เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 163 เดิมพัน

บทที่ 163 เดิมพัน

บทที่ 163 เดิมพัน


บทที่ 163 เดิมพัน

ซิลเวอร์แฮนด์คือกองกำลังรักษาพระองค์แห่งราชวังเมืองเซนต์กอลล์ ซึ่งในชาติก่อนลู่หยางไม่เคยได้รับฉายานี้แม้กระทั่งเขาได้เสียชีวิตลง ในเวลานั้นมันได้มีข่าวลือว่าผู้เล่นทุกคนที่ได้รับฉายานี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่ได้รับผลประโยชน์กลับมาอย่างมหาศาล

ลู่หยางรีบกล่าวคำขอบคุณและวิ่งไปยังฝ่ายของกองกำลังรักษาพระองค์ที่อยู่ใกล้ ๆ จากนั้นเขาก็เข้าไปพบเจ้าหน้าที่คลังแสงภายในในอาคารหลังสีเขียว

เจ้าหน้าที่คลังแสงเป็นชายวัยกลางคนอายุประมาณ 40 ปีที่มีหนวดเคราเต็มใบหน้าและมีแววตาที่ดุดัน

“นี่คือคลังแสงของวัง ห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นอันขาด” แอบบริดผู้ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่คลังแสงพูดพร้อมขมวดคิ้ว

ในชาติก่อนมีผู้เล่นหลายคนไม่ฟังคำเตือนของแอบบริดทำให้ในตอนสุดท้ายพวกเขาถูกทหารยามลากออกไปและไม่สามารถกลับเข้ามาภายในวังได้หลายวัน

“ผมได้สังหารพิกก์ค้อนทองและได้ประทานรางวัลให้สามารถมาซื้อของจากคุณได้นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” ลู่หยางกล่าว

“หือ!? นายเนี่ยนะ? ไหนเล่าให้ฟังซิว่าเรื่องมันไปมายังไง” แอบบริดถามด้วยสีหน้าอันประหลาดใจ

ลู่หยางเล่าเรื่องราวให้ชายตรงหน้าฟังอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง แอบบริดจึงพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าอันตื่นเต้น

“เก่งมากเจ้าหนุ่ม! ประตูคลังแสงแห่งนี้ยินดีต้อนรับตลอดเวลาว่าแต่นายอยากจะซื้ออะไรล่ะ?”

ทันทีที่พูดจบหน้าต่างซื้อขายก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของลู่หยาง ซึ่งในหน้าแรกมันเป็นหมวดของสูตรน้ำยาที่มีสูตรน้ำยาชนิดต่าง ๆ อยู่มากกว่า 20 ชนิด

ลู่หยางสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างตื่นเต้นและพยายามควบคุมลมหายใจของตัวเองให้สงบลง เพราะถึงแม้สูตรน้ำยาพวกนี้จะเป็นเพียงแค่สูตรน้ำยาระดับต้น แต่น้ำยาแต่ละชนิดต่างก็ล้วนแล้วแต่สามารถเพิ่มพลังให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างมาก

ยกตัวอย่างเช่น สูตรน้ำยาโจมตีที่จะช่วยเพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพได้ 20 หน่วย หรือมันก็เทียบเท่ากับการถือดาบสองมือระดับหินเลเวล 15 เลยทีเดียว

ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ยังมีเลเวลน้อย การใช้น้ำยาพวกนี้ก็จะทำให้พวกเขาสามารถสังหารมอนสเตอร์ได้เร็วกว่าปกติเป็นเท่าตัว ลู่หยางจึงมีความมั่นใจว่าหากเขาปรุงน้ำยาพวกนี้ไปขายพวกมันจะต้องขายดิบขายดีอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้นสูตรยาแต่ละชนิดยังมีราคาเพียงแค่ 10 เหรียญเงิน เขาจึงทำการซื้อสูตรยาทุกสูตรอย่างละ 2 ชุดทำให้เหลือเงินก้อนสุดท้ายติดตัวอยู่เพียงแค่ 1 เหรียญทอง

หลังบอกลาแอบบริด ลู่หยางก็เดินไปที่จุดวาร์ปพร้อมกับเทเลพอร์ตไปยังเมืองไวท์ไลท์ซึ่งเป็นแผนที่เลเวล 20

ตอนนี้มันถึงเวลาที่ไทแรนท์สเกเลตัลจะเกิดใหม่แล้วชายหนุ่มจึงตัดสินใจกลับมาสังหารมันอีกครั้งเพื่อตามล่าคทาดีวายไฟร์สตาฟ แต่การจะไปสังหารไทแรนท์สเกเลตัลมันก็จำเป็นจะต้องมีผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์เสียก่อน

ช่วงเวลาที่มีผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์อยู่ด้วยเป็นช่วงเวลาที่ลู่หยางคิดถึงมาก เขาจึงออกจากเมืองวิ่งเข้าไปยังป่าบาปนิรันดร์ ซึ่งหลังจากค้นหาอยู่ 20 นาที ชายหนุ่มก็สังเกตเห็นเงาสีเงินวิ่งผ่านต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ ๆ

นักเวทหนุ่มรีบวิ่งไล่ตามเงานั้นไปก่อนที่เขาจะได้พบผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาจึงสวมใส่แหวนแห่งความฝันและใช้สกิลความฝันหลอกหลอนกับมันอย่างรวดเร็ว

ชื่อของผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์เปลี่ยนเป็นสีเหลืองก่อนที่ในอีก 1 นาทีต่อมามันจะกลับมาเป็นสีขาวพร้อมกับชื่อของลู่หยางที่ปรากฏในวงเล็บทางด้านหลัง

ลู่หยางวิ่งออกจากป่าไปทางเมืองเซนต์กอลล์ เพราะเนื่องจากผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์ไม่สามารถเข้าเมืองได้เขาจึงจำเป็นจะต้องทำแบบนี้

“อาจารย์ วันนี้คุณว่างหรือเปล่า?” ไป๋ฉือส่งข้อความเข้ามาถามอย่างกะทันหัน

ลู่หยาง: ฉันอยู่นอกเมือง มีอะไรหรือเปล่า?

ไป๋ฉือ: พวกเราอยากจะท้าทายคุณอีกครั้ง

ลู่หยาง: ถ้าอย่างนั้นอีก 4 ชั่วโมงเดี๋ยวเราไปเจอกันที่หุบเขางูพิษ ตอนนี้ฉันอยู่ที่แผนที่เลเวล 20 และมีเหตุจำเป็นที่จะต้องใช้วิธีวิ่งกลับ

ไป๋ฉือ: ได้ครับ ไม่มีปัญหา

“เป็นไงบ้าง เขาตกลงไหม?” ไป๋เหลิงถามอย่างร้อนใจ

“ใจเย็น ๆ ฟังพี่ใหญ่พูดก่อน” ไป๋หูกล่าว

“เขาตกลงแล้วแต่เขาอยู่ในแผนที่เลเวล 20 แล้วมีเหตุจำเป็นจะต้องวิ่งกลับมา เขาเลยให้เราไปรอที่หุบเขางูพิษในอีก 4 ชั่วโมง” ไป๋ฉือกล่าว

ไป๋เหลิงนิ่งอึ้งไปอย่างตกตะลึง เพราะพวกเขาไม่คิดว่าลู่หยางจะไปเก็บเลเวลในแผนที่เลเวลสูงขนาดนั้น

“ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเขาถึงเก็บเลเวลได้เร็วมาก ที่แท้เขาก็เก็บเลเวลในแผนที่เลเวลสูง ๆ มาตลอดนี่เอง”

“ไม่เป็นไร ถ้าพวกเราสามพี่น้องร่วมมือกันครั้งนี้เราจะต้องชนะเขาได้แน่นอน” ไป๋หูกล่าว

ลู่หยางเปิดใช้งานสกิลสคอร์ชิ่งสปีดวิ่งกลับอย่างสุดกำลัง ซึ่งในครั้งก่อนเขาต้องใช้เวลาเดินทางกว่า 10 ชั่วโมง แต่ในครั้งนี้เขามั่นใจว่าจะสามารถเดินทางไปถึงหุบเขางูพิษได้ภายใน 4 ชั่วโมง

สาเหตุหลักที่ทำให้เขามั่นใจขนาดนี้นั้นก็คือเขามีมีดเอสเคพเดจเจอร์เพิ่มขึ้นมาแล้ว ด้วยความสามารถในการเคลื่อนย้ายผ่านมิติของมีดเอสเคพเดจเจอร์ มันจึงทำให้เขาสามารถกระโดดข้ามเนินเขาและหน้าผาได้อย่างมากมาย ซึ่งมันก็จะช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางได้มากกว่าครึ่ง

โดยเฉพาะหุบเขาแห่งหนึ่งที่สะพานเชื่อมระหว่างภูเขาพังลงมาเหลือเพียงหน้าผาที่มีความกว้างกว่า 60 เมตร หากผู้เล่นต้องการจะวิ่งไปยังภูเขาอีกลูกพวกเขาก็จำเป็นจะต้องวิ่งอ้อมไปเป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง แต่หากเขาใช้มีดเอสเคพเดจเจอร์พร้อมกับใช้สกิลแฟลช มันก็จะทำให้เขาสามารถกระโดดไปยังอีกฝั่งของหน้าผาได้อย่างง่ายดาย

หลังเดินทางมาถึงหุบเขางูพิษเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปประมาณ 4 ชั่วโมงพอดี แล้วในวันนี้ลู่หยางก็ได้พบว่าหุบเขางูพิษดูเงียบเหงามากเป็นพิเศษ เพราะมันแทบไม่มีผู้เล่นเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้เลย

ลู่หยาง: ฉันมาถึงแล้ว

ไป๋ฉือ: พวกเรารออยู่ที่ทางเข้า

ลู่หยาง: ช่วยมาหาฉันที่นี่ที

หลังส่งข้อความจบลู่หยางก็ส่งตำแหน่งให้ไป๋ฉือ

ไป๋ฉือ: แป๊บหนึ่งครับ เดี๋ยวไป

ไป๋ฉือตอบกลับพร้อมกับพาพี่น้องวิ่งมาหาลู่หยาง

เมื่อสามฝาแฝดปรากฏตัวลู่หยางก็ได้พบว่าอุปกรณ์ของทั้งสามได้ถูกเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์ระดับเหล็กที่ดรอปลงมาจากหุบเขางูพิษ

“อุปกรณ์ใหม่ไม่เลวเลยนี่” ลู่หยางกล่าว

ระหว่างนั้นสามฝาแฝดก็สำรวจลู่หยางอยู่เช่นกัน ซึ่งในครั้งก่อนที่พวกเขาเผชิญหน้ากันอีกฝ่ายไม่สวมอุปกรณ์เลยแม้แต่ชิ้นเดียว แต่ในวันนี้ลู่หยางได้ทำการสวมใส่อุปกรณ์อยู่ครบทั้งชุด

ตอนแรกสามฝาแฝดคิดว่าเมื่อตัวเองมีอุปกรณ์จากหุบเขางูพิษแล้วพวกเขาจะสามารถเอาชนะลู่หยางได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อได้เห็นคทาสีแดงเพลิงภายในมือของอีกฝ่าย มันก็ทำให้ทั้งสามเกิดความรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

“อาวุธของคุณมันเป็นอาวุธระดับไหน?” ไป๋หูถาม

ลู่หยางเผยรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะทำการแชร์ค่าสถานะของคทาไปให้ฝาแฝดทั้งสามคน

“มันชื่อคทาดีวายไฟร์สตาฟ ฉันได้มันมาจากการเอาชนะบอสเลเวล 30 แบบตัวต่อตัว”

หลังจากฝาแฝดเห็นคุณสมบัติของคทา พวกเขาก็เบิกตากว้างอย่างตกตะลึงพร้อมกัน

“พลังโจมตีโคตรสูง!” ไป๋หูอุทาน

“ว่าไง ยังอยากจะสู้อยู่ไหม?” ลู่หยางถาม

“สู้สิ ถึงแม้อุปกรณ์ของคุณจะเหนือความคาดหมายของพวกเราอยู่บ้าง แต่พวกเราก็ได้คิดค้นกลยุทธ์สำหรับการต่อต้านคุณมาโดยเฉพาะ คราวนี้พวกเราจะต้องชนะคุณได้แน่นอน” ไป๋เหลิงกล่าว

“ถ้าคุณชนะการต่อสู้ในครั้งนี้พวกเราก็ยินดีจะเซ็นสัญญาเข้าร่วมกิลด์ของคุณ” ไป๋ฉือกล่าว

“อย่าพึ่งดูถูกพวกเราเชียวล่ะ คราวนี้พวกเราก็มีสกิลระดับกลางแล้วเหมือนกัน” ไป๋หูกล่าวเพราะเขาได้เรียนรู้สกิลใหม่มาหลายอย่าง เช่น เฟลมสแลช, ธันเดอร์สไตรค์ เป็นต้น

“เพื่อความยุติธรรม เราจะแสดงสกิลให้คุณได้เห็นก่อนและพวกเราก็ขอให้คุณแสดงสกิลของคุณให้พวกเราได้ดูบ้าง” ไป๋ฉือกล่าวพลางแสดงสกิลของเขาให้ลู่หยางดู

“อีกอย่างคือตอนนี้พวกเรามีเลเวล 13 แล้วนะ” ไป๋เหลิงกล่าว

คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ลู่หยางตกใจอยู่บ้าง ซึ่งถ้าหากเขาจำไม่ผิดเมื่อชาติก่อนสามพี่น้องก็เคยให้สัมภาษณ์ว่าหลังจากเกมเปิดมาใหม่ ๆ พวกเขาก็ได้รับภารกิจพิเศษจากราชามาโดยบังเอิญ ซึ่งมันก็ดูเหมือนกับว่าตอนนี้พวกเขาคงจะกำลังทำภารกิจนั้นอยู่

ท้ายที่สุดมันก็มีเพียงสกิลพิเศษของราชาเท่านั้นที่จะทำให้พวกเขาซื้อหนังสือสกิลระดับกลางจากเจ้าหน้าที่คลังแสงได้ แล้วมันก็คงจะเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงเก็บเลเวลได้รวดเร็วขนาดนี้

“ไม่เลวเลยนี่ ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาเลย” เลือดในกายของลู่หยางเริ่มเดือดพล่าน เพราะในตอนนี้สามฝาแฝดตระกูลไป๋ก็พร้อมจะสู้กับเขามากกว่าเมื่อก่อนแล้ว

ถึงแม้ว่าเขาจะมีข้อได้เปรียบจากคทาดีวายไฟร์สตาฟและหัวใจแห่งเทพอสูร แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของทั้งสามคนพร้อม ๆ กัน ความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายก็ถือว่าไม่แตกต่างกันมากนัก ตอนนี้มันจึงขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายไหนจะมีทักษะที่สูงกว่ากันแล้ว

ระบบ: สามพี่น้องตระกูลไป๋ท้าทายคุณ คุณยอมรับหรือไม่?

ลู่หยางตอบตกลงขณะที่ทั้งสองฝ่ายยืนห่างกันในระยะ 30 เมตร

ปูมาขนาดนี้แล้ว ไม่รอดแน่ ๆ 5555555555

จบบทที่ บทที่ 163 เดิมพัน

คัดลอกลิงก์แล้ว