เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 261 เวทมนตร์กึ่งต้องห้าม

บทที่ 261 เวทมนตร์กึ่งต้องห้าม

บทที่ 261 เวทมนตร์กึ่งต้องห้าม


บทที่ 261 เวทมนตร์กึ่งต้องห้าม

“คราวนี้นายได้ของดีกลับมาเยอะเลยนะ กิลด์ของเรากำลังขาดแคลนของพวกนี้อยู่พอดี” เจียงเจ๋อกล่าวหลังจากได้ตรวจสอบบลูปริ้นที่ลู่หยางได้ให้มา

ก่อนหน้านี้เพอร์เพิลโกลด์เดสตินี่กับโอเวอร์ลอร์ดได้เปรียบเรามานานมากแล้ว ตอนนี้มันก็ถึงคราวที่พวกเราจะไล่ตามพวกเขาสักที บลูปริ้นพวกนี้อาจจะดูไม่หวือหวาเหมือนกับการได้อุปกรณ์มาใช้งานทันที แต่พวกมันคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยการันตีว่าคนจะไม่ลาออกจากกิลด์ของเรา” ลู่หยางกล่าว

เจียงเจ๋อพยักหน้ารับพร้อมกับพูดว่า

“ไม่ต้องห่วง ฉันรู้ดีว่าจะต้องทำยังไงต่อไป”

“เดี๋ยวฉันจะไปหาบลูปริ้นต่อ อย่าลืมบอกให้ลูกกิลด์ไปหาอัญมณีกันมาเยอะ ๆ ด้วย” ลู่หยางกล่าว

ตอนนี้เจียงเจ๋อเข้าใจถึงความสำคัญของอัญมณีแล้ว เขาจึงสั่งให้ลูกกิลด์ประมาณ 10,000 คนไปลงดันเจียนเพื่อหาอัญมณีเข้ากิลด์ตลอดเวลา นอกจากนี้เขายังแบ่งกำลังบางส่วนไปขุดแร่มาเก็บไว้ในคลังกิลด์ด้วย

แม้ลูกกิลด์จะพยายามถามหาเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงต้องทำแบบนี้ แต่เจียงเจ๋อก็ไม่ได้บอกเหตุผลกับใครนอกเสียจากถูเฟิงเพียงคนเดียว หลังจากจัดการสั่งงานไปยังทุกคนแล้วเขาก็รีบเดินทางไปเก็บเลเวลที่ป้อมปราการคริมสัน

อีกด้านหนึ่ง

“อื้อหือ! สกิลเมเทโอเชาเวอร์มีราคาตั้ง 100 เหรียญทองเลยเหรอเนี่ย ต่างทีมผู้พัฒนาตั้งราคาเอาไว้โหดชะมัด” ลู่หยางบ่นหลังจากที่เขาเดินออกมาจากหอคอยนักเวท

เมื่อสักครู่เขาเพิ่งกลับไปส่งภารกิจที่หอคอยนักเวทและได้เรียนรู้เวทมนตร์กึ่งต้องห้ามอันใหม่มา แต่ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายออกไปนั้นมันก็สูงมากจนน่าตกใจ

ชายหนุ่มทำได้เพียงแต่ส่ายหัวพยายามสะบัดความคิดด้านลบทิ้งไป จากนั้นเขาก็เดินไปที่ประตูวาร์ปเพื่อเทเลพอร์ตไปยังเมืองไวท์ไลท์

ภาพที่ปรากฏค่อนข้างแตกต่างจากการเดินทางมาที่นี่ครั้งก่อนมากพอสมควร เพราะปัจจุบันมีผู้เล่นอยู่ไม่น้อยที่เดินทางมาสำรวจเมืองแห่งนี้แล้ว

ขณะที่ลู่หยางกำลังจะเดินไปในเมืองอยู่นั่นเอง ฉิงเทียนกับซือโม่ผู้ซึ่งเป็นน้องสาวก็เดินเข้ามา

“คราวนี้ยินดีด้วยนะหัวหน้ากิลด์ลู่หยาง” ฉิงเทียนกล่าว

“ยินดีด้วยที่คุณเอาชนะบลัดเติสตี้มาได้” ซือโม่กล่าว

“ฉันแค่โชคดีนะ” ลู่หยางกล่าว

“ถึงคุณจะชนะเพราะโชคดีจริง ๆ แต่คุณก็แข็งแกร่งมาก เรื่องนี้ผมต้องขอยอมรับ” ฉิงเทียนกล่าว

ลู่หยางอดที่จะขำกับท่าทางของอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะสำหรับนักรบหัวรั้นคนนี้การพูดเรื่องกลยุทธ์หรือยุทธวิธีอะไรไปมันก็คงจะเป็นเพียงแต่เรื่องที่ไร้ประโยชน์ อย่างไรก็ตามฉิงเทียนก็ยังคงมีความแข็งแกร่งสูงมากจนทำให้ลู่หยางอยากจะชักชวนอีกฝ่ายเข้าร่วมกิลด์ของตัวเองอยู่ดี

“เป็นไง ตอนนี้เริ่มอยากเข้าร่วมกิลด์ของฉันบ้างไหม? ฉันรับรองได้เลยว่าค่าตอบแทนที่นายได้รับจะดีกว่าสิ่งที่นายเป็นอยู่ตอนนี้แน่นอน” ลู่หยางกล่าว

ฉิงเทียนหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ พร้อมกับพูดว่า

“ขอบคุณนะแต่ผมคงต้องขอปฏิเสธ ความจริงไม่ว่าจะเป็นฉงป้า, ฉือมู่หรือหัวหน้ากิลด์คนอื่น ๆ ก็เคยชักชวนผมแบบนี้มาแล้วเหมือนกัน แต่ผมยังชอบความเป็นอิสระอยู่แบบนี้มากกว่า เอาล่ะผมขอกวนเวลาคุณแค่เท่านี้ก็แล้วกัน พอดีว่าพวกพี่ ๆ น้อง ๆ กำลังรอผมอยู่”

ซือโม่เผลอรอยยิ้มให้ลู่หยางเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะหันหลังเดินตามพี่ชายของตัวเองไป

หลังจากออกเดินไปได้เพียงแค่ 2 ก้าว ฉิงเทียนก็หันกลับมาพูดกับลู่หยางว่า

“ผมลืมบอกคุณไปเรื่องหนึ่ง ตอนนี้คุณไม่จำเป็นจะต้องออกไปหาผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์แล้วนะเพราะว่าพวกมันถูกคนอื่นควบคุมไปแล้ว”

ลู่หยางเผยรอยยิ้มโดยไม่ได้พูดอะไร เพราะการเดินทางมาในครั้งนี้ไม่ใช่การเดินทางมาเพื่อควบคุมผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์ แต่มันเป็นเพราะว่าเขามาหาของอย่างอื่นต่างหาก

บริเวณป่าทางใต้ของเมืองไวท์ไลท์เคยถูกเลือดของปีศาจโบราณปนเปื้อน ต้นไม้ในบริเวณนั้นที่ได้ดูดซับเลือดของปีศาจเข้าไปจึงได้กลายเป็นต้นไม้ปีศาจอันดุร้ายและพวกมันก็ใช้เลือดของมนุษย์เป็นอาหาร

เมืองไวท์ไลท์ถูกรบกวนจากต้นไม้ปีศาจพวกนี้มาโดยตลอด นายกของเมืองจึงออกประกาศภารกิจอยู่ที่กลางเมืองว่าถ้าหากใครกำจัดต้นไม้ปีศาจได้ เขาจะมอบของรางวัลให้อย่างมหาศาล

“ผมขอรับภารกิจกำจัดต้นไม้ปีศาจ” ลู่หยางกล่าวหลังจากที่เขาเดินทางเข้ามาหานายก

ภารกิจนี้ไม่ใช่ภารกิจที่สามารถรับได้ตั้งแต่แรก เพราะมันจะต้องรอจนกว่าภายในเมืองมีผู้เล่นเลเวล 25 ขึ้นไปครบ 100 คนเสียก่อน ทางนายกจึงจะเปิดภารกิจให้ผู้เล่นได้ออกไปทำ

“ขอบคุณมากผู้กล้า ฉันขอให้นายโชคดี” ชายหัวล้านผู้ซึ่งเป็นนายกพูดอย่างตื่นเต้น

ระบบ: คุณได้รับภารกิจกำจัดต้นไม้ปีศาจ

ระบบ: คุณได้ชื่อเสียงจากเมืองไวท์ไลท์ ชื่อเสียงของคุณในเมืองไวท์ไลท์อยู่ในระดับ 'เป็นมิตร’

เมื่อฉิงเทียนสังเกตเห็นลู่หยางรับภารกิจกำจัดต้นไม้ปีศาจ เขาก็พ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะนำทีมเดินเข้าไปในป่าบาปนิรันดร์

“หัวหน้า เราควรตามไปดูลู่หยางไหมครับ? บางทีเขาอาจจะมีวิธีการพิเศษก็ได้” ยู่เล่าซึ่งเป็นสมาชิกภายในทีมฉิงเทียนเอ่ยถาม

“ไม่จำเป็น พวกเราเลเวล 28 แล้วแต่ยังทำอะไรไม่ได้เลย ถึงเขาจะมีเลเวล 30 แต่คนคนเดียวจะไปทำอะไรได้ อีกไม่นานเดี๋ยวเขาก็ถอยกลับมาเอง” ฉิงเทียนพูดอย่างไม่ใส่ใจ

ยู่เล่านิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไรแต่ภายในใจเขากลับว่าหัวหน้ากิลด์ที่มีสมาชิกนับแสนอย่างลู่หยางคงจะไม่ยอมเดินทางมาที่นี่อย่างสูญเปล่าแน่ ๆ

แน่นอนว่าสิ่งที่ยู่เล่าคิดคือเรื่องที่ถูกต้อง เพราะลู่หยางไม่มีทางเดินทางมาถึงที่นี่โดยปราศจากแผนการอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นมอนสเตอร์ที่นักเวทธาตุไฟชอบมากที่สุด มันก็ย่อมจะต้องเป็นมอนสเตอร์ธาตุไม้อย่างไม่ต้องสงสัย

ส่วนเหตุผลมันก็เป็นเช่นเดียวกับที่ผู้เล่นไม่สามารถใช้เวทมนตร์ไฟภายในน้ำได้ เพราะเวทมนตร์ไฟสามารถสร้างความเสียหายให้กับมอนสเตอร์ธาตุไม้อย่างรุนแรงมากกว่าปกติด้วยเช่นกัน

ลู่หยางมุ่งหน้าตรงไปยังป่าทางตอนใต้ของเมือง ก่อนที่เขาจะได้พบกับต้นไม้ปีศาจประมาณ 200 ตัวที่กำลังลาดตระเวนไปมา

ต้นไม้ปีศาจ

เลเวล 30

พลังชีวิต 17,000/17,000

ในบรรดามอนสเตอร์เลเวล 30 ทั้งหมดต้นไม้ปีศาจถือว่ามีพลังชีวิตอยู่ในอันดับต้น ๆ ของมอนสเตอร์ในระดับเดียวกันเลยทีเดียว นอกจากนี้มันยังมีพลังป้องกันที่สูงมากและพวกมันยังมีสกิลสำหรับการพันธนาการศัตรูของพวกมันอีกด้วย

หากผู้เล่นเข้าไปต่อสู้กับต้นไม้ปีศาจในระยะประชิดและถูกมันจับโดยเวทมนตร์พันธนาการ ผู้เล่นจะไม่สามารถใช้สกิลหรือโจมตีได้ในทันทีเว้นแต่ผู้เล่นจะมีสกิลขจัดคำสาป

อย่างไรก็ตามในตอนนี้ราคาของสกิลขจัดคำสาปในตลาดก็พุ่งขึ้นไปสูงถึง 20 กว่าเหรียญทองแล้ว มันจึงมีเพียงแค่คนรวยเท่านั้นที่สามารถหาซื้อสกิลนี้มาใช้งานได้

โดยปกติต้นไม้ปีศาจจะพรางตัวราวกับมันเป็นเพียงแค่ต้นไม้ใหญ่และจะฟื้นคืนชีพก็ต่อเมื่อมีผู้เล่นเดินผ่านหน้าของพวกมันไป แต่ในตอนนี้กลับได้มีต้นไม้ปีศาจกว่า 200 ตัวกำลังเดินเตร็ดเตร่ไปมา ซึ่งมันก็หมายความว่าก่อนหน้านี้คงมีผู้เล่นไปกระตุ้นพวกมัน และเมื่อดูจากขวดน้ำยาที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น มันก็แสดงว่าผู้เล่นกลุ่มนั้นคงจะเสียชีวิตกันไปจนหมดแล้ว

“เอาล่ะ ไหน ๆ ก็ขอลองสกิลเมเทโอเชาเวอร์ที่เพิ่งเรียนรู้มาหน่อยก็แล้วกัน” ลู่หยางพึมพำขณะมองดูฝูงมอนสเตอร์ทางด้านหน้า

ชายหนุ่มเริ่มท่องคาถาพร้อมกับชูไม้คทาภายในมือ โดยสกิลนี้จำเป็นจะต้องใช้เวลาร่ายประมาณ 1 นาทีเช่นเดียวกันกับเมเทโอฟอลล์ แต่เนื่องจากลู่หยางรู้วิธีย่อคาถาหลังจากเวลาผ่านพ้นไปเพียงแค่ 10 วินาทีเวทมนตร์บทใหม่ก็พร้อมที่จะนำมาใช้งาน

พริบตาต่อมาท้องฟ้าในรัศมี 100 เมตรก็ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆสีดำทะมึน ซึ่งมันก็ทำให้แม้แต่พวกฉิงเทียนที่อยู่ทางตอนเหนือของเมืองก็ยังสังเกตเห็นเมฆดำก้อนนี้ได้

“แปลก เมฆก้อนใหญ่ขนาดนี้มันมาจากไหน?” ยู่เล่าพึมพำพร้อมกับขมวดคิ้ว

ฉิงเทียนมองไปยังก้อนเมฆด้วยความสงสัย และทันใดนั้นตัวเมฆก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงอย่างฉับพลันพร้อมกับดาวตกจำนวนนับไม่ถ้วนที่พุ่งลงมาจากบนท้องฟ้า

“เวทมนตร์ต้องห้าม!” ซือโม่อุทานอย่างตกใจ

“ฉันเพิ่งเคยเห็นเวทมนตร์ต้องห้ามที่มีขอบเขตกว้างขนาดนี้ อย่าบอกนะว่ามันเป็นฝีมือของลู่หยาง?” ยู่เล่ากล่าว

ฉิงเทียนส่ายหัวอย่างไม่ใส่ใจพร้อมกับพูดว่า

“ไม่ต้องไปสนใจเรื่องของคนอื่นหรอก ตอนนี้มาใส่ใจเรื่องของตัวเองกันก่อนดีกว่า”

หลังจากพูดจบอาวุธภายในมือของฉิงเทียนก็เปล่งแสงสว่าง ก่อนที่เขาจะสังหารสกายวูฟที่เหลือพลังชีวิตครึ่งหนึ่งได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมันก็เป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าตอนนี้เขาได้เปลี่ยนอาชีพเป็นเบอเซิกเกอร์และได้เรียนรู้สกิลระดับสูงแล้ว

อีกด้านหนึ่ง

ลู่หยางกำลังมองดูต้นไม้ปีศาจด้านหน้าด้วยความตกตะลึง เพราะในชาติก่อนเขาไม่เคยได้เรียนรู้สกิลเมเทโอเชาเวอร์ด้วยตัวเอง เขาจึงไม่คิดว่าพลังทำลายของมันจะสูงขนาดนี้ เพราะการปล่อยสกิลออกไปเพียงแค่ครั้งเดียวมันก็ทำให้ต้นไม้ปีศาจกว่า 500 ตัวในรัศมี 100 เมตรถูกสังหารจนหมด

พลังเวอร์มากกกกกก

จบบทที่ บทที่ 261 เวทมนตร์กึ่งต้องห้าม

คัดลอกลิงก์แล้ว