เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 ปาร์ตี้ชั่วคราว

บทที่ 40 ปาร์ตี้ชั่วคราว

บทที่ 40 ปาร์ตี้ชั่วคราว


บทที่ 40 ปาร์ตี้ชั่วคราว

ลู่หยางหัวเราะพลางพูดว่า “คู่มือดันเจียนเดทเคฟ? ฉันมีอยู่แล้ว แต่มีแค่คู่มือมันจะไปมีประโยชน์อะไร มันยังจำเป็นจะต้องมีนักเวทฝีมือดีสักคนด้วย พวกเธอพอจะมีไหมล่ะ?”

เซี่ยหยูเว่ย, จางจื่อโป๋และคนอื่น ๆ ส่ายหน้า เพราะพวกเขารู้ดีว่าคำว่า ‘ฝีมือดี’ ของลู่หยาง มันหมายถึงดีเข้าขั้นปรมาจารย์เลยทีเดียว

จู่ ๆ จางจื่อโป๋ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาจึงรีบพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเชิญชวนว่า

“พี่ชาย! ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วทำไมคุณไม่มาช่วยพวกเราสักหน่อยล่ะ? พวกเรายินดีจะจ่ายค่าตอบแทนให้ เชิญคุณคิดราคามาได้เลย”

เนื้อความที่ชายหนุ่มพูดเหมือนกับสิ่งที่เจิ้งหยวนพูดในก่อนหน้านี้ทุกประการ เพียงแต่น้ำเสียงของจางจื่อโป๋นุ่มนวลกว่ามากและมันยังเต็มไปด้วยความเคารพที่มีให้ต่อลู่หยางอีกด้วย

แววตาของหลานอวี่ฉายประกายแวววับ ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“ดีเลย! อาจารย์ คุณบอกเองใช่ไหมว่าเงื่อนไขในการผ่านบอสตัวแรกคืออะไร มันแสดงว่าคุณจะต้องรู้ข้อมูลของดันเจียนนี้แน่ ๆ คราวนี้มาช่วยพวกเราหน่อยเถอะนะถือว่าฉันขอร้อง”

“ยัยตัวแสบเอ๊ย” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

เซี่ยหยู่เว่ยก็คิดว่าการเชิญชวนลู่หยางมาเข้าร่วมปาร์ตี้ก็เป็นเรื่องที่ดีด้วยเช่นกัน เพราะหลังจากการพ่ายแพ้ให้กับบอสตัวแรกในดันเจียน 5 ครั้งติดต่อกันเมื่อคืนก่อน มันก็ทำให้เธอได้รู้แล้วว่าในตอนนี้ความสามารถของพวกเธอเพียงอย่างเดียวอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ทีมเคลียร์ดันเจียนสำเร็จได้

ถึงแม้พลังป้องกันของนักรบจะถึง 71 แต้มตามข้อกำหนด และสามารถผ่านบอสตัวแรกไปได้แล้ว แต่ภายในดันเจียนมันก็ไม่ได้มีบอสเพียงแค่ตัวเดียว การจะปล่อยให้สมาชิกภายในปาร์ตี้ตายซ้ำ ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องดีด้วยเช่นกัน หรือในเวลานั้นพวกเธอจะต้องอับจนหนทางแล้วค่อยให้หลานอวี่ไปขอร้องลู่หยางที่หลังงั้นเหรอ?

ในตอนนี้กิลด์ของฉือมู่ได้รางวัลเฟิร์สเคลียร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนกิลด์ขนาดใหญ่อื่น ๆ อย่างกิลด์ของฉงป้าต่างก็ล้วนแล้วแต่เคลียร์ดันเจียนไปได้ทั้งหมด หากเซี่ยหยู่เว่ยต้องการจะแข่งขันกับกิลด์ขนาดใหญ่เหล่านั้นต่อไป วิธีการที่ดีที่สุดคือการขยายดันเจียนให้ได้โดยไวเพื่อให้พวกเธอตามหลังกิลด์ใหญ่ไม่มากนัก

ลู่หยางมองไปที่จางจื่อโป๋ ก่อนจะหันมามองเซี่ยหยู่เว่ยและพูดว่า

“ฉันช่วยพวกเธอก็ได้ ส่วนเรื่องเงินไม่เป็นไรหรอก ถึงยังไงมันก็ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่ฉันแนะนำให้พวกเธออัดวิดีโอเอาไว้เพราะฉันจะให้คำแนะนำเพียงแค่ครั้งเดียว”

“ไม่ได้! ครั้งนี้ไม่ว่ายังไงเราก็ควรจะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้คุณ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวพร้อมกับส่ายหน้า

“ถ้าเธอยังดึงดันจะให้เงินฉันอีก อย่างนั้นฉันจะไม่ไปแล้วนะ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

เซี่ยหยู่เว่ยชะงักค้างไปเล็กน้อย เพราะเธอคิดไม่ถึงว่าลู่หยางจะมีอารมณ์ผันผวนถึงขนาดนี้ ซึ่งในระหว่างที่เธอไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี หลานอวี่ก็รีบพูดขึ้นมาว่า

“อาจารย์ ถ้าอย่างนั้นพวกเราให้สิทธิ์คุณเลือกอุปกรณ์ก่อนดีไหม? ถึงยังไงพวกเราก็ไม่อยากจะขอความช่วยเหลือจากคุณอยู่ฝ่ายเดียว”

ลู่หยางหันไปมองหน้าหลานอวี่ก่อนที่เขาจะพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม

“โอเค เงื่อนไขนี้ไม่มีปัญหา”

คำตอบรับของลู่หยางทำให้สมาชิกภายในทีมถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก นอกเหนือจากเจิ้งหยวนที่กำลังพูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ

“ไม่จำเป็นหรอก พวกเราสามารถผ่านดันเจียนนี้ไปเองได้”

ในบรรดาผู้ร่วมก่อตั้งเวิร์กช็อปทั้งเจ็ดคนมีเจิ้งหยวนเพียงคนเดียวที่เป็นนักเวท หากมอนสเตอร์ดรอปอุปกรณ์นักเวทลงมาอุปกรณ์ชิ้นนั้นมันก็สมควรจะเป็นของเขา แต่ตอนนี้ทุกคนตกลงจะมอบอุปกรณ์ของเขาให้กับลู่หยาง มันจึงทำให้เจิ้งหยวนเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาภายในใจ

เซี่ยหยู่เว่ยพอจะคาดเดาได้อยู่แล้วว่าเจิ้งหยวนจะเป็นแบบนี้ เธอจึงหันไปพูดกับลู่หยางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดว่า

“ขอเวลาหน่อยได้ไหม? ฉันขอคุยกับลูกทีมก่อน”

“ได้สิ ไม่มีปัญหา” ลู่หยางตอบอย่างไม่ใส่ใจ เพราะถึงยังไงเขาก็ต้องรอคนของฉือมู่เอาวัตถุดิบมาส่งให้กับเขาอยู่แล้ว

“ไม่นานหรอก ฉันขอ 5 นาทีก็พอ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวก่อนที่เธอจะพาเจิ้งหยวนและคนอื่น ๆ ไปยังสถานที่อันเงียบสงบ

“การที่เขาคนนี้มีอุปกรณ์ชั้นยอดหลายอย่างตั้งแต่ช่วงแรก มันก็มีโอกาสสูงมากที่เขาจะเป็นผู้เข้าร่วมทดสอบเบต้าเทส ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ผู้เข้าร่วมการทดสอบเบต้าเทส แต่การที่เขารู้เงื่อนไขขั้นต่ำสำหรับการผ่านบอสตัวแรกของดันเจียน มันก็แสดงว่าเขารู้ข้อมูลของดันเจียนนี้เป็นอย่างดี การให้เขาเป็นหัวหน้าปาร์ตี้มันย่อมดีกว่าที่พวกเราจะไปลองผิดลองถูกเอง” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

จางจื่อโป๋กับคนอื่น ๆ พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เนื่องจากตั้งแต่ตอนที่พวกเขาเห็นลู่หยางขายอุปกรณ์ระดับสูง ทุกคนต่างก็คิดแล้วว่าคนคนนี้มีโอกาสจะเป็นผู้เข้าร่วมทดสอบเกม เพราะถ้าหากเป็นผู้เล่นธรรมดามันก็ไม่น่าจะมีความเป็นไปได้ที่ลู่หยางจะโชคดีขนาดนี้

สมองของเจิ้งหยวนเข้าใจในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่เต็มใจที่จะให้ลู่หยางเข้าร่วมทีม

“ไม่ได้! ยังไงฉันก็ไม่ยอม”

เซี่ยหยู่เว่ยขมวดคิ้วและพูดว่า “เจิ้งหยวน ฉันคิดว่านายควรจะมีเหตุผลมากกว่านี้หน่อยนะ การให้ลู่หยางเข้าร่วมทีมจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเราทุกคน ถึงแม้เขาจะได้รับอุปกรณ์นักเวททั้งหมดที่ดรอปในดันเจียน แต่หลังจากนั้นพวกเราก็ช่วยนายฟาร์มอุปกรณ์กลับมาทีหลังได้ เอาเป็นว่าทุกคนตกลงกันตามนี้ หวังว่านายจะไม่ทำอะไรให้กระทบกับผลประโยชน์ของทีมอีก”

เมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธของเซี่ยหยู่เว่ย เจิ้งหยวนก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก แต่ถึงขนาดนั้นเขาก็ยังบ่นพึมพำขึ้นมาเบา ๆ

“ฉันจะรอดูซิว่ามันจะมีฝีมือมากขนาดไหน? ถ้ามันทำอะไรไม่ได้ตอนนั้นฉันเอามันคืนแน่”

เซี่ยหยู่เว่ยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม ก่อนที่เธอจะพาปาร์ตี้กลับมาที่หน้าธนาคารเพื่อหาลู่หยาง

ตอนนี้ลู่หยางได้พบกับชิงเฟิงแล้วและทั้งคู่ก็กำลังแลกเปลี่ยนไอเท็มกันภายในธนาคาร

“ทุกอย่างครบนะครับ” ชิงเฟิงพูดอย่างยินดี ซึ่งการแลกเปลี่ยนดาร์คสไปเดอร์ซิลค์กว่า 600 กองมันก็เป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากพอสมควร

“ขอบคุณมาก” ลู่หยางกล่าว

“ไม่เป็นไรครับ ความจริงแล้วเป็นพวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ หากคุณไม่ให้พวกเรายืมโล่มาก่อน บางทีพวกเราก็อาจจะไม่ได้รับรางวัลเฟิร์สเคลียร์ดันเจียน และได้รับผลประโยชน์กลับมาอย่างมากมายขนาดนี้” ชิงเฟิงกล่าวอย่างดีใจ

“ดูเหมือนว่าคราวนี้คุณจะได้ผลประโยชน์กลับมาไม่น้อยเลยสินะ” ลู่หยางกล่าว

“ฮ่า ๆ ๆ โชคดีที่ว่าในครั้งนี้อุปกรณ์ที่ดรอปลงมาในดันเจียนเกือบทั้งหมดเป็นของอาชีพนักรบพอดีน่ะครับ” ชิงเฟิงกล่าว

“ตอนนี้ค่าพลังป้องกันของคุณอยู่ที่เท่าไหร่แล้ว?” ลู่หยางถาม

“ประมาณ 102 หน่วยได้มั้งครับ” ชิงเฟิงตอบ

ลู่หยางทำการคิดคำนวณภายในใจ เพราะด้วยพลังป้องกันสูงขนาดนี้ การจะผ่านดันเจียนระดับเอ็กซ์เพิร์ทก็ไม่น่าจะมีปัญหา

ในตอนนั้นเองเซี่ยหยู่เว่ยก็เดินเข้ามาและพูดกับลู่หยางว่า

“พวกเราตกลงกันเรียบร้อยแล้ว สามารถเดินทางไปดันเจียนกันได้เลย”

“ดูเหมือนว่าคุณจะกำลังยุ่ง ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน” ชิงเฟิงขอตัวลา

เมื่อลู่หยางเห็นว่าชิงเฟิงกำลังจะจากไป เขาจึงพูดห้ามขึ้นมาก่อนว่า

“เดี๋ยวก่อน ยังไม่ต้องรีบร้อน ฉันขอคุยกับหัวหน้าของคุณก่อน”

ลู่หยางขอให้ชิงเฟิงกับพวกเซี่ยหยู่เว่ยรอก่อน จากนั้นเขาก็ปลีกตัวไปติดต่อหาฉือมู่

“น้องชายมีอะไรหรือเปล่า?” ฉือมู่กล่าวขณะกำลังยืนต้อนรับสมาชิกใหม่ภายในกิลด์ ท้ายที่สุดช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงแย่งชิงทรัพยากร หัวหน้ากิลด์อย่างเขาจึงจำเป็นจะต้องแสดงท่าทีเป็นมิตรกับลูกกิลด์ทุกคน

“ผมอยากจะขอความช่วยเหลือ คุณพอจะมีเวลาคุยหรือเปล่า?” ลู่หยางถาม

“ได้สิ ว่ามาเลย” ฉือมู่กล่าวเพราะเขาก็อยากจะตอบแทนลู่หยางอยู่พอดี

“ผมกำลังจะไปลงดันเจียนเลเวล 3 ผมขอยืมรองหัวหน้ากิลด์ของคุณสักพักหนึ่งได้ไหม?” ลู่หยางถาม

“ไม่มีปัญหา นายจะเอาคนอื่นด้วยอีกไหม? เดี๋ยวฉันส่งนักรบฝีมือดีภายในกิลด์ไปช่วยเพิ่มก็ได้นะ” ฉือมู่เสนอ

ลู่หยางมองไปที่เจิ้งหยวนในปาร์ตี้ของเซี่ยหยู่เว่ย ก่อนเขาจะพูดว่า

“ตอนนี้ยังไม่แน่ใจ ถ้าผมต้องการจริง ๆ เดี๋ยวผมจะติดต่อกลับไปอีกครั้งหนึ่ง”

หลังจากวางสายลู่หยางก็เดินมาพูดกับชิงเฟิงว่า

“ฉันตกลงกับหัวหน้ากิลด์ของคุณแล้วว่าจะขอยืมตัวคุณไปช่วยลงดันเจียนสักรอบหนึ่งหน่อย”

ชิงเฟิงก็ได้รับข้อความจากฉือมู่แล้วเช่นกัน เขาจึงตอบรับกลับไปอย่างยินดี

“ไม่มีปัญหาครับ”

ลู่หยางหันไปมองทางเซี่ยหยู่เว่ยเพื่อถามว่าทางฝั่งนั้นมีปัญหาอะไรหรือเปล่า

“ฝั่งเราโอเค พร้อมเริ่มจัดปาร์ตี้ได้ทุกเมื่อ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

“โอเค ถ้าอย่างนั้นฉันจะเริ่มสร้างปาร์ตี้ก่อน พอพวกเธอเข้าปาร์ตี้ให้บอกค่าสถานะของแต่ละคนมาโดยละเอียด อ่อเดี๋ยวฉันจะเรียกคนมาช่วยเพิ่มอีกคนหนึ่งนะ เท่านี้พวกเราก็น่าจะผ่านดันเจียนไปได้แล้ว”ลู่หยางกล่าว

จบบทที่ บทที่ 40 ปาร์ตี้ชั่วคราว

คัดลอกลิงก์แล้ว