เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 260 เดธแมสเซนเจอร์

บทที่ 260 เดธแมสเซนเจอร์

บทที่ 260 เดธแมสเซนเจอร์


บทที่ 260 เดธแมสเซนเจอร์

ในชาติก่อนกิลด์ขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากได้พ่ายแพ้ให้กับแอนเชียนท์เซนทิพีดควีน ซึ่งทางผู้พัฒนาก็เคยเปิดเผยตัวเลขออกมาว่าช่วงที่ผู้เล่นบุกเบิกแผนที่เลเวล 30 กันใหม่ ๆ แอนเชียนท์เซนทิพีดควีนก็เคยสังหารผู้เล่นไปมากกว่า 30,000 คนใน 1 เดือน และโดยเฉลี่ยแล้วพิษของมันจะสังหารผู้เล่นได้มากกว่า 1,000 คนต่อ 1 วัน

บอสตัวนี้มีความแตกต่างจากไทแรนท์สเกเลตัลที่มีเลเวลเท่ากันหรือแม้แต่ดีม่อนโซลที่มีเลเวลสูงกว่า เพราะบอสเหล่านั้นผู้เล่นสามารถใช้ทักษะอันเหนือชั้นในการเอาชนะพวกมันได้ แต่แอนเชียนท์เซนทิพีดควีนจะมีการโจมตีแบบทั่วทั้งหน้าจอจนทำให้แม้แต่กิลด์ขนาดใหญ่ก็ไม่มีทางที่จะต่อสู้ได้เลย

เวลาผ่านพ้นไปนานกว่าครึ่งปีและในขณะที่กิลด์ต่าง ๆ กำลังหมดความอดทน ผู้เล่นภายในกิลด์คนหนึ่งก็บังเอิญพบว่านักรบคนหนึ่งภายในกิลด์ของพวกเขาไม่เสียพลังชีวิตไปเลยแม้แต่หน่วยเดียว แม้ว่าอีกฝ่ายจะถูกโจมตีด้วยพิษของแอนเชียนท์เซนทิพีดควีนก็ตาม

ในระหว่างที่ทุกคนคิดว่าเหตุการณ์นี้เป็นความผิดพลาดจากระบบ จู่ ๆ ในเวลาอีกไม่ถึง 1 นาทีต่อมาผู้เล่นคนนั้นก็ตายเพราะพิษอย่างกะทันหัน

หัวหน้ากิลด์ ๆ นั้นได้ทำการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด และในที่สุดเขาก็ค้นพบว่าทำไมลูกกิลด์ของตัวเองถึงไม่ได้รับความเสียหายในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แม้จะได้รับพิษจากบอสไปแล้วก็ตาม

แท้ที่จริงแล้วก่อนที่นักรบคนนั้นจะสู้กับแอนเชียนท์เซนทิพีดควีน เขาก็ได้ต่อสู้กับแบล็คพินเซอร์มาก่อนและได้รับพิษจากแมลงตัวนี้มาแล้ว ซึ่งตามกฎของเกมหากผู้เล่นได้รับพิษ ผู้เล่นคนนั้นจะไม่ได้รับผลจากพิษชนิดเดิมซ้ำหรือไม่ได้รับพิษชนิดอื่นเข้ามาแทนที่ ส่วนสาเหตุที่นักรบคนนั้นเสียชีวิตก็เพราะพิษจากแบล็คพินเซอร์หมดเวลาลง เขาจึงได้รับพิษจากแอนเชียนท์เซนทิพีดควีนเหมือนกับผู้เล่นคนอื่น ๆ

นับตั้งแต่การค้นพบครั้งนั้น มันก็ทำให้แอนเชียนท์เซนทิพีดควีนหล่นลงจากแท่นบอสที่ไม่มีใครสามารถเอาชนะได้ และได้กลายเป็นมอนสเตอร์ธรรมดาที่แม้แต่ผู้เล่นเลเวล 20 ก็ยังกล้ามาท้าทาย

ลู่หยางท่องคาถาเพื่ออัญเชิญนกฟีนิกซ์ออกมาอีกครั้ง จากนั้นเขาก็สังหารแบล็คพินเซอร์เลเวล 7 ที่ตัวเองควบคุมอยู่ 1 ตัวเพื่อเปิดช่องให้เขาควบคุมแบล็คพินเซอร์เลเวล 1 ตัวใหม่ จากนั้นเขาก็สั่งให้แบล็คพินเซอร์พ่นพิษใส่นกฟีนิกซ์

หลังจากการโจมตีไปไม่กี่ครั้ง ร่างของนกฟีนิกซ์ก็เต็มไปด้วยพิษสีเขียว

ลู่หยางสั่งให้นกฟีนิกซ์บินไปทางแอนเชียนท์เซนทิพีดควีน และเมื่อระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายร่นลงมาเหลือเพียงแค่ 10 เมตร เขาก็สั่งให้นกฟีนิกซ์หยุดเคลื่อนไหวพร้อมกับสั่งให้แบล็คพินเซอร์เลเวล 7 วิ่งไปยังตำแหน่งที่แอนเชียนท์เซนทิพีดควีนซ่อนตัวอยู่

เสียงแปลก ๆ จากใต้ดินดังขึ้นมาอีกครั้ง และเมื่อร่างของแบล็คพินเซอร์เลเวล 7 วิ่งไปจนถึงจุดซ่อนตัวของแอนเชียนท์เซนทิพีดควีน มันก็ถูกขาเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนคว้าเอาไว้ในทันที

-42,660 (คริติคอล)

แอนเชียนท์เซนทิพีดควีนพุ่งตัวออกมาจากพื้นดินพร้อมกับกินแบล็คพินเซอร์เลเวล 7 เข้าไป ซึ่งในเวลาเดียวกันมันก็ได้มีลูกไฟพุ่งเข้าไปใส่ร่างของแอนเชียนท์เซนทิพีดควีนอย่างแม่นยำ

-2,460

เมื่อได้เห็นว่ายังมีศัตรูอยู่แอนเชียนท์เซนทิพีดควีนก็อ้าปากกว้างก่อนจะพ่นพิษสีเขียวออกมาทั่วทั้งบริเวณ อย่างไรก็ตามถึงแม้หมอกพิษจะเคลื่อนที่ผ่านร่างของนกฟีนิกซ์ไป แต่พิษของบอสกลับไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับนกฟีนิกซ์เลยแม้แต่นิดเดียว

ระหว่างนั้นนกฟีนิกซ์ก็ยังคงพ่นลูกไฟโจมตีเข้าใส่แอนเชียนท์เซนทิพีดควีนอย่างต่อเนื่อง ทำให้พลังชีวิตของมันลดลงไปอีกมากกว่า 2,000 หน่วย

ลู่หยางพยักหน้าให้กับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างพึงพอใจ จากนั้นเขาก็หาที่นั่งสบาย ๆ เพื่อมองดูนกฟีนิกซ์สู้กับตะขาบที่พยายามพ่นน้ำลายอยู่ตัวหนึ่ง

เมื่อเวลาผ่านไปครบ 5 นาทีลู่หยางก็สั่งให้แบล็คพินเซอร์เลเวล 7 ตัวที่ 2 เข้าไปรับการโจมตีแทนนกฟีนิกซ์ และสั่งให้นกฟีนิกซ์กลับมาถูกพิษจากแบล็คพินเซอร์เลเวล 1 อีกครั้ง จากนั้นเขาก็สั่งให้มันกลับไปพ่นลูกไฟเข้าใส่บอสต่อ

กระบวนการเดิม ๆ ถูกเล่นวนไปซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง และในที่สุดแอนเชียนท์เซนทิพีดควีนก็เสียชีวิตพร้อมกับระเบิดกองไอเท็มออกมากองใหญ่

ระบบ: คุณสังหารแอนเชียนท์เซนทิพีดควีนได้สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 40,000 หน่วย

ร่างของลู่หยางกลายเป็นแสงสว่างพร้อมกับเทเลพอร์ตไปยังตำแหน่งของบอสอย่างฉับพลัน จากนั้นเขาก็หยิบดาบโค้งสีดำที่เปล่งแสงอันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาจากพื้น

เดธแมสเซนเจอร์ (ระดับตำนาน)

เลเวล 30

พลังโจมตี 256-291

ความแข็งแกร่ง +50

ความอดทน +30

พลังกาย +50

พลังโจมตีเพิ่มเติม +64

สกิลประจำอุปกรณ์ ทุกครั้งที่โจมตีจะสร้างความเสียหายสูงสุดและมีโอกาสทำให้เป้าหมายติดพิษ

ช่องอัญมณี 3 ช่อง

“นี่มันดรอปเดธแมสเซนเจอร์ลงมาจริง ๆ เหรอเนี่ย?” ลู่หยางอุทานด้วยความไม่อยากจะเชื่อขณะถือดาบยาวภายในมือ

อาวุธชิ้นนี้ถือได้ว่าเป็นอาวุธที่ดีที่สุดสำหรับนักรบและพาลาดินก่อนเลเวล 30 เพียงแต่ว่ามันมีอัตราการดรอปที่ต่ำเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคืออาวุธชิ้นนี้สามารถปลดล็อคอาชีพลับของนักรบได้

ลู่หยางทำการเก็บดาบยาวไว้ในกระเป๋า ก่อนที่เขาจะหยิบบลูปริ้นอีกชิ้นขึ้นมาทำการตรวจสอบ

บลูปริ้น: อีเทอนอลโกลด์แดกเกอร์ (ระดับทอง)

อาวุธชิ้นนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในมีดที่ดีที่สุดสำหรับโจรก่อนเลเวล 30 ลู่หยางจึงเก็บมันเข้าใส่กระเป๋าพร้อมกับมองหาไอเท็มพิเศษชิ้นอื่น ๆ ต่อ

น่าเสียดายที่ไอเท็มที่เหลือต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นของธรรมดา ลู่หยางจึงเก็บพวกมันใส่กระเป๋าแล้วพานกฟีนิกซ์เดินหาอีวิลพินเซอร์ที่เคยวิ่งหนีไป

กว่าจะหาตัวอีวิลพินเซอร์ตัวนั้นเจอพลังชีวิตของมันก็ฟื้นฟูกลับมาจนเต็มแล้ว ชายหนุ่มจึงสั่งให้นกฟีนิกซ์โจมตีอีกครั้ง ซึ่งในเวลาเพียงแค่ไม่นานมันก็ดรอปคัมภีร์เอนชานท์ลงมา 1 ชิ้น

คัมภีร์เอนชานท์เสื้อคลุม: ต้านทานธาตุไฟ +50

ชายหนุ่มเก็บคัมภีร์ใส่กระเป๋าพร้อมกับเดินสำรวจทั่วแผนที่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในคราวนี้เขาก็ไม่ได้พบกับอีวิลพินเซอร์อีกแล้ว เขาจึงใช้คัมภีร์ย้อนกลับเทเลพอร์ตไปยังเมืองเซนต์กอลล์

หลังจากทอยลูกเต๋าแห่งโชคชะตาเพื่อเพิ่มความโชคดีให้กับตัวเอง ชายหนุ่มก็ทำการอัปเกรดเดธแมสเซนเจอร์จนถึง +10 และฝังอัญมณีเพิ่มพลังโจมตีระดับ 10 ลงไปในดาบอีก 3 เม็ดจนทำให้อาวุธชิ้นนี้มีพลังโจมตีสูงถึง 256-541 หน่วย

“ว่างไหม?” ลู่หยางติดต่อไปถามเจียงเจ๋อ

“มีอะไร? ตอนนี้ฉันอยู่ที่เมืองเซนต์กอลล์” เจียงเจ๋อถาม

“ช่วยมาที่บ้านร้างทางใต้ของเมืองหน่อย” ลู่หยางกล่าว

“ได้ เดี๋ยวฉันรีบไป”

ในเวลาเพียงแค่ไม่นานเจียงเจ๋อก็เดินทางมาถึง เขาจึงรีบถามออกไปด้วยความประหลาดใจว่า

“มีอะไรรีบบอกมาเลย ฉันยังมีเรื่องต้องกลับไปจัดการอีกเยอะมาก”

ลู่หยางหยิบเดธแมสเซนเจอร์ออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับยื่นให้กับสหาย

“เอานี่ไป ฉันให้”

เจียงเจ๋อมองดาบเล่มสีดำอย่างสงสัย และเมื่อเขาทำการตรวจสอบสถานะของมัน มันก็ถึงกับทำให้เขาต้องสบถออกมาอย่างหยาบคาย

“เชี่ย! นายไปเอามันมาจากไหนเนี่ย นี่มันอาวุธเทพชัด ๆ” เจียงเจ๋อกล่าว

“ฉันเพิ่งได้มันมา นายเอามันไปใช้เถอะ อ้อ ตอนที่นายติดตั้งอาวุธนี้ก็ลองไปที่วิหารเทพสงครามดู มันจะทำให้นายเปลี่ยนเป็นอาชีพลับเบอเซิกเกอร์ได้”

“ขอบใจมาก” เจียงเจ๋อกล่าวอย่างตื่นเต้น

“นายจะมาเกรงใจอะไรกัน ของ ๆ ฉันมันก็เหมือนกับของของนายนั่นแหละ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับตบไหล่เจียงเจ๋อด้วยรอยยิ้ม

คำพูดนี้เป็นคำพูดที่ออกมาจากใจของลู่หยางจริง ๆ เพราะในชาติก่อนเขาติดหนี้บุญคุณเจียงเจ๋ออยู่เยอะมาก ขณะที่ในชาตินี้อีกฝ่ายก็มาช่วยจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ภายในกิลด์อย่างมากมายโดยไม่บ่นอะไรสักคำ การได้พบกับเพื่อนดี ๆ อย่างเจียงเจ๋อจึงทำให้ลู่หยางมักจะคิดกับตัวเองว่าเขาคือคนที่โชคดี

“ไม่ต้องห่วง หลังฉันจัดการเรื่องของกิลด์เสร็จเดี๋ยวฉันจะรีบไปเก็บเลเวล” เจียงเจ๋อกล่าว

“พยายามเข้าล่ะ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

แม้ว่าเจียงเจ๋อจะไม่ได้มีความโดดเด่นเหมือนกับเหล่าบรรดาแม่ทัพคนอื่น ๆ แต่ด้วยประสบการณ์ที่ตัวเองสั่งสมมา เขาก็มีความเชื่อว่าตัวเองจะสามารถพัฒนาเจียงเจ๋อให้กลายเป็นผู้เล่นชั้นยอดคนหนึ่งได้

หลังจากพูดเรื่องเดธแมสเซนเจอร์เสร็จ เขาก็ได้หยิบคัมภีร์เอนชานท์และบลูปริ้นออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับพูดว่า

“ให้นักตีเหล็กกับนักเอนชานท์ที่เราทำสัญญาเรียนรู้ของพวกนี้ซะ ถ้าหากคนของเรายังมีไม่พอนายก็สามารถเปิดรับสมัครตามที่นายเห็นสมควรได้เลย”

เผื่อใครงง นักเอนชานท์คือนักเสริมพลังนะ ดังนั้นคัมภีร์เอนชานท์เสื้อคลุมก็คือคัมภีร์เสริมพลังเสื้อคลุม

จบบทที่ บทที่ 260 เดธแมสเซนเจอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว