เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 331 ไป๋เหลิงประกาศศักดา

บทที่ 331 ไป๋เหลิงประกาศศักดา

บทที่ 331 ไป๋เหลิงประกาศศักดา


บทที่ 331 ไป๋เหลิงประกาศศักดา

ไป๋เหลิงเป็นผู้เล่นคนแรกที่วิ่งเข้าประชิดกำแพง และเมื่อเขาได้พบว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ได้โจมตีในทันที เขาจึงทำการหยิบเชือกบ่วงออกมาก่อนที่จะโยนขึ้นไปคล้องยอดกำแพงอย่างรวดเร็ว

“ไม่ต้องทำลายประตูเมืองแล้ว ปีนขึ้นไปตรง ๆ ได้เลย” ไป๋เหลิงตะโกน

“ครับ/ค่ะ” ทุกคนตอบรับในทันที ก่อนที่พวกเขาจะหยิบเชือกบ่วงขึ้นมาขว้างขึ้นไปบนกำแพงด้วยเช่นกัน จากนั้นกองกำลังทั้ง 1,000 คนก็ปีนขึ้นไปบนกำแพงโดยตรง โดยไม่จำเป็นจะต้องทำลายประตูป้อมปราการ

“อย่าให้พวกมันปีนขึ้นมาได้ รีบขัดขวางพวกมันเอาไว้เร็วเข้า” อู๋ชวงตะโกนสั่งการลูกน้องที่อยู่บนป้อมปราการทุกคน

ไม่กี่วินาทีต่อมามันก็มีเวทมนตร์จู่โจมเข้าใส่ไป๋เหลิงมากกว่า 10 ครั้งพร้อม ๆ กับสกิลฟื้นฟูพลังชีวิตที่เด้งขึ้นมามากกว่า 20 ครั้งด้วยเช่นกัน

“นักรบตามฉันมา ส่วนพาลาดินคอยฟื้นฟูเลือดเอาไว้” ไป๋เหลิงตะโกนสั่ง

ตอนแรกไป๋เหลิงไม่คิดว่าคนของเดธโซลจะกล้าเผชิญหน้ากับพวกเขาตรง ๆ เมื่อชายหนุ่มถูกโจมตีจากด้านบนของกำแพง เขาจึงเร่งความเร็วในการปีนเชือกขึ้นไปมากกว่าเดิม

10 วินาทีต่อมาไป๋เหลิงก็เป็นคนแรกที่ปีนขึ้นไปบนกำแพงได้สำเร็จ ซึ่งในวินาทีที่เท้าของเขากำลังเหยียบพื้นเขาก็ได้พบกับนักรบที่กำลังพุ่งเข้ามา

ฟิวเรียสเวิร์ลวินด์!

ทันทีที่ใช้สกิลร่างของไป๋เหลิงก็เริ่มหมุนควงอย่างบ้าคลั่ง และเนื่องมาจากพลังโจมตีพื้นฐานของเขามีมากกว่า 1,900 หน่วยอยู่แล้ว เมื่อมันได้รวมกับโบนัสความเสียหายจากสกิล มันจึงทำให้ศัตรูที่พุ่งเข้ามาสามารถทนรับความเสียหายได้ไม่ถึง 3 วินาทีก่อนที่พวกเขาจะเสียชีวิตลง

หลังจากสังหารศัตรูกลุ่มแรกจนเสร็จ ไป๋เหลิงก็สังเกตเห็นอู๋ชวงกำลังสั่งการนักเวทและนักธนูอยู่ในระยะไกล เขาจึงเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น ก่อนที่จะกระโดดหลบการโจมตีผ่านบันไดชั้นที่ 2 ก่อนที่จะมาหยุดยืนอยู่ต่อหน้าอู๋ชวงได้สำเร็จ

ชาร์จ!

