาดนั้น พวกเราควรรีบรับซื้อวัตถุดิบกับอุปกรณ์มาเตรียมทำสงครามเลยไหมครับ?” เหมาชิวถาม

“ตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้น แต่ฉันตัดสินใจเอาเงินส่วนใหญ่ไปลงทุนแล้วทำให้ตอนนี้พวกเรามีเงินทุนเหลือไม่ถึง 100,000 เหรียญทอง” ลู่หยางตอบซึ่งมันก็ทำให้ทุกคนถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง

“หัวหน้า คุณเอาเงินไปลงทุนที่ไหนเหรอคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“พวกเธออยากรู้จริง ๆ เหรอ?” ลู่หยางถามกลับ

ทุกคนต่างก็พยักหน้ารับขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

“ฉันเอาเงินไปซื้ออาคารทางตอนเหนือของเมืองมา 2,600 หลัง” ลู่หยางตอบอย่างสบายๆ

“หา?! หัวหน้าพูดอีกทีสิครับ เมื่อกี้ผมหูฝาดไปหรือเปล่า?” ไป๋เหลิงอุทานด้วยดวงตาอันเบิกกว้าง

“ใช่ค่ะ หัวหน้าช่วยพูดอีกทีสิคะ” พวกเซี่ยหยู่เว่ยต่างก็พยักหน้ารับด้วยเช่นกัน

“ฉันเอาเงินไปซื้ออาคารทางตอนเหนือของเมืองมา 2,600 หลัง ต้นทุนของอาคารพวกนั้นอยู่ที่ประมาณ 300,000 เหรียญทอง” ลู่หยางกล่าวโดยพยายามกลั้นรอยยิ้มเอาไว้

“พวกเรารวยแล้วโว้ย!” ไป๋ฉืออุทานขึ้นมา แน่นอนว่าทุกคนต่างก็ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ด้วยเช่นกัน

“หัวหน้า พวกเรารวยแล้ว พวกเรารวยแล้ว!” จางจื่อโป๋กรีดร้องด้วยความดีใจ

“โอ้พระเจ้า! หัวหน้าได้อาคารมาตั้ง 2,600 หลังทั้ง ๆ ที่ใช้เงินทุนไปแค่ 300,000 เหรียญทองเท่านั้นเอง ตอนนี้ราคาของพวกมันน่าจะดีดขึ้นไปสัก 5 ล้านเหรียญทองได้แล้วมั้ง พวกเราได้กำไรมาเท่าไหร่แล้วเนี่ย” เหมาชิวพูดอย่างตื่นเต้น

“แค่ไม่กี่วันนายก็ทำให้เงินลงทุนจากพ่อฉันเพิ่มขึ้นมาเป็น 1.5 เท่าได้เลยนะเนี่ย” เจียงเจ๋อกล่าวอย่างตื่นเต้นด้วยเช่นกัน

ลู่หยางมองไปยังทุกคนอย่างมีความสุข เพราะกำไรจากการลงทุนในครั้งนี้มันมากพอที่จะทำให้เขาจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นทุกคนได้แล้ว ซึ่งมันก็หมายความว่าทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมไม่จำเป็นจะต้องทำงานให้กับกิลด์ฟรี ๆ อีกต่อไป

หลังจากรอให้ทุกคนสงบลง ลู่หยางก็พูดขึ้นมาว่า

“สาเหตุที่ฉันเรียกทุกคนมาในวันนี้เพราะฉันอยากจะถามความเห็นว่าเราควรจะปล่อยเช่าอาคารพวกนี้หรือเอาไปขายเพื่อเอาเงินมาทำอย่างอื่นต่อดี แต่ก่อนหน้านั้นฉันก็ตั้งใจจะจ่ายเงินปันผลให้ทุกคน 1 ครั้ง”

ทุกคนตาโตเมื่อได้ยินคำว่าเงินปันผล แต่พวกเขาก็ต้องรีบนั่งลงด้วยสีหน้าอันครุ่นคิด

“การขายพวกมันออกไปเป็นวิธีที่ทำให้เราได้รับเงินโดยเร็วที่สุด แต่ฉันว่ามูลค่าของพวกมันควรจะเพิ่มได้กว่านี้อีกมาก การปล่อยเช่าแม้จะได้เงินกลับมาช้ากว่าแต่มันก็จะทำให้กิลด์ของเราอยู่ต่อไปได้อย่างมั่นคง” เซี่ยหยู่เว่ยแสดงความคิดเห็น

ฉิงชางพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“ผมได้ยินมาว่าเซคคัลเวิลด์กำลังวางแผนร่วมธุรกิจกับแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ อาจจะเป็นไปได้ว่าในอนาคตพวกเราสามารถเข้ามาเดินชอปปิงภายในเกมได้เลย แบบนี้มันก็หมายความว่าแบรนด์ใหญ่ ๆ จำเป็นจะต้องใช้พื้นที่เพื่อเปิดร้านค้า แล้วมันก็ดูเหมือนกับว่าพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองเป็นทำเลที่เหมาะสมที่สุด”

“ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ แค่เก็บค่าเช่าอย่างเดียวพวกเราก็รวยแล้ว” จางจื่อโป๋กล่าว

“ผมเห็นด้วยกับการปล่อยเช่า”

“ผมก็เห็นด้วย”

ในเวลาเพียงแค่ไม่นานเหล่าบรรดาแกนหลักของกิลด์ก็ยกมือโหวตเป็นเสียงเดียวกันว่าให้ทำการปล่อยเช่าอาคารมากกว่าจะขายพวกมันออกไป

“โอเค ถ้าอย่างนั้นหลังจากนี้ฉันจะมอบหน้าที่เรื่องการปล่อยเช่าให้ถูเฟิงคอยดูแล ค่าเช่าทั้งหมดจากอาคารทั้ง 2,600 หลังจะถูกเปลี่ยนมาเป็นเงินปันผลและสัญญาเช่าขั้นต่ำฉันขอกำหนดเอาไว้ที่ 3 เดือน” ลู่หยางกล่าว

แม้โดยข้อสรุปทุกคนจะลงความเห็นว่าให้เก็บค่าเช่าเพียงแค่ 10 เหรียญทองต่อเดือน แต่เงินก้อนแรกที่พวกเขาจะได้รับก็มีอย่างน้อย 20 ล้านเครดิตแล้ว ถ้าหากเงินก้อนนี้นำมาจ่ายเป็นเงินปันผลทั้งหมด มันก็หมายความว่าทุกคนจะได้รับส่วนแบ่งกันคนละไม่น้อยกว่า 600,000 เครดิต

“หัวหน้า คุณนี่เก่งจริง ๆ” จางจื่อโป๋กล่าว

เงินในส่วนของฉันไม่ต้องเอามาจ่ายปันผลให้กับฉันนะ แต่เอาเงินพวกนั้นไปซื้อวัตถุดิบเข้ากิลด์ได้เลย” ลู่หยางกล่าว

“หัวหน้าถ้าแบบนั้นพวกเราก็ไม่เอาเงินปันผลเหมือนกัน” ไป๋เหลิงกล่าว

ลู่หยางส่ายหัวปฏิเสธพร้อมกับพูดว่า

“ทุกคนจะมาเลียนแบบฉันไม่ได้ ฉันจะบอกความจริงเรื่องหนึ่งให้นะว่าความจริงแล้วฉันรวยมาก เงินแค่ไม่กี่ล้านแค่นี้ไม่จำเป็นสำหรับฉันหรอก”

ทุกคน “......”

“อย่าบอกนะว่าจริง ๆ แล้วหัวหน้าเป็นมหาเศรษฐี?” เหมาชิวถาม

“ฉันดูเหมือนมหาเศรษฐีไหมล่ะ?” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ไม่เหมือนครับ” เหมาชิวตอบตามตรง

“ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าตอนนี้ฉันยังมีเงินอยู่จริง ๆ ส่วนฉันเอาเงินมาจากไหนทุกคนก็อย่าเพิ่งถาม เมื่อถึงเวลาฉันจะบอกทุกคนเอง แน่นอนว่าทุกคนยังคงจะได้รับเงินปันผลอยู่เหมือนเดิมและถ้าหากว่าพวกเราโชคดีมากพอ พวกนายแต่ละคนอาจจะได้เงินก้อนชนิดที่พวกนายคาดไม่ถึงกันเลยล่ะ” ลู่หยางกล่าว

