เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 358 หัวใจแห่งเทพอสูรระดับ 3

บทที่ 358 หัวใจแห่งเทพอสูรระดับ 3

บทที่ 358 หัวใจแห่งเทพอสูรระดับ 3


บทที่ 358 หัวใจแห่งเทพอสูรระดับ 3

สิ่งที่ลู่หยางและหลานอวี่จะต้องระวังคือในช่วงที่โซโลทอร์ปล่อยลำแสงอันร้อนระอุไปทั่วทั้งบริเวณ พวกเขาจึงจำเป็นจะต้องใช้น้ำยาต้านทานเวทมนตร์เพื่อหลบเลี่ยงความเสียหายที่ถึงแก่ความตาย

เวลาได้ผ่านพ้นไปอีก 10 นาทีทั้งลู่หยางและหลานอวี่ต่างก็ดื่มน้ำยาต้านทานเวทมนตร์พร้อมกัน ซึ่งหลังจากที่พวกเขาผ่านพ้นลำแสงอันร้อนระอุได้อีกครั้ง ลู่หยางก็พบว่าโซโลทอร์เหลือพลังชีวิตอีกเพียงแค่ 400,000 หน่วย

“สู้ ๆ นะ บอสใกล้จะตายแล้ว”

หลานอวี่พยักหน้ารับพร้อมกับทำการโจมตีต่อไป

ช่วงเวลานี้พวกเขาจำเป็นจะต้องเร่งดำเนินการทำการโจมตี เพราะถ้าหากเวลาได้ผ่านพ้นไปครบ 1 ชั่วโมงและพวกเขายังไม่สามารถสังหารโซโลทอร์ได้ ในเวลานั้นมันก็จะเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งและทำลายพระราชวังในหมัดเดียว

5 นาทีต่อมา

“ข้าไม่ยอม! ทำไมหลังจากที่ข้าได้พลังมหาศาลข้าถึงยังพ่ายแพ้” โซโลทอร์ตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธแค้น

ระบบ: ยินดีด้วย คุณได้สังหารโซโลทอร์แล้ว ได้รับค่าประสบการณ์ 68,998 หน่วย

หลานอวี่มองดูโซโลทอร์ที่เสียชีวิตลงกับพื้น ก่อนที่เธอจะกระโดดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“สำเร็จแล้ว! ฉันฆ่าบอสเลเวล 60 ได้แล้ว”

“เก่งมาก พวกเราไปดูกันเถอะว่ามันดรอปอะไรลงมาบ้าง” ลู่หยางกล่าว

หลานอวี่พยักหน้าก่อนที่เธอจะวิ่งตามลู่หยางออกไปนอกวัง

ไอเท็มที่โซโลทอร์ดรอปลงมาเป็นกองไอเท็มขนาดใหญ่ แต่สิ่งแรกที่ลู่หยางมองเห็นท่ามกลางกองไอเท็มเหล่านั้นนั่นก็คือหินปีศาจเพลิง

“ในที่สุดฉันก็ได้มันมาสักที” ลู่หยางกล่าวอย่างตื่นเต้น

“มันคืออะไรเหรอคะ?” หลานอวี่ถาม

“มันคือวัตถุดิบจำเป็นสำหรับการอัปเกรดหัวใจแห่งเทพอสูร ในที่สุดฉันก็มีวัตถุดิบมากพอที่จะอัปเกรดมันเป็นระดับ 3 แล้ว” ลู่หยางตอบ

“มันเป็นของดีมากเลยเหรอ?” หลานอวี่ถาม

“ใช่ มันเป็นของดีมาก เดี๋ยวฉันค่อยบอกความโกงของมันให้ฟังตอนนี้พวกเรามาเก็บไอเท็มกันก่อนเถอะ” ลู่หยางกล่าวอย่างดีใจ

ในบรรดาไอเท็มอื่น ๆ มีสิ่งที่น่าสนใจคือสร้อยคอระดับแพลตตินั่มเลเวล 50 จำนวน 1 ชิ้นและเกราะขาระดับทองเลเวล 50 อีก 1 ชิ้น ส่วนไอเท็มที่เหลือต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นของที่ไม่ค่อยน่าสนใจมากนัก

“พวกเรากลับกันเถอะ” ลู่หยางกล่าวหลังจากเก็บทุกอย่างไว้ในกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว

หลานอวี่พยักหน้ารับก่อนที่เธอจะใช้คัมภีร์ย้อนกลับไปยังเมืองเซนต์กอลล์

เมื่อมองดูเวลาเธอก็ได้พบว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาดึกมากแล้ว หลานอวี่จึงพูดขึ้นมาว่า

“ฉันออกไปพักแล้วนะ”

“อือ ฉันก็กำลังจะไปพักเหมือนกัน พรุ่งนี้ค่อยมาเจอกันใหม่นะ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

หลานอวี่พยักหน้ารับอย่างมีความสุข ก่อนที่เธอจะเดินเข้าโรงแรมเพื่อออฟไลน์

ระหว่างนั้นลู่หยางก็หาสถานที่ไร้ผู้คนเพื่อเทเลพอร์ตไปยังวิหารเทพอสูร จากนั้นเขาก็นำหัวใจแห่งเทพอสูร, น้ำตาแห่งเปลวเพลิงและหินปีศาจเพลิงเอามาวางไว้บนแท่นบูชา

ระบบ: วัตถุดิบครบถ้วน คุณต้องการสังเคราะห์หรือไม่?

ลู่หยางกดยืนยัน

น้ำตาแห่งเปลวเพลิงและหินปีศาจเพลิงเริ่มถูกหลอมเข้าไปในหัวใจแห่งเทพอสูรในทันที และทันใดนั้นมันก็ได้เกิดภาพเงาของเทพปีศาจเปลวเพลิงขึ้นเหนือแท่นบูชา

ระบบ: สังเคราะห์สำเร็จ!

หัวใจแห่งเทพอสูร (ระดับ 3)

ความอดทน +200

ความแข็งแกร่ง +200

ความคล่องแคล่ว +200

สติปัญญา +1,000

พลังกาย +200

แปลงร่างอสูรเพลิง +2

เลเวลสกิลเวทมนตร์ธาตุไฟ +3

สกิลพิเศษ เมเทโอฟอลล์, เมเทโอเชาเวอร์

เอฟเฟกต์พิเศษ เจาะเกราะเวท +45%

นับตั้งแต่ระดับนี้เป็นต้นไปหัวใจแห่งเทพอสูรก็เริ่มจะมีความเหมาะสมกับการเป็นไอเท็มระดับสูงสุดของเซคคัลเวิลด์ ซึ่งมันก็ได้ช่วยเพิ่มพลังชีวิตของเขาเทียบเท่ากับพาลาดิน ช่วยเพิ่มพลังป้องกันเทียบเท่ากับนักรบ ช่วยเพิ่มความคล่องแคล่วไม่ต่างไปจากโจร เพิ่มพลังโจมตีเวทเท่ากับอุปกรณ์ระดับทอง 3 ชุดรวมกัน ซึ่งการจะสังหารเขาที่สวมใส่ไอเท็มระดับเทพแบบนี้ นอกเหนือจากการใช้อาชีพพิเศษอย่างนักรบหมอกโลหิตแล้ว มันก็มีเพียงการใช้โจรชั้นยอดรุมโจมตีเข้ามาพร้อมกันเท่านั้นถึงจะจัดการกับเขาได้

ชายหนุ่มกำหมัดแน่นขึ้นมาอย่างยินดี เพราะหลังจากนี้เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องกลัวการโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวอีกต่อไป นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้เขาดีใจมากที่สุดนั่นก็คือเอฟเฟกต์พิเศษของไอเท็มที่จะทำให้เขาสามารถเจาะทะลุการป้องกันทางเวทมนตร์ได้ถึง 45%

ในช่วงที่มอนสเตอร์เลเวล 61 ขึ้นไป พวกมันจะมีความต้านทานเวทมนตร์สูงถึง 500 หน่วย ในเวลานั้นหากความเสียหายรวมของนักเวทอยู่ที่ 2,000 หน่วย ตัวเลขความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับมอนสเตอร์ก็จะแสดงผลอยู่ที่ 1,500 หน่วย

อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้มันก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขของมอนสเตอร์ธรรมดา เพราะยิ่งมอนสเตอร์มีระดับสูงมากขึ้นเท่าไหร่ พวกมันก็จะยิ่งมีความต้านทานเวทมนตร์สูงมากขึ้นเท่านั้น ขณะเดียวกันหากลู่หยางต้องการจะช่วยให้ลูกน้องเพิ่มเลเวลกันได้อย่างรวดเร็ว วิธีการเดียวคือเขาจำเป็นจะต้องพาทุกคนไปเก็บเลเวลในแผนที่เลเวล 60 ขึ้นไป

ก่อนหน้านี้เขายังไม่มีความสามารถในการจัดการกับมอนสเตอร์เลเวล 60 อย่างรวดเร็วได้ แต่ด้วยเอฟเฟกต์พิเศษเจาะเกราะเวทนี่เอง มันก็จะช่วยร่นระยะเวลาในการจัดการกับฝูงมอนสเตอร์ได้เยอะมาก

หลังจากทำการติดตั้งหัวใจแห่งเทพอสูรอีกครั้ง เขาก็ทำการเทเลพอร์ตกลับไปยังเมืองเซนต์กอลล์

แม้ช่วงเวลานี้จะเป็นตอนดึกมากแล้วแต่ผู้เล่นภายในเมืองเซนต์กอลล์ก็ไม่ได้ดูบางตาลงไปเลย โดยมันมีผู้เล่นวิ่งไปมาตามถนนอยู่เยอะมาก โดยเฉพาะเหล่าบรรดาผู้เล่นใหม่ที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

“เซคคัลเวิลด์ทำออกมาได้สวยมากเลย ก่อนหน้านี้ฉันถูกแม่โกหกมาตลอดว่ามันเป็นเกมที่ไม่น่าสนใจ”

“ฮ่า ๆ ๆ ตอนนี้ปิดเทอมแล้ว พวกเราจะได้เล่นเกมกันอย่างอิสระสักที”

“โรงเรียนนายปิดเทอมแล้วเหรอ? โรงเรียนของฉันก็ปิดเทอมแล้วเหมือนกัน”

หลังจากลู่หยางได้ฟังคำพูดของเด็ก ๆ มันก็ทำให้เขาเริ่มรู้สึกสะเทือนใจขึ้นมาเล็กน้อย เพราะช่วงเวลาปิดเทอมเป็นช่วงที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เริ่มแพร่กระจาย และหายนะในครั้งนี้มันก็จะลุกลามไปทั่วทั้งโลกเป็นเวลานาน

ขณะเดียวกันหลังจากที่เขาได้ใช้เงินทุนจากพ่อของเจียงเจ๋อในสงครามและการสร้างป้อมปราการ เขาก็ยังคงเหลือเงินติดบัญชีอยู่อีก 1.85 ล้านเหรียญทอง

ชายหนุ่มตัดสินใจว่าเขาจะทำการเดิมพันครั้งใหญ่ ซึ่งถ้าหากว่าเขาเป็นฝ่ายชนะ มันก็จะทำให้เขาร่ำรวยในชั่วข้ามคืนแต่ถ้าหากว่าเขาเป็นฝ่ายแพ้เขาก็จะขาดทุนไม่มากนัก

แผนกซื้อขายที่ดิน

แม้จะเป็นช่วงดึกแล้วแต่มันก็ยังมีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่ได้มารวมตัวกันเปิดร้านค้าอยู่ในบริเวณนี้

“บ้าไปแล้ว ทำไมบ้านในเขตสลัมถึงมีราคาตั้ง 200 เหรียญทอง?”

“อาคารทางทิศตะวันตก 600 เหรียญทองงั้นเหรอ? ราคานี้กิลด์ของเราน่าจะทำกำไรได้”

“โอ้โห! ราคาอาคารแถวย่านการค้าทิศตะวันออกพุ่งไป 2,000 เหรียญทองแล้วหรือเนี่ย?!”

เงินจำนวน 2,000 เหรียญทองเทียบเท่าได้จากเงินจำนวน 600,000 เครดิต ซึ่งราคานี้ถือได้ว่าเป็นราคาที่ถูกมาก เพราะจำนวนผู้เล่นภายในเมืองเซนต์กอลล์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายทุนหลาย ๆ คนจึงคิดว่าพื้นที่บริเวณนี้ยังสามารถเก็งกำไรได้อีกเยอะ แล้วมันจะมีอาคารหลุดออกมาสู่ตลาดเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น

อย่างไรก็ตามถึงแม้มันจะมีผู้เล่นพูดคุยกันอย่างมากมาย แต่มันก็ไม่มีใครสนใจอาคารทางตอนเหนือของเมืองเลยแม้แต่นิดเดียว และถึงแม้ว่ามันจะมีคนพูดถึงอาคารทางตอนเหนือของเมืองอยู่บ้าง แต่ผู้พูดก็มักจะพูดในกรณีที่พวกเขากำลังประกาศขายมากกว่าในกรณีที่ประกาศรับซื้อ

“แปลกมาก ทำไมเกมถึงไม่ค่อยให้ความสนใจพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองเลยตอนนี้ เซิฟเวอร์ก็เปิดให้บริการมาตั้ง 3 เดือนแล้วนะ แต่สะพานทางตอนเหนือของเมืองยังไม่ถูกซ่อมแซมเลย แบบนี้ผู้เล่นจะไปใช้งานพื้นที่ทางตอนเหนือได้ยังไง?”

“ใช่ ตอนแรกฉันก็อุตส่าห์ลงทุน 20 เหรียญทองเพื่อซื้ออาคารทางตอนเหนือมาเหมือนกัน ตอนนั้นฉันก็อุตส่าห์คิดว่าฉันได้อาคารราคาถูก ที่ไหนได้พื้นที่แถวนั้นแทบไม่มีผู้เล่นเดินผ่านเลยตอนนี้ขอแค่ขายได้สัก 18 เหรียญทองฉันก็ดีใจมากแล้ว”

“คุณขายอาคารทางตอนเหนือ 18 เหรียญทองใช่ไหม? เดี๋ยวผมช่วยซื้อเอาไว้ให้เอง” ลู่หยางกล่าวขึ้นมาอย่างกะทันหันหลังจากได้ยินผู้เล่นพูดถึงอาคารทางตอนเหนือของเมือง

“คุณจะซื้อจริงๆ เหรอ?” ผู้เล่นคนนั้นถามอย่างตื่นเต้น

“คุณขายถูกมาก ผมว่าจะซื้อเอาไว้เก็งกำไรสักหน่อย” ลู่หยางกล่าว

“ได้ คุณจะจ่ายเงินตอนนี้เลยไหม? ผมจะโอนโฉนดที่ดินให้คุณทันที”

ลู่หยางทำการจ่ายเงิน 18 เหรียญทองออกไปในทันทีพร้อมกับรับโฉนดที่ดินมาไว้ในครอบครอง จากนั้นเขาก็ประกาศออกไปเสียงดังว่า

“รับซื้ออาคารโดยเฉพาะทางตอนเหนือของเมือง หากใครยอมขายราคาต่ำกว่าตลาดเดินมาหาผมได้เลย ผมยอมรับหมดไม่ว่าจะเป็นอาคารแบบไหนก็ตาม”

ทันทีที่พูดจบมันก็มีผู้เล่นหลายร้อยคนเข้ามารุมล้อมลู่หยางอย่างรวดเร็ว

“ผมขาย”

“ผมก็ขาย”

ทุกคนต่างก็คิดว่าพวกเขาเจอนักลงทุนหน้าใหม่ หากพวกเขาขายอาคารของตัวเองออกไปช้า ลู่หยางก็อาจจะมีเงินไม่พอมารับซื้ออาคารของพวกเขาได้ ดังนั้นทุกคนจึงแย่งกันเพื่อให้ได้ทำธุรกรรมกับลู่หยางก่อน

ลู่หยางไม่ปฏิเสธข้อเสนอของใครเลยแม้แต่คนเดียวทำให้มีหน้าต่างแลกเปลี่ยนปรากฏขึ้นมารอบ ๆ ตัวของเขามากกว่า 600 หน้าต่างในคราวเดียว ซึ่งหลังจากที่เขาทำการแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นทุกคนแล้วมันก็ทำให้เขาใช้เงินออกไปมากกว่า 60,000 เหรียญทอง

อย่างไรก็ตามลู่หยางก็ยังไม่พอใจ เขาจึงเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ซื้อขายที่ดินพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“ผมสนใจอาคารทางตอนเหนือของเมืองครับ”

“ได้สิ” เจ้าหน้าที่กล่าวพร้อมกับเปิดแผนที่ 3 มิติขึ้นมา

พื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองมีอาคารอยู่มากกว่า 3,000 หลัง ซึ่งส่วนใหญ่ได้ถูกขายออกไปอยู่ในมือผู้เล่นแล้ว แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังมีอาคารมากกว่า 1,000 หลังที่ยังคงค้างอยู่ในร้านค้าของระบบ

ชายหนุ่มทำการกวาดตามองแล้วพบว่าอาคารหลาย ๆ หลังถือว่าอยู่ในทำเลที่ดี น่าเสียดายที่อาคารเหล่านี้ถูกวางขายในราคาเต็ม เขาจึงกัดฟันตัดสินใจซื้ออาคารทั้งหมดมา ซึ่งมันก็ได้ใช้เงินไปมากกว่า 200,000 เหรียญทอง

ขณะที่ลู่หยางกำลังกว้านซื้ออาคารทางตอนเหนือของเมืองอยู่นั้น เหล่าบรรดาคณะผู้บริหารของเซคคัลเวิลด์ก็กำลังเรียกประชุมฉุกเฉิน

“ตอนนี้มีข่าวว่าทั่วทั้งโลกกำลังมีโรคระบาดที่ยังไม่สามารถหาวิธีรักษาได้ เราควรฉวยโอกาสนี้ติดต่อไปยังรัฐบาลทั่วโลกให้พวกเขาย้ายคนเข้ามาเรียนและทำงานภายในเกมของเรา”

“ผมเห็นด้วย หากทุกประเทศให้การสนับสนุนเราก็จะได้ใช้โอกาสนี้ทำให้เกมเซคคัลเวิลด์กลายเป็นโลกที่ 2 ของมนุษยชาติอย่างแท้จริง”

“ผมเห็นด้วย”

“ฉันเห็นด้วย”

คณะกรรมการบริษัทหลายสิบคนจากประเทศต่าง ๆ ต่างก็ล้วนแล้วแต่โหวตเห็นชอบด้วยกันทั้งหมด

“ดี ถ้าอย่างนั้นหลังจากนี้ทุกคนก็พยายามเดินเรื่องให้ได้เร็วที่สุด ตราบใดก็ตามที่พวกเราจัดการเรื่องนี้ได้สำเร็จ ฉันก็เชื่อว่าพวกเราจะเข้าไปแทนที่แพลตฟอร์มเดิม ๆ ที่กำลังได้รับความนิยมได้”

ในเกม

ลู่หยางทำการเทเลพอร์ตไปยังเมืองนอร์ทวินด์พร้อมกับทำการกวาดซื้ออาคารกว่า 1,200 หลังบริเวณเขตตะวันตกของเมืองที่ไม่มีใครสนใจ และเทเลพอร์ตไปยังเมืองแฮนนิบัลเพื่อซื้ออาคารทางตอนใต้มามากกว่า 1,500 หลังด้วยเช่นกัน ซึ่งธุรกรรมทั้งหมดนี้เขาก็ได้ใช้เงินไปมากกว่า 440,000 เหรียญทอง

สถานที่สุดท้ายที่เขาเลือกเดินทางไปนั่นก็คือเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ ซึ่งเขาได้ใช้เงิน 300,000 เหรียญทองซื้ออาคาร 2,000 หลังใกล้ ๆ พื้นทะเลที่ปัจจุบันผู้เล่นไม่ได้ให้ความสนใจ

ยอดสุทธิในครั้งนี้คือเขาได้ซื้ออาคารไปทั้งสิ้น 6,418 หลัง โดยใช้เงินไปทั้งหมดประมาณ 940,000 เหรียญทองหรือเทียบเท่ากับเงินประมาณ 230 ล้านเครดิต

“ถ้าคนอื่นรู้ว่าฉันใช้เงินซื้ออาคารพวกนี้ในคราวเดียว พวกเขาคงจะคิดว่าฉันกลายเป็นบ้าไปแล้วแน่ ๆ” ลู่หยางพึมพำกับตัวเองขณะถอดหมวกเกมออกจากหัว

บ่ายวันรุ่งขึ้น

ชายหนุ่มกลับมาออนไลน์อีกครั้งและปรากฏตัวในท่าเรือเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ โดยเขาตั้งใจจะเที่ยวชมทั่วทั้งเมืองอย่างละเอียดเพื่อดูว่ามันมีใครนำไอเท็มที่น่าสนใจมาขายบ้าง

เมืองซีเอ็มเพอเรอร์เป็นเมืองท่าอยู่ติดทะเลและท่าเรือทางตอนใต้ก็เป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับเมืองโกลเด้นไลออนซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองหลักของเผ่าสัตว์อสูร

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันท่าเรือถูกควบคุมโดยเผ่าก็อบลินและยังไม่เปิดให้ผู้เล่นเข้าใช้บริการอย่างเป็นทางการ ผู้คนส่วนใหญ่จึงยังไม่รู้ว่าท่าเรือแห่งนี้จะนำพาพวกเขาไปที่ไหนกันแน่

อาคารในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ที่ลู่หยางกว้านซื้อมาต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นอาคารที่อยู่ใกล้ ๆ กับท่าเรือแห่งนี้ทั้งหมด และในอนาคตเมื่อเผ่ามนุษย์กับเผ่าสัตว์อสูรมีการค้าขายระหว่างกัน พื้นที่บริเวณนี้ก็จะกลายเป็นย่านเศรษฐกิจที่รุ่งเรือง

จบบทที่ บทที่ 358 หัวใจแห่งเทพอสูรระดับ 3

คัดลอกลิงก์แล้ว