ไป๋เหลิงคำรามเสียงดังพร้อมกับพุ่งเข้าหาอู๋ชวงอย่างรวดเร็ว ระหว่างนั้นใบดาบของเขาก็เริ่มลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟ ซึ่งมันเป็นผลมาจากการเรียกใช้สกิลเฟลมไลท์นั่นเอง

-5,600

ตัวเลขความเสียหายกว่า 5,000 หน่วยปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันและมันก็ทำให้อู๋ชวงล้มลงเสียชีวิตคาที่

อีกด้านหนึ่งนักรบชุดทองทั้ง 500 คนที่ปีนขึ้นมาบนกำแพงก็กำลังปะทะกับกองกำลังของเดธโซลอย่างต่อเนื่อง และเนื่องมาจากความแข็งแกร่งระหว่างทั้งสองฝ่ายที่แตกต่างกันมากจนเกินไป มันจึงทำให้ในเวลาเพียงแค่ไม่นานผู้เล่นทั้ง 500 คนของเดธโซลก็ถูกสังหารลงไปจนหมด

“มันจริง ๆ เลยเว้ย!” โอเชี่ยนบลู หัวหน้ากองพลที่ 1 กล่าวทำให้เหล่าบรรดาสหายที่ปีนกำแพงขึ้นมาพร้อม ๆ กันหัวเราะอย่างสะใจ

“อะไรกัน พวกมันมีฝีมือแค่นี้เองงั้นเหรอ? ส่งคนลงไปเปิดประตูเมือง ส่วนคนที่เหลือวิ่งตามฉันมา พวกเราจะไปไล่ฆ่าพวกศัตรูที่อยู่ทางประตูตอนเหนือของเมือง” ไป๋เหลิงกล่าวอย่างดูถูก

“ครับ/ค่ะ!”

โอเชี่ยนบลูนำลูกน้อง 20 คนลงไปเปิดประตูป้อมด้วยตัวเอง หลังจากนั้นกองกำลังที่เหลืออีก 4,500 คนก็เข้าสู่ป้อมปราการมาได้อย่างสบาย ๆ ก่อนที่พวกเขาจะปีนขึ้นไปบนกำแพงเพื่อเดินหน้าไปยังประตูทางตอนเหนือ

“ทุกคนตามฉันมา พวกเราไปฆ่ามันกันเถอะ!” ไป๋เหลิงตะโกนสั่งหลังจากที่เห็นทุกคนขึ้นมาบนกำแพงเรียบร้อยแล้ว

ต่อมากองกำลังทั้ง 5,000 คนก็บุกจากป้อมปราการทางตอนใต้อ้อมไปทางฝั่งกำแพงทางทิศตะวันตก โดยมีจุดหมายคือประตูป้อมทางทิศเหนือ

กำแพงป้อมปราการแต่ละฝั่งมีความกว้างอยู่มากพอสมควร เพราะทางระบบได้เผื่อพื้นที่เอาไว้ให้วางเครื่องยิงหินและหน้าไม้ขนาดใหญ่ มันจึงมีพื้นที่กว้างเหลือเอาไว้มากเป็นพิเศษ

ขณะเดียวกันเหล่าบรรดาผู้เล่นที่เฝ้าประตูทิศตะวันตกต่างก็กังวลเรื่องสถานการณ์ทางฝั่งประตูทางทิศเหนือ แต่ในระหว่างที่พวกเขากำลังรอฟังข่าวจากทิศเหนืออยู่นั่นเอง จู่ ๆ พวกเขาก็ได้รับข่าวที่ประตูทางใต้ถูกตีจนแตกเข้ามาเสียก่อน

“ทุกคนเตรียมตั้งรับเร็วเข้า!” ผู้บัญชาการประตูทิศตะวันตกรีบตะโกนสั่งอย่างตื่นตระหนก ซึ่งหลังจากที่เขาสั่งการจนจบกองกำลังของไป๋เหลิงก็ได้บุกเข้ามาประชิดพวกเขาแล้ว

กองกำลังเหล่านี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นที่สวมใส่ชุดอุปกรณ์ระดับทอง เมื่อพวกเขาเข้ามาในระยะ 30 เมตร โอเชี่ยนบลูก็ได้นำกองกำลังนักรบ 80 คนใช้สกิลชาร์จพุ่งเข้าหาศัตรูพร้อม ๆ กัน

ตูม!

ตูม!

เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ซึ่งในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายมีเลือดเท่ากันและมีอุปกรณ์ในระดับเดียวกัน นักรบคลั่งย่อมไม่มีทางเอาชนะนักรบโล่ได้อย่างแน่นอน แต่ปัจจุบันฝ่ายหนึ่งเป็นนักรบที่พึ่งมีเลเวล 20 กว่า ๆ และสวมใส่อุปกรณ์ระดับเงินเพียงแค่บางชิ้นเท่านั้น มันจึงไม่มีทางที่พวกเขาจะตั้งรับการโจมตีจากนักรบเลเวล 30 ที่สวมใส่อุปกรณ์ระดับทองทั่วทั้งตัวได้

กองหน้าของเดธโซลไม่สามารถตั้งรับได้ถึง 5 วินาทีด้วยซ้ำ มันจึงทำให้ในเวลาเพียงแค่ไม่นานแนวรบของพวกเขาก็ถูกทำลายอย่างไม่มีชิ้นดี

“ฆ่ามัน!” โอเชี่ยนบลูใช้สกิลฟิวเรียสเวิร์ลวินด์พร้อม ๆ กันกับนักรบคลั่งด้านข้างอีก 10 คน

ไป๋เหลิงมองดูผลงานกองกำลังตัวเองอย่างพึงพอใจ เพราะนักรบคลั่งทั้ง 10 คนนี้มันเป็นผู้เล่นที่พวกเขาสามพี่น้องหาใบเปลี่ยนอาชีพมาให้ด้วยตัวเอง และพวกเขาก็ตั้งกองกำลังนี้ขึ้นมาเพื่อทำลายแนวตั้งรับของศัตรูโดยเฉพาะ

เมื่อเห็นว่านักรบโล่ของฝ่ายตรงข้ามพ่ายแพ้อย่างยับเยินแล้ว ไป๋เหลิงก็ชูดาบขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับตะโกนขึ้นมาเสียงดังว่า

“ทุกคนบุกเข้าไปได้เลย!”

“ฆ่ามัน!!”

หากมองจากมุมสูงจะเห็นภาพกองกำลังฝ่ายหนึ่งกลืนกองกำลังอีกฝ่ายเข้าไปได้อย่างง่ายดาย และในเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 10 นาที กองกำลังของเดธโซลทั้งหมดบนกำแพงทางฝั่งทิศตะวันตกก็ถูกสังหารโดยไม่มีเหลือ

“ทุกคนพักฟื้น 2 นาที พาลาดินช่วยชุบชีวิตคนที่ตายขึ้นมาด้วย” ไป๋เหลิงตะโกนสั่ง

“ครับ/ค่ะ” ทุกคนตอบรับขึ้นมาพร้อมกัน

แสงศักดิ์สิทธิ์สว่างวาบขึ้นมาเป็นจุด ๆ ซึ่งหลังจากผู้ที่เสียชีวิตถูกฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้ว พวกเขาก็นั่งพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาให้กลับคืนมา

2 นาทีต่อมา

“ทุกคนเคลื่อนพลได้” ไป๋เหลิงตะโกนสั่งการ

ผู้เล่นทั้ง 5,000 คนกลับเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ โดยทุกคนต่างก็รู้สึกสนุกกับการฆ่าศัตรูมากขึ้นเรื่อย ๆ

“เป้าหมายต่อไปของเราคือประตูทางทิศเหนือ ทุกคนตามฉันมา!”

ประตูทิศเหนือ

สถานการณ์ในสนามรบกำลังอยู่ในช่วงดุเดือด ซึ่งหลังจากที่สวิฟเดธควบคุมลูกน้องของตัวเองได้ พวกเขาก็เริ่มมีกำลังในการโต้กลับได้ทีละน้อย

ตอนนี้นักธนูและนักเวทบนกำแพงไม่ได้มุ่งเน้นการโจมตีไปที่เหล่านักรบบริเวณประตูอีกต่อไป แต่พวกเขาได้เล็งการโจมตีไปที่นักธนูและนักเวทของฝ่ายตรงข้าม ทำให้พวกไป๋หูต้องโฟกัสที่การป้องกันมากยิ่งขึ้น ส่วนนักบวชทางด้านหลังก็ไม่ได้รักษาอย่างสะเปะสะปะอีกต่อไป แต่พวกเขามีเป้าหมายในการรักษาเป็นของตัวเอง

อย่างไรก็ตามแม้ว่าสถานการณ์ของพวกเขาจะดูดีขึ้น แต่ถ้าหากสถานการณ์ยังคงเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ อีกประมาณ 20 นาทีประตูป้อมก็คงจะถูกทำลายลงเช่นเดิม แต่กองกำลังของแบล็คบลัดก็สมควรที่จะอยู่ห่างจากป้อมไปไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งมันก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะสามารถยื้อสถานการณ์ไปจนถึงตอนนั้นได้อย่างแน่นอน

ระหว่างที่สวิฟเดธกำลังกระวนกระวายภายในใจอยู่นั้น อู๋ชวงก็ติดต่อเข้ามาพร้อมกับตะโกนอย่างกังวลว่า

“หัวหน้ากำแพงทางทิศตะวันตกถูกบุกตีจนแตกแล้ว ตอนนี้กองกำลังชุดทองของบลัดบราเธอร์ 5,000 คนกำลังบุกตลบหลังไปทางประตูทิศเหนือ”

“อะไรนะ?! บลัดบราเธอร์จะมีกองกำลังผู้เล่นชุดทอง 5,000 คนได้ยังไง? ไม่ใช่ว่ากองกำลังผู้เล่นชุดทองของมันทั้งหมดอยู่ในหุบเขาฟีนิกซ์งั้นเหรอ” สวิฟเดธอุทานอย่างตกตะลึง

“ผมจะโกหกหัวหน้าไปทำไม ตอนนี้กองกำลังของผมถูกฆ่าตายกันจนหมดแล้ว อีกไม่เกิน 10 นาทีพวกเขาน่าจะไปถึงประตูทางทิศเหนือ หัวหน้ารีบคิดหาวิธีรับมือเอาไว้เร็ว ๆ เข้า” อู๋ชวงกล่าวอย่างร้อนรน

เหตุการณ์นี้ทำให้สวิฟเดธยกมือขึ้นมากุมหัวอย่างจนปัญญา เพราะถ้าหากศัตรูคือกองกำลังผู้เล่นชุดทองเลเวล 30 ทั้ง 5,000 คนจริง ๆ กองกำลังที่ปกป้องป้อมปราการเอาไว้ในตอนนี้ย่อมไม่มีทางต่อต้านกองกำลังของศัตรูไหว

ในระหว่างที่เขากำลังสับสนอยู่นั่นเอง กองกำลังของไป๋เหลิงที่ใช้ม้วนคัมภีร์เพิ่มความเร็วในระหว่างการเดินทางก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นมาบริเวณมุมกำแพง

“พวกมันเป็นกองกำลังผู้เล่นชุดทองจริง ๆ ด้วย!” สวิฟเดธอุทานอย่างสับสน

“หัวหน้าพวกเราจะเอายังไงกันดีครับ?” ออไนท์ถามอย่างตื่นตระหนก

สวิฟเดธมองไปยังไป๋เหลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ก่อนที่เขาจะชักดาบขึ้นมาแล้วพูดว่า

“กองกำลังหลักของเรากับกำลังเสริมของบลัดเติสตี้กำลังบุกมาช่วย สิ่งที่พวกเราทำได้คือพยายามถ่วงเวลาเอาไว้ให้ได้นานที่สุด นายรีบนำกองกำลังออกไปต้านไว้ก่อน เดี๋ยวฉันจะไปเรียกคนจากประตูทิศตะวันออกมาช่วย”

พิมพ์เรียกเอาไม่ได้เหรออออออออ

จบบทที่ บทที่ 331 ไป๋เหลิงประกาศศักดา

คัดลอกลิงก์แล้ว