แน่นอนว่าเรื่องที่ลู่หยางยังปิดบังเอาไว้นั่นก็คือเรื่องที่เขาไปกว้านซื้ออาคารมาจากอีก 3 เมือง เพราะในตอนนี้ทางระบบยังไม่มีการประกาศจุดแลกเปลี่ยนแห่งใหม่ของเมืองพวกนั้นอย่างเป็นทางการ ซึ่งลู่หยางก็คาดเดาว่าทางบริษัทเกมอาจจะกำลังใช้พื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองเซนต์กอลล์เป็นโครงการนำร่องเพื่อทำการสำรวจผลตอบรับจากผู้เล่น

ที่สำคัญที่สุดคือการที่เขานำเงินไปลงทุนในกาเก่คอยน์ ซึ่งถ้าหากว่าเงินสกุลนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นไปเหมือนกับในชาติก่อน มันก็จะทำให้เขาได้รับผลกำไรกลับมาไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านเครดิต

ย้อนกลับไปในชาติก่อนลิ่วเจียได้ใช้เงินจำนวนมหาศาลมาบดขยี้เขา ซึ่งลู่หยางก็กำลังรอที่จะใช้เงินจำนวนมหาศาลในการกดดันให้อีกฝ่ายล้มละลายภายในเกมด้วยเช่นกัน

หลังจากออกมาจากพื้นที่พิเศษ ลู่หยางก็มองไปยังสีหน้าแห่งความสุขของทุกคนก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“หลังจากได้เงินปันผลในครั้งนี้แล้วฉันจะเปิดบัญชีธนาคารให้กับทุกคนและจะใส่เงินเอาไว้ให้บัญชีละ 500,000 เครดิต”

“พี่ไม่จำเป็นจะต้องทำแบบนั้นหรอกครับ” ฮั่นเฟยกล่าว

“จำเป็นสิ ทุกคนคือน้อง ๆ ของฉันและฉันก็อยากให้พวกนายทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้นต่อไปฉันจะจ่ายเงินปันผลให้กับพวกนายในทุก ๆ เดือนและพวกนายก็ต้องรับเงินก้อนนี้ไปใช้ด้วย” ลู่หยางกล่าว

เมื่อสามพี่น้องตระกูลฮั่น, เสี่ยวเหลียงและมู่หยูได้ยินคำพูดที่ก้าวร้าวของลู่หยาง มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาภายในใจ

“ขอบคุณครับ/ค่ะพี่” ทุกคนกล่าวพร้อมกับพยักหน้าพร้อมกัน

“ดีมาก เอาล่ะเดี๋ยวฉันจะไปล่อมอนสเตอร์ฝูงใหม่มาแล้วนะ” ลู่หยางกล่าวอย่างพอใจ ก่อนที่เขาจะกระโดดลงไปจากช่องเพดานและวิ่งไปลากมอนสเตอร์มาอีกครั้ง

การเก็บเลเวลเมื่อวานทำให้เลเวลของลู่หยางเพิ่มขึ้นจาก 30 เป็น 33 และในวันนี้อย่างน้อยเลเวลของเขาก็คงจะเพิ่มขึ้นเป็น 35

ก่อนเดินทางมาเก็บเลเวลเขาได้สร้างน้ำยาเอคโคออฟเมจิกมาหลายพันขวด ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นจะต้องกังวลว่าน้ำยาพวกนี้จะมีไม่พอให้ใช้งาน

เมื่อวิ่งมาจนถึงลานกว้างลู่หยางก็ได้พบว่าพวกแมงมุมโบราณยังเกิดใหม่ไม่มากนัก เขาจึงตัดสินใจเข้าไปสำรวจทางด้านในสมาคม ซึ่งเขาจำได้ว่าตรงบริเวณหน้าห้องทดลองที่ 22 เป็นสถานที่อยู่ของตั๊กแตนกลายพันธุ์ ซึ่งนอกเหนือจากพวกมันจะให้ค่าประสบการณ์สูงมากแล้วพวกมันยังมีโอกาสดรอปอัญมณีระดับ 3 ลงมาอีกด้วย

อัญมณีและวัตถุดิบสำหรับการเอนชานท์เป็น 2 ปัญหาใหญ่ที่รบกวนลู่หยางมาเป็นเวลานาน ซึ่งสาเหตุที่เขานำทุกคนมาเก็บเลเวลที่นี่ในอีกมุมหนึ่งนั่นก็เพราะเขาต้องการอัญมณีเหล่านี้ด้วย

หลังจากเดินไปท่ามกลางความมืดบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยแมงมุมยักษ์ ในที่สุดเขาก็ได้พบกับตั๊กแตนกลายพันธุ์ที่เขาตามหา

ตั๊กแตนกลายพันธุ์ (ระดับกึ่งอีลิท)

เลเวล 60

พลังชีวิต 20,000/20,000

มอนสเตอร์ชนิดนี้มีรูปร่างที่พิเศษมาก โดยลำตัวของมันมีลักษณะเหมือนมังกรคอมมานโด บริเวณขาหลังมีความยาวและมีพลังกระโดดอันน่าตกใจ แขนคู่หน้าของมันได้ถูกวิวัฒนาการจนกลายเป็นเหมือนเคียวอันแหลมคม ทำให้โดยรวมมันกลายเป็นมอนสเตอร์ที่สามารถกระโดดไปสังหารศัตรูได้อย่างว่องไว

แม้ตั๊กแตนกลายพันธุ์จะมีพลังชีวิตแค่ 20,000 หน่วย แต่มันก็มีค่าพลังป้องกันสูงกว่าแมงมุมโบราณเสียอีก ยิ่งไปกว่านั้นความเร็วในการเคลื่อนที่ของมันยังสูงกว่าผู้เล่นถึง 80% หากใครได้มาเจอมอนสเตอร์ตัวนี้โดยไม่ได้เตรียมตัวเอาไว้ พวกเขาก็ไม่มีทางสลัดจากมันได้อย่างแน่นอน

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือพลังโจมตีของตั๊กแตนกลายพันธุ์ที่สามารถโจมตีได้ครั้งละมากกว่า 8,000 หน่วย และถึงแม้ในตอนนี้ลู่หยางจะมีพลังชีวิตมากกว่าเดิม แต่ถ้าหากเขาพลาดโดนมันโจมตีเข้าไปแม้แต่ครั้งเดียว ในเวลานั้นแม้แต่เขาก็เสียชีวิตลงไปได้เหมือนกัน

ก่อนลงมือชายหนุ่มได้ทำการตรวจสอบว่าสกิลสคอร์ชิ่งสปีดไม่ได้ติดคูลดาวน์ จากนั้นเขาก็ท่องคาถาปล่อยสกิลเมเทโออิมแพคออกมา 3 ครั้งติดต่อกันเพื่อทำการหลอกล่อมอนสเตอร์ทั้งหมดในระยะ 60 เมตร

-1

-1

......

ตัวเลขความเสียหายปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของมอนสเตอร์อย่างมากมาย ซึ่งภายในนั้นมันก็มีตั๊กแตนกลายพันธุ์ปะปนอยู่มากกว่า 20 ตัว

พวกตั๊กแตนกลายพันธุ์ส่งเสียงกรีดร้องอย่างโกรธเกรี้ยว จากนั้นพวกมันก็กระโดดข้ามหัวแมงมุมโบราณเพื่อพุ่งเข้าหาลู่หยางที่กล้ามายั่วโมโหพวกมัน

หลังทำการโจมตีลู่หยางก็ได้เปิดใช้งานสกิลสคอร์ชิ่งสปีดพร้อมกับวิ่งกลับไปทางเดิมอย่างรวดเร็ว และด้วยผลของสกิลนี้ที่ทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาเพิ่มขึ้นมาเป็น 285% มันจึงทำให้เขาสามารถกระโดดขึ้นไปบนเพดานโดยที่พวกตั๊กแตนกลายพันธุ์ไม่สามารถไล่ตามเขาทันได้เลย

ไฟร์วอลล์!

ลู่หยางรีบวางกำแพงไฟบริเวณใต้จุดที่เขาซ่อนตัวอยู่ และกว่าที่ฝูงมอนสเตอร์จะเดินทางเข้ามาพื้นที่บริเวณนี้ก็ได้ถูกเปลี่ยนเป็นทะเลเพลิง

-1

หลังจากฝูงตั๊กแตนได้มายืนอยู่ใต้เพดานที่มีช่องโหว่แล้ว พวกมันต้องงอขาลงทั้ง 2 ข้างก่อนจะพุ่งตัวขึ้นมาใช้เคียวคู่หน้าพยายามฟาดฟันไปที่ศัตรูของพวกมัน

แม้พวกตั๊กแตนจะกระโดดขึ้นมาได้สูงมาก แต่ลู่หยางก็ยังคงยืนอยู่นิ่ง ๆ โดยไม่สนใจ เพราะในชาติก่อนเขาเคยเผชิญหน้ากับพวกมันมาเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน และเขาก็สามารถยืนยันได้อย่างแน่นอนว่าพวกมันไม่สามารถกระโดดขึ้นมาโจมตีในจุดนี้ได้ เขาจึงทำการหยิบน้ำยาเอคโคออฟเมจิกเพื่อโยนลงไปในฝูงมอนสเตอร์ด้านล่าง

เพล้ง!

ฝูงตั๊กแตนกลายพันธุ์และแมงมุมโบราณถูกย้อมร่างจนกลายเป็นสีม่วงเข้มพร้อม ๆ กับพลังป้องกันทางเวทมนตร์ของพวกมันที่ถูกลดลงไปเป็นจำนวนมาก

-1,917

......

เมื่อพลังป้องกันทางเวทมนตร์ถูกลดลงไป 30% พวกมันก็เริ่มสูญเสียพลังชีวิตลงไปอย่างรวดเร็ว และหลังจากที่เวลาได้ผ่านพ้นไปประมาณ 10 วินาทีฝูงมอนสเตอร์เหล่านี้ก็เสียชีวิตลงไปทั้งหมด

ระบบ: คุณได้รับค่าประสบการณ์ 3,167 หน่วย (รวมโบนัสค่าประสบการณ์จากการล่ามอนสเตอร์เลเวลสูงกว่า 2,600 หน่วย)

......

ลู่หยางพาเสี่ยวเหลียงกระโดดลงไปทางด้านล่าง ซึ่งหลังจากที่พวกเขาค้นหาไอเท็มอยู่เพียงแค่ไม่นานพวกเขาก็ได้พบกับอัญมณีที่ส่องแสงประกายอย่างแวววาว

อัญมณีสติปัญญา (เลเวล 3)

เอฟเฟกต์ สติปัญญา+24

“พวกมันดรอปอัญมณีสติปัญญาระดับ 3 ลงมาด้วย” เสี่ยวเหลียงอุทานอย่างประหลาดใจ

ปัจจุบันอัญมณีเป็นสิ่งที่สามารถหาได้จากในดันเจียนเท่านั้น และมันยังดรอปลงมาเป็นเศษอัญมณีที่จำเป็นจะต้องนำไปรวมเพื่อเป็นอัญมณีอีกทีหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นการหลอมอัญมณียังไม่มีอัตราที่แน่นอน ซึ่งสำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยทำการหลอมพวกเขาก็จะมีโอกาสหลอมอัญมณีสำเร็จเพียงแค่ประมาณ 30% เท่านั้น

ลู่หยางมอบหน้าที่ให้เสี่ยวเหลียงทำการเก็บอัญมณี ส่วนเขาก็ได้วิ่งไปยังทางเดินอันมืดมิดเพื่อหลอกล่อศัตรูมาจัดการต่อ

ยิ่งเขาเดินเข้าไปในสถาบันลึกเท่าไหร่จำนวนของแมงมุมกลายพันธุ์ก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น ขณะเดียวกันจำนวนของตั๊กแตนกลายพันธุ์กลับมีจำนวนเพิ่มมากยิ่งขึ้น เมื่อลู่หยางกลับเข้าไปหลอกล่อมอนสเตอร์มาเป็นครั้งที่ 3 มันก็ไม่เหลือแมงมุมกลายพันธุ์อยู่ในทางเดินแล้ว

ด้วยเหตุนี้จำนวนอัญมณีที่พวกเขาได้รับจึงเพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนตั๊กแตนกลายพันธุ์ที่ถูกหลอกล่อออกมา และกว่าที่พวกเขาจะสังหารมอนสเตอร์ทั้งหมดในทางเดิน มันก็ทำให้พวกเขาได้รับอัญมณีมามากกว่า 800 ชิ้น

จบบทที่ บทที่ 364 อัญมณีระดับ 3

คัดลอกลิงก์แล้ว