- หน้าแรก
- ฉัน..ไม่ได้ตั้งใจจะครองโลกเวทมนตร์
- บทที่ 33: ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง
บทที่ 33: ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง
บทที่ 33: ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง
บทที่ 33: ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง
"เซเวอรัส ฉันคิดว่าที่แอรีแอนนาพูดนั้นไม่ผิดเลย ศาสตราจารย์ของฮอกวอตส์ควรจะก้าวให้ทันยุคสมัยจริงๆ เราจะทำตัวสูงส่งและควบคุมนักเรียนตามอำเภอใจเพียงเพราะเราเป็นศาสตราจารย์ไม่ได้"
คำพูดก่อนหน้านี้ของแอรีแอนนาได้ให้แรงบันดาลใจแก่เขาไม่น้อย
สเนปรู้สึกว่าข้อกล่าวหาของดัมเบิลดอร์ที่มีต่อเขานั้นไม่มีจุดยืนโดยสิ้นเชิง ท่านลืมไปแล้วหรือว่าในอดีตท่านเคยควบคุมตนเองอย่างไร และปกปิดเรื่องที่ลูปินเป็นมนุษย์หมาป่าอย่างไร?
เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน "นั่นก็เพราะเป็นวิธีที่ข้าเรียนรู้มาจากศาสตราจารย์ของข้า ข้าก็เลยใช้วิธีนี้ตามธรรมชาติ"
แน่นอนว่าดัมเบิลดอร์รู้ดีว่าสเนปยังคงฝังใจกับเรื่องในอดีต เขาก็ยอมรับว่าการจัดการในครั้งนั้นไม่ยุติธรรมกับสเนปอย่างมาก
แต่หลังจากที่เรื่องถูกเปิดโปงออกมา ลูปินก็จะสูญเสียโอกาสทางการศึกษาไป ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงทำให้สเนปต้องน้อยใจ
ดัมเบิลดอร์เมินเฉยต่อคำพูดที่มีความหมายแฝงของสเนป เขาพูดอย่างเลี่ยงประเด็นสำคัญว่า "เหมือนกับที่แอรีแอนนาพูด ไม่ว่าจะเป็นคำสาปสะกดใจหรือศาสตร์มืดอื่นๆ เธอเรียนรู้มัน แต่ก็ไม่ได้นำไปใช้ทำเรื่องเลวร้าย"
"ก่อนหน้านั้นเราไม่สามารถไปควบคุมดูแลเธอได้ นี่ก็เหมือนกับหลักการที่ว่า ยังไม่ได้ก่ออาชญากรรม เป็นเพียงแค่มีความคิดเช่นนั้น แต่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ผู้รักษากฎหมายก็เลยจับคนไปขังคุกไว้ล่วงหน้า"
หากในอดีตเขาไม่ได้ปฏิบัติต่อทอมอย่างแข็งกร้าวเกินไป บางทีสงครามโลกเวทมนตร์ครั้งที่สองก็อาจจะไม่เกิดขึ้น
สเนปทำสีหน้าเย้ยหยัน แล้วพูดอย่างจริงจัง "นางมีแนวโน้มที่จะก่ออาชญากรรมแล้ว ก็ควรจะจับนางไปขังคุกได้แล้ว"
เมื่อได้ยินคำพูดของสเนป แน่นอนว่าแอรีแอนนาไม่สามารถนิ่งเฉยต่อไปได้
"โลกเวทมนตร์หนูไม่ทราบนะคะ แต่ในโลกธรรมดา อย่างน้อยในแต่ละวันมีคนอังกฤษ 1 ใน 3 ที่อยากจะไปลอบสังหารนายกรัฐมนตรี ทำไมตำรวจอังกฤษถึงไม่จับพวกเขาไปขังคุกกันล่ะคะ?" เธอถามกลับ
ในช่วงเวลานี้เศรษฐกิจของอังกฤษย่ำแย่มากจริงๆ
ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์และสเนปต่างก็เข้าใจความหมายของแอรีแอนนาดี นั่นเป็นเพราะคนเหล่านั้นไม่มีความสามารถ
การพูดว่าจะไปลอบสังหารนายกรัฐมนตรีเป็นเพียงการระบายความไม่พอใจในใจเท่านั้น แต่ไม่มีความสามารถที่จะทำได้จริง พูดง่ายๆ ก็คือแค่คุยโวโอ้อวด
ความแตกต่างระหว่างแอรีแอนนากับชาวอังกฤษที่คุยโวเหล่านั้น มีเพียงแค่เรื่องความสามารถและไม่มีความสามารถเท่านั้น
หลังจากที่แอรีแอนนากับเดรโกออกจากห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ในครั้งที่แล้ว ดัมเบิลดอร์ก็ได้พูดกับสเนปเรื่องการเปลี่ยนแปลงวิธีการสอน
ไม่ผิดไปจากที่เขาคาดไว้ เขาก็ยังคงถูกสเนปตะคอกกลับมาเหมือนเช่นเคย
แต่เขาก็ได้ยินมาว่าเมื่อเช้านี้ ตอนที่สเนปสอนพวกกริฟฟินดอร์ เขาไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนเมื่อก่อน อย่างน้อยก็ไม่ได้หักคะแนนอย่างมั่วซั่ว
จะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้วสเนปก็ตระหนักถึงปัญหาของตัวเองแล้ว เพียงแต่ติดที่หน้าตา เลยไม่ยอมรับด้วยวาจาเท่านั้นเอง
"บ้าจริง พ่อมดขาวที่เก่งที่สุดในโลกเวทมนตร์ กลับมาเชื่อฟังเจ้าโทรลล์โง่ตัวน้อย" สเนปรู้สึกโกรธอย่างมาก
แต่ดัมเบิลดอร์ได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เขากล่าวอย่างมั่นคง "แอรีแอนนาได้เตือนพวกเราแล้วว่า หากมีเหตุผล ความคิดเห็นของใครเธอก็พร้อมที่จะรับฟัง"
"ในเมื่อนางมีผู้ปกครองในโลกเวทมนตร์แล้ว ดูท่าว่าคงไม่จำเป็นต้องให้ข้าในฐานะอาจารย์ประจำบ้านสลิธีรินมาจัดการเรื่องยุ่งยากพวกนี้ของนาง" สเนปพูดจบก็หันหลังเดินออกจากห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ไป
ดัมเบิลดอร์ก็ไม่ได้สนใจเพื่อนร่วมงานที่กำลังโมโห เขาหันสายตากลับมาที่ใบหน้าของแอรีแอนนา แล้วพูดถึงผลการลงโทษของเขาต่อ
"นอกจากบทลงโทษสองข้อข้างต้นแล้ว ยังมีเรื่องที่วันนี้เธอเป็นหัวโจกในการต่อสู้โดยใช้อาวุธกับพวกกริฟฟินดอร์ในวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด"
ยังไม่ทันที่ดัมเบิลดอร์จะพูดจบ แอรีแอนนาก็รีบแทรกขึ้นมา "แต่ไม่ใช่หนูที่เป็นหัวโจกนะคะ แต่เป็นรอน วีสลีย์คนนั้นต่างหากที่แสดงความไม่พอใจแทนศาสตราจารย์ควีเรลล์"
"เขารวบรวมพวกกริฟฟินดอร์ยี่สิบกว่าคน ตั้งใจจะรุมสั่งสอนหนู หนูแค่ป้องกันตัวเองค่ะ"
เนื่องจากเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ดัมเบิลดอร์ยังไม่ได้ไปสอบสวนสถานการณ์ พอได้ยินว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับควีเรลล์ด้วย หัวใจของเขาก็แขวนอยู่บนเส้นด้ายทันที
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลที่เงียบอยู่ในห้องทำงานมาครึ่งค่อนวันในที่สุดก็เอ่ยปากขึ้น
"ดิฉันไปสอบสวนสถานการณ์มาแล้วค่ะ ต้นเหตุเกิดจากที่คุณวีสลีย์กับคุณพอตเตอร์ได้ยินศาสตราจารย์ควีเรลล์ร้องไห้ในห้องน้ำแล้วพูดว่าไม่อยากออกจากฮอกวอตส์ จากนั้นพวกเขาก็เลยเข้าใจผิดว่าคุณคอลลินไปร้องเรียนเรื่องศาสตราจารย์ควีเรลล์กับท่าน"
ดัมเบิลดอร์ได้ยินดังนั้นก็ถึงบางอ้อ
"ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้นความรับผิดชอบหลักของการต่อสู้ครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ความผิดของแอรีแอนนาจริงๆ เราจะทำผิดพลาดโดยใช้อคติส่วนตัวตัดสินอีกไม่ได้แล้ว เพียงเพราะเห็นว่าเธอแข็งแกร่งกว่า ก็เลยคิดว่าเป็นความผิดของเธอ"
หลังจากชั่งน้ำหนักอยู่ครู่หนึ่ง ดัมเบิลดอร์ก็พูดกับแอรีแอนนาว่า "ผลการลงโทษของการต่อสู้ครั้งนี้ พวกเราจะปรึกษากับศาสตราจารย์ท่านอื่นอีกครั้ง แล้วจะประกาศในอีกไม่กี่วันข้างหน้า"
แอรีแอนนาที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับคะแนนบ้านอยู่แล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าบทลงโทษสองข้อก่อนหน้านี้หนักหนาอะไร
อีกอย่าง การต่อสู้เป็นกลุ่มในห้องเรียน เธอก็ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบหลัก อย่างมากก็คงแค่ถูกหักคะแนนเท่านั้น เธอจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
สิ่งที่แอรีแอนนาใส่ใจมาโดยตลอดคือเรื่องการเชิญผู้ปกครอง
"ในเมื่อหนูยอมรับการลงโทษแล้ว งั้นเรื่องผู้ปกครอง ก็ไม่ต้องเชิญแล้วใช่ไหมคะ?"