เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 123 นักเวทอันเดด

บทที่ 123 นักเวทอันเดด

บทที่ 123 นักเวทอันเดด


บทที่ 123 นักเวทอันเดด

ลู่หยางเตรียมตัวรักษาเสี่ยวเหลียงอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเขาได้เห็นเด็กหนุ่มสามารถหลบการโจมตีได้เขาก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก

สามพี่น้องตระกูลฮั่นก็กำลังเป็นห่วงเสี่ยวเหลียงอยู่เช่นกัน เมื่อเด็กหนุ่มสามารถหลบหลีกซอมบี้ได้สำเร็จ ทุกคนต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

“พวกเราไปล่อซอมบี้แล้วนะ พี่สาวกับพี่เสี่ยวเหลียงก็สู้ ๆ ถ้ามัวแต่ชักช้าระวังตอนที่เรากลับมาพวกพี่จะยังเก็บของไม่เสร็จ” ฮั่นเฟยกล่าว

ฮั่นอวี่หัวเราะขึ้นมาเบา ๆ และเขาก็เห็นด้วยกับคำท้าของฝาแฝดอย่างชัดเจน

“คิดจะลองดีงั้นเหรอ? หวังว่าพวกนายจะไม่ทำให้ฉันรอนานนะ” ฮั่นอิ่งกล่าวก่อนที่เธอจะกระโดดลงไปจากแท่นสูงในทันที เพราะท้ายที่สุดฝีมือของเธอก็เหนือกว่าน้องชายทั้งสองคนอยู่เสมอ และเธอก็ทำหน้าที่คอยปกป้องน้องชายทั้งสองมาโดยตลอด

ฮั่นเฟยกับฮั่นอวี่สบตากันก่อนจะรีบวิ่งออกไปหลอกล่อศัตรู ระหว่างทางมีซอมบี้ฟื้นคืนชีพกลับขึ้นมาเรื่อย ๆ และทั้งสองก็ใช้ทักษะการเคลื่อนไหวในการหลบหลีกซอมบี้เหล่านี้ไป

ลู่หยางพยักหน้าอย่างพึงพอใจพร้อมกับนึกถึงเรื่องเมื่อสมัยก่อน ตอนนั้นเขาก็เคยฝึกการเคลื่อนไหวกับเพื่อน ๆ แบบนี้ และถ้าหากว่าพวกเขาต้องการจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญภายในเกม การฝึกฝนเคลื่อนไหวอย่างจริงจังภายในเกมก็ถือว่าเป็นวิธีการฝึกฝนที่ดีที่สุด

ครั้งนี้ซอมบี้ดรอปไอเท็มลงมาไม่มากนัก เสี่ยวเหลียงกับฮั่นอิ่งจึงสามารถเก็บพวกมันกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ระหว่างทางเสี่ยวเหลียงโดนโจมตีไปทั้งสิ้น 4 ครั้ง ส่วนทางด้านฮั่นอิ่งไม่ถูกโจมตีเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“ลูกพี่ ผมยังอ่อนแออยู่มากเลยจริง ๆ” เสี่ยวเหลียงกล่าวอย่างหงุดหงิด

“ไม่ต้องรีบร้อน ค่อย ๆ พัฒนาไป นายยังมีช่องว่างให้พัฒนาได้อีกเยอะ” ลู่หยางกล่าว

“แต่การฝึกแบบนี้มันดีจริง ๆ ผมเริ่มสัมผัสได้เลยว่าการเคลื่อนไหวของตัวเองมันดีขึ้นกว่าเดิมมาก” เสี่ยวเหลียงกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

ระหว่างนั้นฮั่นเฟยกับฮั่นอวี่ก็วิ่งกลับมาพอดีพร้อมกับฝูงซอมบี้ที่ไล่ตามหลังมามากกว่า 100 ตัว

ลู่หยางท่องคาถาเรียกไฟร์วอลล์ขึ้นมาใหม่ ก่อนที่สองฝาแฝดจะลากฝูงซอมบี้เข้ามาภายในทะเลเพลิงเช่นเดิม

ครึ่งชั่วโมงต่อมาเมื่อฮั่นเฟยกับฮั่นอวี่พาซอมบี้กว่า 60 ตัวกลับมาอีกครั้ง ฮั่นเฟยก็พูดขึ้นมาว่า

“พี่ลู่หยางมอนสเตอร์ถูกฆ่าจนเกือบหมดแล้วครับ แถวทางเดินมันแทบไม่มีมอนสเตอร์เหลืออยู่แล้ว”

“ฝั่งผมก็ใกล้หมดแล้วเหมือนกัน แต่ผมเห็นซอมบี้ตัวหนึ่งแปลกมาก ทั่วทั้งร่างของมันสวมเสื้อคลุมสีดำ, ลำตัวลอยอยู่กลางอากาศและมีเคียวถืออยู่ในมือ ดูเหมือนชื่อมันจะเป็นนักเวทอันเดดอะไรสักอย่าง” ฮั่นอวี่กล่าว

