เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 122 สุสานลับชั้นที่ 3

บทที่ 122 สุสานลับชั้นที่ 3

บทที่ 122 สุสานลับชั้นที่ 3


บทที่ 122 สุสานลับชั้นที่ 3

ร้านประมูล

เย่กู่ซิงยังคงรอยาต้านพิษชุดใหม่แต่เขาคิดว่าคนขายยาน่าจะเอาน้ำยาในสต๊อกออกมาขายจนหมดแล้ว ตอนนี้จึงน่าจะอยู่ในกระบวนการผลิตน้ำยาชุดใหม่อย่างแน่นอน ทุกคนเลยไม่ยอมจากไปไหนเพราะกลัวว่าจะพลาดน้ำยาชุดใหม่ที่น่าจะมีจำนวนลดน้อยลงมากกว่าเดิม ระหว่างรอทุกคนจึงพูดคุยกันเพื่อแก้เบื่อ

“ลู่หยางเลเวล 13 แล้ว” ฉวยอู๋อี้อุทานอย่างตกใจ

เย่กู่ซิงรีบเปิดตารางจัดอันดับเลเวลขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะได้เห็นลู่หยางที่มีเลเวลเพิ่มขึ้นเป็น 13 แล้วจริง ๆ เขาจึงเตะเข่าใส่เครื่องประมูลไปด้วยความหงุดหงิด

“ฉันจะต้องฆ่ามันให้ได้!” เย่กู่ซิงพูดด้วยใบหน้าอันบิดเบี้ยว

“ฉันล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่าเขาไปเก็บเลเวลที่ไหน ถ้าพวกเรามีสถานที่ที่เก็บเลเวลที่รวดเร็วแบบนั้นบ้างก็คงจะดี” ชิงเฟิงกล่าว

คนอื่นอาจจะไม่รู้แต่ชิงเฟิงรู้ดีว่าลู่หยางไม่ได้เก็บเลเวลคนเดียว แต่นำเฮงเจียหรือเสี่ยวเหลียงไปด้วย การที่ลู่หยางมีเลเวล 13 ขณะที่เสี่ยวเหลียงเลเวล 12 มันก็หมายความว่าสองคนนี้มีเลเวลสูงกว่าผู้เล่นชั้นยอดในกิลด์ขนาดใหญ่ไปไกลมาก

อย่างไรก็ตามชิงเฟิงก็ไม่รู้ว่าลู่หยางยังมีลูกน้องอย่างพวกซุนหยูอีกหกคนที่มีเลเวลถึง 11 และมันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงพี่น้องตระกูลฮั่นที่ไม่ได้แสดงตัวตนออกมาด้วยซ้ำ

“พวกนายสนิทกับลู่หยางไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมฉือมู่ถึงไม่ชวนเขาเข้ากิลด์?” ฉวยอู๋อี้ถามอย่างอยากรู้

ชิงเฟิงทำได้เพียงแต่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญาโดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม

สุสานลับ

ร่างของลู่หยางยังคงลุกไหม้ใต้แท่นสูงจนกลายเป็นทะเลเพลิง โดยมีซอมบี้จำนวนนับไม่ถ้วนล้มตายอยู่ด้านล่างทำให้แถบค่าประสบการณ์ของทุกคนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

หลังจากซอมบี้ส่วนใหญ่ถูกสังหาร ลู่หยางก็พูดขึ้นมาว่า

“พวกนายไปเก็บของเถอะ เดี๋ยวฉันจะจัดการซอมบี้ส่วนที่เหลือเอง”

พวกเสี่ยวเหลียงรอคำนี้มาตั้งนานแล้ว ทุกคนจึงกระโดดลงไปจากแท่นอย่างดีใจ

พวกซอมบี้ถือว่ามีโอกาสดรอปหนังสือสกิลลงมามากพอสมควร ขณะเดียวกันพวกเสี่ยวเหลียงก็ยังมีสกิลพื้นฐานไม่ครบ พวกเขาจึงหวังจะได้รับสกิลเหล่านั้นมาจากฝูงซอมบี้

ไม่นานพวกเสี่ยวเหลียงก็วิ่งกลับมาโดยแต่ละคนมีของติดไม้ติดมือมาไม่น้อย หลังจากทำการตรวจสอบพวกเขาก็ได้รู้ว่าคราวนี้มีหนังสือสกิลดรอปลงมาทั้งสิ้นหกเล่ม ซึ่งมันก็รวมถึงสกิลชาโดว์แอสซอสท์ของโจร บลิซซาร์ดของนักเวทน้ำแข็งและแฮมเมอร์ออฟลอยเอิลตี้ของพาลาดิน

“สกิลไหนเรียนได้พวกนายเรียนไปเลย ส่วนสกิลไหนเรียนไม่ได้เอามาให้ฉัน เดี๋ยวฉันจะเอาพวกมันไปขายในร้านประมูลให้” ลู่หยางกล่าว

พวกเสี่ยวเหลียงต่างก็พยักหน้ารับพร้อม ๆ กัน

“พี่ลู่หยาง ตรงนี้มีถุงมือระดับทองแดงกับเกราะโซ่ดรอปมาด้วย” ฮั่นอิ่งกล่าว

“เอาไปให้ฮั่นอวี่ใส่ก่อนเลย” ชายหนุ่มกล่าวหลังจากที่ได้เห็นว่ามันมีอุปกรณ์ระดับหินดรอปลงมาทั้งสิ้น 4 ชิ้นและอุปกรณ์ระดับทองแดงดรอปมาทั้งสิ้นอีกสามชิ้น ลู่หยางจึงให้คนที่สวมใส่อุปกรณ์เหล่านี้ได้สวมใส่พวกมันก่อนเป็นอันดับแรก

“ฮั่นเฟยกับฮั่นอวี่ไปล่อมอนสเตอร์มา คราวนี้ให้ไปล่อพวกมันมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้” ลู่หยางกล่าว

“ได้ครับ” สองฝาแฝดพยักหน้ารับก่อนที่พวกเขาจะกระโดดออกไปล่อมอนสเตอร์

หลังเดินผ่านลานโล่งใต้แท่นสูงด้านหน้าก็เป็นทางเดินยาวที่แยกออกไปเป็น 6 เส้นทาง โดยแต่ละทางเดินมีซอมบี้รวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

ฮั่นเฟยเดินไปยังทางเดินทางซ้ายสุด ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนจากมีดเป็นมีดขว้างพร้อมกับทำการปามีดออกไปใส่ซอมบี้ที่อยู่ในระยะ 10 เมตรอย่างแรง

การขว้างมีดครั้งนี้อยู่ภายใต้โหมดอิสระทำให้มีดพุ่งออกไปในแนวโค้งตกลงบนตัวซอมบี้ที่อยู่ห่างออกไป 45 เมตร ในเวลาเดียวกันเด็กหนุ่มก็ได้เปิดสกิลสปริ้นท์เพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ขึ้นอีก 50% ก่อนที่เขาจะวิ่งเข้าไปหาฝูงซอมบี้

ซอมบี้ที่อยู่บริเวณแถวหน้ามองเห็นฮั่นเฟยได้ในทันที มันจึงรีบวิ่งไล่ตามด้วยใบหน้าที่ซีดขาวและเมื่อมันได้มีซอมบี้ 10 กว่าตัววิ่งกรูเข้ามาพร้อม ๆ กัน มันก็กลายเป็นภาพที่ดูน่ากลัวมาก

ฮั่นเฟยไม่ได้รู้สึกกลัวซอมบี้เหล่านี้เลย เขายังคงวิ่งล่อซอมบี้ต่อไปพร้อมกับทำการขว้างมีดออกไปล่อซอมบี้ในระยะไกลเป็นระยะ ๆ จนกระทั่งซอมบี้วิ่งเข้ามาในระยะ 1 เมตรเขาจึงหยุดมือพร้อมกับหันหลังวิ่งหนี

ระหว่างนั้นฮั่นอวี่ก็กำลังล่อซอมบี้อีกฝูงออกมาด้วยเช่นกัน ทั้งสองฝาแฝดจึงได้มาเจอกันตรงบริเวณทางแยกพอดี โดยในตอนนี้ผลของสกิลสปริ้นท์ของฮั่นเฟยหมดลงแล้วแต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรอยู่เช่นเดิม ท้ายที่สุดด้วยผลของสกิลนิมเบิลออร่าของฮั่นอวี่ มันก็ทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาเพิ่มขึ้น 30% ทั้งสองจึงวิ่งกลับไปยังแท่นสูงพร้อมกัน

ลู่หยางยืนมองจากแท่นสูงพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ท้ายที่สุดทั้งสองคนก็ทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี เพียงแค่การลงมือครั้งแรกสองฝาแฝดก็หลอกล่อซอมบี้ออกมาได้ประมาณ 100 ตัว

“ดีมาก” เสี่ยวเหลียงตะโกน

หลังฮั่นเฟยกับฮั่นอวี่วิ่งขึ้นบันได เสี่ยวเหลียงก็เบี่ยงตัวให้ทั้งสองวิ่งเข้าไปยังด้านใน จากนั้นเขาก็วางโล่เพื่อกีดขวางเส้นทางอีกครั้ง

ซอมบี้กว่า 100 ตัววิ่งเข้าใส่แท่นสูงในทันที แต่เนื่องจากบันไดกว้างมากพอให้คนเดินขึ้นไปได้เพียงแค่สองคน ซอมบี้ส่วนใหญ่จึงไล่ตามขึ้นไปไม่ได้ พวกมันจึงทำได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่ด้านล่าง

ลู่หยางเริ่มใช้สกิลไฟร์วอลล์ลงบนพื้นตั้งแต่ในตอนที่สองฝาแฝดพาซอมบี้วิ่งกลับมาแล้ว ตอนนี้ฝูงซอมบี้จึงเดินวนอยู่ในทะเลเพลิงและด้วยพลังโจมตีที่สูงมาก มันจึงทำให้ซอมบี้ที่มีพลังชีวิตเพียงแค่ 2,000 กว่าหน่วยอยู่ในกองไฟได้เพียงแค่ประมาณ 5 วินาที

“เก็บเลเวลแบบนี้มันง่ายจริง ๆ” ฮั่นอิ่งกล่าว

“มันเป็นเพราะพลังโจมตีของลูกพี่แรงมาก หากเป็นคนอื่นก็คงจะทำแบบนี้ไม่ได้หรอก” เสี่ยวเหลียงกล่าว

ลู่หยางเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า

“พวกเรามาเล่นเกมกันหน่อยไหม? หลังจากซอมบี้ตายในกองไฟรอบแรกฮั่นเฟยกับฮั่นอวี่ให้รีบออกไปวิ่งล่อศัตรู ส่วนฮั่นอิ่งกับเสี่ยวเหลียงก็รีบวิ่งเข้าไปเก็บของ นี่คือการทดสอบทีมเวิร์คของทุกคนและมันก็ยังเป็นการทดสอบการเคลื่อนไหวของพวกนายด้วย”

ซอมบี้จะฟื้นคืนชีพหลังจากการเสียชีวิตในครั้งแรกทำให้ไม่ว่าจะเป็นการเก็บของหรือการวิ่งออกไปล่อศัตรูก็จำเป็นจะต้องวิ่งผ่านฝูงซอมบี้ด้วยกันทั้งนั้น หากใครพลาดถูกซอมบี้ที่พึ่งฟื้นคืนชีพโจมตี นอกเหนือจากนักรบสายป้องกันอย่างเสี่ยวเหลียงแล้วคนอื่น ๆ ก็คงจะรับการโจมตีได้ไม่ถึงสองครั้ง

“ลูกพี่ ผมกลัวว่าผมจะหลบไม่ทัน” เสี่ยวเหลียงกล่าวอย่างหวาดกลัว

“ถึงจะหลบไม่ทันก็ต้องฝึก หากมันถึงช่วงเวลาสำคัญเดี๋ยวฉันจะช่วยรักษาให้เอง” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับโบกแหวนรักษาภายในมือ

“สู้ ๆ พวกเราค่อย ๆ ฝึกไปด้วยกัน” ฮั่นอิ่งกล่าวพร้อมกับตบไหล่เสี่ยวเหลียง

สีหน้าของเด็กหนุ่มกลายเป็นสีแดงในทันที และถ้าแม้แต่ผู้หญิงอย่างฮั่นอิ่งยังกล้าแล้วเขาจะแสดงทีท่าขี้ขลาดออกมาได้ยังไง

“ผมจะพยายามไม่ทำให้ลูกพี่ต้องอับอาย” เสี่ยวเหลียงรวบรวมความกล้าก่อนที่จะกระโดดลงไปจากแท่นสูง ซึ่งในตอนนี้พวกซอมบี้ก็กำลังฟื้นคืนชีพอย่างต่อเนื่อง เมื่อร่างของเด็กหนุ่มกระโดดลงไป ซอมบี้ที่ฟื้นคืนชีพก็เริ่มไล่ตามเขาในทันที

เมื่อซอมบี้ยื่นมือออกมาโจมตี สิ่งแรกที่เสี่ยวเหลียงคิดคือการใช้โล่ แต่เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้มันคือการฝึกฝน เขาจึงปรับเปลี่ยนมาใช้ร่างกายเพื่อทำการหลบหลีกแทน

จบบทที่ บทที่ 122 สุสานลับชั้นที่ 3

คัดลอกลิงก์แล้ว