เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 ฉันคือลู่หยาง

บทที่ 41 ฉันคือลู่หยาง

บทที่ 41 ฉันคือลู่หยาง


บทที่ 41 ฉันคือลู่หยาง

“อะไรนะ?! นายยังจะพาคนอื่นมาอีกงั้นเหรอ” เจิ้งหยวนพูดพร้อมกับเบิกตากว้าง

“มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ?” ลู่หยางถาม

“มันก็มีปัญหาน่ะสิ อุปกรณ์นักเวทพวกเราก็ให้นายไปจนหมดแล้ว ทำไมนายถึงยังจะพาคนมาเพิ่มอีก คิดว่าปาร์ตี้ของพวกเรากำลังรับใช้นายอยู่หรือไง” เจิ้งหยวนพูดพร้อมกับชี้หน้าลู่หยาง

“ใช่ ถ้าไม่ใช่คนสำคัญก็อย่าพามาเลย พวกเรามีกัน 24 คนแล้วไม่ว่าใครก็อยากจะเข้าดันเจียนไปด้วยกันทั้งนั้นแหละ”

“ถึงนายจะเป็นหัวหน้าปาร์ตี้แต่ก็ไม่ควรทำแบบนี้นะ พวกเราต้องการจะเข้าไปเพิ่มเลเวลด้วย”

สมาชิกคนอื่น ๆ ในปาร์ตี้ของเซี่ยหยู่เว่ยเริ่มแสดงความคิดเห็นออกมาในทันที ซึ่งคนเหล่านี้นั่นก็คือคนที่เจิ้งหยวนได้จ้างมา

“พวกคุณจะพูดกันเกินไปแล้วนะ!” ชิงเฟิงกล่าว เพราะว่าเขารู้ฐานะของลู่หยางเป็นอย่างดีและก็รู้ด้วยว่าฉือมู่อยากจะชวนชายคนนี้เข้ากิลด์มากแค่ไหน เมื่อเขาเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่เป็นใจ เขาจึงเริ่มออกหน้าปกป้องลู่หยางในทันที

อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ ลู่หยางก็ได้ตบไหล่ชิงเฟิงเอาไว้เสียก่อนเป็นเชิงบอกว่าเขายังไม่จำเป็นจะต้องพูดอะไรออกมา

ชิงเฟิงมองลู่หยางอย่างงุนงงและไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่ปล่อยให้เขาออกหน้าพูดต่อไป

“อาจารย์ ถ้าคุณต้องการคน หัวหน้าบอกผมไว้ว่าเขาพร้อมจะส่งปาร์ตี้ฝีมือดีของกิลด์มาช่วยคุณลงปาร์ตี้เมื่อไหร่ก็ได้ ทำไมคุณถึงจะต้องไปให้ความสนใจพวกเขาด้วย” ชิงเฟิงส่งข้อความหาลู่หยางเป็นการส่วนตัว เพราะเขายังไม่อยากเปิดเผยตัวตนว่าแท้จริงแล้วเขาคือรองหัวหน้ากิลด์ของฉือมู่

ความเป็นจริงลู่หยางก็ไม่ได้อยากจะพาพวกเจิ้งหยวนไปลงดันเจียนด้วยเหมือนกัน ซึ่งถ้าหากไม่ใช่เพราะหลานอวี่ ลู่หยางก็คงจะไปร่วมทีมกับปาร์ตี้ชั้นยอดของฉือมู่ไปแล้ว การทำแบบนั้นมันจะทำให้การลงดันเจียนง่ายกว่าเดิมมาก แต่เนื่องมาจากสิ่งที่หลานอวี่เคยช่วยเขาเอาไว้ในอดีต ชายหนุ่มจึงจำเป็นจะต้องอดทนเอาไว้ก่อน

“ไม่ต้องรีบร้อน รอดูสถานการณ์ไปก่อนก็แล้วกัน” ลู่หยางตอบชิงเฟิง ก่อนที่เขาจะหันไปมองหน้าเซี่ยหยู่เว่ยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

เซี่ยหยู่เว่ยรู้สึกอับอายขายขี้หน้า ก่อนที่เธอจะหันไปพูดกับเจิ้งหยวนด้วยความโกรธว่า

“เงียบปากไปซะ! อย่ามาทำตัวให้ฉันต้องขายขี้หน้าแบบนี้!!”

“ฉัน... ฉันทำอะไรผิดงั้นเหรอ?” เจิ้งหยวนพยายามโต้เถียง

“นี่ยังไม่รู้ตัวอีกงั้นเหรอ?!” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวด้วยแววตาอันเย็นชา

“โอเค ฉันยอมแล้วก็ได้” เจิ้งหยวนนิ่งเงียบไปโดยไม่กล้าจะก่อปัญหาขึ้นมาเพิ่มเติม

ท่าทีของอีกฝ่ายทำให้เซี่ยหยู่เว่ยผ่อนคลายลงได้บ้าง ก่อนที่เธอจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ และได้เห็นว่าลูกน้องที่เคยเห็นด้วยกับเจิ้งหยวนในก่อนหน้านี้ต่างก็รีบเงียบปากด้วยกันทั้งหมด

“ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปลู่หยางคือหัวหน้าปาร์ตี้ หากใครไม่ยอมฟังคำสั่งของเขาก็เทียบเท่ากับการไม่ยอมรับคำสั่งของฉัน!” เซี่ยหยู่เว่ยประกาศเสียงดัง

“ครับ พวกเราจะยอมทำตามคำสั่งของหัวหน้าปาร์ตี้” พวกจางจื่อโป๋ตอบรับ

“อือ” เจิ้งหยวนตอบรับขึ้นมาเบา ๆ แต่ทว่าก็ยังคงมีแอบบ่นพึมพำกับตัวเอง

“ดูซิว่าคนที่ไอ้หมอนี่พามาจะเป็นคนยังไง? ถ้ามันไม่มีฝีมือ ฉันไม่ยอมอยู่เฉย ๆ แน่”

เซี่ยหยู่เว่ยไม่อยากจะสนใจเจิ้งหยวนอีกแล้ว เธอจึงหันไปบอกกับลู่หยางว่า

“ฉันขอโทษด้วยที่ทำให้คุณต้องอับอายแบบนี้ เชิญเพื่อนคุณมาได้เลย ฝั่งพวกฉันไม่ได้มีปัญหาอะไร ถ้าหากเขาต้องการอุปกรณ์ทางฝั่งของเราก็ยินดีจะมอบให้กับเขาด้วยเหมือนกัน”

หลานอวี่รีบเดินมาข้างหน้าและพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มว่า

“อาจารย์ คุณไม่ได้โกรธใช่ไหม?”

“ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าเธอ ฉันก็คงจะไปตั้งนานแล้ว” ลู่หยางคิดในใจ แต่เขากลับพูดออกไปอีกอย่างหนึ่งว่า

“ไม่โกรธหรอก รอแป๊บนึงนะ ฉันขอตามเพื่อนมาก่อน”

ชายหนุ่มเปิดช่องสื่อสาร ก่อนที่จะทำการติดต่อไปหาเสี่ยวเหลียง

“ตอนนี้นายเลเวลเท่าไหร่แล้ว?”

“ผมเลเวล 8 แล้วครับ” เสี่ยวเหลียงตอบขณะมองไปยังฮาล์ฟออร์คที่ถูกฆ่าเกลื่อนพื้น

“แล้วเรื่องอุปกรณ์ล่ะ เป็นยังไงบ้าง?” ลู่หยางถาม

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกฮาล์ฟออร์คจะดรอปอุปกรณ์เลเวล 8 ลงมาด้วย ผมรวบรวมพวกมันได้ครบทั้งเซ็ตแล้ว น่าเสียดายที่พวกมันเป็นแค่อุปกรณ์ระดับหิน” เสี่ยวเหลียงตอบ

“บอกค่าสถานะของนายมาหน่อย” ลู่หยางถาม

“พลังชีวิต 576 พลังป้องกัน 109 หน่วยครับ” เสี่ยวเหลียงรายงาน

ลู่หยางคำนวณภายในใจและด้วยค่าสถานะที่เสี่ยวเหลียงมีประกอบกับสกิลชิลด์วอลล์ การรับมือกับบอสลับมันก็คงจะไม่มีปัญหา

“มาหาฉันที่นี่” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งพิกัดไปให้เสี่ยวเหลียง

“ได้ครับ” เสี่ยวเหลียงตอบพร้อมกับใช้คัมภีร์ย้อนกลับเดินทางไปยังเมืองเซนต์กอลล์ในทันที

จากจัตุรัสกลางเมืองมายังธนาคารทางฝั่งทิศตะวันออกใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น ในเวลาเพียงแค่ไม่นานลู่หยางจึงได้เห็นเสี่ยวเหลียงวิ่งมาในระยะไกล

“ลูกพี่ ผมมาแล้ว!!” เสี่ยวเหลียงตะโกนเสียงดัง

ลู่หยางยิ้มพร้อมกับโบกมือเรียก

อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเจิ้งหยวนได้ยินเสียงและท่าทางของเสี่ยวเหลียง พวกเขาก็สัมผัสได้ในทันทีว่าชายคนนี้เป็นคนไร้ฝีมือ โดยเหตุผลประการแรกคือยอดฝีมือจะไม่เรียกคนอื่นว่าลูกพี่ และเหตุผลประการที่ 2 คือยอดฝีมือจะไม่ใช้น้ำเสียงแบบนี้อย่างเด็ดขาด

“ที่แท้มันก็แค่ตัวถ่วงที่เอามาดูดค่าประสบการณ์กับเก็บอุปกรณ์เพิ่มเติมไปสินะ” เจิ้งหยวนพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

สมาชิกหลาย ๆ คนในปาร์ตี้เริ่มทำหน้าบึ้งขึ้นมาด้วยเช่นกัน ทำให้บรรยากาศเริ่มจะกลับมาอึดอัดอีกครั้งหนึ่ง

“อาจารย์ เพื่อนของคุณชื่ออะไรเหรอ?” หลานอวี่ถาม

มุมปากลู่หยางเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะถามด้วยน้ำเสียงเชิงหยอกล้อว่า

“เธอจะถามชื่อเขาไปทำไมเหรอ?”

เมื่อวานตอนที่ปาร์ตี้กำลังเก็บเลเวล หลานอวี่ได้ยินการวิเคราะห์ของจางจื่อโป๋เกี่ยวกับลู่หยางและเฮ่ยเจีย แน่นอนว่าหลานอวี่รู้จักลู่หยางดีอยู่แล้ว เพราะเขาคนนั้นก็คือนักเวทตรงหน้าของเธอนี่เอง เธอจึงคิดว่าคนที่อีกฝ่ายเรียกตัวมาจึงมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นเฮ่ยเจีย แต่เมื่อพิจารณาจากสีหน้าของชายหนุ่มแล้วมันก็ดูเหมือนกับว่าเธอจะเดาได้อย่างถูกต้อง

“อย่ามาแกล้งกันสิ” หลานอวี่กล่าวพร้อมกับจ้องมองชายหนุ่มด้วยดวงตาอันกลมโต

“ไหนใครแกล้ง?” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับยักไหล่

“ถ้าอย่างนั้นก็บอกชื่อเขามาสิ” หลานอวี่ยังคงถามอย่างไม่ลดละ

เซี่ยหยู่เว่ยแปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมหลานอวี่ถึงตั้งคำถามลู่หยางแบบนั้น เจิ้งหยวนกับจางจื่อโป๋ก็กำลังมองมาทางหญิงสาวอย่างสงสัยด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขารู้ดีว่าโดยปกติหลานอวี่ไม่ใช่คนที่ชอบยุ่มย่ามเรื่องของคนอื่นแบบนี้

ลู่หยางเห็นทุกคนที่กำลังมองมาเขาก็รู้ตัวแล้วว่าตอนนี้ไม่สามารถปิดบังความจริงได้อีกต่อไป อีกอย่างเขาก็ขี้เกียจจะแกล้งทำเป็นคนโง่แล้วและแอบคิดในใจว่าการแกล้งโง่ให้คนอื่นดูถูก มันไม่ใช่สิ่งที่ใคร ๆ จะทำกันได้ง่าย ๆ จริง ๆ

“ลูกพี่ ผมมาแล้ว!” เสี่ยวเหลียงกล่าวขณะมาหยุดอยู่ข้างลู่หยาง

ชายหนุ่มตบไหล่เสี่ยวเหลียงเบา ๆ พร้อมกับบอกว่า

“แนะนำตัวให้ทุกคนรู้จักหน่อยว่านายเป็นใคร? ชื่ออะไร?”

เสี่ยวเหลียงมองไปรอบ ๆ และได้พบว่ามันมีดวงตามากกว่า 20 คู่กำลังจ้องมองมาทางเขา ซึ่งเด็กหนุ่มไม่เคยได้รับความสนใจมากมายขนาดนี้มาก่อน เขาจึงเกาศีรษะด้วยความเขินอายและแนะนำตัวขึ้นมาเบา ๆ ว่า

“สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อเฮ่ยเจีย”

พวกเซี่ยหยู่เว่ยต่างก็อ้าปากค้างอย่างตกตะลึง โดยเฉพาะเจิ้งหยวนที่กำลังเบิกตากว้างโดยไม่อยากจะเชื่อ

“คุณคือเฮ่ยเจีย!?” เซี่ยหยู่เว่ยถามซ้ำ

“ใช่ครับ”

“เฮ่ยเจียที่อยู่อันดับ 2 ในกระดานจัดอันดับคนนั้นน่ะเหรอ?!” จางจื่อโป๋ถามย้ำอีกครั้ง

“ใช่ครับ” เสี่ยวเหลียงตอบโดยคิดว่าคนพวกนี้มีปฏิกิริยาแปลก ๆ

“พรืด!” ในที่สุดชิงเฟิงก็เก็บอาการไม่ไหวอีกต่อไป เขาจึงหัวเราะขึ้นมาจนตัวงอ แต่สายตาของเขาก็ยังคงจับจ้องมองไปยังลู่หยางด้วยความชื่นชม

หลานอวี่ใช้มือเล็ก ๆ ทุบไปยังหน้าอกของลู่หยางพร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

“คนขี้แกล้ง!”

ในที่สุดพวกเซี่ยหยู่เว่ยก็ตระหนักถึงบางอย่างได้ในทันที และพวกเธอก็หันมามองหน้าลู่หยางพร้อม ๆ กัน

“ถ้าเขาคือเฮ่ยเจีย ถ้าอย่างนั้นคุณก็คือ... ลู่หยาง?” เซี่ยหยู่เว่ยรู้สึกปากแห้งผากจนเหมือนกับจะพูดอะไรออกมาไม่ออก

“ใช่ ฉันคือลู่หยาง”

เปิดตัวสักทีพ่อคู๊ณณณณณณ เป็นเราไม่ร่วมตี้กับกลุ่มนี้ไปแล้ว หลายรอบละนะ!!

จบบทที่ บทที่ 41 ฉันคือลู่หยาง

คัดลอกลิงก์แล้ว