เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 299 กระโจนเข้ากลางฝูงมอนสเตอร์

บทที่ 299 กระโจนเข้ากลางฝูงมอนสเตอร์

บทที่ 299 กระโจนเข้ากลางฝูงมอนสเตอร์


บทที่ 299 กระโจนเข้ากลางฝูงมอนสเตอร์

“นายได้สกิลอะไรมาบ้าง?” ลู่หยางรีบถามกลับในทันทีหลังจากได้ยินข่าวว่าเสี่ยวเหลียงเปลี่ยนอาชีพเป็นนักรบหมอกโลหิตเรียบร้อยแล้ว

“ผมได้สกิลเรดมิสท์บลัดเธิร์ทกับเรดมิสท์เวิร์ลวินด์สแลชมาครับ แล้วก็ยังได้สกิลจั๊มป์ที่ทำให้ผมสามารถกระโดดไปข้างหน้าในระยะ 30 เมตรมาด้วย” เสี่ยวเหลียงพูดอย่างภาคภูมิใจ

“ตอนนี้สกิลเรดมิสท์เวิร์ลวินด์สแลชของนายเลเวลเท่าไหร่แล้ว?” ลู่หยางถามอย่างตกใจ

“เลเวล 3 ครับ การโจมตีแต่ละครั้งจะสร้างความเสียหายได้ 5,000 หน่วย” เสี่ยวเหลียงตอบ

นักรบเลเวล 30 จะมีพลังชีวิตอยู่ที่ประมาณ 7,000 หน่วย หากเสี่ยวเหลียงกระโดดเข้าไปใช้สกิลยั่วยุท่ามกลางฝูงชน นักรบเหล่านี้ก็จะยืนทนรับการโจมตีของเสี่ยวเหลียงได้ไม่ถึง 1 วินาที

“นายไปได้เลเวลพิเศษมาจากไหน?” ลู่หยางอดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้

“พอดีว่าผมได้เข้าเนื้อเรื่องพิเศษครับ”

ย้อนกลับไปในตอนทำภารกิจทดสอบเข้าร่วมกองทัพหมอกโลหิต ในขั้นตอนสุดท้ายชายชราผู้ทำการทดสอบได้ตั้งคำถามขึ้นมาทั้งสิ้น 27 ข้อ แต่เสี่ยวเหลียงไม่เข้าใจคำถามเหล่านั้นเลยแม้แต่ข้อเดียวและถึงแม้ว่าเขาอยากจะติดต่อมาให้ลู่หยางช่วยตอบคำถาม แต่ตัวเองก็ได้พบว่าเขาถูกขังอยู่ในพื้นที่พิเศษทำให้ไม่สามารถติดต่อมายังโลกภายนอกได้ หากเขาทำการออกจากเกมเพื่อไปถามในโลกแห่งความเป็นจริง ทางระบบก็จะถือว่าเขาทำภารกิจล้มเหลวด้วยเหมือนกัน

เมื่อสถานการณ์บีบบังคับเสี่ยวเหลียงจึงทำได้เพียงแต่ตอบคำถามตามสัญชาตญาณ ซึ่งหลังจากที่เขาตอบคำถามทั้งหมดแล้วชายชราก็ได้บอกเหตุผลว่าทำไมเขาถึงถามคำถามเหล่านี้กับเสี่ยวเหลียง

ความจริงแล้วแก่นแท้ของคำถามทั้ง 27 คำถามคือการทดสอบความจงรักภักดี, มิตรภาพ, ความรัก, อำนาจและเงินทอง ซึ่งในตอนที่เสี่ยวเหลียงตอบคำถามสิ่งแรกที่เขานึกถึงคือตอนที่เขากำลังโดดเดี่ยว, ไร้ที่พึ่ง, ถูกผู้คนรังแกและได้ลู่หยางหยิบยื่นความช่วยเหลือเข้ามาให้ ดังนั้นคำตอบทุก ๆ คำตอบของเสี่ยวเหลียงจึงมุ่งเน้นไปทางความจงรักภักดีทั้งหมด

ความจริงแล้วชายชราที่ตั้งคำถามนี้ขึ้นมาไม่ใช่ NPC แต่เป็นหนึ่งในผู้สร้างเกม เมื่อมีคนได้รับภารกิจทดสอบเข้าร่วมกองทัพหมอกโลหิต ชายชราจึงให้ความสนใจและเข้ามาตั้งคำถามด้วยตัวเอง

คำตอบของเสี่ยวเหลียงทำให้ชายชรารู้สึกพอใจมาก เขาจึงตัดสินใจให้รางวัลพิเศษเพิ่มเลเวลของสกิลเรดมิสท์เวิร์ลวินด์สแลชขึ้นอีก 2 เลเวลเป็นการถาวร

ลู่หยางซาบซึ้งใจมากที่เสี่ยวเหลียงให้ความสำคัญกับความภักดีขนาดนี้ ซึ่งมันก็เป็นความตื้นตันใจจนทำให้เขาไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรออกมาเหมือนกัน

“ไหน ๆ ก็เปลี่ยนอาชีพเสร็จแล้ว รีบมาที่ป้อมปราการคริมสันสิ พี่น้องภายในกิลด์จะได้เห็นพลังใหม่ของนายสักหน่อย” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“ได้ครับ เดี๋ยวผมรีบไป” เสี่ยวเหลียงกล่าวอย่างตื่นเต้นและคิดภายในใจว่าหลังจากนี้เขาคงจะไม่ได้เป็นภาระของลู่หยางอีกต่อไปแล้ว

อย่างไรก็ตามในตอนที่เด็กหนุ่มกำลังจะก้าวเท้าออกจากกองทัพหมอกโลหิตอยู่นั่นเอง จู่ ๆ เขาก็เกาหัวพร้อมกับติดต่อไปหาลู่หยางอีกครั้งหนึ่งว่า

“ลูกพี่ ความจริงมันยังมีอีกเรื่องหนึ่งครับ”

“เรื่องอะไร?” ลู่หยางถาม

“เจ้าหน้าที่คลังแสงของกองทัพหมอกโลหิตกำลังขายโล่ระดับตำนานเลเวล 30 ที่ชื่อว่าไทเกอร์วอริเออร์ชิลด์ในราคา 500 เหรียญทอง แต่ผมไม่แน่ใจว่าควรจะบอกพี่เรื่องนี้ดีหรือเปล่า” เสี่ยวเหลียงกล่าวพร้อมกับส่งข้อมูลโล่ให้ลู่หยาง

ไทเกอร์วอริเออร์ชิลด์ (ระดับตำนาน)

พลังป้องกัน 296-358

ความอดทน +60

พลังกาย +60

เอฟเฟกต์พิเศษ: เมื่อถูกโจมตีมีโอกาส 65% ที่จะเกิดเอฟเฟกต์ข่มขวัญ ป้องกันการโจมตีทางกายภาพ 800 หน่วย

รายละเอียด เมื่อเผชิญหน้ากันบนถนนแคบ ๆ ผู้กล้าจะเป็นผู้ชนะ นี่คือโล่ที่ไทเกอร์วอริเออร์ ผู้บัญชาการกองพันที่ 3 ของกองทัพหมอกโลหิตเคยใช้

หากเสี่ยวเหลียงอยู่ใกล้ ๆ ลู่หยางก็คงจะเบิ๊ดกะโหลกอีกฝ่ายไป 1 ที เขาจึงรีบพูดขึ้นมาอย่างร้อนรนว่า

“รีบไปขอเงินอาจารย์แล้วมาซื้อโล่นี้เร็วเข้า! ห้ามปล่อยให้มันหลุดรอดไปเป็นอันขาด”

ย้อนกลับไปในชาติที่แล้วไทเกอร์วอริเออร์ชิลด์เคยถูกประมูลขายในราคาสูงถึง 5,000 เหรียญทองแล้วมันก็มีเศรษฐียอมจ่ายเงินถึง 1,500,000 บาทเครดิตเพื่อซื้ออุปกรณ์ชิ้นนี้เลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นมันยังสามารถอัปเกรดได้ทำให้มันเป็นโล่ที่ดีที่สุดก่อนเลเวล 40 ที่สำคัญก็คือมันยังเป็นอุปกรณ์ในระดับตำนานอีกด้วย

ผู้เล่นที่ได้รับโล่ชิ้นนี้ไปจะกลายเป็นเหมือนกับรถถังภายในสนามรบ และการโจมตีทางกายภาพก็แทบที่จะไม่สามารถเจาะทะลุการป้องกันของโล่นี้เข้ามาได้เลย มันจึงมีเพียงอาชีพสายเวทมนตร์เท่านั้นจึงจะสามารถสร้างความเสียหายให้กับผู้ที่ถือครองโล่นี้ได้

ในชาติที่แล้วลู่หยางเคยอิจฉาผู้ที่ได้ครอบครองโล่ชิ้นนี้มาก เมื่อในชาตินี้เสี่ยวเหลียงได้มีโอกาสครอบครองโล่ดี ๆ แบบนี้ไว้ ลู่หยางย่อมไม่พลาดโอกาสซื้อโล่มาให้เสี่ยวเหลียงได้ใช้งานอย่างแน่นอน

“ถ้างั้นผมซื้อมันเลยนะครับ เงินที่ผมเตรียมมามันยังมีเหลืออยู่” เสี่ยวเหลียงกล่าวก่อนที่เขาจะซื้อไทเกอร์วอริเออร์ชิลด์และแชร์ข้อมูลอุปกรณ์ให้กับลู่หยาง

“ให้ตายเถอะ! คราวหลังอย่าทำให้ฉันต้องลุ้นแบบนี้อีกนะ ตอนนี้รีบมาที่ป้อมปราการได้แล้ว” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ป้อมปราการคริมสัน

ฉิงชางและพวกเซี่ยหยู่เว่ยกำลังปรึกษากันว่าจะจัดการกับมอนสเตอร์ต่อไปยังไงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นลู่หยางทั้งหัวเราะและถอนหายใจ ทุกคนต่างก็สงสัยว่าหัวหน้ากิลด์กำลังพูดคุยเรื่องอะไรอยู่กันแน่

“หัวหน้ามีอะไรหรือเปล่าคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“4 กิลด์นั้นมีการเคลื่อนไหวอะไรหรือเปล่าครับ?” ไป๋เหลิงถาม

“ฉันยังไม่ได้บอกพวกนายหรอกเหรอว่าฉันยังมีไพ่ตายอยู่อีกใบ หากให้เทียบกับการต่อสู้แบบเป็นกลุ่ม เขาคนนี้ก็เก่งกว่าฉันอีก” ลู่หยางกล่าว

ทุกคนเคยได้ยินลู่หยางพูดถึงคน ๆ นี้มาบ้าง พวกเขาจึงเอ่ยปากถามขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“เขาเปลี่ยนอาชีพเสร็จแล้วเหรอครับ?”

“ใช่ เพิ่งเสร็จเมื่อกี้นี้เลย” ลู่หยางตอบ

“เขาเปลี่ยนอาชีพเป็นอะไรเหรอครับ? คุณรีบพาเขามาเจอพวกเราหน่อยได้ไหม?” ฉิงชางกล่าวอย่างตื่นเต้น

“ใจเย็น ๆ เขากำลังเดินทางมาแถมยังพกโล่ระดับตำนานมาด้วย” ลู่หยางกล่าว

“โอ้โห!” ทุกคนต่างก็โห่ร้องขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

“ตอนแรกฉันก็ไม่คิดว่าเขาจะโชคดีขนาดนี้ แต่ใครจะไปรู้ว่าทันทีที่เขาเปลี่ยนอาชีพมันจะมีโล่ระดับตำนานวางขายที่เจ้าหน้าที่คลังแสงภายในค่ายของเขาด้วย เดี๋ยวรอเขามาถึงที่นี่ก่อนเถอะแล้วพวกนายจะรู้ว่าเครื่องจักรสังหารในสนามรบมันคืออะไร” ลู่หยางกล่าวทำให้ทุกคนต่างก็รอคอยการมาถึงของเสี่ยวเหลียงด้วยความตื่นเต้น

2 ชั่วโมงต่อมา

เสี่ยวเหลียงใช้ร็อคเก็ตโมบายล์สลับกับสกิลจั๊มป์เพื่อเดินทางมายังป้อมปราการคริมสัน ซึ่งในที่สุดเขาก็เดินทางมาจนถึงด้านหน้าประตูป้อมปราการได้อย่างราบรื่น

“ลูกพี่ ผมมาแล้วครับ!” เสี่ยวเหลียงกล่าวขณะแบกโล่รูปหัวเสือไว้บนบ่าข้างขวา

“ตอนนี้นายมีพลังป้องกันเท่าไหร่แล้ว?” ลู่หยางถาม

ก่อนการทดสอบเสี่ยวเหลียงได้ติดตั้งชุดเซ็ตอุปกรณ์เมจิกสตีลและชุดเซ็ตโรยอลตี้เข้าไปแล้ว เมื่อมันได้เพิ่มโล่ระดับตำนานอย่างไทเกอร์วอริเออร์ชิลด์มา มันจึงทำให้พลังป้องกันของเขาเพิ่มขึ้นไปสูงมากพอสมควร

“ตอนนี้ผมมีพลังป้องกันประมาณ 1,700 หน่วยกับพลังชีวิตอีกประมาณ 15,000 หน่วยครับ” เสี่ยวเหลียงตอบ

“ไม่เลวเลยนี่” ลู่หยางพยักหน้าอย่างพอใจ

“ตอนนี้ผมรู้สึกแข็งแกร่งมากเลยครับ ลูกพี่จะให้ผมไปทำอะไรดี?” เสี่ยวเหลียงกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาราวกับเด็กน้อย

ในสนามรบ

ฉิงชางอยู่บริเวณทัพด้านหน้าและมีแบล็คสโตนสเกเลตันกดดันมาจาก 3 ทิศทาง

“บุกทะลวงเข้าไปทางด้านนั้น” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังทางหนึ่ง

“ได้ครับ” เสี่ยวเหลียงรับคำสั่งก่อนจะวิ่งไปบริเวณทางด้านขวาของฉิงชาง

ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีหน้าอันดุดัน ผิวสีทองแดงก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นผิวสีแดงเลือด และในอีกไม่กี่วินาทีต่อมามันก็มีหมอกสีเลือดจาง ๆ ปล่อยออกมารอบ ๆ ตัวของเขา

ขณะเดียวกันเมื่อพวกฉิงชางบุกลึกเข้ามาในสนามรบ แรงกดดันที่ศัตรูสร้างไว้มันก็ทำให้พวกเขาจำเป็นจะต้องดึงนักรบที่สวมชุดเมจิกสตีลและพาลาดินมาป้องกันพื้นที่ด้านข้างเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้แบล็คสโตนสเกเลตันแทรกเข้ามาสังหารนักเวทและนักบวชในกองทัพ

อย่างไรก็ตามการป้องกันทางปีกข้างก็มีนักรบที่สวมชุดเมจิกสตีลคอยป้องกันอยู่เพียงแค่ 25 คน ด้วยจำนวนของนักรบเพียงแค่นี้ มันจึงทำให้การป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพทำได้เพียงแค่ด้านเดียวและทำให้พวกฉิงชางตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมากพอสมควร

“พาลาดินอย่าเพิ่งรีบใช้เซคคริฟายรอให้นักรบที่ใช้ชุดเมจิกสตีลดึงความโกรธเอาไว้ให้มั่นคงก่อนแล้วพวกนายค่อยดึงมอนสเตอร์บางส่วนออกไป พลังโจมตีของพวกมันรุนแรงมาก พวกนายต้านรับการโจมตีพร้อม ๆ กันเป็นจำนวนมากไม่ไหวหรอก” ฉิงชางตะโกนอย่างร้อนใจ

“พวกเราควรบอกหัวหน้าดีไหมว่าตอนนี้ควรจะเปลี่ยนวิธีการรบแล้ว?” เหมาชิวพูดกับฉิงชาง

“ไม่ได้ นี่เป็นกลยุทธ์ที่เราคุยกันเอาไว้เมื่อตอนเที่ยง ถ้าหากว่ามันมีการปรับเปลี่ยนเพียงแค่นิดเดียว มันก็จำเป็นจะต้องวางแผนการใหม่ทั้งหมด การวางแผนแบบนั้นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ตอนนี้พวกเราควรทนต่อไปก่อนถ้าไม่ไหวจริง ๆ แล้วค่อยรายงานหัวหน้า” ฉิงชางกล่าวพร้อมกับส่ายศีรษะ

ตอนที่พูดคุยเรื่องกลยุทธ์ในตอนเที่ยงฉิงชางไม่คิดเลยว่าตัวเองที่อยู่ด้านหน้าจะต้องลำบากมากขนาดนี้ แต่ในตอนที่เขากำลังจะทนไม่ไหวอยู่นั่นเอง จู่ ๆ มันก็มีนักรบตัวแดงคนหนึ่งกระโดดลงมาจากฟ้าตกลงไปกลางฝูงแบล็คสโตนสเกเลตันเพียงคนเดียว

“อย่าทำแบบนั้น! นายทนรับการโจมตีคนเดียวไม่ได้หรอก” ฉิงชางตะโกนเพราะเขาคิดว่าลูกน้องกำลังเห็นสถานการณ์คับขันจึงใช้วิธีนี้เพื่อดึงดูดความสนใจของมอนสเตอร์ในการลดแรงกดดันของนักรบและพาลาดิน

แต่ในตอนที่เขาคิดว่านักรบคนนั้นจะต้องตายแน่ ๆ จู่ ๆ มันก็มีเสียงคำรามดังสนั่นไปทั่วทั้งป้อมปราการจนทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง

“ย๊าก!”

เสี่ยวเหลียงเริ่มเปิดใช้สกิลเรดมิสท์บลัดเธิร์ทเพื่อเพิ่มพลังป้องกันของตัวเอง 1,000 หน่วยเป็นเวลา 5 วินาที และบังคับให้แบล็คสโตนสเกเลตันมากกว่า 100 ตัวภายในรัศมี 30 เมตรมุ่งเป้าโจมตีมาที่เขาเพียงคนเดียว

ภายในพริบตาการโจมตีเป็นจำนวนมากก็มุ่งเป้ามาที่เสี่ยวเหลียงเป็นเป้าเดียว แต่ทันทีที่ดาบเล่มแรกฟันลงบนเกราะของเด็กหนุ่ม หมอกสีเลือดที่รวมตัวอยู่บริเวณรอบ ๆ ตัวของเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว

ทันใดนั้นหมอกสีเลือดก็กลายเป็นคมดาบหมุนตัวรอบเสี่ยวเหลียงอย่างฉับพลัน พร้อมกับสร้างความเสียหาย 5,000 หน่วยให้แก่ศัตรูทั้งหมดในรัศมี 30 เมตร

นี่คือผลของสกิลเรดมิสท์เวิร์ลวินด์สแลชที่เมื่อนักรบหมอกโลหิตถูกโจมตีมันจะมีโอกาส 20% ที่หมอกโลหิตจะทำการโจมตีโต้กลับอัตโนมัติ และสกิลนี้ก็มีระยะเวลาคูลดาวน์เพียงแค่ 0.19 วินาทีเท่านั้น

เมื่อแบล็คสโตนสเกเลตันหลายสิบตัวโจมตีเสี่ยวเหลียงพร้อม ๆ กันหมอกโลหิตจึงเริ่มปั่นจนดูคล้ายกับว่ามันได้กลายเป็นพายุจริง ๆ

-4,218, -3,986, -3,999, …

เวลา 15 วินาทีผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับโกหก แต่ในตอนนี้มันมีเพียงแค่เสี่ยวเหลียงที่ถือโล่ไทเกอร์วอริเออร์ชิลด์ยืนอยู่กลางสนามรบเพียงลำพัง หากมองดูไปยังหลอดพลังชีวิตจะได้พบว่าพลังชีวิตของชายคนนี้แทบที่จะไม่ลดลงเลย ในทางกลับกันแบล็คสโตนสเกเลตันที่มีพลังชีวิตสูงกว่า 300,000 หน่วยกลับเสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 100 ตัว

เมื่อพวกฉิงชางเห็นภาพเหตุการณ์นี้มันก็ทำให้พวกเขาอดที่จะกลืนน้ำลายลงไปไม่ได้ ซึ่งในตอนแรกพวกเขาก็คิดว่าถึงลู่หยางจะพูดยกยอคน ๆ นี้เอาไว้เก่งแค่ไหน แต่ในท้ายที่สุดคน ๆ นี้ก็คงจะแข็งแกร่งกว่าหัวหน้ากิลด์ของพวกเขาในเรื่องการโจมตีวงกว้างเพียงแค่นิดเดียว

อย่างไรก็ตามคน ๆ นี้กลับใช้เวลาเพียงแค่ 15 วินาทีในการสังหารแบล็คสโตนสเกเลตันมากกว่า 100 ตัวทั้ง ๆ ที่พวกเขาต้องใช้อาชีพโจมตีระยะไกลหลายพันนายโจมตีเป็นเวลานานหลาย 10 นาที

“พี่ชาย คุณคือยอดฝีมือที่หัวหน้าพูดถึงหรือเปล่า?” เหมาชิวถามอย่างตกตะลึง

“อย่าพูดแบบนั้นเลย ผมเป็นแค่ลูกน้องของลูกพี่เท่านั้นเอง” เสี่ยวเหลียงหัวเราะขึ้นมาแห้ง ๆ พร้อมกับตอบกลับไปอย่างเขินอาย จากนั้นเขาก็พูดเสริมขึ้นมาว่า

“ลูกพี่ให้ผมคอยจัดการทางด้านนี้ เดี๋ยวพวกคุณดูแลทางด้านอื่นไปเลย ทางฝั่งนี้ผมคนเดียวจัดการได้”

ตอนแรกพวกฉิงชางอยากจะบอกว่าเสี่ยวเหลียงพูดอะไรเกินตัวไปสักหน่อย เพราะท้ายที่สุดมันก็ยังมีศัตรูเหลืออยู่มากกว่า 10,000 ตัว แต่เมื่อพวกเขาคิดถึงภาพเหตุการณ์เมื่อสักครู่ มันก็ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าแบล็คสโตนสเกเลตันเพียงแค่ 10,000 ตัวคงจะไม่สามารถทำอะไรเสี่ยวเหลียงได้จริง ๆ

“ถ้างั้นผมจะจัดกำลังพล 2,000 คนเอาไว้สนับสนุนคุณใกล้ ๆ ถ้าจำเป็นพวกเขาก็สามารถรักษาคุณได้เผื่อว่ามันจะมีเหตุการณ์อะไรฉุกเฉิน” ฉิงชางกล่าว

“โอเคครับ” เสี่ยวเหลียงตอบ

ถ่อมตัวอยู่เสมอจริง ๆ น้องชายคนนี้

จบบทที่ บทที่ 299 กระโจนเข้ากลางฝูงมอนสเตอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว