เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 225 ศึกที่จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

บทที่ 225 ศึกที่จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

บทที่ 225 ศึกที่จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์


บทที่ 225 ศึกที่จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

ทันทีที่ได้รับคำสั่งจากลู่หยาง พวกเซี่ยหยู่เว่ยก็รีบนำทีมเข้าไปซ่อนตัวในป่าบนหน้าผาทั้งสองฟากของช่องเขาแคบ

ขณะเดียวกันลู่หยางก็รีบมุ่งหน้าไปยังดันเจียนสเปเชียลออคิด และด้วยผลจากสกิลสคอร์ชิ่งสปีดเลเวล 3, ร็อคเก็ตโมบายล์, สกิลแฟลชและมีดเอสเคพเดจเจอร์ มันจึงทำให้นักเวทคนนี้สามารถเดินทางได้เร็วกว่าผู้เล่นปกติกว่า 5 เท่า

“หัวหน้ามาแล้ว” ฉิงชางกล่าวอย่างตื่นเต้นขณะนำคนมาต้อนรับลู่หยาง

“สถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไงบ้างแล้ว?” ลู่หยางถาม

“เพื่อให้ดูแนบเนียนมากยิ่งขึ้น ผมเลยให้ไนท์มูนไปเคลียร์พื้นที่เล็ก ๆ ในดันเจียนครับ” ฉิงชางตอบ

“ดีมาก” ลู่หยางกล่าว

แต่ในระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั่นเอง เหมาชิวก็ได้ส่งข้อความเข้ามาว่า:

เย่กู่ซิงนำกองกำลัง 5,000 คนเดินทางมาแล้ว อีกประมาณ 5 นาทีพวกมันจะเดินทางมาถึงที่นี่

อีกด้านหนึ่ง

“พวกมันอยู่ที่สเปเชียลออคิด ทุกคนตามฉันมา” เย่กู่ซิงตะโกนออกคำสั่งขณะนำกองกำลังผู้เล่นทั้ง 5,000 คนเดินทางไปยังสเปเชียลออคิด

ระหว่างการเดินทางกองกำลังทั้ง 5,000 คนได้แบ่งออกเป็น 10 กองย่อย กองละ 500 คน และในแต่ละกองย่อยก็แบ่งออกไปเป็นทีมย่อยอีกทีมละ 20 คนอีกที

ในแต่ละทีมจะมีนักธนู 1 คนคอยเปิดสกิลชีต้าออร่าเพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ให้กับสมาชิกภายในทีม ทำให้กองกำลังทั้ง 5,000 คนสามารถเคลื่อนที่ไปได้พร้อม ๆ กันโดยไม่มีใครถูกทิ้งเอาไว้ข้างหลัง

สาเหตุที่พวกเขาสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างเป็นระเบียบขนาดนี้ นั่นก็เพราะเย่กู่ซิงฝึกฝนผู้เล่นกลุ่มนี้มาโดยตลอด โดยมีเป้าหมายคือการเดินทางมากำจัดลู่หยางอย่างในวันนี้นี่เอง

นับตั้งแต่ที่เย่กู่ซิงถูกลู่หยางสังหาร 3 ครั้งติดต่อกัน ประกอบกับบลัดเติสตี้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สามารถจะทำอะไรนักเวทคนนี้ได้ มันจึงทำให้เขาต้องอับอายและถูกบลัดไทแรนท์ต่อว่าต่าง ๆ นานา ทำให้นับตั้งแต่นั้นมาเขาก็รู้สึกเกลียดชังลู่หยางมาโดยตลอด

“คราวนี้ฉันจะต้องฆ่าแกให้ได้” เย่กู่ซิงพึมพำด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

หลังจากเดินทางเข้าสู่เทือกเขาสเปเชียลออคิด จู่ ๆ เหมาชิวก็กระโดดลงมาจากก้อนหินใหญ่พร้อมกับตะโกนเสียงดังขึ้นมาว่า

“ฉิบหายแล้ว! พวกบลัดเติสตี้มา ทุกคนรีบหนีเร็วเข้า!!”

บริเวณทางเข้าดันเจียนสเปเชียลออคิด

ลู่หยางหันไปมองเย่กู่ซิงท่ามกลางกองทัพใหญ่ด้วยสายตาที่ดูถูกดูแคลน เพราะกองกำลังนี้คือฝูงสุนัขที่บลัดไทแรนท์ได้เลี้ยงเอาไว้

ขณะเดียวกันถึงแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะอยู่ห่างกันกว่า 150 เมตร แต่เย่กู่ซิงก็จดจำใบหน้าของลู่หยางได้ มันจึงทำให้เขาเบิกตากว้างขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“ลู่หยาง!” บนใบหน้าของเย่กู่ซิงเต็มไปด้วยความโกรธที่ไม่อาจจะระงับไหว ก่อนที่เขาจะหยิบม้วนคัมภีร์เพิ่มความเร็วออกมาจากกระเป๋าเพื่อเปิดใช้งานและตะโกนออกไปเสียงดัง

“ลู่หยางมันอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย! ทุกคนบุกเข้าไปโจมตีมันซะ!! ถ้าใครฆ่าลู่หยางได้ฉันจะให้รางวัล 30,000 เครดิต”

เมื่อมีรางวัลล่อตาล่อใจผู้เล่นทั้ง 5,000 คนก็ตกอยู่ในสภาวะบ้าคลั่งในทันที หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มบุกโจมตีโดยไม่สนใจเรื่องกลยุทธ์ใด ๆ อีกต่อไปแล้ว

ลู่หยางหัวเราะขึ้นมาอย่างดูถูก ก่อนที่เขาจะโบกมือนำทีมผู้เล่นทั้ง 600 คนวิ่งถอยไปตามเส้นทางที่พวกเขาได้วางแผนเอาไว้

“นักธนูวางกับดักฟรอสต์แทรพกับฟรีซแทรพชะลอความเร็วของพวกมันเอาไว้”

ฟรอสต์แทรพสามารถลดความเร็วของเป้าหมายได้ 50% ขณะที่ฟรีซแทรพสามารถแช่แข็งศัตรูอยู่กับที่ได้เป็นเวลา 10 วินาที ยิ่งศัตรูถูกกับดักและยังคงวิ่งพรวดพราดเข้ามาแบบนี้ มันก็ยิ่งทำให้ขบวนทัพของอีกฝ่ายเละเทะกว่าเดิม

เย่กู่ซิงเป็นคนแรกที่พลาดเหยียบกับดักจนทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลงอย่างกะทันหัน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังมองดูลู่หยางพร้อมกับตะโกนเข้าไปในช่องแชทโลกด้วยความโกรธแค้น:

ลู่หยาง วันนี้แกหนีไม่พ้นหรอก ฉันจะต้องฆ่าแกให้ได้!!

อย่างแกจะมีปัญญางั้นเหรอ? :ลู่หยางตอบกลับในแชทโลกด้วยเช่นกัน

การโต้ตอบของอีกฝ่ายทำให้เย่กู่ซิงโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น ประกอบกับฟรอสต์แทรพส่งผลแค่ 10 วินาทีและด้วยผลของคัมภีร์เพิ่มความเร็วที่ทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของพวกเขาเพิ่มขึ้น 100% มันจึงทำให้ทีมของเย่กู่ซิงสามารถไล่ตามทีมของลู่หยางได้อย่างรวดเร็ว และในขณะที่ทีมของทั้งสองฝ่ายร่นระยะลงมาเหลือเพียงแค่ 50 เมตร ผลของคัมภีร์เพิ่มความเร็วก็หมดลงในที่สุด

อย่างไรก็ตามเย่กู่ซิงก็ยังไม่รีบร้อนเพราะเขารู้ดีว่าคูลดาวน์ของคัมภีร์เพิ่มความเร็วมีเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น ตราบใดก็ตามที่คูลดาวน์หมดลงในเวลานั้นมันก็ถึงเวลาที่เขาจะได้แก้แค้นเสียที

เมคเนติกที่กำลังวิ่งอยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้วให้กับสถานการณ์ตรงหน้าพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“หัวหน้า กองกำลังของพวกเรากระจายกันเกินไปแล้ว พวกเราควรรอรวมกองกำลังกันก่อนดีไหมครับ?”

“ไม่จำเป็น” เย่กู่ซิงพูดอย่างดูถูก เพราะท้ายที่สุดในช่วงนี้พวกเขาก็ไล่ล่าสังหารสมาชิกของบลัดบราเธอร์ฝั่งเดียวมาโดยตลอด เขาจึงไม่คิดว่าลู่หยางจะมีปัญญามาตอบโต้พวกเขาแล้ว

“ยิงกระจายแบบนี้แหละยิ่งดี ตอนที่ลู่หยางมันใช้เวทมนตร์ต้องห้ามออกมากองกำลังของเราจะได้สูญเสียน้อยที่สุด”

เมื่อได้ยินคำตอบเมคเนติกก็ทำได้เพียงแค่ก้มหน้าโดยไม่พูดอะไร

หลังจากวิ่งไล่ตามไปอีก 2 นาทีเมคเนติกก็สังเกตเห็นเนินเขาสองข้างทางที่กำลังสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ เขาจึงรีบเตือนเย่กู่ซิงไปว่า

“หัวหน้าภูมิประเทศมันแปลก ๆ นะครับ บางทีพวกมันอาจจะวางกับดักเอาไว้ก็ได้”

เย่กู่ซิงมองดูคัมภีร์เพิ่มความเร็วที่ยังคงเหลือเวลาคูลดาวน์อีกประมาณ 2 นาที ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาด้วยความหยิ่งผยอง

“จะกลัวอะไรนักหนา! พวกเรามีกันตั้ง 5,000 คน ส่วนลู่หยางมันก็กลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้วตอนนี้มันจะหาคนมาสู้กับเราได้อีกสักกี่คนเชียว”

เมคเนติกก้มหน้าลงโดยไม่พูดอะไรอีกครั้ง

หลังจากทั้งสองฝ่ายวิ่งไล่ล่ากันมาอีกเกือบ 3 นาที พวกเขาก็ได้เข้าไปในช่องเขาแคบในที่สุด โดยในตอนนี้คูลดาวน์ของม้วนคัมภีร์เพิ่มความเร็วก็ได้หมดลงแล้ว เย่กู่ซิงจึงเผยรอยยิ้มออกมาอย่างโอหัง แต่ในตอนที่เขากำลังจะใช้คัมภีร์รอบใหม่ลู่หยางกลับนำกองกำลังทั้ง 600 คนหยุดนิ่งอยู่กับที่

“เย่กู่ซิง ฉันจะสั่งสอนให้แกได้รู้เองว่าการมารังแกบลัดบราเธอร์มันจะต้องแลกกับอะไร!” ลู่หยางตะโกนอย่างดุดันพร้อมกับยกมือขวาขึ้นมาส่งสัญญาณ

“พี่น้องทุกคนจงฆ่าพวกมันซะ!!”

ทันใดนั่นเองบนเนินเขาทั้งสองข้างก็ได้ปรากฏสมาชิกบลัดบราเธอร์เป็นจำนวนมากขึ้นมาอย่างฉับพลัน และแต่ละคนต่างก็พร้อมใจกันตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธแค้น

“ฆ่ามัน!”

เวทมนตร์และลูกธนูเป็นจำนวนมากถูกยิงออกมาจากหน้าผาทั้งสองฟาก และเนื่องมาจากสมาชิกของบลัดบราเธอร์อยู่บนที่สูง มันจึงทำให้กองทัพของเย่กู่ซิงที่อยู่ในหุบเขาไม่สามารถโจมตีโต้ตอบอีกฝั่งกลับไปได้

“ถอยก่อน! รีบถอยเร็วเข้า!!” เย่กู่ซิงตะโกนสั่งการด้วยความตื่นตระหนก แต่ในทันใดนั่นเองมันก็มีแสงสว่างสีฟ้าพร้อมกับร่างของลู่หยางที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน

“คิดจะหนีตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว” ลู่หยางหัวเราะอย่างเย็นชา ก่อนที่เขาจะท่องคาถาเรียกคลื่นสีดำขึ้นมาบนพื้น

เฟลมสตอร์ม!

พายุไฟขนาดมหึมาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทำให้พวกเย่กู่ซิงติดสตั๊นยืนนิ่งอยู่กับที่

เฟลมเบิร์ด!

นกไฟตัวใหญ่ที่เกาะอยู่บนบ่าของลู่หยางพุ่งลงมาพร้อมกับสร้างความเสียหายอีกมากกว่า 1,000 หน่วย

เหล่าบรรดากองหน้าที่วิ่งมาพร้อม ๆ กับเย่กู่ซิงคือนักรบและพาลาดินสายป้องกันที่ติดตั้งอัญมณีเพิ่มพลังชีวิตมาทั้งชุด แม้กระทั่งเย่กู่ซิงก็ติดตั้งอัญมณีเพิ่มพลังชีวิตมาทั้งชุดเพื่อกันถูกสังหารในทันทีเช่นเดียวกัน ทำให้แต่ละคนต่างและมีพลังชีวิตอยู่มากกว่า 5,000 หน่วย

เมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีของลู่หยางติดต่อกัน เย่กู่ซิงจึงตะโกนสั่งการโดยไม่หวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย

“นักบวชฮีลเร็วเข้า!”

ลู่หยางเค่นเสียงออกมาในลำคอและในตอนที่เย่กู่ซิงกำลังสั่งให้กองกำลังวิ่งเข้ามา เขาก็เริ่มท่องคาถาอีกครั้งหนึ่ง

เมเทโออิมแพค!

อุกกาบาตขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 10 เมตรพุ่งลงมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับสร้างความเสียหายมากกว่า 1,000 หน่วย

รีซิสท์ไฟร์ริง!

เย่กู่ซิงและผู้เล่นกว่าอีก 10 คนถูกผลักกระเด็นกลับหลังไปในทันที ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาพอดีกับอุกกาบาตที่กำลังกลิ้งไถลไปกับพื้น ทำให้ทุกคนได้รับความเสียหายจากอุกกาบาตลูกนี้อย่างต่อเนื่อง

นักบวชกว่า 20 คนที่อยู่ด้านหลังพยายามรักษาพวกเย่กู่ซิงอย่างสุดความสามารถ แต่เนื่องมาจากความแตกต่างทางด้านอุปกรณ์ ทำให้ความเร็วในการรักษาของพวกเขาแทบจะไม่สามารถตามทันความเสียหายจากอุกกาบาตของลู่หยางได้เลย

พลังชีวิตของพวกเย่กู่ซิงอยู่ในสภาพใกล้ตายตลอดเวลา เพราะทันทีที่พลังชีวิตเพิ่มขึ้นมา 1,000 หน่วยอีกสักพักมันก็ลดลงไปมากกว่า 1,000 หน่วย

3 วินาทีต่อมาพวกเย่กู่ซิงก็ตั้งหลักได้ในที่สุด แต่ในตอนนี้พวกเขาเหลือพลังชีวิตอีกเพียงแค่ 300 หน่วยเท่านั้น ขณะที่นักรบที่อยู่รอบ ๆ เขาก็เหลือพลังชีวิตประมาณ 500 หน่วย

เหล่าบรรดานักบวชเพิ่งจะใช้สกิลฮีลพวกเขาไป มันจึงจำเป็นจะต้องรออีก 2 วินาทีก่อนที่คูลดาวน์ของสกิลจะวนมาอีกครั้ง แต่ในตอนที่เย่กู่ซิงคิดว่าตัวเองปลอดภัยแล้ว ทันใดนั่นเองมันก็มีเปลวไฟร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า

สกายเดรสทรอยิงไฟร์!

-3,000 (คริติคอล)

เย่กูซิงตาย!

นักรบอีก 4 คนรอบ ๆ ตาย!

“หัวหน้าตายแล้ว?” สมาชิกของบลัดเติสตี้อุทานอย่างตกตะลึง

“ฆ่ามัน! พี่น้องทั้งหลายตอนนี้ถึงเวลาแก้แค้นของพวกเราแล้ว!!” ฉิงชางนำกองกำลังวิ่งเข้ามาจากระยะ 500 เมตร

สมาชิกของบลัดบราเธอร์ต่างก็เกลียดชังบลัดเติสตี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เมื่อถึงเวลาที่มันมีโอกาสให้พวกเขาได้แก้แค้น ทุกคนจึงเริ่มโจมตีอย่างสุดกำลัง

“พี่น้องตามฉันมา พวกเราไปแก้แค้นพวกมันกัน” ไป๋ฉือชูดาบพร้อมกับนำทีมกระโดดลงมาจากหน้าผา

ไป๋หูกับไป๋เหลิงได้นำกองกำลังผู้เล่นระยะประชิด 500 คนตามหลังไป๋ฉือไปอย่างรวดเร็ว และพวกเขาก็อาศัยความดุดันตัดกองกำลังทั้ง 5,000 คนของเย่กูซิงออกเป็นสองส่วน

เดิมทีสมาชิกของบลัดเติสตี้เสียขวัญกำลังใจจากการถูกดักซุ่มโจมตีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อกองกำลังของพวกเขาถูกตัดขาดจากตรงกลาง มันจึงยิ่งทำให้สมาชิกภายในกองทัพวุ่นวายมากขึ้นกว่าเดิม

เมื่อบิทเทอร์เลิฟเห็นไป๋ฉือนำกองกำลังบุกโจมตี เขาจึงโชว์อาวุธภายในมือพร้อมกับตะโกนออกไปเสียงดัง

“สายประชิดตามฉันมา!”

กองกำลังผู้เล่นระยะประชิดอีก 500 คนพุ่งลงจากบนเหว ขณะที่พวกซุนหยูคอยยิงสนับสนุนจากบนเหวอย่างต่อเนื่อง

“ทุกคนใจเย็น ๆ พวกเราเลเวลสูงกว่าอุปกรณ์ก็ดีกว่า ดังนั้นอย่าพึ่งตื่นตระหนก กองหลังเตรียมจัดกระบวนทัพป้องกัน ส่วนกองหน้าค่อย ๆ ถอยกลับไปพยายามลดความเสียหายให้ได้มากที่สุด” เมคเนติกพยายามกอบกู้สถานการณ์

ทันใดนั่นเองมันก็มีเสียงหวีดร้องของสายลมดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ลูกไฟขนาดใหญ่จะพุ่งเข้าใส่ร่างของเมคเนติกอย่างแม่นยำ

-98,...

ถึงแม้เมคเนติกจะมีพลังชีวิตอยู่มากกว่า 5,000 หน่วย แต่ด้วยเบลซซิงเบิร์สที่ถูกยิงออกมาพร้อม ๆ กันกว่า 100 ลูก มันจึงทำให้เขาถูกสังหารคาที่ไม่ได้มีเวลาในการสั่งการลูกน้องอีกต่อไปแล้ว

แบล็คเฟลมพอใจกับผลงานของตัวเองมาก ก่อนที่เขาจะสั่งการให้นักเวทไฟทั้ง 100 คนค้นหาเป้าหมายรายต่อไป ท้ายที่สุดภารกิจที่ลู่หยางได้มอบหมายให้กับพวกเขาคือการเล็งสังหารผู้บัญชาการและนักบวชของบลัดเติสตี้โดยเฉพาะ

ในกองกำลังทั้ง 5,000 คนของบลัดเติสตี้มีนักบวชอยู่เพียงแค่ประมาณ 500 คนเท่านั้น ทำให้นักบวชแต่ละคนต้องรับผิดชอบการรักษาคนถึง 9-10 คน เพราะท้ายที่สุดทีมนี้ก็มีเอาไว้สำหรับการไล่ล่าสังหารเป็นหลัก มันจึงทำให้อัตราส่วนนักบวชภายในทีมมีอยู่น้อยมาก

เพื่อป้องกันการโจมตีจากลู่หยาง เย่กู่ซิงจึงจงใจจัดวางตำแหน่งของนักบวช 300 คนเอาไว้ในกองหน้า แต่ในท้ายที่สุดผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่านักบวชเหล่านี้ถูกสังหารตั้งแต่การบุกโจมตีครั้งแรก ๆ

เมื่อทีมขาดนักบวชพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะฟื้นฟูพลังชีวิตของตัวเองได้ ทำให้ในเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 5 นาทีมันก็มีซากศพของพวกบลัดเติสตี้กลาดเกลื่อนอยู่เต็มพื้น

เย่กู่ซิงฟื้นคืนชีพในเมืองที่ใกล้ที่สุด เขาจึงรีบส่งข้อความเพื่อถามถึงสถานการณ์ แต่เมื่อเขาได้ทราบว่ากองกำลังถูกสังหารจนมีผู้รอดชีวิตไม่ถึง 500 คน เขาก็ตะโกนออกไปด้วยความสิ้นหวังก่อนที่จะเลือกกดปุ่มเพื่อออกจากเกม

หาาา! หนีออกดื้อ ๆ แบบนี้เลยเหรอ?! คุ้น ๆ เหมือนใครเคยทำนะ อิอิ

จบบทที่ บทที่ 225 ศึกที่จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

คัดลอกลิงก์แล้ว