เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 352 วิธีใช้บีฮีมอธตาเดียวอีกวิธี

บทที่ 352 วิธีใช้บีฮีมอธตาเดียวอีกวิธี

บทที่ 352 วิธีใช้บีฮีมอธตาเดียวอีกวิธี


บทที่ 352 วิธีใช้บีฮีมอธตาเดียวอีกวิธี

หลังจากลู่หยางเดินทางมาถึงป้อมปราการคริมสัน เซี่ยหยู่เว่ย, ฉิงชาง, บิทเทอร์เลิฟและคนอื่น ๆ ก็ยืนรอเขาอยู่ตรงประตูอยู่แล้ว

“สวัสดีครับหัวหน้า” ฉิงชางพูดอย่างนอบน้อม

“หัวหน้า ผมรอคุณมาทั้งวันแล้ว” ไป๋เหลิงกล่าวอย่างตื่นเต้น

“พวกเราเข้าไปข้างในกันก่อนเถอะแล้วค่อยคุยกันทีหลัง เดี๋ยวฉันต้องจัดการเรื่องเพื่อนที่มหาวิทยาลัยของฉันก่อน” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

พวกฉิงชางมองไปยังพวกโม่หลงที่อยู่ทางด้านหลัง ก่อนที่จะเผยรอยยิ้มต้อนรับให้กับทุกคน

ระหว่างนั้นโม่หลงกับหลินตงก็แอบกระซิบกระซาบกัน เพราะทั้งฉิงชางและไป๋เหลิงต่างก็เป็นผู้เล่นระดับสูงที่พวกเขาชื่นชอบมากที่สุด แม้แต่เซี่ยหยู่เว่ยก็คือเทพธิดาที่พวกเขาแอบชื่นชมอยู่ห่าง ๆ ด้วยเหมือนกัน

ทันใดนั้นพวกเขาก็พบว่าตัวเองได้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน มันจึงทำให้พวกโม่หลงรู้สึกเขินจนทำตัวไม่ถูก

“ยินดีต้อนรับทุกคนนะ” ฉิงชางกล่าว

“พวกเราจะพยายามเต็มที่ครับ” โม่หลงกล่าวอย่างตื่นเต้น

ลู่หยางหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ เพราะพวกโม่หลงยังคงตื่นเต้นเหมือนกับในชาติก่อนไม่มีเปลี่ยนแปลง

“พวกนายเข้าไปกันก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะพาพวกเขาไปที่จุดเก็บเลเวล”

“ได้ครับ/ค่ะ” ฉิงชางและพวกเซี่ยหยู่เว่ยส่งเสียงตอบรับขึ้นมาพร้อมกัน จากนั้นทุกคนก็มุ่งหน้าไปยังห้องโถงใหญ่ของป้อมปราการ

ลู่หยางพาพวกโม่หลงไปยังจุดเก็บเลเวลของป้อมปราการ ซึ่งตรงนั้นมันก็มีหลานอวี่และพวกฉู่อวี้เก็บเลเวลกันอยู่ก่อนแล้ว

วันนี้เรดลีฟไฟอิ้งคือคนเข้าเวรนำทีมเก็บเลเวล ซึ่งลู่หยางก็ได้พูดกระชับเรดลีฟไฟอิ้งเอาไว้ก่อนแล้วว่าคนกลุ่มนี้คือเพื่อนในมหาลัยของเขาขอให้ทุกคนช่วยดูแลพวกโม่หลงกันเป็นพิเศษ

“ลู่หยาง นายใจดีจังเลย เมื่อกี้ฉันได้ยินจากเสินเมิ่งเหยามาว่านายจะให้อุปกรณ์ระดับทองกับพวกเราคนละ 1 ชุด” จางเหมิงกล่าว

“พวกเธอทั้งสามคนถือว่าเป็นน้องสาวฉันแล้วฉันจำได้นะว่าตอนที่ฉันจีบเหยาเหยาใหม่ ๆ พวกเธอก็ช่วยเชียร์ฉันอย่างเต็มที่” ลู่หยางกล่าว

ทั้ง 3 สาวต่างก็แสดงสีหน้าขึ้นมาอย่างภูมิใจและคิดว่าการตัดสินใจในครั้งนั้นคือการตัดสินใจที่ดีที่สุดของตัวเองเลย

ลู่หยางเริ่มสั่งการลูกน้องให้ช่วยนำพวกโม่หลงไปเก็บเลเวล จากนั้นเขาก็พาหลานอวี่เข้าไปในห้องโถงใหญ่ของป้อมปราการ ซึ่งระหว่างทางหญิงสาวก็กำลังมองมาทางลู่หยางอย่างลังเลใจ

