เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 74 ผูกมิตร

บทที่ 74 ผูกมิตร

บทที่ 74 ผูกมิตร


บทที่ 74 ผูกมิตร

สมาชิกในทีมฉิงชางทั้งหมดต่างก็เป็นผู้เล่นฝีมือดี แต่เนื่องมาจากความช่วยเหลือในอดีตพวกเขาจึงจำเป็นจะต้องคอยติดตามคิลลิ่งสเตปไปโดยตลอด

อย่างไรก็ตามคิลลิ่งสเตปก็ถือว่าเป็นคนตระหนี่นิสัยไม่ดี ฉิงชางจึงทนไม่ไหวนำทีมของตัวเองออกไปจากกิลด์ หลังจากนั้นกิลด์ของคิลลิ่งสเตปจึงพ่ายแพ้อย่างราบคราบ ก่อนที่จะเลิกเล่นเกมนี้ไปอย่างถาวร

เมื่อพวกฉิงชางได้รับอิสรภาพกลับคืนมา กิลด์อื่น ๆ เป็นจำนวนมากก็พยายามชักชวนพวกเขาเข้าไปภายในกิลด์ แต่น่าเสียดายที่บาดแผลภายในอดีตทำให้พวกเขาไม่ต้องการจะเข้าร่วมกับกิลด์ใดอีกเลย

ลู่หยางมีความมั่นใจว่าคนพวกนี้เป็นคนดีอย่างแน่นอน ซึ่งมันก็ไม่ต้องพูดถึงการที่อีกฝ่ายจะตอบแทนบุญคุณพวกเขาในภายหลัง เพราะแค่นิสัยของพวกฉิงชางมันก็มากพอที่จะทำให้ลู่หยางอยากยื่นมือไปช่วยเหลือพวกเขาแล้ว

“ไม่ต้องถือว่าเป็นบุญคุณอะไรกันหรอก พวกคุณช่วยทนรออีกนิดนึงก็แล้วกัน” ลู่หยางกล่าวก่อนที่เขาจะออกคำสั่งให้ผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์ใช้สกิลยั่วยุเข้าใส่ฝูงสุนัขล่าเนื้อโครงกระดูก

เมื่อถูกสกิลยั่วยุฝูงสุนัขโครงกระดูกก็หันมารุมผู้พิทักษ์ป่าบาปนิรันดร์ในทันที ซึ่งในระหว่างนั้นลู่หยางก็ร่ายคาถาเรียกนกสีแดงเพลิงขนาดใหญ่ขึ้นมาเหนือศีรษะ

เฟลมเบิร์ด!

วิหกเพลิงกรีดร้องเสียงแหลมขึ้นมา 1 ครั้ง ก่อนที่มันจะบินเข้าชนฝูงสุนัขโครงกระดูกที่อยู่ตรงหน้า

-848, -826, -412, -476,...

ตัวเลขความเสียหายลอยขึ้นมาเป็นจำนวนมากจนทำให้พวกฉิงชางที่กอดเสาอยู่ด้านบนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

“นั่นมันเวทมนตร์ธาตุไฟจริง ๆ เหรอ?”

“หรือว่ามันจะเป็นเวทมนตร์ต้องห้าม?”

“หัวหน้า! พวกเราจะต้องเล่นกันคนละเกมกับเขาแน่ ๆ พลังโจมตีของผมแค่ 40 กว่า ๆ แต่เขากลับทำได้มากกว่า 400” เอ็ม 16 กล่าว

“ลองสังเกตให้ดี ๆ เขาไม่ได้ดึงดูดความเกลียดชังจากมอนสเตอร์ไปด้วยซ้ำ” ไนท์มูนกล่าว

ฉิงชางก็สังเกตเห็นจุดนี้ด้วยเช่นกัน เขาจึงพูดออกไปว่า

“บางทีเขาอาจจะมีอุปกรณ์พิเศษอะไรบางอย่างก็ได้มั้ง”

สุนัขล่าเนื้อโครงกระดูกเป็นมอนสเตอร์เลเวล 28 ที่มีพลังชีวิต 4,110 หน่วย ลู่หยางจึงจำเป็นจะต้องปล่อยเฟลมเบิร์ดออกมา 9 ครั้งติดต่อกันกว่าที่จะสังหารพวกมันไปได้ทั้งหมด

ในที่สุดพวกฉิงชางก็ปีนลงมาจากเสาทั้งสามต้น ก่อนที่ทุกคนจะยืนเรียงหน้าอยู่ตรงหน้าลู่หยางพร้อมกัน

“ขอบคุณมาก ถ้าไม่ได้คุณช่วยไว้พวกเราคงต้องตายแน่ ๆ” ฉิงชางพูดแทนสมาชิกภายในทีม

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก มันไม่ได้ลำบากอะไรฉันขนาดนั้น”

