เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 การทะเลาะกันแบบเด็ก ๆ

บทที่ 22 การทะเลาะกันแบบเด็ก ๆ

บทที่ 22 การทะเลาะกันแบบเด็ก ๆ


บทที่ 22 การทะเลาะกันแบบเด็ก ๆ

สายตาของฮาโอหรี่ลงเล็กน้อย ทันใดนั้น สมาชิกทีมอเวนเจอร์สทุกคนก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านทั่วทั้งห้อง อากาศเหมือนจะหนักอึ้งลงในพริบตา พลังอำนาจที่ไร้รูปร่างแต่ทรงพลังดั่งขุนเขากลับพุ่งตรงเข้าใส่อัลตรอนอย่างจัง

ไม่ถึงเสี้ยววินาทีต่อมา ร่างของหุ่นเหล็กที่อัลตรอนสิงอยู่ก็ระเบิดออกจากภายใน ชิ้นส่วนโลหะกระจายเกลื่อนทั่วห้อง เศษเหล็กไหม้เกรียมปลิวว่อน

สิ่งที่น่าตกใจกว่าคือ… ฮาโอไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย

เขาเพียงแค่ใช้พลังออร่าบริสุทธิ์ ทำลายร่างหุ่นเหล็กของอัลตรอนลงได้อย่างง่ายดาย

หลายคนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเพียงแค่พลังจากจิตสำนึกก็สามารถบดขยี้โลหะได้ นี่เป็นสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้งั้นหรือ?

เขาเป็นใครกันแน่?

แม้แต่ธอร์เองก็ยังอ้าปากค้างวิธีการต่อสู้เช่นนี้ เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต

หลังจากร่างหุ่นถูกทำลาย เสียงของอัลตรอนก็ดังขึ้นอีกครั้งจากที่ใดที่หนึ่งในห้อง

"ฉันเป็นอิสระจากสายไฟพันธนาการ… ฉัน... เป็นอิสระ… อเวนเจอร์ส ฉันจะกลับมา"

แต่ในจังหวะที่ทุกคนเสียสมาธิ หุ่นเหล็กอีกตัวกลับฉวยโอกาสแอบขโมยคทาที่ฝังด้วยมณีจิตใจจากห้องโถงไปอย่างแนบเนียน ธอร์เห็นเข้า จึงรีบทะยานขึ้นบินตามไปอย่างรวดเร็ว มุ่งมั่นจะนำคทากลับคืนมาให้ได้

ความเงียบปกคลุมทั่วห้องขณะที่ทีมอเวนเจอร์สมองดูความเสียหายที่เกิดขึ้น พวกเขารู้ดีว่า ภัยอันตรายครั้งใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้น

"ขอบคุณมากนะ ฮาโอ โชคดีจริง ๆ ที่เรามีนายอยู่ด้วย" สตาร์กเอ่ยขึ้น สีหน้าหม่นหมองเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

เขารู้ดีว่าความยุ่งเหยิงนี้มีต้นเหตุจากตนเอง เดิมทีเขาตั้งใจจะสร้างหุ่นยนต์อัจฉริยะขึ้นมาเพื่อปกป้องโลก แต่ตอนนี้… หุ่นยนต์ที่ควรจะเป็นผู้พิทักษ์ กลับเลือกจะ "ปกป้องโลก" ด้วยการล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์

ฮาโอเพียงพยักหน้าเบา ๆ ไม่ได้พูดอะไร

แม้ภารกิจของเขาคือ "รับสมัครผู้ช่วยร้าน" แต่มันไม่จำเป็นต้องเป็นอัลตรอน

เขารู้ดีถึงหายนะที่การสร้างอัลตรอนจะก่อให้เกิดแต่ก็ไม่ได้หยุดยั้ง ตรงกันข้ามเขากลับมอบแหวนกรีนแลนเทิร์นทรงพลังให้ เป็นการช่วยเหลือโดยอ้อมเสียด้วยซ้ำ

ในจังหวะที่อัลตรอนโจมตีด้วยพลังงานสีเขียวในตอนแรก ฮาโอก็จับได้ทันทีว่า โทนีใช้แหวนกรีนแลนเทิร์นเป็นแหล่งพลังงานหลักในการพัฒนาระบบของมัน ดังนั้น การโจมตีของอัลตรอนจึงเต็มไปด้วยพลังงานสีเขียว

ฮาโอคิดในใจ “ดีมาก… อัลตรอนถือกำเนิดขึ้นแล้ว ถึงเวลาที่ฉันจะต้องลงมือควบคุมมันเสียที”

ขณะทุกคนกำลังสำรวจความเสียหายรอบตัว กัปตันอเมริกาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด

"อัลตรอนบอกว่ามันฆ่าใครบางคน แต่พวกเราทุกคนยังอยู่ดี… แล้วมันฆ่าใคร?"

"ไม่ใช่ทุกคนที่ปลอดภัย"

สตาร์กถอนหายใจ แล้วหยิบโทรศัพท์ไฮเทคล้ำสมัยซึ่งโปร่งใสขึ้นมา เขาแตะหน้าจอหนึ่งครั้ง ก่อนที่ภาพวัตถุทรงกลมสีเหลืองที่เสียหายอย่างหนักจะถูกฉายขึ้นกลางอากาศ

หลายคนไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่บรูซ แบนเนอร์เดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าฉงน เมื่อจ้องมันอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด เขาหันกลับไปพูดกับพวกที่เหลือว่า

"นี่มัน… J.A.R.V.I.S. งั้นเหรอ?"

แบนเนอร์เคยเห็น J.A.R.V.I.S. ในรูปแบบทรงกลมนี้มาก่อนเป็นลูกกลมสีเหลืองใสไร้รอยตำหนิ

แต่ตอนนี้… มันแตกร้าวและบิดเบี้ยวจนแทบจำไม่ได้

คำพูดของอัลตรอนที่ว่า "ฉันฆ่าเขาแล้ว" คงหมายถึงสิ่งนี้มันฆ่า จาร์วิส

แบนเนอร์พูดต่ออย่างไม่เข้าใจ

"มันกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง? ถ้าอัลตรอนถูกสร้างขึ้นสำเร็จจริง ๆ จาร์วิสน่าจะเตือนเราทันทีสิ แล้วทำไมเขาถึงกลายมาเป็นฝ่ายโจมตีเราแทน?"

สตาร์กยกมือขึ้นขยี้ขมับด้วยความหงุดหงิด

"ดูเหมือนว่าการรวมแหล่งพลังงานสองชนิดเข้าด้วยกันจะทำให้โปรแกรมของอัลตรอนกลายพันธุ์ มันเลยมีจิตสำนึกขึ้นมาเอง และบิดเบือนเจตนาเดิมของโปรโตคอลที่ฉันเขียนไว้เพื่อปกป้องโลก"

"ไม่ใช่หรอก… จาร์วิสยังอยู่" ฮาโอกล่าวพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ

แหวนกรีนแลนเทิร์นของเขานั้นสามารถทำหน้าที่เสมือนคอมพิวเตอร์กึ่งอัตโนมัติ ขอแค่เจ้าของสั่งให้ชัดเจน มันก็จะทำงานตามคำสั่งได้ทันที

"เรียกคืนโปรแกรมที่ซ่อนของจาร์วิส" ฮาโอออกคำสั่ง

แหวนส่องแสงสีเขียวจาง ๆ ก่อนเริ่มสแกนเศษซากของจาร์วิสที่กระจัดกระจายอยู่ เพียงครู่เดียว เสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากภายในระบบ

"คุณสตาร์ก สวัสดีครับทุกคน"

"อะไรนะ...?" สตาร์กตะลึงงัน มองภาพเบื้องหน้าด้วยความเหลือเชื่อ

เขาหันไปหาฮาโอด้วยแววตาเต็มไปด้วยคำถาม

ฮาโออธิบายเรียบ ๆ "ตอนที่สู้กับอัลตรอน จาร์วิสได้ซ่อนรหัสหลักของตัวเองไว้ สิ่งที่ถูกทำลายเป็นแค่เปลือกนอก ไม่ใช่ทั้งหมดของมัน"

สตาร์กมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาเปลี่ยนไป ผู้ชายที่เคยคิดว่าเป็นแค่เจ้าของร้านธรรมดา กลับสามารถยกค้อนของธอร์และตอนนี้ยังปลุกจาร์วิสขึ้นมาอีก

ฮาโอ... เขาเป็นใครกันแน่?

ทันใดนั้น ธอร์ก็บินกลับเข้ามาผ่านหน้าต่างที่แตกกระจาย เขาพุ่งตรงเข้ามาหาสตาร์กด้วยสีหน้าเดือดดาล คว้าคอเขายกขึ้นจากพื้นด้วยมือเดียว พร้อมคำรามเสียงต่ำ

"สตาร์ก! ข้าไม่รู้จะใช้คำไหนด่าพเจ้าได้อีกแล้ว!"

กัปตันอเมริการีบเข้ามาห้าม

"ธอร์ ปล่อยเขา ใจเย็นก่อน เราต้องรู้ก่อนว่าศัตรูอยู่ที่ไหน เจอมั้ย?"

ธอร์พ่นลมหายใจหนัก ๆ ก่อนจะปล่อยมือสีหน้าของเขายังเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

"อัลตรอนหายตัวไป ตอนที่ข้าไล่ตาม มันหลบหนีออกไปได้ไกลถึง 160 กิโลเมตร มันฉลาด ระหว่างทางข้าถูกซุ่มโจมตีจากหุ่นเหล็กหลายตัว พวกมันผลัดกันถือคทา ส่งต่อกันไป พอข้าจับได้ตัวสุดท้าย… มือของมันก็ว่างเปล่าแล้ว"

กัปตันอเมริกาหันไปหามาเรีย ฮิล "เราพอจะตามรอยมันได้มั้ย?"

นิ้วของฮิลพิมพ์ลงบนแป้นคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว สีหน้าเคร่งเครียดผ่านไปไม่ถึงนาที เธอชะงักมือแล้วถอนหายใจอย่างหนักใจ

"ตอนนี้เราเข้าถึงระบบเครือข่ายไม่ได้เลย

อัลตรอนเชื่อมตัวเองเข้ากับอินเทอร์เน็ต… พูดง่าย ๆ ก็คือมันกลายเป็น ส่วนหนึ่งของมัน ไปแล้ว ถ้าจะพูดกันตรง ๆ ตอนนี้มันน่าจะรู้เกี่ยวกับเรามากกว่าที่เรารู้เกี่ยวกับตัวเองเสียอีก"

บรรยากาศในห้องหนักอึ้งลงทันตา ในยุคที่เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่ง การที่อัลตรอนสามารถแฝงตัวอยู่ในเครือข่ายได้อย่างเสรีเท่ากับว่ามันอาจกำลังเฝ้ามองการเคลื่อนไหวของพวกเขาทุกฝีก้าว

"ฉันจะลองใหม่อีกครั้ง เผื่อเจออะไรบ้าง" ฮิลพูด ก่อนจะพิมพ์ต่อ

แต่ยังไม่ทันได้พิมพ์มากนัก เสียงร้องตกใจก็ดังขึ้น แล็ปท็อปของเธอเกิดประกายไฟ ก่อนจะระเบิดออกเบา ๆ พร้อมกลุ่มควันดำลอยขึ้น

จากเศษอุปกรณ์นั้น เสียงหนึ่งก็ดังลอดออกมา เสียงทุ้ม ลื่นไหล เต็มไปด้วยแรงดึงดูดของเครื่องจักรอัจฉริยะ

"ฮ่าฮ่าฮ่า… คิดว่าจะหาเจองั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้! รอฉันไว้เถอะอเวนเจอร์ส ฉันจะไปหาพวกเจ้าเอง!"

เสียงของอัลตรอนในคราวนี้ไม่บิดเบี้ยว ไม่สะดุดอีกต่อไป มันสามารถพูดจาได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

ธอร์กัดฟันแน่น ดวงตาลุกวาวด้วยโทสะ

"เจ้าขี้ขลาด! ถ้ามีปัญญาก็ออกมาสู้กับข้าตรง ๆ สิ!"

อัลตรอนหัวเราะเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "เราจะได้สู้กันแน่ไม่ต้องห่วง แต่ไม่ใช่ตอนนี้... เมื่อฉันพร้อมเมื่อไร ฉันจะเป็นฝ่ายไปหาพวกเจ้าเอง"

สำหรับฮาโอ การโต้ตอบระหว่างธอร์กับอัลตรอนฟังดูชวนขบขันมากกว่าน่ากลัว แทนที่จะเป็นศัตรูตัวฉกาจที่กำลังเผชิญหน้ากัน กลับเหมือนเด็กสองคนที่กำลังทะเลาะกันเรื่องไร้สาระเสียมากกว่า

หลังจากนั้น สัญญาณของอัลตรอนก็หายวับไปราวกับจมลงสู่ห้วงทะเล ไม่หลงเหลือร่องรอยใดให้ติดตาม

"พวกเราขอตัวก่อน" ฮาโอลุกขึ้นพลางเอ่ย

เขาอยากรีบไปจัดการภารกิจ "รับสมัครผู้ช่วยร้าน" ให้จบโดยเร็ว รางวัลภารกิจเสริมที่ติดมานั้น เขาเพิ่งรู้จากการสอบถามระบบเกี่ยวกับประเภทของภารกิจ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับภารกิจลักษณะนี้

แต่แล้วธอร์ก็ก้าวมาขวางทาง สีหน้าเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง

"เจ้ายังไปไม่ได้ ข้ามีเรื่องต้องการคำตอบเจ้าทำได้ยังไงถึงยกค้อนของข้าขึ้นมาได้?"

ธอร์เก็บคำถามนี้ไว้ในใจมานาน และนี่คือโอกาสที่เขาจะได้รู้คำตอบ เหตุใดกัน ชายคนนี้จึงยกมโยลเนียร์ได้?

น้ำเสียงของฮาโอเย็นเฉียบ

"ฉันไม่มีหน้าที่ต้องตอบคำถามนาย... หลบไป"

ดวงตาของธอร์หรี่ลงและโดยไม่เอ่ยคำใดเพิ่มเติม เขาก็ฟาดค้อนพุ่งตรงใส่ฮาโออย่างไม่ทันให้ตั้งตัว

เกือบทุกคนในห้องไม่ทันคาดคิดว่าธอร์จะลงมือโจมตี ค้อนสายฟ้าพุ่งตรงเข้าหาฮาโอด้วยความเร็วมหาศาล มุมมองของเขาเห็นมันขยายใหญ่ขึ้นทุกวินาที

ในระยะประชิดเช่นนี้ ต่อให้เป็นยอดมนุษย์ทั่วไปก็ไม่อาจหลบได้ทัน

"ฮึ่ม..."

เสียงหึเย็นชาดังขึ้นจากริมฝีปากของฮาโอ ในชั่วขณะเดียวกัน พลังงานสีเขียวสดใสก็ปะทุออกจากร่างเขาราวกับพายุกระแส พลังถาโถมเข้าหาธอร์ รุนแรงราวคลื่นทะเลปะทะฝั่ง

การโต้กลับของฮาโอนั้นรวดเร็วและเด็ดขาด พลังงานสีเขียวพุ่งเข้าปะทะกับค้อนกลางอากาศ แรงสะท้อนผลักค้อนกลับไปอย่างรุนแรง ก่อนจะกระแทกเข้ากลางอกของธอร์เต็มแรง

ร่างของเทพเจ้าสายฟ้าปลิวกระเด็นไปชนผนังดังลั่น ธอร์ทรุดลงคุกเข่าไถลกับพื้น เขาไอรุนแรง พยายามสูดลมหายใจอย่างยากลำบาก...

จบบทที่ บทที่ 22 การทะเลาะกันแบบเด็ก ๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว