เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 357 โซโลทอร์

บทที่ 357 โซโลทอร์

บทที่ 357 โซโลทอร์


บทที่ 357 โซโลทอร์

เมืองโซโลทอร์เป็นเมืองที่เคยอยู่ติดกับท้องทะเล ดังนั้นภายในดันเจียนลอสซิตี้ซึ่งเคยเป็นเมืองโซโลทอร์มาก่อนนั้นมันจึงเต็มไปด้วยน้ำทะเลด้วยเช่นกัน

ตัวเมืองมีลักษณะคล้ายกับใบโคฟเวอร์ 3 แฉกที่จะมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน โดยผู้เล่นจะเข้ามาในดันเจียนทางโซนด้านซ้ายและตามขั้นตอนปกติพวกเขาจะต้องสังหารมอนสเตอร์ทั้งหมดไปทางโซนด้านขวา ก่อนที่จะเดินข้ามสะพานใหญ่เข้าสู่โซนที่อยู่ทางด้านบน

ผู้เล่นหลายคนเคยคิดจะใช้วิธีการว่ายน้ำเพื่อข้ามไปยังจุดหมายปลายทางอย่างรวดเร็ว แต่พวกเขาก็ได้ค้นพบว่าบริเวณใต้น้ำมีสัตว์ประหลาดอยู่อย่างมากมาย ที่สำคัญคือสัตว์เหล่านั้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่พวกเขาจะสามารถสังหารได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามในชาติก่อนกลุ่มผู้เล่นชาวยุโรปก็ได้ค้นพบรูปแบบการว่ายน้ำที่ดูเหมือนจะไร้ระเบียบของสัตว์ประหลาด ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาสามารถใช้ทางลัดตรงไปยังพื้นที่สุดท้ายของเมืองได้อย่างปลอดภัย

“ฉันกระโดดลงน้ำเมื่อไหร่ให้เธอรีบกระโดดตามลงมาเลยนะ จากนั้นให้มองมาที่ฉันคนเดียวห้ามมองไปที่อื่น” ลู่หยางกล่าว

“ได้ค่ะ” หลานอวี่ตอบรับ

หลังจากพูดจบลู่หยางก็สำรวจมองไปยังพื้นที่รอบข้างก่อนจะยกนาฬิกาขึ้นมาจับเวลา ทันใดนั้นปลาหมึกยักษ์ตัวหนึ่งก็พุ่งขึ้นมาบริเวณใกล้ฝั่ง เขาจึงใช้แหวนแห่งความฝันทำให้มันติดสถานะสับสนอยู่กับที่

ท้ายที่สุดถึงแม้สัตว์ประหลาดเหล่านี้จะไม่สามารถถูกจับมาเป็นสัตว์เลี้ยงของผู้เล่นได้ แต่แหวนแห่งความฝันก็สามารถทำให้พวกมันติดสถานะสับสนได้เป็นเวลา 1 นาที

“ตามมา” ลู่หยางกล่าวก่อนจะกระโดดลงน้ำและว่ายไปทางด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

ไม่นานทางด้านซ้ายห่างไปไม่ไกลก็มีปลาหมึกยักษ์ตัวหนึ่งเห็นลู่หยางที่กระโดดลงไปในอาณาเขตของมัน ชายหนุ่มจึงใช้แหวนแห่งความฝันพร้อมกับพาหลานอวี่มุ่งหน้าต่อไป

หลังจากหลบหมึกยักษ์ตัวนั้นมาได้พื้นที่บริเวณด้านหน้าก็ไม่มีสัตว์ประหลาดมาอาฆาตพวกเขาอีกเลย อย่างไรก็ตามหากพวกเขามองลึกลงไปใต้น้ำ มันก็จะพบกับปลาปีศาจแหวกว่ายอยู่นับร้อยตัว ซึ่งถ้าหากว่าพวกเขาดำน้ำลงไปแม้แต่เพียงเล็กน้อยไม่ว่าใครก็จะถูกพวกมันสังหารลงอย่างรวดเร็ว

5 นาทีต่อมา

ลู่หยางพาหลานอวี่ว่ายน้ำมาถึงเมืองโซนที่ 3 ได้สำเร็จ ก่อนที่ทั้งคู่จะใช้สกิลและมีดเอสเคพเดจเจอร์ในการกระโดดขึ้นไปบนฝั่ง

“ตัวเปียกแบบนี้ก็สวยดีนะเนี่ย” ลู่หยางพูดแซว

ตอนแรกหลานอวี่กำลังกลุ้มใจ แต่หลังจากที่เธอได้ยินคำพูดของลู่หยาง มันก็ทำให้หญิงสาวอดที่จะทุบอกอีกฝ่ายไปเบา ๆ ไม่ได้

“นับวันพี่ยิ่งกะล่อนไปเรื่อย ๆ แล้วนะ”

“สรุปเธอชอบฉันแบบไหนล่ะ? แบบที่ฉันเป็นฉันอยู่ตอนนี้หรือแบบที่ฉันวางตัวเป็นหัวหน้ากิลด์” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นมาโอบเอวหญิงสาว

“ใครเขาถามแบบนี้กันล่ะ รีบปล่อยฉันเร็วเข้า!” หลานอวี่กล่าวพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

“ไม่ปล่อย” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับกระชับวงแขนเข้ามามากขึ้น

“ตาคนกะล่อน! รีบปล่อยเร็วเข้า พวกมอนสเตอร์มันกำลังเดินเข้ามาแล้ว” หลานอวี่กล่าวพร้อมกับพยายามหาทางสลัดออกไปจากอ้อมอก

ลู่หยางหันไปมองโซโลทอร์ที่มีความสูงมากกว่า 15 เมตร โดยทั่วทั้งร่างของมันลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟ และมันก็เป็นสัตว์ประหลาดที่มีเขาแหลม 6 เขาอยู่บนหัว มีเขาม้วน 2 เขาอยู่ตรงบริเวณข้างหูและมีฟันแหลมคมอยู่ทั่วทั้งปาก

ปีศาจโซโลทอร์ (ลอร์ด)

เลเวล 60

พลังชีวิต 5,000,000/5,000,000

“เอาล่ะ พวกเรามาจัดการกับมันก่อนเถอะ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับยอมปล่อยหลานอวี่ออกจากอ้อมแขน

“เราจะสู้กับมันยังไง? เลเวลของมันสูงกว่าพวกเราตั้งเยอะ” หลานอวี่ถาม เพราะท้ายที่สุดบอสก็มีพลังชีวิตถึง 5 ล้าน เธอจึงไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าพวกเธอจะต้องใช้วิธีการไหนในการเอาชนะบอสตัวนี้ลงไปได้

“จำเอาไว้ว่าวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการสู้กับบอสตัวใหญ่แบบนี้คือการทำให้พวกเราตัวเล็กลง” ลู่หยางกล่าว ก่อนที่เขาจะหยิบยาย่อขนาดมาให้กับหลานอวี่ จากนั้นเขาก็ชี้นิ้วไปยังพระราชวังทางด้านหลังพร้อมกับพูดว่า

“เตรียมตัวให้พร้อม ถ้าฉันบอกให้วิ่งเมื่อไหร่ก็วิ่งตามฉันมาได้เลย ทันทีที่เราเข้าไปในวังได้สำเร็จเมื่อนั้นพวกเราก็จะปลอดภัย”

พระราชวังโซโลทอร์ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก โดยมันมีความสูงเพียงแค่ 1.5 เมตรกว้างยาวด้านละ 10 เมตร ซึ่งมันเป็นวังที่โซโลทอร์ใช้อาศัยก่อนที่เขาจะกลายเป็นปีศาจ ซึ่งในตอนนั้นโซโลทอร์และเผ่าพันธุ์ของเขามีความสูงเฉลี่ยอยู่เพียงแค่ 1 เมตร ซึ่งถือได้ว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอที่สุดภายในโลกใบนี้

วังทั้งหลังถูกสร้างขึ้นมาจากหินเวทมนตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแร่ที่แข็งแกร่งที่สุดในเซคคัลเวิลด์ ไม่เพียงแต่มันจะสามารถทนต่อการโจมตีทางกายภาพได้เท่านั้น แต่มันยังสามารถป้องกันการโจมตีทางเวทมนตร์ได้อีกด้วย

น่าเสียดายทีหลังจากโซโลทอร์สร้างพระราชวังขึ้นมาเสร็จได้เพียงแค่ไม่นาน เขาก็ได้กลายเป็นปีศาจที่มีความสูงกว่า 15 เมตร พระราชวังดั้งเดิมที่เคยถูกสร้างมาเพื่ออยู่อาศัยจึงได้กลายเป็นเพียงอุปสรรคขวางทางที่เขาไม่สามารถเข้าไปพักอาศัยได้อีกแล้ว

ทันทีที่พูดจบลู่หยางก็ทำการเรียกนกฟีนิกซ์ออกมา จากนั้นเขาก็สั่งให้มันบินไปทางซ้าย 50 เมตรแล้วโจมตีใส่โซโลทอร์

“อ้า มีมนุษย์เข้ามาในอาณาเขตของข้า! มันนานแค่ไหนแล้วนะที่ข้าไม่ได้กินเนื้อมนุษย์” โซโลทอร์ร้องคำรามก่อนที่มันจะพุ่งเข้าหานกฟีนิกซ์

“ไป!” ลู่หยางตะโกนพร้อมกับวิ่งตรงไปยังพระราชวัง ซึ่งหลังจากที่พวกเขาวิ่งมาได้ 30 เมตร มันก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง

ระบบ: ฟีนิกซ์ของคุณถูกสังหารแล้ว

“ข้าเจอพวกเจ้าแล้ว ดูซิว่าพวกเจ้าจะหนีข้าไปไหน” โซโลทอร์ร้องตะโกน ก่อนที่มันจะวิ่งไล่ตามลู่หยางกับหลานอวี่มาอย่างรวดเร็ว

ด้านหน้ายังเหลืออีก 40 เมตรก่อนที่พวกเขาจะถึงพระราชวัง ส่วนด้านหลังพวกเขาก็อยู่ห่างจากโซโลทอร์เพียงแค่ 60 เมตรเท่านั้นเอง

หากพิจารณาจากความเร็วของทั้งสองฝ่ายในตอนนี้พวกเขาย่อมไม่สามารถเข้าไปภายในวังก่อนถูกบอสโจมตีอย่างแน่นอน

“เธอวิ่งไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันจะคอยสกัดบอสเอาไว้เอง” ลู่หยางกล่าว

หลานอวี่พยักหน้ารับพร้อมกับวิ่งไปด้านหน้าอย่างสุดกำลัง ท้ายที่สุดเธอก็รู้ดีว่าในตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาทำตัวไร้สาระ อันดับแรกเธอต้องนำตัวเองไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัย ในเวลานั้นลู่หยางจึงจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

ลู่หยางมองดูโซโลทอร์ที่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่เขาจะทำการยิงลูกไฟเข้าใส่ศีรษะของอีกฝ่าย

-1

นี่คือเหตุผลหลักที่ลู่หยางพาหลานอวี่มาด้วย เพราะโซโลทอร์มีความต้านทานเวทมนตร์สูงมาก ถึงแม้เขาจะใส่อุปกรณ์ระดับตำนานทั้งตัว แต่มันก็ไม่มีทางเจาะทะลุการป้องกันของโซโลทอร์เข้าไปได้ หากเขาต้องมาเผชิญหน้ากับบอสเพียงลำพัง สิ่งที่เขาทำได้ก็มีเพียงแค่การใช้นกฟีนิกซ์ค่อย ๆ บั่นทอนพลังชีวิตของมันลงไปทีละน้อย

ในทางกลับกันพระราชวังไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างถาวร เพราะหลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไป 1 ชั่วโมงโซโลทอร์จะเข้าสู่สภาวะคลั่งและมันก็จะสามารถทำลายพระราชวังได้ด้วยหมัดเดียว

“เจ้ามดปลวก! แก่กล้าโจมตีใส่ข้างั้นเหรอ ข้าจะเคี้ยวเจ้าให้แหลกละเอียด!” โซโลทอร์ตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว

“โซโลทอร์ถึงเวลาที่แกจะต้องตื่นจากความหลงผิดแล้ว จงยินยอมมาไถ่บาปกับสิ่งที่แกทำลงไปซะโดยดี” ลู่หยางตะโกน

“ไถ่บาป? ทำไมข้าจะต้องไปไถ่บาปด้วย แต่ก่อนชนเผ่าของข้าตัวเล็กนิดเดียวแต่ตอนนี้พวกเราทุกคนตัวใหญ่เบ้อเริ่มและพวกเราก็มีพลังที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง” โซโลทอร์พูดอย่างภาคภูมิใจ

“แล้วตอนนี้เผ่าของแกหายไปไหนหมดแล้วล่ะ?” ลู่หยางตะโกนถามขณะใช้สกิลสคอร์ชิ่งสปีดวิ่งหนี

“พวกอ่อนแอก็สมควรจะตายไป มีแต่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้ใช้ชีวิตอยู่ต่อ หลังจากนี้พวกเราย่อมสามารถขยายเผ่าพันธุ์ขึ้นมาใหม่ ตราบใดก็ตามที่มีไฟศักดิ์สิทธิ์จากท่านเทพปีศาจพวกเราก็ยังสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งได้มากขึ้นเรื่อย ๆ” โซโลทอร์ตะโกนตอบ ซึ่งในระหว่างนั้นมันก็ได้มีเปลวไฟอันร้อนแรงพุ่งออกมาจากมือของบอสจนทำให้ลู่หยางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะเขาไม่สามารถรับมือกับการโจมตีในครั้งนี้ไหว ไม่ว่ายังไงเขาก็จะต้องหลบการโจมตีจากบอสให้ได้

“พี่ ฉันเข้ามาในวังแล้ว” หลานอวี่ตะโกนตอบหลังจากที่เธอได้กินยาย่อขนาด

ลู่หยางทำการปล่อยสกิลเบลซซิงเบิร์สเข้าใส่บอสอีกครั้งพร้อมกับตะโกนขึ้นมาว่า

“โซโลทอร์ นั่นไม่ใช่เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์แต่เป็นเศษหัวใจของเทพปีศาจเปลวเพลิงต่างหากและแกก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะครอบครองมันอีกด้วย”

“อย่ามาพูดจาเหลวไหล!” โซโลทอร์ร้องคำรามก่อนที่มันจะยิงลำแสงเปลวไฟเข้าใส่ลู่หยางอย่างรวดเร็ว

แฟลช!

ในเสี้ยววินาทีที่ลำแสงกำลังจะกระทบร่าง ลู่หยางก็ได้หายตัวไปจากตำแหน่งเดิม แต่ถึงกระนั้นพลังชีวิตของเขาก็ลดลงมาจนเหลือนิดเดียว ซึ่งมันหมายความว่าลำแสงของบอสมีพลังทำลายล้างมหาศาล จนถึงขนาดที่ถึงแม้เขาจะกระโดดหลบออกมา 30 เมตร แต่มันก็ยังไม่สามารถหลบพ้นจากความเสียหายได้

“หลานอวี่โยนมีดเอสเคพเดจเจอร์มาให้ฉันเร็วเข้า!” ลู่หยางตะโกน

“ได้ค่ะ” หลานอวี่กล่าวพร้อมกับโยนมีดเอสเคพเดจเจอร์ออกไปในทันที

ลู่หยางวิ่งมารับมีดเอาไว้ก่อนที่เขาจะขว้างมีดออกไปทางด้านหน้า ระหว่างนั้นเขาก็ได้กินยาลดขนาดก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปปรากฏตัวภายในวังขนาดเล็ก

“สวยมากค่ะพี่” หลานอวี่พูดชมเชย

“เธอก็โยนมีดมาได้ดีเหมือนกัน” ลู่หยางกล่าว

“แน่นอนอยู่แล้ว ตอนมัธยมฉันเคยเล่นเบสบอลมาก่อน” หลานอวี่กล่าวอย่างภูมิใจ

บึ้ม!

เสียงกระแทกอย่างรุนแรงดังมาจากหลังคาที่ทำจากหินเวทมนตร์

“ไอ้พวกบัดซบ! พวกแกกล้าดียังไงถึงเข้าไปในวังของข้า” โซโลทอร์ร้องตะโกนพร้อมกับจู่โจมเข้าใส่พระราชวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“มันจะทนไหวใช่ไหมคะ?” หลานอวี่ถามขณะมองไปยังหลังคาพระราชวัง

“ตอนนี้มันยังไม่พังหรอก” ลู่หยางกล่าวก่อนที่เขาจะถอดอุปกรณ์ทั้งหมดของตัวเองพร้อมกับส่งน้ำยาต้านทานเวทมนตร์ให้กับหลานอวี่

“เอาล่ะคนสวยใช้ของพวกนี้แล้วใช้สกิลใหม่ของเธอโจมตีมันซะ”

“พี่แกล้งฉันอีกแล้วใช่ไหม?”

หลานอวี่ยังไม่คุ้นชินกับการที่ลู่หยางพูดหยอกล้อกับเธอแบบนี้เลย เพราะท้ายที่สุดลู่หยางที่อยู่กับเธอมันก็ค่อนข้างแตกต่างกับลู่หยางที่อยู่ในบทบาทของหัวหน้ากิลด์มาก

หลังจากยื่นปากออกมาด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย เธอก็ทำการสวมใส่อุปกรณ์เข้าไปทั้งหมดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่น่องของโซโลทอร์ที่อยู่นอกหน้าต่าง

อะไนฮิเลชั่น!

ลำแสงสีน้ำตาลเข้มรูปก้นหอยพุ่งเข้าไปยังต้นขาของโซโลทอร์ในทันที

-2,256

ระหว่างที่หลานอวี่ทำการโจมตีเขาก็ทำการเรียกนกฟีนิกซ์ออกมาโจมตีเสริมด้วย

-686

หลังจากนั้นลู่หยางก็นั่งดูหลานอวี่กับนกฟีนิกซ์ทำการโจมตีเข้าใส่บอสอย่างสบาย ๆ โดยสกิลอะไนฮิเลชั่นจะสามารถยิงออกไปได้ทุก ๆ 3 วินาที ขณะที่นกฟีนิกซ์จะโจมตีวินาทีละ 1 ครั้ง

ครึ่งชั่วโมงผ่านไปพลังชีวิตของโซโลทอร์ก็ถูกลดลงไปมากกว่า 260,000 หน่วย

“หัวหน้าไม่ได้ลักพาตัวน้องสาวฉันไปไหนใช่ไหม?” เซี่ยหยู่เว่ยติดต่อเข้ามาถามลู่หยาง

“ตอนนี้เธอกำลังโจมตีอย่างขะมักเขม้นอยู่เลย มันเรียกว่าฉันลักพาตัวเธอมาได้ไหม?” ลู่หยางตอบขณะมองไปยังหลานอวี่ที่กำลังโจมตีอยู่อย่างจริงจัง

“เพราะแบบนี้ไงฉันถึงได้กลัวหัวหน้า” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

“เธอก็ถือว่าเป็นลูกศิษย์ของฉันนั่นแหละ ตอนนี้หางของเธอมันเริ่มโผล่ออกมาแล้ว เรามาเข้าเรื่องกันสักทีว่าเธอกำลังอยากได้อะไรกันแน่?” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับกรอกตา

เซี่ยหยู่เว่ยแลบลิ้นออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะพูดว่า

“เราใช้บีฮีมอธเคลียร์ป้อมปราการวินด์ธันเดอร์ได้แล้วค่ะ ขั้นตอนต่อไปฉันควรจะต้องทำยังไงดี?”

“ฉันให้สิทธิ์เธอจัดการกับเมืองชั้นในของป้อมปราการไปเลย ส่วนเรื่องการป้องกันทางด้านนอกเธอยังมีประสบการณ์ไม่มากพอเดี๋ยวฉันจะกลับไปจัดการเอง หลังจากนี้ก็เตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อม อีกไม่กี่วันฉันจะพาเธอไปเก็บเลเวลโดยเฉพาะเธอจะต้องมีเลเวลถึง 50 โดยเร็วที่สุด” ลู่หยางกล่าว

“เลเวล 50!” เซี่ยหยู่เว่ยอุทานด้วยความตกใจ เพราะเธอยังไม่เคยคิดถึงเรื่องการเก็บเลเวลไปจนถึงเลเวล 50 มาก่อนเลย

“หัวหน้าใจดีจังเลย” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

ลู่หยางทำได้เพียงแต่ส่ายหัวไปมาด้วยรอยยิ้ม เพราะใครจะไปคิดว่าราชินีกุหลาบผู้สง่างามแท้ที่จริงแล้วจะมีมุมที่น่ารักแบบนี้แอบซ่อนอยู่ด้วย

พามาใช้งานชัด ๆ 5555

จบบทที่ บทที่ 357 โซโลทอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว