เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 75 ห้องท้องพระโรง

บทที่ 75 ห้องท้องพระโรง

บทที่ 75 ห้องท้องพระโรง


บทที่ 75 ห้องท้องพระโรง

“ถ้ามันเป็นของดีขนาดนี้ราคาในตลาดมืดคงจะอยู่ที่หลายหมื่นเครดิตแน่ ๆ” ไนท์มูนกล่าว

ลู่หยางรู้ราคาของชิ้นนี้เป็นอย่างดีแต่เนื่องมาจากเขาคือผู้ที่มาเกิดใหม่ หากเขาต้องการหาเงินมันก็มีวิธีการอีกอย่างมากมายไม่จำเป็นจะต้องขายของชิ้นนี้อีกไป

นอกจากนี้พวกฉิงชางยังมีชื่อเสียงในเรื่องรักพวกพ้อง ชายหนุ่มจึงอยากจะผูกมิตรกับคนกลุ่มนี้เอาไว้ เขาจึงไม่ได้มีความคิดที่จะแย่งชิงคัมภีร์แสงศักดิ์สิทธิ์ไปแม้แต่นิดเดียว

“ดูเหมือนพวกคุณจะดูถูกฉันไปหน่อยนะ ฉันไม่เคยมีความคิดที่จะแย่งชิงมันไปจากพวกคุณเลย” ลู่หยางกล่าว

พวกฉิงชางแสดงสีหน้าละอายใจขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่ฉิงชางจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขอโทษ

“ขอโทษด้วยพี่ชาย พวกเราผิดไปแล้วอย่าถือสาพวกเราเลย”

ลู่หยางไม่ได้มีความคิดที่จะโกรธจริง ๆ เพียงแต่เขาแกล้งแสดงท่าทีออกมานิดหน่อยเท่านั้นเอง ท้ายที่สุดหากเขาเป็นพวกฉิงชางพวกเขาก็คงกังวลในสถานการณ์ปัจจุบันด้วยเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดหากผู้ถือครองเสียชีวิตไอเท็มก็จะตกไปเป็นของผู้อื่นโดยอัตโนมัติ

“พวกคุณกลับเมืองกันไปก่อนเถอะ มอนสเตอร์ที่นี่เลเวลสูงกว่าพวกคุณมากเกินไป” ลู่หยางกล่าว

“โอเค ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปก่อนนะ” ฉิงชางกล่าว

ลู่หยางพยักหน้าก่อนจะเอ่ยคำร่ำลา จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องสุนัขล่าเนื้อไปตามระเบียงจนถึงหน้าประตูท้องพระโรง

เมื่อมองเข้าไปยังด้านในจะพบว่าพื้นของห้องท้องพระโรงทำขึ้นมาจากหินสี่เหลี่ยมสีเขียว โดยตรงกลางถูกปูไว้ด้วยพรมสีแดง

ตอนนี้ในห้องโถงหน้าท้องพระโรงเต็มไปด้วยทหารค้อนโครงกระดูกที่เดิมถือค้อนดาวกระจายสีแดงเดินไปมา และเมื่อพิจารณาจากจำนวนของพวกมันแล้วจำนวนของทหารเหล่านี้ก็น่าจะมีไม่น้อยไปกว่า 200 ตัว

ทหารค้อนมีโอกาสโจมตีจนทำให้ผู้เล่นติดสตั๊น 15% พวกมันจึงเป็นศัตรูที่รับมือได้ยากมาก ย้อนกลับไปในชาติที่แล้วเคยมีนักรบสายป้องกันเลเวล 50 ที่สวมใส่อุปกรณ์ระดับทองทั้งตัวมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อพาเพื่อนมาเก็บเลเวล แต่เขากลับถูกรุมด้วยทหารค้อนเป็นจำนวนมาก

ถึงแม้ทหารค้อนจะไม่สามารถสังหารผู้เล่นคนนั้นได้ แต่มันกลับทำให้นักรบคนนั้นติดสถานะสตั๊นอย่างไร้ที่สิ้นสุด สหายเลเวลต่ำจึงจำเป็นจะต้องพยายามดึงดูดความสนใจของทหารค้อนมาที่ตัวเองก่อนที่พวกเขาจะหนีรอดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

ท่ามกลางทหารค้อนโครงกระดูกมันก็ยังมีโครงกระดูกสีแดงเลือดให้เห็นบ้างอยู่ประปราย ซึ่งถ้าหากประมาณการจากสายตาที่กวาดมองไปโครงกระดูกสีแดงนี้ก็มีจำนวนอยู่ประมาณ 5-6 ตัว

นีลสเกเลตัล (ระดับอีลิท)

เลเวล 30

พลังชีวิต 90,000/90,000

สาเหตุที่ผิวของนีลสเกเลตัลเป็นสีแดงนั่นก็เพราะว่าพวกมันมีค่าความต้านทานธาตุไฟสูงกว่า 400 หน่วย ทำให้การพยายามใช้เวทมนตร์ธาตุไฟสังหารพวกมันเป็นไปได้อย่างยากลำบาก

ยิ่งไปกว่านั้นการโจมตีของนีลสเกเลตัลยังมีความเสียหายเวทมนตร์ธาตุไฟติดไปด้วย ขณะที่ผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์มีค่าความต้านทานเวทมนตร์ไม่สูงมากนัก หากนีลสเกเลตัลมากกว่าสามตัวรุมเข้ามาโจมตีผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์พร้อม ๆ กัน ประกอบกับการโจมตีติดสถานะสตั๊นของทหารค้อน แม้แต่ผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์ก็อาจจะถูกสังหารลงไปได้เลย

ลู่หยางเกาหัวอย่างหมดหนทาง เพราะเขาไม่คิดว่าตอนเข้ามาบุกเบิกจะต้องพบกับมอนสเตอร์จำนวนมากมายขนาดนี้ และถึงแม้การสังหารมอนสเตอร์ไปทีละตัวจะไม่ใช่ปัญหา แต่อย่าลืมว่าที่นี่มีมอนสเตอร์อยู่เป็นจำนวนมากกว่าที่เขาจะฝ่ามอนสเตอร์เข้าไปด้านในได้ มันจึงไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานมากเท่าไหร่และถ้าหากว่าพวกเขาเกิดผิดพลาดไปดึงดูดมอนสเตอร์มามากกว่า 100 ตัว แม้แต่ลู่หยางก็ไม่มีหนทางที่จะเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์พวกนั้นด้วยเช่นกัน

ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังคิดหาวิธี มันก็มีเสียงคุ้นหูดังขึ้นมาจากด้านหลัง

“อาจารย์รอพวกเราด้วย”

ลู่หยางหันไปมองตามเสียงก่อนที่เขาจะได้พบกับพวกฉิงชางที่กำลังวิ่งเข้ามา

“พวกคุณจะกลับมาทำไม?” ลู่หยางถาม

“อาจารย์เรื่องเมื่อกี้ทำให้พวกเราละอายใจมาก พวกเราจึงอยากจะมาดูว่าเราพอจะช่วยเหลืออะไรคุณบ้างได้ไหม?” ฉิงชางกล่าว

ลู่หยางกำลังจะเอ่ยปากพูดปฏิเสธแต่ฉิงชางก็ชิงจังหวะพูดขึ้นมาเสียก่อน

“อาจารย์ ถ้าหากคุณบอกว่าพวกเราเป็นเพื่อนกันจริง ๆ ก็อย่าได้เกรงใจพวกเราเลย”

“ใช่พี่ชาย พวกเราอยากจะช่วยคุณจริง ๆ นะ” เหมาชิวกล่าวเสริม

เมื่อลู่หยางได้เห็นความจริงใจของทุกคน เขาจึงพูดขึ้นมาว่า

“ฉันมีเรื่องอยากจะให้พวกคุณช่วยจริง ๆ นะแหละ แต่ความช่วยเหลือครั้งนี้อาจจะต้องแลกมากับชีวิตของใครบางคนนะ”

“ไม่เป็นไร ผมฝากเอ็ม 16 เอาคัมภีร์แสงศักดิ์สิทธิ์กลับเมืองไปแล้ว ถึงพวกเราจะตายกลับหรือเทเลพอร์ตกลับมันก็มีค่าเท่ากัน” ฉิงชางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

เนื่องมาจากคัมภีร์แสงศักดิ์สิทธิ์มันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกฉิงชางไม่ยอมตายกลับเมืองไปตั้งแต่แรก เพราะท้ายที่สุดอุปกรณ์ชิ้นนี้ก็เป็นอุปกรณ์พิเศษที่พวกเขาได้มาหลังจากผ่านความพยายามอย่างยากลำบาก พวกเขาจึงไม่อยากคืนคัมภีร์ให้ระบบโดยที่ยังไม่ลองพยายามอย่างเต็มที่

ลู่หยางส่งเสียงหัวเราะเพราะเขาไม่คิดว่าฉิงชางจะเป็นคนฉลาดถึงขนาดนี้

“ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นพวกคุณก็ตามฉันมาแล้วฉันจะบอกว่าพวกคุณต้องทำยังไง”

ในที่สุดทุกคนก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ ก่อนที่ลู่หยางจะชี้นิ้วไปยังแม่ทัพโครงกระดูกในห้องโถงด้านหน้าและพูดขึ้นมาว่า

“พวกคุณเห็นมอนสเตอร์ตัวใหญ่นั่นไหม?”

พวกฉิงชางพยักหน้ารับ

“ฉันต้องการจะเข้าไปในห้องนั้น แต่พวกมอนสเตอร์มีจำนวนมากเกินไป จะให้ฆ่าพวกมันให้หมดมันก็เสียเวลา ฉันเลยอยากจะให้พวกคุณช่วยล่อพวกมันออกไปหน่อย” ลู่หยางกล่าว

“เรื่องแค่นี้เองไม่มีปัญหา คุณบอกมาได้เลยว่าจะให้พวกเราทำยังไง” ฉิงชางกล่าว

“พวกคุณ 2 คนออกไปล่อมอนสเตอร์ตรงกลางกับทางด้านขวาของห้องไปทางด้านซ้าย แล้วฉันจะฉวยโอกาสในตอนที่พวกคุณล่อมอนสเตอร์ออกไปวิ่งไปที่กลางสระน้ำทางด้านขวาของห้องโถง” ลู่หยางกล่าว

“อาจารย์แบบนั้นมันอันตรายเกินไปหรือเปล่า? เอ่อ… ผมไม่ได้หมายถึงพวกเรานะแต่ผมหมายถึงคุณ” ฉิงชางกล่าว

ภายในห้องท้องพระโรงมีมอนสเตอร์อยู่เป็นจำนวนหลายร้อยตัว ถึงแม้พวกเขาจะดึงดูดมอนสเตอร์พวกนั้นมาทั้งหมด แต่ตอนที่ลู่หยางวิ่งออกไปมันก็อาจจะมีมอนสเตอร์บางตัวเปลี่ยนเป้าหมายได้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังไม่มีความมั่นใจว่าจะหลอกล่อมอนสเตอร์ออกมาได้ทั้งหมดด้วย

“มันก็ขึ้นอยู่กับการประสานงานกันของพวกคุณ ถ้าทุกอย่างเป็นไปได้ดีครั้งเดียวฉันก็น่าจะผ่านไปได้แล้ว” ลู่หยางกล่าว

ชายหนุ่มมีความมั่นใจในทักษะการเคลื่อนไหวของตัวเองมาก และเมื่อมันได้รวมกับเอฟเฟกต์ของเสื้อคลุมสปอร์ที่ช่วยลดความเกลียดชัง มันจึงมีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่เขาจะวิ่งฝ่าฝูงมอนสเตอร์ได้อย่างปลอดภัย และถึงแม้แผนการในครั้งนี้มันจะล้มเหลวจริง ๆ แต่เขาก็สามารถใช้สกิลแฟลชเพื่อหลบหนีออกมาได้

“ถ้าอย่างนั้นพวกเรา 3 คนก็เข้าไปพร้อมกัน เหมาชิวใช้สกิลยิงกระจายล่อมอนสเตอร์มาให้ได้เยอะที่สุด เครซี่เบลดวิ่งล่อมอนออกมา ส่วนฉันจะคอยเปิดสกิลเซคคริฟายเพื่อคอยดึงมอนสเตอร์เอง” ฉิงชางกล่าวขณะมองเข้าไปทางด้านใน

ลู่หยางคิดอยู่ครู่นึงและได้พบว่าแผนการนี้สามารถหลอกล่อมอนสเตอร์เป็นจำนวนมากออกไปได้จริง ๆ แต่การทำแบบนั้นมันก็จะทำให้พวกเขาทั้งคู่ต้องตายด้วยเช่นกัน เพราะการพยายามหลบออกมาจากฝูงมอนสเตอร์มากกว่า 200 ตัวเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

“เอาล่ะไปได้!” ฉิงชางออกคำสั่งโดยมีเครซี่เบลดล่อมอนสเตอร์จากตรงกลางและมีฉิงชางกับเหมาชิวคอยล่อมอนสเตอร์จากด้านขวา

เหมาชิวเปิดโหมดอิสระก่อนที่จะยิงธนูกระจายขึ้นไปบนอากาศ ซึ่งการทำแบบนี้มันก็จะช่วยให้สกิลที่ควรจะโจมตีได้ในระยะ 40 เมตรลอยไปโดนมอนสเตอร์ที่อยู่ห่างออกไปไกลกว่า 60 เมตรได้อย่างแม่นยำ

กรอด!

ทหารค้อนโครงกระดูกขบกรามเข้าหากัน ก่อนที่พวกมันจะมุ่งเน้นความสนใจไปที่เหมาชิว

เหมาชิวยิงต่อเนื่องออกไปอีกหลายครั้งและเมื่อเขาดึงดูดความสนใจของมอนสเตอร์ทั้งหมดได้แล้วเขาก็วิ่งออกไปทางด้านซ้าย

“ถึงตาฉันแล้ว” ฉิงชางเคลื่อนที่ไปด้านหน้าก่อนที่เขาจะยกมือทั้งสองข้างพร้อมกับกดลงไปบนพื้นอย่างรุนแรงปล่อยลำแสงที่เต็มไปด้วยออร่าอันศักดิ์สิทธิ์ฟุ้งกระจายในรัศมี 10 เมตรรอบ ๆ ตัวเขา

ทุกคนสู้ ๆ

จบบทที่ บทที่ 75 ห้องท้องพระโรง

คัดลอกลิงก์แล้ว