เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 78 พัฒนาการของไป๋ลู่ฮั่น

บทที่ 78 พัฒนาการของไป๋ลู่ฮั่น

บทที่ 78 พัฒนาการของไป๋ลู่ฮั่น


สองสิงห์/ผู้แปล

เช้าวันรุ่งขึ้น หวังเย่และคนอื่นๆ นั่งล้อมวงรับประทานอาหารเช้า

หวังเย่หยิบซาลาเปาขึ้นมาหนึ่งลูก แล้วกัดเข้าไปอย่างคนไม่มีแรง

ไม่ใช่ว่าหวังเย่ยังไม่ตื่นดี แต่เป็นเพราะในโรงเตี๊ยมมีเทพสืบที่ช่างสังเกตมาพักอยู่

ต่อไปเขาจึงต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ

"เถ้าแก่..."

เห็นหวังเย่กัดซาลาเปาอย่างไม่มีแรง ไป๋ลู่ฮั่นที่อยู่ข้างๆ ก็กล่าวว่า

"ท่านเป็นอะไรไป? เมื่อคืนถูกคนขังไว้ข้างนอกอีกแล้วหรือ?"

ได้ยินคำพูดของไป๋ลู่ฮั่น อาจี๋ที่อยู่ข้างๆ ก็พูดว่า

"ไม่ใช่ เมื่อคืนเขาไม่ได้ถูกขังไว้ข้างนอก..."

"น่าจะเป็นเพราะเมื่อคืนท่านเทพสืบเข้ามาพักน่ะ!"

พูดพลาง อาจี๋ก็ตักโจ๊กใส่ปากหนึ่งคำแล้วพูดว่า

"เฮ้ย เถ้าแก่ขี้งก ข้าไม่เข้าใจจริงๆ!"

"ท่านเทพสืบวรยุทธ์สูงส่ง ช่างสังเกต มีเขาอยู่ในโรงเตี๊ยมก็ปลอดภัยกว่าปกติตั้งหลายส่วน"

"แต่ดูท่านสิ ท่าทางเหมือนคนจะตายไม่ตายแบบนี้ คนที่ไม่รู้คงคิดว่ามีใครเป็นหนี้ท่านสองร้อยตำลึงเลย!"

"เฮ้ย ไอ้ลูกหมาตัวนี้!"

ได้ยินคำพูดของอาจี๋ หวังเย่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เฉินชงที่อยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นมา

"อาจี๋ เจ้าเด็กนี่รู้อะไร เทพสืบจะเก่งกาจแค่ไหนก็เป็นคนของทางการ"

"คนของทางการมาพักที่โรงเตี๊ยมของเจ้า เจ้าจะรู้สึกสบายได้หรือ?"

พูดพลาง เฉินชงก็คีบผักดองคำหนึ่ง

"เฮ้ย เฉินชง เจ้านี่ก็เหมือนกัน!"

ได้ยินคำพูดของเฉินชง อาจี๋ก็พูดว่า

"เมื่อคืนท่านเทพสืบก็แค่ล้อเจ้าเล่นว่าฝีมือการหั่นของเจ้าดี หากเอาไปฆ่าคนก็น่ากลัวยิ่ง "

"ไม่นึกว่าเจ้ายังเก็บไว้ในใจ เจ้าตัวใหญ่ยักษ์ กลับใจน้อยอย่างนี้!"

"ท่านเทพสืบมาแล้วหรือ!?"

ตอนนี้ได้ยินคำพูดของอาจี๋ ไป๋ลู่ฮั่นก็เพิ่งรู้สึกตัว นึกขึ้นได้ถามต่อ

"แถมยังพักที่โรงเตี๊ยมของพวกเราด้วย?"

"พูดถึงเรื่องนี้ ข้านึกขึ้นได้แล้ว!" ได้ยินคำพูดของไป๋ลู่ฮั่น หวังเย่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้

"เมื่อคืนตอนกินข้าวก็ไม่เห็นเจ้าเด็กหญิงหัวแดงนี่ ภายหลังมีเสียงดังตึงตังใหญ่โตก็ไม่เห็นเจ้าออกมาดู"

"พูดมาสิ เมื่อคืนเจ้าไปทำอะไรมา?"

เมื่อคืนทุกคนในโรงเตี๊ยมล้วนออกมาดูเทพสืบปะทะอวิ๋นถิง แต่กลับไม่เห็นร่างของไป๋ลู่ฮั่นเด็กหญิงผู้นี้

ดังนั้น หวังเย่จึงเอ่ยถามเช่นนี้

"ในที่สุดท่านก็นึกถึงข้าเสียที!"

ได้ยินดังนั้น ไป๋ลู่ฮั่นก็กลอกตา แล้วพูดว่า

"เมื่อคืนข้าฝึกวรยุทธ์อยู่ในห้อง แต่กลับรู้สึกว่ากระแสพลังสองสายในตันเถียนปั่นป่วนควบคุมไม่อยู่

จึงอยู่ในห้องเพื่อระบายกระแสพลังสองสายนี้ ไม่ได้มากินข้าว..."

ตันเถียนมีกระแสพลังร้อนปั่นป่วน?

คำพูดนี้ทำให้หวังเย่สะกิดใจเล็กน้อย

ตามที่ไป๋ลู่ฮั่นพูด นี่น่าจะเป็นความรู้สึกที่พลังภายในในตันเถียนเต็มเปี่ยม หยินหยางมาบรรจบกัน และค่อยๆ กลั่นตัว

เมื่อมีความรู้สึกเช่นนี้ แสดงว่าวิชาฝึกพลังภายในได้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นแล้ว

แต่เด็กหญิงผู้นี้ฝึกพลังภายในมาได้นานเท่าไรกัน ถึงได้มาถึงขั้นนี้แล้ว!

หรือว่า วิชาที่นางฝึกไม่ธรรมดา?

"กระแสพลังสองสายปั่นป่วน?"

ขณะที่หวังเย่กำลังครุ่นคิด อาจี๋ที่อยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้น

"นั่นคือหยินหยางมาบรรจบกัน เป็นสัญญาณของการก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น เป็นเรื่องดี!"

"แต่มันไม่ถูกนะ!"

พูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของอาจี๋ก็เปลี่ยนไป เขาพูดว่า

"เจ้าเพิ่งเริ่มให้ความสำคัญกับการฝึกพลังภายในมาได้ไม่นาน แล้วเหตุใดถึงเริ่มมีหยินหยางมาบรรจบกันแล้ว?"

"เจ้าฝึกพลังภายในอะไร?"

"เอ่อ..." ได้ยินคำพูดของอาจี๋ ร่างของไป๋ลู่ฮั่นก็ชะงักไป ก่อนจะพูดว่า

"ก็เป็นพลังภายในที่อาจารย์ของข้าถ่ายทอดให้ ไม่ได้หรือ!?"

"พลังภายในที่อาจารย์ของเจ้าถ่ายทอดให้?"

เห็นท่าทางของไป๋ลู่ฮั่น อาจี๋ก็พูดว่า

"อาจารย์ของเจ้าถ่ายทอดพลังภายในอะไรให้ ที่ทำให้เจ้าฝึกนิดหน่อยก็มีหยินหยางมาบรรจบกัน

พลังภายในเพิ่มขึ้นมหาศาล?"

"ต้องรู้ว่าตอนนั้นข้าต้องบำเพ็ญเพียรอยู่นานมากกว่าจะมาถึงขั้นนี้!"

สำหรับความก้าวหน้าของไป๋ลู่ฮั่น อาจี๋แสดงความสงสัยอย่างมาก

"ยอดกระบี่ข้านี้แม้จะไม่ให้ความสำคัญมาก่อน แต่ก็มีการบำเพ็ญเพียรมาหลายปี!"

"อีกอย่าง ยอดกระบี่อย่างข้าจะไม่สามารถเป็นอัจฉริยะหนึ่งในหมื่น ผู้มีพรสวรรค์ในวิชายุทธ์ได้หรือ?"

มองอาจี๋ตรงหน้า ไป๋ลู่ฮั่นก็พูดว่า

"เจ้าฝึกมานานกว่าจะมีหยินหยางมาบรรจบกัน ทำไมไม่คิดดูว่าเป็นเพราะตัวเองโง่หรือเปล่า!?"

"เฮ้ย?"

คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของอาจี๋เปลี่ยนไป "เจ้าเด็กหญิงนี่!"

"พอได้แล้ว!"

เห็นท่าทางของอาจี๋ หวังเย่ก็พูดว่า

"เทพสืบกำลังพักผ่อนอยู่บนห้อง พวกเจ้าส่งเสียงอะไรกัน รีบกินให้เสร็จแล้วไปทำงาน!"

"ใช่แล้ว!"

พอหวังเย่พูดจบ อาจี๋ก็พูดออกมาโดยอัตโนมัติ

"นี่ก็ใกล้ยามจื่อแล้ว* ทำไมเทพสืบยังไม่ตื่นอีก?"

"ตื่น? เขาจะตื่นไหวหรือ?" ได้ยินดังนั้น หวังเย่ก็พูดว่า

"เจ้าลืมไปแล้วหรือ เมื่อคืนเขาถูกอวิ๋นถิงตีจนกระอักเลือด ทั้งคืนคงกำลังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่

จะตื่นได้ก็แปลกแล้ว!"

".ข้าคาดว่านะ ตอนนี้เขาคงนั่งขัดสมาธิรักษาอาการบาดเจ็บอยู่!"

ระหว่างพูด หวังเย่ก็แสดงสีหน้าดูแคลน

"แต่ว่า ท่านเทพสืบไม่ได้บอกหรือว่าไม่เป็นไร?"

ได้ยินคำพูดของหวังเย่ อาจี๋ก็ถามกลับ

"เขาพูดแล้วเจ้าก็เชื่อหรือ!"

ได้ยินคำพูดของอาจี๋ หวังเย่ก็พูดว่า "ด้วยว่า..."

แค่ก!

ตอนนี้หวังเย่กำลังจะพูดต่อ เสียงไอก็ดังขึ้นมาทันที

มองไปตามเสียง เห็นเทพสืบออกมาจากห้องแล้ว กำลังเดินลงมาตามบันได

ตายแล้ว...

เห็นร่างของเทพสืบ หวังเย่ก็คิดในใจ

เพิ่งพูดถึงคนอื่นไป เจ้าตัวก็มาเสียแล้ว

นี่มันช่างน่าอึดอัดสุดๆ อึดอัดจนตาย!

"ฮ่าๆ ท่านเทพสืบ ท่านตื่นแล้วหรือ?"

พร้อมกับความอึดอัด หวังเย่ก็เผยรอยยิ้มบางๆ แล้วพูด

"อืม เมื่อวานหลับสบายดี แต่ถูกกลิ่นอาหารปลุกให้ตื่น..."

เทพสืบพูดขณะเดินลงบันได

"แต่ใครจะรู้ว่าพอออกจากประตูห้อง ก็ได้ยินคำพูดของเถ้าแก่หวัง..."

"ดูเหมือนเถ้าแก่หวังจะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับข้าไม่น้อยเลยนะ!"

"ฮ่าๆ!" พอเทพสืบพูดจบ หวังเย่ก็พูดว่า

"ท่านเทพสืบดูสิว่าท่านพูดอะไร ท่านวรยุทธ์สูงส่งนั้นใครๆ ก็เห็น จะไม่ให้ข้าพูดอะไรก็เชื่อทั้งหมดหรือ?"

"ข้าก็แค่หาเรื่องคุยยามว่าง ท่านไม่ต้องคิดมากหรอก!"

"อืม พูดได้ถูกต้อง!"

ได้ยินคำพูดของหวังเย่ อาจี๋ที่อยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าแล้วพูดว่า

"ไอ้เจ้าของขี้งกนี่พอเปิดปากก็พูดส่งเดช ท่านไม่ต้องคิดมาก..."

"ไอ้เด็กเวร!"

ได้ยินคำพูดของอาจี๋ หวังเย่ก็ยกมือเขกศีรษะเขาทันที

"ให้เจ้าพูดจาไม่มีหางเสียงน่ะ!"

เห็นเช่นนี้ เทพสืบก็ส่ายหน้า เขาเดินมาที่โต๊ะอาหาร หยิบซาลาเปาขึ้นมากัดคำหนึ่ง

จากนั้นก็เหลือบตามองไปที่ไป๋ลู่ฮั่น

*(ประมาณ 09:00-11:00 น.)

จบบทที่ บทที่ 78 พัฒนาการของไป๋ลู่ฮั่น

คัดลอกลิงก์แล้ว