เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 256 ตราชีวิตนิรันดร์

บทที่ 256 ตราชีวิตนิรันดร์

บทที่ 256 ตราชีวิตนิรันดร์


บทที่ 256 ตราชีวิตนิรันดร์

15 นาทีผ่านไป

“หัวหน้า ผมผ่านเส้นทางมาได้แล้วครับ” ซุนหยูติดต่อมาหาลู่หยาง

“นายทำได้ยังไง ทำไมถึงเร็วขนาดนั้น?” ลู่หยางอุทานขึ้นมาอย่างประหลาดใจ

“พอดีผมลากพวกมอนสเตอร์ออกไปข้างนอกครับ” ซุนหยูกล่าวพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

ลู่หยางยกมือขึ้นมาตบหน้าผากโดยไม่ได้ตั้งใจหลังจากนึกขึ้นได้ว่าซุนหยูมีนิสัยชอบลากมอนสเตอร์ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“โอเค เดี๋ยวฉันบอกคนอื่นให้” ลู่หยางกล่าวก่อนจะส่งข้อความไปหาแม่ทัพคนอื่น ๆ

เมื่อได้รู้วิธีของซุนหยู เซี่ยหยู่เว่ยก็กัดฟันด้วยความหงุดหงิด ส่วนพวกผู้ชายก็หันมาขยิบตาให้แก่กัน

ในช่องสื่อสารของทีม

“ฉันขอเวลาอาทิตย์หนึ่งแล้วเดี๋ยวฉันจะมาเต้นให้พวกนายดู” เซี่ยหยู่เว่ยกัดฟันกล่าว

สมาชิกทุกคนภายในทีมต่างก็พูดคุยกันอย่างตื่นเต้น หลังจากที่พวกเขาจะได้เห็นสาวสวยเต้นต่อหน้าด้วยตาของตัวเอง

“เธอจะเต้นจริง ๆ เหรอ?” ลู่หยางส่งข้อความส่วนตัวไปถามเซี่ยหยู่เว่ย

“ฉันเรียนเต้นมาตั้งแต่เด็ก หัวหน้าไม่ต้องห่วงเรื่องแค่นี้ฉันรับมือได้” เซี่ยหยู่เว่ยตอบ

“ถ้าไม่อยากเต้นก็บอกฉันมาก็แล้วกัน” ลู่หยางพยายามหาวิธีประนีประนอม เพราะเขากังวลว่าเซี่ยหยู่เว่ยจะเสียหน้าหากเธอต้องมาเต้นต่อหน้าคนมากมาย

อย่างไรก็ตามแม้แต่ลู่หยางก็ไม่คาดคิดเลยว่าการเต้นในครั้งนี้จะทำให้สมาชิกภายในกิลด์เพิ่มขึ้นไปทะลุ 150,000 คน และผู้เล่นที่สมัครเข้ามาใหม่ทุกคนต่างก็เป็นผู้เล่นระดับสูงที่มีเลเวล 20 ขึ้นไป แม้แต่คู่หูที่มีชื่อเสียงในชาติก่อนอย่างพี่น้องเฮลเฮฟเว่นก็ยังยอมมาอยู่ใต้คำสั่งของเซี่ยหยู่เว่ย แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้ย่อมเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

10 นาทีต่อมา

“หัวหน้า พวกเราทั้ง 5 ทีมหาเส้นทางจนมาถึงบอสแล้วครับ คุณจะให้พวกเราเริ่มสู้เลยไหม?” ฉิงชางติดต่อเข้ามาหาลู่หยาง

“เริ่มสู้ได้เลย ช่วง 50% แรกให้รายงานมาทุกครั้งที่พลังชีวิตของบอสลดลง 10% ช่วง 40% ต่อมาให้รายงานทุกครั้งที่พลังชีวิตของบอสลดลง 5% และช่วง 10% สุดท้ายให้รายงานมาทุก ๆ ครั้งที่พลังชีวิตของบอสลดลง 1%” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

โทรลล์หอกไฟทั้ง 5 พี่น้องเป็นผู้พิทักษ์ประตูป้อมปราการคริมสัน และพวกมันก็ได้รับพรให้มีชีวิตร่วมกัน ดังนั้นหากผู้เล่นไม่ได้สังหารบอสทั้ง 5 ตัวให้สำเร็จภายใน 1 นาที พวกมันก็จะฟื้นคืนชีพกลับมาด้วยพลังชีวิตอันเต็มเปี่ยม

หลังจากลู่หยางแนะนำวิธีการกำจัดบอส เขาก็ลองให้แม่ทัพคนอื่น ๆ สั่งการลูกทัพของตัวเอง ซึ่งหลังจากเวลาผ่านพ้นไปได้ไม่นานทีมทั้ง 5 ก็สังหารบอสได้โดยไม่มีปัญหาอะไร

“ฉันอุตส่าห์เอ็นดูนายมาตลอด แต่นายกลับไปช่วยพวกเขาเนี่ยนะ?!” เซี่ยหยู่เว่ยเริ่มบิดหูซุนหยูในทันทีหลังจากที่ทุกคนได้กลับมารวมตัวกัน

“โอ๊ยพี่! ผมผิดไปแล้ว” ซุนหยูเริ่มส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด

“หัวหน้ามานู่นแล้ว” ฉิงชางพยายามส่งเสียงกะแอมเพื่อช่วยซุนหยู เซี่ยหยู่เว่ยจึงทำได้เพียงแต่ปล่อยหูของเด็กหนุ่มอย่างไม่เต็มใจ

“บอสดรอปอุปกรณ์อะไรลงมาบ้าง?” ลู่หยางถามด้วยรอยยิ้ม

“ทางฝั่งฉันได้เศษตราชีวิตนิรันดร์มา 1 อัน ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไอเท็มพิเศษ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

เศษตราชีวิตนิรันดร์

รายละเอียด นี่คือตราที่มีส่วนผสมของเลือดฟีนิกซ์ ผู้ถือครองจะได้มีสิทธิ์กลายเป็นอมตะ

“พวกเราก็ได้มาคนละอันเหมือนกันครับ” ฉิงชางกล่าว

“เอาพวกมันมาให้ฉันหมดเลย” ลู่หยางกล่าว

นี่คือเหรียญตราที่มีชื่อเสียงในชาติก่อน และถึงแม้คำอธิบายของไอเท็มจะไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อผู้เล่นมากนัก แต่หลังจากที่ผู้เล่นรวมเศษเหรียญตราทั้ง 5 อันเข้าด้วยกันแล้วมันก็จะกลายเป็นเหรียญตราที่สมบูรณ์ที่สามารถปลดล็อคเลเวลของนกฟีนิกซ์ได้ 1 ระดับ

หากเขาทำการอัปเกรดเหรียญตรานี้จนถึง +10 มันก็จะให้เอฟเฟกต์เพิ่มเลเวลของนกฟีนิกซ์ได้ 3 ระดับ ซึ่งก่อนหน้านี้ลู่หยางกำลังหาวิธีเพิ่มความแข็งแกร่งให้นกฟีนิกซ์อยู่พอดี แต่ใครจะไปคิดว่าเขาจะได้รับเครื่องประดับที่ช่วยยกระดับให้กับนกฟีนิกซ์มาอย่างเร็วแบบนี้

“หัวหน้า มันเอาไว้ทำอะไรงั้นเหรอครับ?” ไป๋เหลิงถาม

“อีกเดี๋ยวพวกนายก็รู้เอง หลังจากนี้มันจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่พวกเราจะใช้ในการเก็บเลเวล” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เก็บเลเวล?”

“ใช่ อีกเดี๋ยวมันจะมีมอนสเตอร์ไฟนับไม่ถ้วนบุกออกมาจากป้อม ทุกคนถอยกลับไปตั้งรับบริเวณทางเดินที่ตัวเองเป็นคนเคลียร์เส้นทางได้เลย” ลู่หยางกล่าว

“ได้ครับ/ค่ะ” เหล่าบรรดาแม่ทัพพยักหน้า ก่อนจะนำทีมถอยกลับไปปกป้องเส้นทางของตัวเองเอาไว้

ลู่หยางเดินเข้าไปที่ประตูใหญ่ของป้อมปราการคริมสัน ซึ่งหลังจากที่เขาเดินเข้าไปได้ 5 เมตร โทรลล์ไฟยักษ์ที่มีความสูงมากกว่า 10 เมตรก็ปรากฏตัวขึ้นมาจากความมืด

“ผู้บุกรุก! เหล่าสาวกของข้าจงทำลายพวกมันซะ”

ทันใดนั้นมันก็มีเสียงกรีดร้องดังกึกก้องไปทั่วป้อมปราการ และในพริบตาต่อมาทั่วทั้งห้องโถงอันมืดมิดก็สว่างไสวเมื่อมีปีศาจไฟสูง 2 เมตรนับแสนปรากฏตัว

“ยึดพื้นที่ของเรากลับคืนมา!” โทรลล์ไฟร้องคำราม ก่อนที่ปีศาจไฟจำนวนนับไม่ถ้วนจะพุ่งเข้าหาลู่หยางพร้อมกัน

ปีศาจไฟ (บอส)

เลเวล 40

พลังชีวิต 300,000/300,000

ถึงแม้ลู่หยางจะเปลี่ยนร่างเป็นอสูรเพลิง แต่เขาก็ไม่สามารถต่อสู้กับปีศาจไฟมากมายมหาศาลเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน เขาจึงโยนมีดเอสเคพเดจเจอร์ออกไปทางด้านหลัง ก่อนจะใช้การเทเลพอร์ต 2 จังหวะทิ้งระยะห่างออกไป 60 เมตร จากนั้นเขาก็เปิดใช้สกิลสคอร์ชิ่งสปีดเพื่อเร่งความเร็ววิ่งกลับไปยังทางเดิน

“หัวหน้ามีอะไรงั้นเหรอครับ?” ไป๋ฉือถาม

“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมศัตรูกำลังบุกมาแล้ว” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปด้านหลัง

พวกไป๋ฉือรีบมองไปด้านหลังใหม่ทันที ซึ่งในเวลาเพียงแค่ไม่นานความร้อนจากร่างปีศาจไฟก็ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นก่อนที่พวกมันจะปรากฏตัวเสียอีก

ปีศาจไฟชุดแรกหลายพันตัวกระจายออกไปทั้ง 5 เส้นทางพร้อม ๆ กัน เหล่าบรรดาแม่ทัพจึงเริ่มสั่งการให้ลูกน้องเคลียร์มอนสเตอร์ในทันที

มีใครแอบคิดว่าลู่หยางจะโซโล่บ้างไหม? 55555

จบบทที่ บทที่ 256 ตราชีวิตนิรันดร์

คัดลอกลิงก์แล้ว