เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 นักเวทตัวฉกาจ

บทที่ 47 นักเวทตัวฉกาจ

บทที่ 47 นักเวทตัวฉกาจ


บทที่ 47 นักเวทตัวฉกาจ

“พวกเรามาฆ่าบอสแล้วเฉลิมฉลองไปด้วยกันเถอะ!” ลู่หยางตะโกนเสียงดัง

“เฮ้!!” สมาชิกภายในทีมตะโกนด้วยความตื่นเต้น

ลู่หยางโบกมือให้สัญญาณและนำสมาชิกเข้าปะทะกับบอส

เซี่ยหยู่เว่ยมองทุกอย่างราวกับโดนต้องมนต์ เพราะชายคนนี้สามารถทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ราวกับว่าอีกฝ่ายมีเวทมนตร์ที่ช่วยทำให้ทุกคนสามารถแสดงศักยภาพออกมาได้จนถึงขีดสุด

“ในอนาคตคนคนนี้จะต้องประสบความสำเร็จแน่ ๆ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

พวกจางจื่อโป๋ต่างก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย มีเพียงเจิ้งหยวนที่พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“สาเหตุที่เป็นแบบนี้มันก็เป็นเพราะสกิล ๆ เดียวก็เท่านั้นแหละ หลังระบบแลกเปลี่ยนเงินตราเปิดใช้บริการได้เมื่อไหร่ ตอนนั้นฉันจะเติมเงินซื้อสกิลนี้มาเอง”

เซี่ยหยู่เว่ยไม่สนใจเจิ้งหยวนอีกต่อไปและเธอก็คอยนำทีมทำตามคำแนะนำของลู่หยาง โดยในตอนนี้ชิงเฟิงอยู่ห่างจากคลิฟไม่ถึง 30 เมตรและเขาก็พร้อมที่จะเข้าโจมตีได้ทุกเมื่อ

บอสตัวนี้ยังคงไม่ทันสังเกตเห็นในการมาถึงของพวกลู่หยาง และมันก็ยังคงส่งเสียงคำรามตามกิจวัตรประจำวันของมัน

“อาหารของข้าอยู่ไหน? ทำไมถึงยังไม่มีอะไรเอามาส่งย้ายให้ ไม่งั้นข้าจะกินพวกเจ้าเข้าไปเอง!”

เมื่อลู่หยางเห็นทุกคนเข้าประจำตำแหน่ง เขาก็ส่งสัญญาณให้กับชิงเฟิง

“เริ่มได้เลย”

“ครับ!” ชิงเฟิงยกโล่โกลเดนเดรคชิลด์ขึ้นปกป้องร่างกาย ก่อนที่จะใช้สกิลชาร์จพุ่งเข้าใส่คลิฟในทันที

ตูม!

ชิงเฟิงชนเข้ากับคลิฟ

“ไอ้พวกบัดซบ! พวกแกกล้าบุกรุกเขตแดนของข้างั้นเหรอ ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด!!” คลิฟร้องคำรามด้วยความโกรธ ก่อนที่มันจะยกกระบองไม้ขนาดมหึมาฟาดเข้าใส่ชิงเฟิง

ชิงเฟิงรีบยกโล่ขึ้นเพื่อทำการป้องกัน

ตูม!

-142

การปะทะกันในครั้งนี้เพียงครั้งเดียวทำให้พลังชีวิตของชิงเฟิงลดลงไปถึง 1 ใน 3

“นักบวชรีบฮีลเร็วเข้า!” ชิงเฟิงตะโกนพร้อมกับใช้สกิลอาร์มเมอร์เบรคเพื่อลดพลังป้องกันของบอส

หลานอวี่กับนักบวชอีกสองคนยกไม้เท้าขึ้นมาท่องเวทมนตร์อย่างพร้อมเพรียงกันเพื่อทำการฟื้นพลังชีวิตให้กับชิงเฟิง

+55

+47

+47

ด้วยการสนับสนุนจากการฮีลทั้งสามครั้ง มันก็ทำให้พลังชีวิตของชิงเฟิงฟื้นฟูกลับมาจนเกือบเต็ม

“ชิงเฟิงอย่าพึ่งรีบร้อน ค่อย ๆ พาบอสหมุนตัวไป ส่วนทุกคนเตรียมพร้อมเอาไว้ หลังจากเขาใช้อาร์มเมอร์เบรคครบ 3 ครั้งแล้วค่อยโจมตี” ลู่หยางตะโกน

ในการลงดันเจียนสิ่งที่สำคัญที่สุดของหัวหน้าทีมคือการตะโกนสั่งการตลอดเวลา เพื่อให้สมาชิกภายในทีมรู้ว่าในเวลานั้นพวกเขาควรจะทำอะไร แม้บางคำพูดมันจะเป็นการพูดซ้ำ ๆ แต่คนส่วนใหญ่มักจะตื่นเต้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบอสจนอาจจะก่อให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมาได้ ซึ่งในตอนนั้นคำพูดซ้ำ ๆ ของหัวหน้าทีมจะช่วยให้ผู้เล่นรู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น

หลังจากผ่านไป 5 วินาทีชิงเฟิงก็ใช้สกิลอาร์มเมอร์เบรคกับคลิฟจนครบ 3 ครั้ง

“ระยะประชิดโจมตีได้!” ลู่หยางตะโกน

พวกเซี่ยหยู่เว่ยเริ่มโจมตีบอสในทันทีและเนื่องมาจากบอสกำลังหันหลังให้ ความเสียหายของโจร 2 คนภายในทีมจึงเพิ่มขึ้นอีก 30% และทำให้พวกเขากลายเป็นผู้ทำความเสียหายสูงสุดในทีมไปโดยปริยาย

ลู่หยางยกไม้เท้าเริ่มท่องคาถาอย่างต่อเนื่องทำให้คลิฟได้รับบัฟจากสกิลคอมบัสชันซ้อนทับไป 5 ชั้น

“นักเวทไม่จำเป็นจะต้องถนอมมานา ใช้สกิลธาตุไฟออกไปอย่างเต็มที่!” ลู่หยางตะโกนออกคำสั่ง

“ครับ!” ปานชีเฉินกวงและคนอื่น ๆ ตะโกนพร้อมกัน

หลังจากเคยชินกับตัวเลขพลังโจมตีประมาณ 50 แต้ม แต่จู่ ๆ การได้เห็นตัวเลขความเสียหายของตัวเองเพิ่มขึ้นเป็น 125 แต้ม มันก็ทำให้พวกปานชีเฉินกวงมีกำลังใจในการโจมตีมากยิ่งขึ้น

ลู่หยางเริ่มจู่โจมด้วยเช่นกันและเนื่องมาจากเขาเพิ่มแต้มทั้งหมดไปที่ค่าความฉลาดประกอบกับอาซันนิสท์สตาฟและอุปกรณ์อื่น ๆ รวมถึงหัวใจแห่งเทพอสูรและบัฟจากปลาไหลทอดกรอบ มันจึงทำให้พลังโจมตีเวทของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 127 หน่วยและยังมีโอกาสติดครีครอลสูงถึง 27%

นอกจากนี้การใช้สกิลคอมบัสชันซ้อนทับถึงห้าชั้น มันก็จะช่วยเพิ่มพลังโจมตีธาตุไฟขึ้นอีก 75 หน่วยทำให้การจู่โจมของลู่หยางแต่ละครั้งสามารถสร้างความเสียหายได้ประมาณ 200 หน่วย

ยิ่งไปกว่านั้นตามกฎของเซคคัลเวิลด์ เมื่อผู้เล่นอยู่ในโหมดอิสระและโจมตีเข้าใส่สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ การจู่โจมเข้าใส่ศีรษะของเป้าหมายมันก็จะช่วยเพิ่มอัตราการติดคริติคอลเพิ่มขึ้นอีก 50%

อย่างไรก็ตามการพยายามจู่โจมให้โดนศีรษะของเป้าหมายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะมอนสเตอร์จะเคลื่อนไหวร่างกายทุกครั้งที่พวกมันทำการโจมตี

แต่ลู่หยางไม่ใช่คนธรรมดาเพราะเขาคือผู้ที่กลับมาเกิดใหม่ โดยประสบการณ์การเล่นเกมมาแล้วกว่า 10 ปี และในช่วง 5 ปีสุดท้ายในชีวิตเขายังเป็นมือสังหารที่ใช้ปืนจู่โจมเข้าใส่หัวของเป้าหมายมาแล้วเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน การจู่โจมเข้าใส่หัวอันใหญ่โตของโอเกอร์สำหรับชายหนุ่มจึงเป็นเพียงแค่เรื่องง่าย ๆ

-400 (คริติคอล)

-400 (คริติคอล)

-400 (คริติคอล)

ความเสียหายคริติคอลเข้าปรากฏขึ้น 3 ครั้งติดต่อกัน แล้วมันก็ทำให้ความเสียหายของลู่หยางพุ่งขึ้นเหนือกว่าทุกคนในทีมทันที

เมื่อเซี่ยหยู่เว่ย, หลานอวี่และคนอื่น ๆ ได้เห็นลู่หยางเปิดหน้าจอแสดงผลการโจมตีในระหว่างการต่อสู้ พวกเธอก็รู้สึกว่าวิธีนี้ช่วยให้ทีมสามารถต่อสู้กับมอนสเตอร์ได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิม ทุกคนจึงเปิดหน้าจอเลียนแบบลู่หยางบ้าง แต่ความเสียหายที่อีกฝ่ายทำขึ้นมามันก็ทำให้พวกเขาอดที่จะจ้องมองไปยังชายหนุ่มผู้นำทีมของพวกเขาไม่ได้

“เขาใช้อุปกรณ์อะไรกันแน่ ทำไมอัตราคริติคอลของเขาถึงสูงขนาดนี้?” จางจื่อโป๋ถามอย่างไม่เข้าใจ

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่การที่เขามีอัตราคริติคอลสูงขนาดนี้แสดงว่าเขาจะต้องมีวิธีการพิเศษอะไรบางอย่างแน่ ๆ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

“คนคนนี้มีความลับเยอะจริง ๆ แต่ฉันรู้สึกได้เลยว่าการสู้บอสในครั้งนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมันดูง่ายดายกว่าเดิม” จางจื่อโป๋กล่าว

ระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุยกัน ชิงเฟิงที่ชนอยู่กับบอสก็ส่งเสียงตะโกนขึ้นมาอย่างฉับพลัน

“อย่าโจมตีแรงมาก ฉันจะดึงดูดความโกรธของมันเอาไว้ไม่ไหว!”

“ไอ้พวกบัดซบ ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด!” คลิฟตะโกน

ลู่หยางโจมตีพร้อมกับส่งเสียงตะโกนออกไปว่า

“ไม่ต้องห่วง มันไม่มีทางวิ่งมาหาพวกเราหรอก”

แม้การโจมตีของลู่หยางจะสร้างความโกรธจากบอสได้สูงมาก แต่คลิฟมีลักษณะพิเศษคือความหัวรั้น มันจึงไม่มีทางเปลี่ยนเป้าหมายเว้นแต่ว่าชิงเฟิงจะเสียชีวิตลง

-400 (คริติคอล)

-400 (คริติคอล)

-400 (คริติคอล)

ตัวเลขคริติคอลปรากฏติด ๆ กันสามครั้งอีกครั้งและในเวลาเพียงแค่ 20 วินาที ลู่หยางก็สร้างความเสียหายไปได้แล้วมากกว่า 2,400 หน่วย ซึ่งมันก็เกือบจะเท่ากับตัวเลขความเสียหายรวมของผู้เล่นทุกคนที่เหลือภายในทีม

ตอนแรกชิงเฟิงกังวลใจว่าบอสจะหลุดจากการดึงดูดของเขาไป แต่พอเขาได้เห็นลู่หยางจู่โจมอย่างบ้าคลั่งและไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาก็พูดขึ้นมาด้วยความโล่งใจว่า

“ที่แท้บอสตัวนี้มันก็สนใจแต่เป้าหมายแรกนี่เอง”

พวกจางจื่อโป๋ก็เริ่มผ่อนคลายด้วยเช่นกัน เพราะในตอนแรกทุกคนต่างก็กังวลว่าบอสจะเปลี่ยนเป้าหมาย แต่เมื่อพวกเขายืนยันได้แล้วว่าบอสไม่มีทีท่าจะเปลี่ยนเป้าหมายมาจู่โจมที่พวกเขาจริง ๆ ทุกคนจึงทำการปล่อยสกิลโจมตีออกมาอย่างเต็มที่

ระหว่างทำการโจมตีทุกคนต่างก็มีความคิดอยากจะขึ้นเป็นอันดับ 1 ในความเสียหายโดยรวมของทีม แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นความเสียหายที่ลู่หยางทำได้ มันก็ทำให้พวกเขาทำได้เพียงแต่ถอนหายใจออกมา

ตัวเลขความเสียหาย 400 หน่วยปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของบอสอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากเวลาผ่านพ้นไปครบ 1 นาที ลู่หยางก็สร้างความเสียหายไปแล้วมากกว่า 8,000 หน่วย ซึ่งมันเป็นค่าความเสียหายที่มากกว่าผลรวมของสมาชิกภายในทีมที่เหลืออีก 11 คน

ตอนนี้เซี่ยหยู่เว่ยได้สังเกตเห็นแล้วว่าทุกการโจมตีของลู่หยางต่างก็ล้วนแล้วแต่แม่นยำมาก และเมื่อลูกไฟปะทะเข้ากับศีรษะของบอส มันก็มักจะปรากฏตัวเลขคริติคอลขึ้นมาเสมอ

ตอนแรกทุกคนคิดว่าสาเหตุที่ลู่หยางสร้างความเสียหายได้สูงมากเป็นเพราะอุปกรณ์และสกิลที่ชายหนุ่มได้ครอบครองอยู่ แต่หลังจากการต่อสู้ผ่านพ้นไปเรื่อย ๆ ทักษะการต่อสู้ที่ลู่หยางได้แสดงออกมามันก็ทำให้ทุกคนต่างก็ยอมรับภายในใจ

“เขาทำได้ยังไงถึงยิงโดนหัวบอสทุกครั้งเลย?”

“ทำไมพวกเราถึงยิงโดนได้แต่ตัว?”

“เขาใช้โหมดอิสระ ที่เขายิงโดนหัวบอสเพราะว่าเขาเป็นคนเล็งเอง”

“มันเป็นไปได้ยังไง?! ทำไมเขาถึงยิงแม่นขนาดนั้น”

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่เขาต้องมีวิธีการอะไรสักอย่างแน่ ๆ”

เมื่อเสี่ยวเหลียงได้ยินบทสนทนาของผู้เล่นภายในทีม ใบหน้าของเด็กหนุ่มก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ โดยที่ภายในใจของเขากำลังคิดขึ้นมาว่า

“พวกนายยังไม่ได้เห็นการย่อคาถาของลูกพี่เลย รอพวกนายได้เห็นการย่อคาถาก่อนเถอะแล้วทุกคนจะรู้เองว่านักเวทตัวฉกาจแท้ที่จริงมันมีหน้าตาเป็นยังไง!”

จบบทที่ บทที่ 47 นักเวทตัวฉกาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว