เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 351 เก็บศัตรูไว้ใกล้ตัว

บทที่ 351 เก็บศัตรูไว้ใกล้ตัว

บทที่ 351 เก็บศัตรูไว้ใกล้ตัว


บทที่ 351 เก็บศัตรูไว้ใกล้ตัว

“เมื่อกี้ฉันก็คิดอยู่แล้วว่าคุ้น ๆ ที่แท้ก็เป็นเมิ่งเหยาจริง ๆ นี่เอง” หวังรุ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เสินเมิ่งเหยาขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย ขณะที่ลู่หยางลุกขึ้นมาพูดด้วยรอยยิ้มว่า

“ไม่ทราบว่ารุ่นพี่หวังมีอะไรงั้นเหรอครับ?”

“ฉันไม่มีอะไรกับนาย” หวังรุ่ยกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปก้มหน้ามองเสินเมิ่งเหยาในระยะประชิด

“ฉันได้ยินว่าเธอคบกับลู่หยางแล้วงั้นเหรอ?”

ลู่หยางยกมือขึ้นมาวางไว้บนไหล่ของเสินเมิ่งเหยาพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“มีอะไรก็มาพูดกับผมเถอะ ใช่แล้ว ตอนนี้เธอคบกับผมอยู่ รุ่นพี่มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”

เมื่อหวังรุ่ยได้เห็นท่าทางของลู่หยาง ในแววตาของเขามันก็เต็มไปด้วยความอิจฉา ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาว่า

“อย่าคิดว่าแค่ตัวเองมีความสามารถนิดหน่อยแล้วนายจะคู่ควรกับเสินเมิ่งเหยานะ นายรู้หรือเปล่าว่าครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวแบบไหน นายคิดจริง ๆ เหรอว่าถึงนายจะหลอกเธอได้แล้วพ่อแม่ของเธอจะยอมให้นายหลอกด้วย เป้าหมายของนายคือเงินจากครอบครัวเธอใช่ไหม อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่”

“อย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ!” เสินเมิ่งเหยาลุกขึ้นพูดด้วยความโกรธ

โม่หลง, หลินตงและเฟยหยงต่างก็ลุกขึ้นมาพร้อมกัน โดยในแววตาของพวกเขาต่างก็เต็มไปด้วยความโกรธเคือง

“นายพูดอะไรของนาย?”

“คิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่นเขานักหรือไง ออกไปซะ! ที่นี่ไม่ต้อนรับ!!”

“ลู่หยางของพวกเราเก่งกว่านายตั้งเยอะ”

จางเฉียงและฮวงเชียงต่างก็ลุกขึ้นยืนด้วยเหมือนกัน แต่ภายในแววตาของพวกเขากลับต้องการให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตมากกว่า

ลู่หยางไม่คิดว่าพวกโม่หลงจะเข้าข้างเขาถึงขนาดนี้ เขาจึงตบไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ แล้วพูดขึ้นมาว่า

“ใจเย็น ๆ นั่งลงก่อนเถอะ”

ทั้ง 3 คนต่างก็หันไปมองหน้าลู่หยางอย่างสับสน โดยไม่เข้าใจว่าสหายกำลังหมายความว่ายังไงกันแน่

หลังจากช่วยให้เพื่อน ๆ สงบสติอารมณ์ลงแล้ว ลู่หยางก็หันกลับมาโอบเอวของเสินเมิ่งเหยาและพูดว่า

“รุ่นพี่หวังที่คุณพูดมาเป็นเรื่องที่ถูกต้องทั้งหมด ผมกะจะสูบเลือดสูบเนื้อแฟนคนนี้อยู่พอดี และดูเหมือนเสินเมิ่งเหยาจะยินดีให้ผมสูบเลือดสูบเนื้อด้วย”

คำตอบของลู่หยางทำให้หวังรุ่ยชะงักไปอย่างกะทันหัน เพราะตอนแรกเขาคิดว่าคำดูถูกของตัวเองจะทำลายความมั่นใจของลู่หยาง แต่ในความจริงกลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจคำพูดของเขาเลย

“แก…” หวังรุ่ยอยากจะตะโกนด่าแต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าลู่หยางจะทำอันตรายเขา

“ผมจะเป็นยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ คุณไปจัดการเรื่องของตัวเองเถอะ เลิกมาขวางหูขวางตาผมได้แล้ว” ลู่หยางกล่าวอย่างเย็นชา

ขณะเดียวกันคำพูดของลู่หยางก็ทำให้เสินเมิ่งเหยาแอบรู้สึกขำภายในใจ เมื่อหัวหน้ากิลด์บลัดบราเธอร์บอกว่าจะมาสูบเลือดสูบเนื้อจากเธอ

“แก…” หวังรุ่ยมองไปที่ลู่หยางกับเสินเมิ่งเหยาด้วยความโกรธแค้น แต่เขาก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้อีกก่อนจะเดินออกจากห้องนี้ไปอย่างอับอาย

ถึงตัวสร้างปัญหาจะออกไปแล้วแต่บรรยากาศภายในห้องก็ยังคงอึดอัด เพราะสิ่งที่หวังรุ่ยพูดเอาไว้ได้ทิ้งความกังวลใจเอาไว้ให้กับทุกคน

“ลู่หยางถึงคำพูดของเขาจะไม่น่าฟังแต่มันก็ยังมีเค้าความจริงอยู่บ้างนะ ต่อไปพวกนายจะจัดการเรื่องนี้กันยังไง?” ฮวงเชียงแกล้งถาม

“ใช่ ถ้าพ่อแม่เสินเมิ่งเหยารู้เรื่องนี้เข้า พวกเขาคงจะไม่ยอมรับนายแน่ ๆ” จางเฉียงพูดเสริม

“นายพูดเรื่องอะไรของนาย? คนรักกันแล้วมันจะไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องพวกนั้นด้วย” จางเหมิงพูดอย่างไม่พอใจ

“ใช่ เรื่องนั้นมันเกี่ยวอะไรด้วย อีกอย่างลู่หยางก็เป็นคนที่เก่งมากเลยนะ” หลิวฉ่วงพูดอย่างโมโห

ฉู่อวี้รีบใช้เท้าสะกิดเพื่อนสาวพร้อมกับส่งสายตา หลิวฉ่วงที่ได้สติจึงหยุดพูดในทันที

“ใช่ ฉันเป็นคนที่เก่งมาก” ลู่หยางกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

เสินเมิ่งเหยาไม่ได้สนใจว่าลู่หยางจะเก่งหรือไม่ เพราะในตอนนี้อีกฝ่ายกำลังถือโอกาสในช่วงชุลมุนแอบโอบเอวเธออยู่

“เขาก็ไปตั้งนานแล้ว ทำไมพี่ยังไม่ยอมปล่อยมืออีก” เสินเมิ่งเหยาพูดขึ้นมาเบา ๆ พร้อมกับใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

ความจริงแล้วลู่หยางไม่อยากจะปล่อยมือเลยแต่เขาก็จำเป็นจะต้องดึงมือกลับมาด้วยสีหน้าเศร้า ๆ ซึ่งมันก็ทำให้คนอื่น ๆ อดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ แต่มันก็ช่วยทำให้บรรยากาศที่น่าอึดอัดเริ่มผ่อนคลายเป็นปกติ

“ไอ้คนกะล่อน” เสินเมิ่งเหยากล่าวพร้อมกับทุบกำปั้นลงไปบนหน้าอกของลู่หยางเบา ๆ ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นมาอย่างชอบใจ

“คืนนี้ทุกคนเข้าเกมกันด้วยนะ เดี๋ยวฉันจะพาไปเก็บเลเวลเอง” ลู่หยางกล่าวขณะเดินมาแตะไหล่มู่หลง

“นายจะพาฉันไปเก็บเลเวลได้จริง ๆ เหรอ? ตอนนี้ฉันเลเวล 20 แล้วนะ” โม่หลงพูดอย่างภูมิใจ

“เดี๋ยวคืนนี้พวกนายก็รู้เอง” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ในเกม

หลังจากที่พวกโม่หลงล็อคอินเข้ามาภายในเกม พวกเขาก็ไปรวมตัวกันในเมืองเซนต์กอลล์ตามที่ได้นัดหมายเอาไว้

“ทำไมลู่หยางถึงยังไม่มาอีกนะ?” ฮวงเชียงกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เขาคงกำลังพาเสินเมิ่งเหยาไปส่งอยู่ล่ะมั้ง” โม่หลงกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“พวกเราไปกันเถอะ ไม่ต้องรอเขาแล้ว” ฮวงเชียงพูดอย่างหงุดหงิด

“เดี๋ยวพอลู่หยางมาแล้วพวกเราค่อยกลับมารับเขาก็แล้วกัน” หลินตงกล่าว

“ใช่ ๆ ๆ เวลามีอยู่อย่างจำกัด พวกเราต้องรีบเก็บเลเวลไม่งั้นจะตามคนอื่นไม่ทัน” โม่หลงกล่าว

“ลู่หยางนี่ก็แปลกจริง ๆ ทำไมเขาถึงไม่ยอมบอกชื่อในเกมให้พวกเรารู้เลยนะ เขาจะทำตัวลึกลับไปทำไม?” เฟยหยงกล่าว

“ช่างเขาเถอะ” จางเฉียงกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา

หลังจากที่พวกโม่หลงเดินออกจากเมืองไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ลู่หยางก็ล็อคอินเข้ามาภายในเกม จากนั้นเขาก็ทำการค้นหาชื่อบอร์นแฮนซั่มตามที่โม่หลงได้ให้ไว้

ข้อมูลตัวละครบอร์นแฮนซั่มปรากฏขึ้นในทันที ซึ่งหลังจากที่ลู่หยางทำการยืนยันว่าอีกฝ่ายคือโม่หลงแล้วเขาจึงทำการส่งคำขอเป็นเพื่อนไปให้สหาย

“โอ้พระเจ้า!” โม่หลงอุทานขึ้นมาเสียงดัง

“มีอะไร?” หลินตงถาม

“เป็นอะไร? ทำไมจะต้องตกใจขนาดนั้น?” ฮวงเชียงถาม

“ลู่หยางส่งคำขอเป็นเพื่อนกับฉันมา” โม่หลงกล่าวขณะมองหน้าทุกคน

“แค่เขาขอเป็นเพื่อนมาแล้วนายเป็นอะไร?” จางเฉียงถาม

“ฉันไม่ได้หมายถึงลู่หยางของเรา แต่หมายถึงลู่หยางที่เป็นหัวหน้ากิลด์บลัดบราเธอร์” โม่หลงกล่าว

“เป็นไปไม่ได้!” ทุกคนต่างก็อุทานขึ้นมาอย่างสับสน ก่อนที่พวกเขาจะรีบเข้ามามุงดูข้อมูลของลู่หยางที่โม่หลงเปิดขึ้นมา

“อย่าบอกนะว่าจริง ๆ แล้วลู่หยางของเราคือหัวหน้ากิลด์บลัดบราเธอร์ ไม่งั้นเขาจะส่งคำขอเป็นเพื่อนฉันมาได้ยังไง?” โม่หลงกล่าวหลังจากเริ่มพิจารณาเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“รีบรับเพื่อนเขาสิแล้วลองถามดู” หลินตงกล่าวอย่างดีใจ

“เฮ้! ถ้าลู่หยางคือหัวหน้ากิลด์บลัดบราเธอร์จริง ๆ พวกเราก็เตรียมตัวรวยกันได้เลย ทำไมฉันถึงเริ่มมองเห็นอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 30 แล้วนะ” เฟยหยงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทันใดนั้นทั้ง 3 คนต่างก็หัวเราะขึ้นมามีเพียงแต่ฮวงเชียงและจางเฉียงที่รู้สึกไม่สบายใจ

ทันทีที่โม่หลงกดยอมรับคำขอเป็นเพื่อน มันก็มีสายติดต่อเข้ามาในทันที

“ลู่หยาง นายคือหัวหน้ากิลด์บลัดบราเธอร์จริง ๆ เหรอเนี่ย?” โม่หลงถาม

“ก็ใช่น่ะสิ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“โอ้พระเจ้า! นายนี่มันไอดอลของฉันเลย” โม่หลงตะโกนเสียงดังลั่น

เมื่อหลินตงกับเฟยหยงที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินคำพูดของโม่หลง มันก็ทำให้พวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นด้วยเช่นกัน เพราะจากบทสนทนามันก็เห็นได้ชัดเลยว่าลู่หยางของพวกเขาคือหัวหน้ากิลด์บลัดบราเธอร์จริง ๆ

“ตอนนี้พวกนายอยู่ไหนแล้ว?” ลู่หยางถาม

“พวกเราอยู่ที่ทุ่งฟอลิ่งวินด์นอกเมืองเซนต์กอลล์” โม่หลงตอบ

“ช่วยส่งพิกัดมาให้หน่อย เดี๋ยวฉันจะรีบไปหา” ลู่หยางกล่าว

“โอเค” โม่หลงกล่าวพร้อมกับรีบส่งพิกัดไปให้ลู่หยาง

หลังจากตัดสายลู่หยางก็ใช้สกิลสคอร์ชิ่งสปีดมุ่งหน้าตรงไปยังทุ่งฟอลิ่งวินด์อย่างรวดเร็ว ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็ติดต่อไปหาหลานอวี่ด้วย

“สาวน้อย ตอนนี้เธออยู่ไหน?”

“ฉันกำลังพาพวกฉู่อวี้มาเก็บเลเวลที่ป้อมคริมสัน หยู่เว่ยกับซุนหยูก็อยู่ที่นี่ด้วย” หลานอวี่ตอบ

“ฉันมีเรื่องจะปรึกษากับพวกเขาพอดีเลย ช่วยบอกให้พวกเขารอฉันแป๊บหนึ่ง” ลู่หยางกล่าว

หลังจากพูดจบลู่หยางก็วิ่งไปถึงทุ่งฟอลิ่งวินด์ด้วยความรวดเร็ว ซึ่งหลังจากที่พวกโม่หลงได้เห็นลู่หยาง พวกเขาก็รีบวิ่งเข้ามาต้อนรับด้วยความตื่นเต้น

“ลู่หยาง มันคือนายจริง ๆ ด้วย” โม่หลงกล่าว

“ลูกพี่หลังจากนี้ก็ช่วยเลี้ยงดูพวกเราด้วยนะครับ” หลินตงพูดอย่างประจบประแจง

“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับลูกพี่” เฟยหยงพูดเสริม

จางเฉียงกับฮวงเชียงก็เริ่มเปลี่ยนท่าทีไปเช่นกัน ก่อนที่พวกเขาจะพูดขึ้นมาพร้อม ๆ กันว่า

“ลูกพี่ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ”

ลู่หยางแกล้งทำเป็นไม่สนใจท่าทีของทั้งสองคน ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“ได้สิ ไม่มีปัญหา เอาเป็นว่าหลังจากพวกนายเลเวล 30 แล้วฉันจะให้อุปกรณ์ระดับทองกันคนละชุด”

“ลูกพี่ใจดีจริง ๆ เลย” โม่หลงกล่าว

ลู่หยางแอบคิดภายในใจว่าสิ่งที่เขาทำในตอนนี้เป็นเพียงการตอบแทนพวกโม่หลงทั้ง 3 คนเท่านั้น เพราะในชาติก่อนสหายทั้ง 3 ก็ช่วยเหลือเขาชดใช้หนี้มาโดยตลอด สิ่งที่เขาตอบแทนกลับไปในชาตินี้เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวบุญคุณที่ทั้ง 3 เคยช่วยเหลือเขาในชาติก่อนเพียงแค่นั้น

“ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอก ตอนนี้ฉันกำลังขาดคนมาช่วยอยู่พอดี ระหว่างที่ฉันพาพวกนายเก็บเลเวล ฉันก็จะให้พวกนายทำความคุ้นเคยกับกิลด์ไปด้วย หลังจากที่พวกนายมีเลเวล 30 แล้วเดี๋ยวฉันจะเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหารภายในกิลด์ให้ ถึงตอนนั้นเดี๋ยวฉันจะจ่ายเงินเดือนให้กับพวกนายด้วย” ลู่หยางกล่าว

“จริงเหรอ?” โม่หลงถาม

“ฉันไม่ใช่คนชอบพูดโกหกอยู่แล้ว” ลู่หยางกล่าว

“ฮ่า ๆ ๆ ฉันจะรวยแล้วโว้ย!” โม่หลงพูดขึ้นมาอย่างยินดี เพราะท้ายที่สุดเขาคือคนที่มาจากครอบครัวที่ยากจน หากเขามีรายได้เสริมในช่วงมหาลัย มันก็จะช่วยผ่อนคลายความกดดันจากครอบครัวเขาได้มาก

“ผมรับรองว่าผมจะทำภารกิจที่ลูกพี่มอบหมายให้สำเร็จ” หลินตงกล่าว

“ผมก็เหมือนกัน” เฟยหยงกล่าว

เดิมทีฮวงเชียงอยากจะโอ้อวดความสามารถของตัวเอง แต่การเปิดตัวของลู่หยางทำให้เขาเป็นเพียงเศษหินริมทางที่ไม่ได้รับความสนใจ ยิ่งลู่หยางเสนอผลประโยชน์มาให้เขาจึงทำได้แต่พูดออกไปอย่างไม่เต็มใจว่า

“ขอบคุณครับลูกพี่”

“พวกเราเป็นพี่น้องกัน ดังนั้นอย่ามาเกรงใจฉันเลย” ลู่หยางกล่าวขณะมองไปยังฮวงเชียงพร้อมกับคิดขึ้นมาภายในใจว่า

“นายไม่จำเป็นจะต้องเกรงใจฉันหรอก เชิญนายทรยศฉันให้เต็มที่เพราะถ้าหากนายไม่ยอมทรยศฉันแล้วฉันจะใช้นายไปจัดการกับลิ่วเจียได้ยังไง”

ฮวงเชียงและจางเฉียงย่อมไม่รู้ความคิดของลู่หยางอย่างแน่นอน หลังจากได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย พวกเขาก็ทำได้เพียงแต่ตอบรับด้วยสีหน้าละอายใจ

“ลูกพี่วางใจได้เลย ต่อไปนี้พวกเราจะคอยช่วยเหลือคุณอย่างเต็มที่” ฮวงเชียงกล่าว

“เอาล่ะ พวกเราไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันจะพาพวกนายไปที่ป้อมปราการของฉัน” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับตบไหล่ฮวงเชียงเบา ๆ

“เรากำลังจะไปป้อมวินด์ธันเดอร์กันใช่ไหม?” โม่หลงถาม

“ไม่ใช่ ฉันหมายถึงป้อมปราการคริมสันต่างหาก ความจริงแล้วกิลด์ของฉันได้ครอบครองป้อมปราการมาแล้ว 2 ป้อม” ลู่หยางตอบ

“หา?!”

จบบทที่ บทที่ 351 เก็บศัตรูไว้ใกล้ตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว