เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 298 รุกคืบ

บทที่ 298 รุกคืบ

บทที่ 298 รุกคืบ


บทที่ 298 รุกคืบ

“พื้นที่แถวนั้นมันเป็นเขตของฉงป้ากับฉือมู่ไม่ใช่เหรอครับ?” ฉิงชางถามอย่างประหลาดใจ

“หลังจากนี้มันจะเป็นเขตของพวกเรา” ลู่หยางตอบ

ทันใดนั้นฉิงชางและพวกเซี่ยหยู่เว่ยก็หันมามองหน้ากัน โดยในแววตาของทุกคนต่างก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“แล้วแบบนี้ฉงป้ากับฉือมู่จะยอมเหรอครับ?” บิทเทอร์เลิฟถาม

“พวกเขาทำเรื่องใหญ่ขนาดนั้นแล้วพวกเขายังจะกล้าออกมาทำอะไรอีกหรือยังไง?” ลู่หยางตอบ

“แผนการของหัวหน้ายอดเยี่ยมที่สุดจริง ๆ” เหมาชิวกล่าวอย่างชื่นชม

“ในที่สุดพวกเราก็ได้แก้แค้นกลับไปบ้างสินะ” ไป๋เหลิงกล่าว

ลู่หยางทำได้เพียงแต่ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม เพราะจุดหมายที่แท้จริงมันไม่ใช่การแก้แค้นง่าย ๆ แบบนี้

ในที่สุดทุกคนก็เดินมาจนถึงประตูป้อมปราการ ฉิงชางจึงพูดขึ้นมาว่า

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เข้าไปแทนที่ผู้เล่นชุดกลางคืนเลยนะครับ”

“น่าเสียดายจุดเก็บเลเวลที่นี่จริง ๆ ถ้าเราเก็บมันไว้อีกสัก 10 วันมันก็จะช่วยให้สมาชิกของเราอีก 2,000 คนมีเลเวลเพิ่มขึ้นไปจนถึง 30” บีทเทิลเลิฟกล่าว

ทุกคนต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยและพวกเขาก็รู้สึกเสียดายที่ต้องสังหารโทรลล์ไฟทั้ง 5 ตัวนี้

“ไม่ต้องเสียดายไปหรอก เพราะพวกเราจะเข้าประตูข้าง” ลู่หยางกล่าว

“มันมีประตูข้างด้วยเหรอครับ?” ฉิงชางถามด้วยความดีใจ

“มีสิ” ลู่หยางตอบแต่เขาก็ยังไม่ได้บอกความจริงว่าตัวเขาแอบไปจัดการลาวาลอร์ดและครอบครองป้อมปราการแห่งนี้แล้ว ท้ายที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้ความลับรั่วไหลออกไป ลู่หยางจึงตัดสินใจเก็บเรื่องนี้เอาไว้เพียงคนเดียว

จากนั้นลู่หยางก็เดินพาพวกฉิงชางเดินอ้อมผ่านโทรลล์ไฟทั้ง 5 ตัว ก่อนที่พวกเขาจะไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่มีความกว้างมากกว่า 10 เมตร

“หัวหน้ามีวิธีเปิดประตูไหมครับ?” ไป๋ฉือถาม

“มีสิ” ลู่หยางกล่าวก่อนที่เขาจะเปิดหน้าต่างควบคุมป้อมปราการและทำการเปิดประตู

ระบบ: ประตูหมายเลข 1 ของป้อมปราการกำลังจะเปิด

ประตูหมายเลข 1 คือประตูแรกภายในป้อมปราการ ซึ่งป้อมปราการของกิลด์อื่น ๆ ก็ถูกตั้งชื่อแบบนี้ในลักษณะเดียวกัน

เสียงประตูบานใหญ่ร้องคำรามดังขึ้น พวกฉิงชางจึงมองเข้าไปด้านในของป้อมปราการด้วยความประหลาดใจ

สิ่งที่ต้อนรับพวกเขาอยู่ด้านในป้อมปราการคือลานโล่งที่มีขนาดเกือบ 100,000 ตารางเมตร และบนลานนั้นก็มีแบล็คสโตนสเกเลตันกับปีศาจไฟระดับอีลิทและระดับบอสอยู่เต็มไปหมด ซึ่งถ้าจะนับรวมฝูงมอนสเตอร์เหล่านี้พวกมันก็น่าจะมีจำนวนอยู่เกินกว่า 100,000 ตัว

แบล็คสโตนสเกเลตัน (บอส)

เลเวล 35

พลังชีวิต 300,000/300,000

“ดูเหมือนพวกมันจะแข็งแกร่งมากเลยนะครับ โชคดีที่หัวหน้าพึ่งให้ชุดเซ็ตเมเจิกสตีลกับผมมา ไม่อย่างนั้นผมคงจะไม่มั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับพวกมันจำนวนมากขนาดนี้ได้” ไป๋หูกล่าว

แบล็คสโตนสเกเลตันคือโครงกระดูกสวมเกราะหนังทั้งตัวที่ถือโล่อยู่ในมือซ้ายและถือดาบยาวอยู่ในมือขวา ซึ่งตามเนื้อเรื่องของเกมพวกเขาคือชาวพื้นเมืองที่เสียชีวิตไปแล้วนับพันปี แต่ลาวาลอร์ดได้ทำการฟื้นคืนชีพพวกมันขึ้นมาเพื่อให้กลายเป็นทาสคอยเฝ้าป้อมปราการแห่งนี้เอาไว้

“มอนสเตอร์พวกนี้มีพลังโจมตีประมาณ 2,000 หน่วยและหลาย ๆ ตัวยังไม่รู้จักการใช้สกิลด้วยซ้ำ ความจริงแม้เราจะไม่ใช้ชุดเซ็ตเมจิกสตีลกับชุดเซ็ตฟลอว์เลสดีเฟนส์ เราก็สามารถจัดการพวกมันได้ แต่การมีอุปกรณ์พวกนี้ก็จะทำให้พวกเราจัดการกับพวกมันได้ง่ายขึ้น” ลู่หยางกล่าว

ทุกคนต่างก็พยักหน้ารับด้วยความชื่นชม

“ตอนนี้พวกเรามีนักรบที่สวมชุดเซ็ตเมจิกสตีลกับชุดเซ็ตฟลอว์เลสดีเฟนส์อยู่ 100 คน แบบนี้พวกเราก็บุกเข้าไปตรง ๆ เลยได้ใช่ไหมครับ?” เหมาชิวถาม

“ให้นักรบจับคู่กัน 2 คน ยืนเว้นระยะห่างกันคู่ละ 8 เมตร จากนั้นพวกนายก็นำทีมบุกเข้าไปตรง ๆ ได้เลย” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ได้ครับ” ทุกคนต่างก็พยักหน้ารับกันอย่างกระตือรือร้น ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันไปนำทีมของตัวเอง

ไม่นานนักรบ 100 คนที่ถือโล่เมจิกสตีลบาเรียขนาดใหญ่ก็ยืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบบริเวณด้านล่างของบันไดประตูหมายเลข 1 ซึ่งหนามแหลมบนโล่ก็ได้สะท้อนแสงแดดอันเจิดจ้า

บริเวณด้านหลังของนักรบคือผู้เล่นสายอาชีพโจมตีระยะไกลจำนวน 10,000 คน ส่วนผู้เล่นสายโจมตีระยะประชิดได้ถูกลู่หยางจัดวางกำลังเอาไว้ทางด้านหลัง

“หัวหน้า ทุกคนพร้อมแล้วครับ” ฉิงชางรายงาน

“เริ่มบุกได้เลย” ลู่หยางตะโกนดังลั่น

“กองทัพโล่ตามฉันมา!” ไป๋หูใช้ดาบเคาะโล่เสียงดังก่อนที่จะตะโกนออกคำสั่งนักรบทุกคน

ทันใดนั้นนักรบโล่ทั้ง 100 คนก็ยกโล่เมจิกสตีลบาเรียขึ้นบังหน้าอย่างพร้อมเพียง ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเท้าอย่างเป็นจังหวะเข้าหาฝูงแบล็คสโตนสเกเลตันที่อยู่ด้านหน้า

โฮก!

แบล็คสโตนสเกเลตันตัวหนึ่งเริ่มสังเกตเห็นถึงศัตรูที่เดินเข้ามา มันจึงยกโล่ไม้ที่แตกหักขึ้นบังหน้าอกพร้อมกับชูดาบยาวขึ้นสนิมขึ้นสู่ท้องฟ้าและพุ่งเข้าใส่กองทัพโล่ในทันที

เสียงร้องคำรามของแบล็คสโตนสเกเลตันตัวนี้ได้ดึงดูดความสนใจของแบล็คสโตนสเกเลตันในละแวกนั้นมาอีกหลายพันตัว หัวกะโหลกของพวกมันจึงหันมองมาทางกองทัพโล่พร้อม ๆ กัน ก่อนที่มันจะมีแสงสีเหลืองอันเจิดจ้าเปล่งประกายขึ้นมาจากเบ้าตาสีดำ

กองกำลังของทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าปะทะกันอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นสั่นไหวอย่างน่ากลัว

“ทุกคนต้านเอาไว้ ห้ามถอยกลับไปแม้แต่ก้าวเดียว!” ไป๋หูตะโกนสั่งการ

แบล็คสโตนสเกเลตันมีความสูงเหนือกว่าผู้เล่นถึง 2 เท่า เมื่อกองทัพของพวกมันบุกเข้ามาใบหน้าที่น่ากลัวของโครงกระดูกเหล่านี้ก็ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของนักรบหลายคน และถึงแม้ทางด้านสถานะพวกเขาจะสามารถต้านทานโครงกระดูกเหล่านี้ได้อย่างสบาย ๆ แต่แรงกดดันทางจิตใจมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นจะได้รับการฝึกฝนมาทุกคน

โชคดีที่กองทัพโล่ทั้ง 100 คนของลู่หยางต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นชั้นยอดที่ผ่านสงครามมาอย่างมากมาย พวกเขาจึงสามารถต้านรับการโจมตีเอาไว้ได้อย่างมั่นคง และไม่เกรงกลัวสภาพภายนอกของพวกโครงกระดูกเลยแม้แต่นิดเดียว

“ทีมนักบวชคอยรักษานักรบเอาไว้ ห้ามไม่ให้พวกเขาตายแม้แต่คนเดียว” ไนท์มูน, หลานอวี่และนักบวชอีกนับ 10 คนตะโกนสั่งการสมาชิกภายในทีมของตัวเองพร้อม ๆ กัน

โดยเฉลี่ยแล้วนักรบโล่ 1 คนจะต้องรับมือแบล็คสโตนสเกเลตัน 8 ตัว ดังนั้นหากพวกเขาประมาทไปแม้แต่เพียงนิดเดียว นักรบโล่ก็สามารถจะเสียชีวิตได้ด้วยเช่นเดียวกัน

หลาย ๆ คนอาจจะเคยคิดว่าการเล่นอาชีพนักบวชเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ แต่ความจริงแล้วการใช้สกิลของนักบวชให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก ท้ายที่สุดพวกเขาก็ต้องคอยควบคุมพลังชีวิตของเป้าหมายและบริหารมานาของตัวเองตลอดเวลา แล้วถ้าหากว่าพันธมิตรติดสถานะผิดปกติต่าง ๆ พวกเขาก็ต้องแบ่งสมาธิไปทำการชำระล้างสถานะผิดปกติเหล่านั้นด้วย

หากเป็นทีมนักบวชโดยทั่วไป พวกเขาก็จะทำการฟื้นฟูพลังชีวิตของตัวแทงค์โดยไม่คิดอะไร ซึ่งมันถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองมานาโดยไม่จำเป็น และในท้ายที่สุดนักบวชประเภทนี้ก็มักจะมานาหมดก่อนที่การต่อสู้จะจบลง

อย่างไรก็ตามทีมนักบวชภายในกองทัพไม่ได้ประสบกับปัญหาในเรื่องนี้เลย เพราะพวกเขามีการผลัดทีมคอยแบ่งงานรักษาเป้าหมายเป็นระยะ ๆ มันจึงแทบไม่มีปัญหาในเรื่องการฟื้นฟูพลังชีวิตเกินความจำเป็น

การทำแบบนี้มีเพียงเฉพาะผู้เล่นระดับสูงเท่านั้นที่ทำได้ เพราะคนทั่วไปจะไม่มีปฏิกิริยาตัดสินใจใช้สกิลต่าง ๆ อย่างมากมายภายในเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที

5 วินาทีผ่านไป

หลังจากลู่หยางได้เห็นว่าตัวแทงค์ดึงความเกลียดชังของมอนสเตอร์เอาไว้ได้อย่างมั่นคงแล้ว เขาจึงเริ่มตะโกนสั่งการขึ้นมาว่า

“ทีมระยะไกลโจมตีได้”

เหล่าบรรดานักธนู, นักเวทและวอลอคต่างก็เริ่มโจมตีพร้อมกัน ทำให้ในเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 5 นาทีแบล็คสโตนสเกเลตันชุดแรกก็เริ่มเสียชีวิตลงกับพื้น

ผู้เล่นทั้ง 20,000 คนที่เดินทางมาพร้อมกับลู่หยางในคราวนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นเลเวล 20 กว่า ๆ เมื่อมอนสเตอร์ระดับอีลิทหลายพันตัวเสียชีวิตพร้อม ๆ กัน แถบค่าประสบการณ์ของพวกเขาจึงเพิ่มขึ้นจากเดิมไปเยอะมาก

ลู่หยางพอใจกับการโจมตีรอบแรกมากพอสมควร ซึ่งหลังจากที่ทุกคนพักผ่อนและฟื้นฟูพลังกลับมาแล้วเขาก็เริ่มสั่งการให้ทุกคนเริ่มบุกโจมตีต่อไป

กาลเวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งตลอดทั้งเช้าลู่หยางนำทีมรุกคืบเข้าไปได้ประมาณ 100 เมตรและพวกเขาก็สังหารแบล็คสโตนสเกเลตันไปได้หลายหมื่นตัว

ขณะที่ทุกคนกำลังพักผ่อนในช่วงกลางวันอยู่นั้น เสี่ยวเหลียงก็ได้ติดต่อเข้ามาหาลู่หยาง

“หัวหน้า ผมเปลี่ยนอาชีพเป็นนักรบหมอกโลหิตเรียบร้อยแล้วครับ”

ไพ่ตายอีกใบของลู่หยางมาแล้ว

จบบทที่ บทที่ 298 รุกคืบ

คัดลอกลิงก์แล้ว