“ไม่ได้! คุณช่วยพวกเราเอาไว้ เราจึงรักษาของมีค่าชิ้นหนึ่งเอาไว้ได้ ผมฉิงชางจะจดจำบุญคุณในคราวนี้เอาไว้ชั่วชีวิต ต่อไปหากคุณต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ขอให้บอกพวกเรามาได้เลย” ฉิงชางกล่าวด้วยสีหน้าอันจริงจัง

“หัวหน้า เราจะไปพูดถึงของชิ้นนั้นทำไม?” เหมาชิวกล่าว

“พูด ๆ ไปเถอะเพราะถ้าหากพวกเราตายของชิ้นนั้นก็จะดรอปลงไปกลายเป็นของของเขาอยู่ดี” ฉิงชางกล่าวพร้อมกับยักไหล่ จากนั้นเขาก็หันไปมองที่ลู่หยางอีกครั้ง

“พี่ชาย ว่าแต่คุณชื่ออะไร? พวกเรายังไม่รู้จักชื่อของคุณเลย”

“ฉันชื่อลู่หยาง”

“ลู่หยาง!?” ทุกคนต่างก็อุทานขึ้นมาอย่างตกตะลึง

“ลู่หยางที่อยู่อันดับ 1 ของกระดานจัดอันดับคนนั้นน่ะเหรอ?”

“ใช่ ฉันเอง” ลู่หยางกล่าวโดยเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าทุกคนน่าจะมีปฏิกิริยาอะไรทำนองนี้

“ผมว่าแล้วว่าทำไมคุณถึงกล้ามาที่นี่คนเดียว ที่แท้คุณก็คืออาจารย์อันดับ 1 ในกระดานจัดอันดับนี่เอง” ไนท์มูนกล่าว

ฉิงชางเริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงอันดับ 1 ในตารางจัดอันดับ แล้วเนื่องมาจากพวกเขามีเลเวลเพียงแค่เลเวล 5 ฉิงชางจึงนึกไม่ออกเลยว่าพวกเขาจะไปช่วยเหลืออะไรลู่หยางได้

ลู่หยางสังเกตเห็นความอึดอัดของอีกฝ่ายได้ในทันที เขาจึงเผยรอยยิ้มและตบไหล่ฉิงชางลงไปเบา ๆ

“ไม่ต้องลำบากใจอะไรไปหรอก คิดซะว่าพวกเรามีวาสนาได้มาเป็นเพื่อนกันก็แล้วกัน”

หลังจากกล่าวจบลู่หยางก็ส่งคำขอเป็นเพื่อนไปให้ฉิงชาง

ในความคิดของฉิงชางเหล่าบรรดาปรมาจารย์สมควรจะมีนิสัยที่เย่อหยิ่ง เพราะนักเล่นเกมมือฉมังที่เขาเคยได้พบในเกมก่อน ๆ ต่างก็ล้วนแล้วแต่มีนิสัยแปลก ๆ กันทั้งนั้น เขาจึงสับสนเมื่อได้เห็นลู่หยางเป็นฝ่ายขอผูกมิตรมาก่อนแบบนี้

ฉิงชางตกลงรับคำขอเป็นเพื่อนก่อนที่เขาจะเริ่มแนะนำพี่น้องให้ลู่หยางรู้จักอีกครั้ง ซึ่งในระหว่างนั้นลู่หยางก็ส่งคำขอเป็นเพื่อนไปให้กับพวกไนท์มูนด้วย

“พวกคุณมาที่นี่ได้ยังไง?” ลู่หยางถามขณะที่เขานั่งพักฟื้นมานา

เมื่อได้ยินคำถามนี้พวกฉิงชางก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างจนใจ

“คุณอย่าพึ่งถามถึงเรื่องนั้นเลย ลองดูอุปกรณ์ชิ้นนี้ก่อนก็แล้วกัน” ฉิงชางกล่าวพร้อมกับส่งหนังสือสีทองเล่มหนึ่งให้ลู่หยาง

คัมภีร์แสงศักดิ์สิทธิ์

เลเวล 10

ตำแหน่ง เครื่องประดับ

พลังป้องกัน 20-20

ความแข็งแกร่ง +10

ความอดทน +10

พลังกาย +10

สติปัญญา +10

รายละเอียด แสงศักดิ์สิทธิ์มอบพลังอันยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้ที่เชื่อมั่น เมื่อพกพาคัมภีร์แสงศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้คุณจะได้รับผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง

"คัมภีร์แสงศักดิ์สิทธิ์? พวกคุณได้ของชิ้นนี้มาตั้งแต่เลเวล 5 เลยเหรอ” ลู่หยางอุทานอย่างตกใจ

“คุณรู้จักมันเหรอ?” พวกฉิงชางต่างก็มองมาทางลู่หยางเป็นตาเดียว

ชายหนุ่มไม่เพียงแต่รู้จักไอเท็มชิ้นนี้เท่านั้น แต่เขายังรู้จักมันดีมาก ๆ อีกด้วย เพราะท้ายที่สุดคัมภีร์แสงศักดิ์สิทธิ์มีชื่อเสียงมากในชาติที่แล้ว แล้วมันก็เป็นไอเท็มระดับท็อปที่เป็นรองเพียงแค่อุปกรณ์ระดับเทพอย่างหัวใจแห่งเทพอสูร

“พวกคุณเก็บของชิ้นนี้เอาไว้ให้ดี ๆ อย่าให้คนอื่นนอกจากฉันรู้เรื่องอุปกรณ์นี้อย่างเด็ดขาดและก็อย่าขายมันออกไปให้ใครด้วย” ลู่หยางกล่าวอย่างจริงจัง

ทุกคนต่างก็ประหลาดใจเมื่อได้เห็นลู่หยางแสดงท่าทีจริงจังออกมามากขนาดนี้

“อาจารย์มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” ฉิงชางถามซึ่งแต่เดิมเขาคิดว่ามันเป็นเครื่องประดับที่มีค่าสถานะพอใช้ได้ชิ้นหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อได้ฟังจากคำพูดของลู่หยางแล้วเขาก็รู้สึกว่ามันจะต้องมีอะไรพิเศษมากกว่านั้นแน่ ๆ

ไนท์มูน, เหมาชิวและคนอื่น ๆ ต่างก็มองไปทางลู่หยางด้วยเหมือนกัน

“จุดเด่นของอุปกรณ์ชิ้นนี้อยู่ที่คำอธิบายช่วงวรรคแรก” ลู่หยางกล่าว

“แสงศักดิ์สิทธิ์จะมอบพลังอันยิ่งใหญ่ให้กับผู้ที่เชื่อมั่น? มันก็เป็นเพียงแค่คำอธิบายธรรมดา ๆ ไม่ใช่เหรอ?” เหมาชิวถามพร้อมกับเกาหัว

“พวกคุณยังไม่เคยไปที่ห้องสมุดของเกมสินะ ภายในห้องสมุดของเกมมีการอธิบายผลของหนังสือเล่มนี้เอาไว้อย่างละเอียด พาลาดินคนไหนที่สวมใส่อุปกรณ์ชิ้นนี้เอาไว้ พวกเขาจะได้รับเอฟเฟกต์เพิ่มเลเวลของสกิลเซคคริฟาย 2 ระดับ

“อะไรนะ! เพิ่มเลเวลสกิลเซคคริฟาย 2 ระดับ!?” ฉิงชางอุทานอย่างตกใจ

เซคคริฟายเป็นสกิลดึงดูดมอนสเตอร์ของพาลาดินที่สร้างความเสียหายได้เพียงแค่ 10 หน่วยต่อวินาทีเท่านั้น และมันยังเป็นความเสียหายเวทมนตร์ที่พวกเขาไม่มีโบนัสเพิ่มความเสียหายใด ๆ ให้กับสกิลนี้ได้เลย อย่างไรก็ตามหากสกิลมีการเพิ่มเลเวล ผลของสกิลก็จะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

โดยปกติผู้เล่นจะเพิ่มเลเวลของสกิลได้ก็ต่อเมื่อเข้าร่วมสถาบันเวทมนตร์เท่านั้น ซึ่งมันมีข้อกำหนดขั้นต่ำว่าผู้เล่นจะต้องมีเลเวล 30 หรือมันก็อาจจะหมายความว่าก่อนผู้เล่นจะมีเลเวลถึง 30 สกิลทุกสกิลจะเป็นสกิลเลเวล 1 ด้วยกันทั้งหมด หากเขาสามารถเพิ่มเลเวลของสกิลได้ตั้งแต่เลเวล 5 มันก็ไม่จำเป็นจะต้องคาดเดาเลยว่าประสิทธิภาพของอุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นสิ่งที่ล้ำค่ามากขนาดไหน

“ใช่ พวกคุณโชคดีมากที่ได้มันมา” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“หัวหน้า ถ้าสกิลเซคคริฟายของคุณมีเลเวลเพิ่มขึ้นมาสองเลเวล แบบนี้มันก็หมายความว่าคุณสามารถสร้างความเสียหายได้สูงกว่าพวกเราแล้วน่ะสิ!” เหมาชิวกล่าว

ฉิงชางมองลู่หยางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความขอบคุณ ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า

“พี่ชาย ตอนนี้พวกเรามั่นใจแล้วว่าคุณคือคนที่เชื่อใจได้จริง ๆ ถ้าเป็นคนอื่นที่เห็นว่าพวกเรามีอุปกรณ์ดี ๆ แบบนี้ มันก็อย่าว่าแต่พวกเขาจะอธิบายคุณสมบัติของมันให้กับพวกเราฟังเลย คนพวกนั้นคงจะแย่งอุปกรณ์ไปจากเราโดยไม่พูดอะไรด้วยซ้ำ”

ทันใดนั้นพวกไนท์มูนต่างก็มองไปทางลู่หยางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ

จะต้องเป็นการทำดีหวังผลแน่ ๆ (หรือจะเข้าใจผิดลู่หยางในแง่ร้ายเกินไปหน่อยนะ)

จบบทที่ บทที่ 74 ผูกมิตร

คัดลอกลิงก์แล้ว