เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 255 คนแพ้เต้น

บทที่ 255 คนแพ้เต้น

บทที่ 255 คนแพ้เต้น


บทที่ 255 คนแพ้เต้น

หลังเวลาผ่านพ้นไปได้เพียงแค่ไม่นาน มอนสเตอร์ชุดแรกก็ถูกสังหารลงจนหมด บนพื้นจึงเต็มไปด้วยไอเท็มต่าง ๆ อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์, บลูปริ้นหรือน้ำยา

อย่างไรก็ตามมันกลับไม่มีใครแตะต้องสิ่งของเหล่านี้เลย ลู่หยางจึงนำเหล่าแม่ทัพเดินไปด้านหน้า ก่อนที่จะหยิบอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่เปล่งประกายแสงสีทองสะดุดตาทุก ๆ คน

อาร์เมอร์ออฟเฟธ (ระดับทอง)

เลเวล 30

เกราะ 52-78

ความอดทน +40

ความแข็งแกร่ง +32

พลังกาย +32

เพิ่มพลังป้องกันทางกายภาพ +64

เพิ่มการหลบหลีก +20

เพิ่มการป้องกัน +20

ช่อง +1

ชุดเซ็ต (1/8)

เอฟเฟกต์ชุด

2 ชิ้น ดูดซับความเสียหาย 5%

4 ชิ้น เพิ่มพลังโจมตี 40 หน่วย

8 ชิ้น เมื่อโจมตีมีโอกาสกระตุ้นศรัทธาอันศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนการโจมตีเป็นความเสียหายศักดิ์สิทธิ์

สำหรับพาลาดินเท่านั้น

“พลังป้องกันโคตรสูง!” ไป๋เหลิงอุทานอย่างตกตะลึง

“นี่คืออุปกรณ์ที่ดีที่สุดสำหรับพาลาดินก่อนเลเวล 40 แล้ว” ลู่หยางกล่าว

ชุดเซ็ตศรัทธาเป็น 1 ใน 4 ชุดเซ็ตที่หาดรอปได้จากป้อมปราการคริมสัน โดยมันได้แบ่งออกเป็นชุดเซ็ตระดับเหล็ก, ระดับเงิน, ระดับทองและระดับแพลตตินั่ม ซึ่งโดยทั่วไปชุดเซ็ตระดับทองและระดับแพลตตินั่มจะดรอปจากบอสใหญ่ ลู่หยางจึงไม่คิดว่าของรางวัลจากการบุกเบิกจะถึงกับทำให้พวกเขาได้อุปกรณ์ระดับทองออกมาแบบนี้

หากพวกเขาสะสมชุดเซ็ตศรัทธาได้ครบทั้ง 8 ชิ้น พาลาดินที่สวมใส่ชุดเซ็ตอุปกรณ์นี้เข้าไปก็จะเหมือนกับเป็นอมตะ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูในเลเวลเดียวกัน 8 คนก็ไม่ใช่ปัญหา น่าเสียดายที่ชุดเซ็ตระดับสูงแบบนี้มันหาได้ยากมากเกินไป

พาลาดินทุกคนภายในทีมต่างก็มองไปยังอาร์เมอร์ออฟเฟธด้วยแววตาอันเป็นประกาย ขณะที่ฉิงชางและไป๋ฉือได้มองไปยังลู่หยางด้วยแววตาที่ไม่สงบสุข

“หัวหน้าอย่าเอาของดี ๆ แบบนี้มาให้พวกเราเลย คุณเอามันไปขายเถอะ ไม่อย่างนั้นคุณก็คงจะต้องเสียเงินให้กับกิลด์ตลอด” ฉิงชางตัดใจจากชุดเกราะและแนะนำให้ลู่หยางนำชุดเกราะไปขาย

ลู่หยางส่ายหัวพร้อมกับพูดว่า

“ฉันจะเก็บมันเอาไว้ในคลังกิลด์เพื่อให้ทุกคนมีสิทธิ์นำคะแนนกิลด์มาแลกมันออกไป ได้ของดี ๆ แบบนี้มันขายไม่คุ้มเท่ากับการให้พี่น้องเอาออกมาใช้หรอก”

“หัวหน้า…” ฉิงชางพยายามจะพูดต่อ แต่เขาก็ถูกลู่หยางพูดขัดจังหวะขึ้นมาซะก่อน

“ไม่ต้องพยายามมาโน้มน้าวแล้ว ฉันตัดสินใจว่าให้มันเป็นแบบนี้แหละ”

“ครับ/ค่ะ” ทุกคนพูดพร้อมกัน

เจียงเจ๋อกับถูเฟิงนำลูกน้องมาเก็บและบันทึกประวัติอุปกรณ์ ซึ่งหลังจากที่ทุกคนเก็บของกันจนครบแล้ว ลู่หยางก็ทำการแชร์ข้อมูลอุปกรณ์ทั้งหมดไปในช่องสื่อสารของทีม

“อุปกรณ์ระดับทอง”

“ค่าสถานะมันโคตรโหดเลย!”

“อื้อหือ! แม้แต่อุปกรณ์ระดับเหล็กก็ยังมีค่าสถานะดีกว่าอุปกรณ์ทั่ว ๆ ไปเลเวล 30 ด้วยซ้ำ”

สมาชิกภายในทีมต่างก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ลู่หยางจึงหันไปพูดเสียงดังกับผู้เล่นที่อยู่บริเวณด้านหลังว่า

“พี่น้องทุกคน อุปกรณ์ที่เราได้รับจากการต่อสู้ในครั้งนี้จะถูกเก็บเอาไว้ภายในคลังกิลด์ หากใครสะสมคะแนนกิลด์ได้มากพอแล้วทุกคนก็สามารถที่จะแลกอุปกรณ์ออกไปใช้งานได้เลย”

คำประกาศของลู่หยางถึงกับทำให้ผู้เล่นทั้ง 6,000 คนมองหน้ากันไปมา และทันใดนั้นมันก็มีผู้เล่นคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาอย่างสุดเสียง

“หัวหน้าใจดีที่สุดเลย!”

“ใช่แล้ว หัวหน้าใจดีที่สุดเลย!!” สมาชิกภายในทีมตะโกนเสียงดังกึกก้องและมันก็ทำให้ทุก ๆ คนต่างก็มีกำลังใจในการสะสมคะแนนกิลด์มากยิ่งขึ้น

ลู่หยางชี้นิ้วไปยังมอนสเตอร์กลุ่มที่ 2 ที่อยู่ด้านหน้าพร้อมกับพูดว่า

“ทุกคนเตรียมพร้อม พวกเราจะเริ่มบุกต่อแล้ว!”

เหล่าบรรดาตัวแทงค์เคลื่อนที่ไปด้านหน้าพร้อมกันและด้วยการกระตุ้นจากลู่หยาง มันจึงทำให้การเก็บกวาดมอนสเตอร์เร็วกว่าเดิมไม่น้อยกว่า 30%

ไม่นานลานรวมพลที่มีความยาวมากกว่า 5 กิโลเมตรก็ถูกเก็บกวาดจนเสร็จ แล้วมันก็ทำให้พวกเขาได้รับชุดเซ็ตศรัทธามาครบทั้งเซ็ตจริง ๆ นอกจากนี้พวกเขายังได้รับชุดคลุมวิญญาณเพลิงระดับแพลตตินั่มของนักเวทมาอีกด้วย

ลู่หยางยังคงไม่เลือกรับอุปกรณ์ชิ้นนี้ไว้และเก็บมันใส่คลังกิลด์ดั่งเช่นอุปกรณ์ชิ้นที่ผ่าน ๆ มาทำให้ทุกคนต่างก็มองไปยังชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ

“หลังจากนี้ฉันจะไม่ค่อยได้ลงมือด้วยตัวเองแล้ว พวกนายควรเอาอุปกรณ์พวกนี้ไปใช้กันก่อนเลย” ลู่หยางกล่าว

หลังจากได้รับนกฟีนิกซ์ ลู่หยางก็จะไม่ใช่ตัวโจมตีหลักอีกต่อไป ดังนั้นสิ่งที่เขาจำเป็นจะต้องทำคือการหาทางอัปเกรดนกฟีนิกซ์ให้มีเลเวลสูงที่สุด

ลู่หยางนำทีมมาจนถึงกำแพงของป้อมปราการ โดยกำแพงทั้ง 3 ด้านตั้งอยู่ตรงบริเวณไหล่เขา อีกด้านหนึ่งของป้อมปราการคือหน้าผาชัน การพยายามจะเข้าไปในป้อมจึงจำเป็นจะต้องผ่านประตูทางด้านหน้าเท่านั้น

“จากข้อมูลที่ฉันซื้อมา หากเราต้องการจะเปิดประตูพวกเราจะต้องโจมตีทั้ง 5 เส้นทางพร้อมกัน และมันก็จำเป็นจะต้องสังหารบอสโทรลล์หอกไฟที่จุดสิ้นสุดเส้นทางพร้อม ๆ กันด้วย” ลู่หยางกล่าว

“หัวหน้าพอจะมีข้อมูลมอนสเตอร์ด้านในไหมครับ?” ฉิงชางถาม

“เรื่องกับดักและมอนสเตอร์พิเศษที่อยู่ด้านในฉันไม่รู้ ตามข้อมูลที่ฉันได้มาคือบอสจะทำการขว้างหอกไฟที่สามารถสร้างความเสียหายธาตุไฟได้ 200 หน่วย สิ่งที่พิเศษคือความเสียหายธาตุไฟสามารถซ้อนทับกันได้ ส่วนวิธีการต่อสู้ก็ให้พวกนายสั่งกันเองตามหน้างานได้เลย” ลู่หยางกล่าว

แม้เขาจะกลับมาเกิดใหม่แต่เขาก็ไม่สามารถจะจดจำข้อมูลจากชาติก่อนได้ทั้งหมด เพราะท้ายที่สุดเขาก็ไม่เคยบุกเบิกที่นี่ด้วยตัวเองมาก่อน ข้อมูลที่เขามีจึงเป็นเรื่องเล่าที่คนอื่นนำมาเล่าผ่านทางรายการหรือฟอรั่มทางการเท่านั้น

“หัวหน้าไว้ใจพวกเราได้เลย” ไป๋เหลิงกล่าว

“ในที่สุดก็ได้เวลาแสดงฝีมือสักที ไม่อย่างนั้นคราวนี้ฉันคงรู้สึกผิดที่ไม่ได้ทำอะไรเลย” ทไวไลท์รีปเปอร์ กล่าว

“ใช่ การเดินตามหลังหัวหน้าตลอดทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับตัวเองไม่มีประโยชน์เลย” ซุนหยูกล่าว

“พวกเรามาแข่งกันไหมว่าใครจะไปถึงบอสได้ก่อน?” ฉิงชางกล่าว

“ได้สิ แต่มันต้องมีเดิมพันนะถึงจะสนุก” ไป๋เหลิงกล่าวอย่างกระตือรือร้น

“คนแพ้จะต้องทำอะไร?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

ฉิงชางแสดงสีหน้าออกมาอย่างซุกซน ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“ถ้าเซี่ยหยู่เว่ยแพ้ เธอจะต้องเต้นให้พวกเราดูเพลงหนึ่ง”

“เห็นด้วย” ไป๋หู

“เห็นด้วย” ไป๋เหลิง

“เห็นด้วย” ไป๋ฉือ

...

“เห็นด้วย” หลานอวี่

ทุกคนต่างก็พูดเห็นด้วยอย่างเป็นเอกฉันท์จนทำให้เซี่ยหยู่เว่ยแสดงท่าทีเขินอายออกมาเป็นครั้งแรก

“นี่พวกนายแกล้งฉันใช่ไหม? ก็ได้ ถ้าฉันแพ้ฉันจะยอมเต้น แต่ถ้าฉันชนะพวกผู้ชายทุกคนต้องถอดเสื้อเต้นให้สมาชิกภายในกิลด์ดู”

“ฉันเป็นแค่กรรมการ ดังนั้นเรื่องนี้ฉันไม่เกี่ยวนะ” ลู่หยางกล่าว

พวกฉิงชางและไป๋เหลิงหันมามองหน้ากันและมันก็ไม่มีใครคิดที่จะปฏิเสธออกมาเลยแม้แต่คนเดียว ท้ายที่สุดเซี่ยหยู่เว่ยก็เป็นผู้หญิงที่สวยมาก ยิ่งตอนเธอกัดริมฝีปากด้วยความเขินอาย มันก็ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกหลงใหลเธอเข้าไปกันใหญ่

“ทุกคนฟังให้ดี! เมื่อกี้พวกเราเดิมพันกันว่าถ้าหากพวกฉันชนะราชินีกุหลาบจะยอมเต้นให้พวกเราดู 1 เพลง” ฉิงชางหันไปตะโกนบอกลูกน้องทุกคน

“เฮ้!”

เสียงเชียร์ดังขึ้นจากทุกที่

“แต่ถ้าฉันแพ้พวกผู้ชายจะต้องถอดเสื้อเต้นให้พวกนายดู ทุกคนคิดกันเอาเองนะว่าจะอยากดูพวกฉันหรืออยากดูราชินีกุหลาบเต้น”

“มันก็ต้องราชินีกุหลาบอยู่แล้ว”

“เพื่อราชินีกุหลาบ พวกเราจะยอมทุ่มสุดตัว!”

“ราชินีกุหลาบคือนางฟ้าของผม”

เสียงเชียร์ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งป้อมปราการ และในขณะนี้ไม่เพียงแต่ลูกน้องของฉิงชางที่กำลังส่งเสียงขึ้นมาเท่านั้น เพราะลูกน้องของสามพี่น้องตระกูลไป๋, ลูกน้องของบิทเทอร์เลิฟและลูกน้องของซุนหยูต่างก็ส่งเสียงเชียร์ขึ้นมาด้วยเช่นกัน

5555 เป็นแม่ทัพหญิงเพียงคนเดียวในกิลด์ก็จะโดนรุมแกล้งหน่อย แถมยังสวยด้วยนี่สิ

จบบทที่ บทที่ 255 คนแพ้เต้น

คัดลอกลิงก์แล้ว