“มีอะไรเหรอ?” ลู่หยางถาม

“ฉันไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่ฉันรู้สึกว่าฮวงเชียงกับจางเฉียงมองพี่แปลก ๆ” หลานอวี่กล่าว

“เซนส์เธอแรงดีจริง ๆ ใช่แล้วพวกเขาทั้งสองคนกำลังพยายามก่อปัญหา” ลู่หยางกล่าว

“หา?” หลานอวี่มองไปยังลู่หยางอย่างตกใจ

ลู่หยางเลือกที่จะไม่อธิบายอะไรก่อนที่เขาจะเข้าไปยังห้องโถงใหญ่และเชิญทุกคนเข้าไปในพื้นที่พิเศษ

พื้นที่พิเศษถูกออกแบบเอาไว้เป็นเหมือนกับห้องประชุม ซึ่งหลังจากที่ทุกคนนั่งประจำที่กันแล้ว ฉิงชางก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า

“หัวหน้า คุณตั้งใจจะเอาเพื่อน ๆ มาช่วยดูแลกิลด์ใช่ไหมครับ?”

“คนกลุ่มนี้ดูไม่เลวเลยนะครับ” ไป๋เหลิงกล่าว

ลู่หยางส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า

“ไม่ใช่ทุกคน เพราะในคนกลุ่มนั้นมี 2 คนที่คิดจะสร้างปัญหา”

“หา?” ทุกคนต่างก็อุทานพร้อมกับมองไปที่ลู่หยางอย่างสับสน

“เมื่อกี้ฉันก็กำลังจะถามอยู่พอดี ถ้าพวกเขามีปัญหาแล้วพี่จะพาพวกเขามาทำไม?” หลานอวี่ถาม

“ทุกคนเคยได้ยินเรื่องเก็บมิตรไว้ใกล้ตัว แต่ให้เก็บศัตรูไว้ใกล้กว่าไหม?” ลู่หยางถาม

“หัวหน้ากำลังคิดจะใช้พวกเขาไปจัดการศัตรูในอนาคตเหรอครับ?” ไป๋เหลิงถาม

“ใช่ ฉันจะให้พวกเขา 2 คนเป็นหนอนอยู่ในกิลด์ของเรา และในเวลาที่พวกเขาทรยศฉันในอนาคต ไม่เพียงแต่การทรยศนี้จะไม่ทำร้ายฉันเท่านั้นแต่มันยังจะเป็นการช่วยเหลือฉันด้วย” ลู่หยางกล่าว

“สองคนนั้นคือใครครับ?” บิทเทอร์เลิฟถาม

“ฮวงเชียงกับจางเฉียง จำเอาไว้นะว่าเวลาพวกนายไปเจอพวกเขาห้ามแสดงพิรุธออกมาอย่างเด็ดขาดและจะต้องทำเหมือนพวกเขาเป็นพี่น้องของเราจริง ๆ แต่ห้ามทุกคนไปบอกความลับของกิลด์กับเขาอย่างเด็ดขาด ถ้าจะพูดอะไรก็ขอให้มาปรึกษาฉันก่อน” ลู่หยางกล่าว

ทันใดนั้นพวกเขาต่างก็แสดงรอยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ และภายในใจทุกคนต่างก็ชื่นชอบหัวหน้าแบบลู่หยางมาก ท้ายที่สุดลู่หยางก็คือสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่ง และการทำงานกับคนแบบนี้ก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลเรื่องถูกคนอื่นมาเล่นงานพวกเขาลับหลังเลย

“พี่เป็นคนที่ร้ายกาจจริง ๆ” หลานอวี่กล่าว

“ฉันแค่เตรียมการเอาไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นพวกเราก็คงจะถูกพวกเขาสองคนทำร้ายโดยไม่รู้ตัว อย่าลืมสิว่าในเกมนี้ไม่ได้มีแค่เผ่ามนุษย์แต่ยังมีเผ่าสัตว์อสูรกับเผ่าเอลฟ์อยู่ด้วย ทุกคนก็น่าจะรู้ดีนะว่าถ้าวันหนึ่งสองคนนี้ทรยศพวกเราขึ้นมา การพ่ายแพ้เพียงแค่ครั้งเดียวจะทำให้กิลด์ได้รับความเสียหายไปมากขนาดไหน” ลู่หยางกล่าว

ทันใดนั้นทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าออกมาอย่างเคร่งขรึม เพราะในตอนนี้เกมกำลังเข้าสู่ยุคขาดแคลนทรัพยากรอย่างหนัก การสูญเสียอุปกรณ์ระดับทองแม้แต่เพียงแค่ชุดเดียวก็อาจจะต้องใช้เวลาในการกู้คืนสถานการณ์ 1-2 สัปดาห์เลยทีเดียว และนี่ก็ยังเป็นการประเมินสถานการณ์ในกรณีที่พวกเขามีบลูปริ้นอยู่ในมือ แต่ถ้าหากกิลด์ไหนไม่มีบลูปริ้นเพื่อผลิตอุปกรณ์ระดับทองขึ้นมาเองได้ พวกเขาก็จำเป็นจะต้องใช้เวลากอบกู้สถานการณ์นานกว่านั้น

“ไม่ต้องห่วง พวกเราจะคอยระวังพวกเขาเป็นพิเศษ” ถูเฟิงกล่าว

“ยังไม่ต้องรีบร้อนหรอก ตอนนี้พวกเขาเป็นเพียงภัยแฝงที่พวกเรายังควบคุมได้ ว่าแต่วันนี้ทำไมทุกคนถึงมารวมตัวกันล่ะ?” ลู่หยางถาม

“หัวหน้า ฉันพยายามเคลียร์ป้อมปราการแต่บอสตัวสุดท้ายของป้อมวินด์ธันเดอร์มันยากมากเกินไป” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวอย่างหงุดหงิด

“พวกมอนสเตอร์ในป้อมมีแต่มอนสเตอร์ธาตุลมกับธาตุสายฟ้า พวกเราพยายามกันมาทั้งวันแล้วแต่ก็ยังจัดการกับพวกมันไม่ไหว สมาชิกเลเวล 30 ของพวกเราก็ตายกันไปหลายคน ตอนนี้พวกเขากำลังเก็บเลเวลชดเชยค่าประสบการณ์ที่เสียไปอยู่ครับ” ฉิงชางกล่าว

ทันใดนั้นลู่หยางก็นึกขึ้นมาได้ว่าป้อมปราการวินด์ธันเดอร์คือป้อมปราการที่เคลียร์ได้ยากมากที่สุดในชาติก่อน เพราะบอสตัวสุดท้ายอย่างธันเดอร์สตอร์มลอร์ดสามารถปล่อยเวทมนตร์ต้องห้ามออกมาได้ การเคลียร์ป้อมปราการนี้จึงกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเป็นอย่างมาก

“ฉันพอจะนึกได้วิธีหนึ่ง” ลู่หยางกล่าว

“วิธีอะไรเหรอครับ/ค่ะ?” ทุกคนต่างก็มองไปที่ลู่หยางด้วยความดีใจ

“เราก็แค่ให้ซุนหยูลากบีฮีมอธตาเดียวไปที่ป้อม ขอแค่มันทุบบอสสัก 2-3 ครั้งแค่นั้นธันเดอร์สตอร์มลอร์ดก็น่าจะตายแล้ว” ลู่หยางกล่าว

มอนสเตอร์ทุกตัวในเกมเซคคัลเวิลด์ที่ไม่ได้อยู่เผ่าเดียวกันจะอยู่ในสถานะเป็นศัตรูซึ่งกันและกัน ตราบใดก็ตามที่พวกมันเข้าไปในอาณาเขตของฝ่ายตรงข้าม พวกมันก็จะถูกเจ้าของอาณาเขตโจมตีอย่างไร้ปราณี

“อ้า! ทำไมฉันถึงคิดเรื่องนี้ไม่ได้นะ” เซี่ยหยู่เว่ยอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาตบหัวตัวเองเบา ๆ

“นั่นสินะ แค่เราให้ซุนหยูลากบีฮีมอธมาแค่นี้เราก็เคลียร์ป้อมได้แล้ว” ฉิงชางกล่าว

“เห็นไหม? มันไม่ได้ยากอะไรเท่าไหร่เลย” ลู่หยางกล่าว

“เดี๋ยวฉันจะรีบออกไปจัดการเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวอย่างตื่นเต้น

“รอก่อน ใจเย็น ๆ” ลู่หยางกล่าว

“มีอะไรเหรอคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“ฉันขอจัดการป้อมคริมสันให้เสร็จก่อน ทุกคนจะได้ใช้ม้วนคัมภีร์มาที่ป้อมคริมสันกันได้ ต่อไปนี้ไม่ว่าทุกคนจะอยู่ที่ไหนขอแค่ใช้ม้วนคัมภีร์เคลื่อนย้าย ทุกคนก็สามารถกลับมาที่ป้อมคริมสันกันได้แล้ว” ลู่หยางกล่าว

จบบทที่ บทที่ 352 วิธีใช้บีฮีมอธตาเดียวอีกวิธี

คัดลอกลิงก์แล้ว