ลู่หยางรีบมองสำรวจฝูงซอมบี้ตรงหน้าและเมื่อเขาไม่เห็นนักเวทอันเดดในฝูงมอนสเตอร์นั้น ชายหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

“ฮั่นอวี่ทำได้ดีมากที่ยังไม่ได้ล่อมันมา”

“มันเก่งมากเลยเหรอครับ?” ฮั่นอวี่ถาม

“มันก็ไม่ได้เก่งเท่าไหร่หรอก แต่ถ้านายไปยุ่งกับมัน นายจะถูกมันสังหารในทันทีเรียกได้ว่ามันเป็นบอสที่เก่งที่สุดในสุสานนี้แล้ว” ลู่หยางกล่าว

“เก่งขนาดนั้นเลย!?” เสี่ยวเหลียงและสามพี่น้องต่างก็อุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

“ไม่เป็นไร ฉันมีวิธีการรับมือกับมันอยู่ รอพวกเราจัดการซอมบี้พวกนั้นจนเสร็จแล้วค่อยให้ฮั่นอวี่พาพวกเราไปหามัน” ลู่หยางกล่าว

“ครับ” ฮั่นอวี่ตอบ

“เยี่ยมเลย! เราจะได้ฆ่าบอสกันอีกแล้ว” ฮั่นเฟยกล่าวอย่างตื่นเต้น โดยมีเสี่ยวเหลียง, ฮั่นอิ่งและฮั่นอวี่พยักหน้าอย่างตื่นเต้นอยู่ใกล้ ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดการสังหารบอสได้สำเร็จมันก็หมายความว่าพวกเขากำลังจะได้รับสมบัติ

ไม่นานฝูงซอมบี้ก็ถูกทะเลเพลิงของลู่หยางเผาตายจนหมด ร่างของสามพี่น้องตระกูลฮั่นจึงเปล่งประกายสีทองออกมาพร้อมกันเป็นสัญญาณว่าพวกเขามีเลเวลถึง 11 แล้ว

ฮั่นเฟยไม่สนใจเรื่องที่ตัวเองมีเลเวลเพิ่มขึ้น แต่เขากลับรีบพูดกับลู่หยางว่า

“พี่ลู่หยาง เราไปฆ่าบอสกันเถอะ”

ลู่หยางก็อยากจะรู้ว่าบอสตัวนี้จะดรอปอะไรลงมาบ้าง แต่เขาก็ต้องเตือนสติให้ทุกคนเก็บของก่อน

“ช่วยกันเก็บของก่อนแล้วพวกเราค่อยไปด้วยกัน”

“ครับ/ค่ะ” เสี่ยวเหลียงและสามพี่น้องกระโดดลงไปจากแท่นสูง ซึ่งหลังจากเวลาผ่านพ้นไปไม่ถึงนาทีพวกเขาก็เก็บไอเท็มทั้งหมดจนเสร็จ

ลู่หยางให้ฮั่นอวี่นำทาง ไม่นานพวกเขาก็มาถึงทางแยกแห่งแรกบริเวณทางขวาของแผนที่ ซึ่งหลังจากเดินไปไม่ไกลพวกเขาก็เห็นวิญญาณตนหนึ่งกำลังล่องลอยอยู่

ร่างของวิญญาณตัวนี้สวมเสื้อคลุมสีดำทั้งตัว มีแขนสีขาวสีที่กำลังถือเคียวขนาดใหญ่อันไม่สมส่วนกับร่างกาย

รอบตัวของมันไม่มีซอมบี้เหลืออยู่อีกแล้ว เพราะซอมบี้ทั้งหมดถูกฮั่นอวี่หลอกล่อไป ตอนนี้มันจึงเหลืออยู่เพียงแค่ตัวคนเดียว

นักเวทอันเดด (บอส)

เลเวล 30

พลังชีวิต 200,000/200,000

ตามบันทึกของเกม นักเวทอันเดดตัวนี้เป็นหนึ่งในนักเวทอันเดดในอดีตที่ก่อให้เกิดซอมบี้ในสุสานแห่งนี้ขึ้นมา หลังจากที่เขาถูกจับได้ว่าใช้เวทมนตร์อันเดด กองทัพมนุษย์ก็จำเป็นจะต้องทุ่มเทอย่างมากกว่าจะจัดการกับมันลงได้ แล้วเพื่อเป็นการลงโทษในสิ่งที่เขาทำลงไป ร่างของเขาจึงถูกจับโยนลงมาในสุสานด้วย

“ตัวของนักเวทอันเดดเองก็เป็นพาหะของเวทมนตร์อันเดด หลังจากที่มันตายร่างกายของมันจึงกลายเป็นอันเดดโดยอัตโนมัติ ถึงแม้พลังโดยรวมของมันจะลดลงไปจากตอนที่มีชีวิตมาก แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเอาชนะได้ง่าย ๆ อยู่ดี เวทมนตร์ของมันเน้นไปที่คำสาปและการจบชีวิตซากศพ แม้แต่ทีมผู้เล่นชั้นยอดก็ยากจะเอาชนะบอสตัวนี้ลงได้” ลู่หยางอธิบาย

เวทมนตร์อันเดดถือได้ว่าเป็นเวทมนตร์ที่รับมือได้ยากที่สุดในตอนนี้ และผู้เล่นทุกคนก็ไม่มีความต้านทานเวทมนตร์อันเดดเลย ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าความเสียหายของเวทมนตร์จะมีเท่าไหร่ ความเสียหายเหล่านั้นก็จะโจมตีเข้าพลังชีวิตไปเต็ม ๆ

“แล้วพวกเราจะสู้ยังไงครับ?” ฮั่นเฟยถามอย่างกังวล

“ตอนนี้พวกนายยังช่วยอะไรฉันไม่ได้ ฉันเลยจำเป็นจะต้องสู้คนเดียว ทุกคนจงดูการเคลื่อนไหวของฉันให้ดี ๆ สาเหตุที่ฉันให้ทุกคนฝึกการเคลื่อนไหวเอาไว้ก็เพราะเรื่องนี้ ถ้าหากใครเรียนรู้การเคลื่อนไหวของฉันได้ ในอนาคตพวกนายก็จะสามารถโซโลบอสได้เหมือนกัน” ลู่หยางกล่าว

“ลูกพี่จะสู้คนเดียวจริง ๆ เหรอ?” เสี่ยวเหลียงถาม

“อือ จำได้ไหมว่าฉันฆ่าจอมเวทแองโกโล่ได้ยังไง?” ลู่หยางกล่าวพลางใช้ไฟร์วอลล์รอบตัวเอง

เสี่ยวเหลียงพยักหน้ารับ เพราะเขาจะไม่วันลืมภาพที่ลู่หยางต่อสู้กับจอมเวทแองโกโล่ตัวต่อตัว

“ถ้าหากบอสเป็นนักรบเลเวล 30 ตอนนี้พวกเราก็คงต้องถอย แต่เมื่อบอสเป็นนักเวท ฉันก็สามารถสู้กับมันคนเดียวได้สบายมาก” ลู่หยางกล่าว

ตอนนี้ชายหนุ่มได้วางกำแพงไฟบนทางเดินเอาไว้แล้วมากกว่า 60 แถว พวกมันจึงมีความยาวมากกว่า 24 เมตร

“ทุกคนถอยไปก่อน” ลู่หยางสั่งก่อนจะพากบพิษ 5 ตัวมาหยุดอยู่ห่างจากนักเวทอันเดด 30 เมตร จากนั้นเขาจึงเริ่มใช้สกิลคอมบัสชันใส่บอส 5 ครั้งติดต่อกัน

เมื่อนักเวทอันเดดถูกโจมตีมันก็หันกลับมาในทันทีเผยให้เห็นแสงสีขาวบริเวณดวงตา 2 ดวง ขณะที่มันยกเคียวขึ้นมาชี้ไปทางลู่หยาง

นักเวทหนุ่มกระโดดกลิ้งออกไปทางด้านหลัง ซึ่งพวกเสี่ยวเหลียงก็ไม่เข้าใจว่าลู่หยางทำแบบนี้ไปทำไม แต่ในพริบตาต่อมาพื้นที่ตรงที่ลู่หยางเคยยืนอยู่กลับปรากฏตัวอักษรสีม่วงดำ จากนั้นอักขระก็เกิดการระเบิดคล้ายกับเกิดสายฟ้าฟาด

“นี่คือเวทมนตร์คำสาปที่สามารถสร้างความเสียหายได้ประมาณ 2,000 หน่วย วิธีการหลบเวทของมันก็ง่าย ๆ ตราบใดก็ตามที่มันยกเคียวก็แปลว่ามันกำลังจะปล่อยเวทมนตร์” ลู่หยางอธิบาย

พวกเสี่ยวเหลียงพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น

เมื่อนักเวทอันเดดเห็นว่ามันโจมตีไม่โดน บอสก็ทำการยกเคียวขึ้นมาอีกครั้ง ทันใดนั้นมันก็มีแสงสีม่วงดำพุ่งออกมาจากเคียว ก่อนที่รอบ ๆ ตัวลู่หยางจะมีโครงกระดูกสีทองปรากฏขึ้นมา 20 ตัว

โครงกระดูกเหล่านี้ถือธนู 11 ตัวและโครงกระดูกอีก 9 ตัวถือขวานเป็นอาวุธ เมื่อพวกมันปรากฏกายขึ้นมาแล้วทุกคนต่างก็โจมตีไปยังลู่หยางพร้อม ๆ กัน

จบบทที่ บทที่ 123 นักเวทอันเดด

คัดลอกลิงก์แล้ว