เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 ร่วมกำลัง

บทที่ 33 ร่วมกำลัง

บทที่ 33 ร่วมกำลัง


เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หวังเย่รู้สึกชาไปทั้งหนังศีรษะ

เขามองใบหน้าหล่อเหลาผิดธรรมดา ที่กำลังยิ้มของซือเจี้ยนหมิงตรงหน้า มุมปากกระตุกสองที

หากไม่ติดที่ต้องปกปิดตัวตน ตอนนี้หวังเย่คงตบหน้าไอ้หมอนี่ไปแล้ว

"ข้าก็ว่าแล้ว ว่ามีสิ่งผิดปกติ มันจะต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากล!"

คิดได้ดังนั้น หวังเย่จึงกล่าวว่า

"ข้าก็สงสัยอยู่ ว่าทำไมท่านถึงให้ทองสิบตำลึงค่าที่พัก ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!"

พูดจบ หวังเย่ก็วางทองสิบตำลึงตรงหน้าซือเจี้ยนหมิง

"นี่ทองสิบตำลึงของท่าน ข้าไม่ได้แตะต้องสักเฟื้อง ท่านรีบเอาเงินแล้วไปจากที่นี่เถอะ"

"ข้ายังต้องอาศัยโรงเตี๊ยมนี้เลี้ยงชีพยามแก่เฒ่า ท่านอย่าได้ทำให้พวกเราเดือดร้อนเลย!"

ตอนนี้ใบหน้าของหวังเย่เต็มไปด้วยความขี้ขลาดกลัวตาย พยายามไล่ซือเจี้ยนหมิงออกไปอย่างไม่หยุดหย่อน

"เจ้าของร้าน ท่านเก็บทองไว้เถิด"

เห็นท่าทางของหวังเย่ ซือเจี้ยนหมิงส่ายหน้า

"ตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามปิดล้อมประตูโรงเตี๊ยมแล้ว ท่านคิดว่าข้าออกไปตอนนี้ พวกเขาจะปล่อยท่านไปหรือ?"

"ท่านรู้หรือไม่ว่าคนที่ตะโกนอยู่ข้างนอกเป็นใคร?"

ระหว่างพูด มุมปากของซือเจี้ยนหมิงแสดงรอยยิ้มมีเลศนัย

"ใครกัน?"

ขณะนี้ หวังเย่รู้สึกมีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาในใจ

"อวิ๋นถิง หัวหน้าสำนักเมฆไหลแห่งสมาคมครองใต้หล้า!"

ซือเจี้ยนหมิงกล่าวเรียบๆ "คนผู้นี้อยู่ในระดับขั้นอาจารย์ วรยุทธ์สูงส่ง อีกทั้งโหดเหี้ยมไร้ความปรานี!"

"โรงเตี๊ยมเยว่ไหลนั่นก็เป็นฝีมือเขา!"

สมาคมครองใต้หล้า?!

อวิ๋นถิง หัวหน้าสำนักเมฆไหล?!

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หวังเย่รู้สึกราวกับมีม้านับหมื่นควบผ่านหัวใจ

นี่มันฟ้ารั่วซ้ำฝนตก แล่นเรือเจอลมแรงพัดเข้าหน้าชัดๆ (ผีซ้ำด้ามพลอย)

ฝ่ายหนึ่งซือเจี้ยนหมิงที่พาวานรไฟเพ่นพ่านไปทั่ว อีกฝ่ายก็หัวหน้าสำนักสมาคมครองใต้หล้าอวิ๋นถิง

สองคนนี้รวมกัน นับได้ว่าเป็นการรวมความแค้นทั้งใหม่และเก่าเข้าด้วยกัน ทำให้หวังเย่หมดหนทางอย่างที่สุด!

"นี่มันไม่ถูกต้อง ข้าสงสัยจริงๆ!"

คิดถึงตรงนี้ หวังเย่เท้าสะเอวทั้งสองข้าง ราวกับแม่ค้าปากจัด มองซือเจี้ยนหมิงแล้วเริ่มด่า

"ท่านเป็นศิษย์กระบี่เทพจริงๆ หรือ?"

"กระบี่เทพนั่นจากที่ได้ยินชื่อเสียง ก็น่าจะเป็นผู้อาวุโสยอดฝีมือที่ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากใช่ไหม?"

"เขาไม่ได้สอนให้ท่านช่วยคนที่เดือดร้อนเผชิญอันตรายก็ช่างเถอะ แต่พาโจรมา นำความเดือดร้อนมาสู่ชาวบ้าน อย่างนี้มันไม่ถูกต้องนะ!"

พูดถึงตรงนี้ หวังเย่ก็เปิดคอตะโกนลั่น ราวกับลาร้อง ขึ้นเสียงโหยหวน

"น่าสงสารข้าที่ปกติทำแต่ความดี สั่งสมกุศล ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ทำไมถึงได้พบเจอเรื่องเอาชีวิตแบบนี้อยู่เรื่อย?!"

"ชีวิตของข้าช่างน่าสังเวชเหลือเกิน..."

เสียงของหวังเย่ก้องกังวาลไปทั่วโรงเตี๊ยม ทำให้คนฟังรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

"เจ้าของร้าน เท่าที่เห็นตอนนี้ จำเป็นต้องให้น้องชายที่อยู่ในระดับขั้นอาจารย์ผู้นี้ ร่วมมือกับข้าต่อสู้กับศัตรู พวกเราจึงจะมีโอกาสชนะ"

เห็นหวังเย่ที่กำลังร่ำไห้โหยหวน ซือเจี้ยนหมิงจึงกล่าวว่า

"หากไม่เป็นเช่นนั้น พวกเราคงต้องพบจุดจบเช่นโรงเตี๊ยมเยว่ไหล!"

เมื่อได้ยินคำพูดของซือเจี้ยนหมิง หวังเย่ก็หยุดร้องไห้ทันที แล้วพูดกับอาจี๋

"อาจี๋ ลุย!"

???

เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเย่ อาจี๋ที่อยู่ข้างๆ ก็ตกใจสุดขีด

ไอ้...ไอ้เถ้าแก่ขี้งกนี่ เปลี่ยนสีหน้าได้ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?

"ไม่ใช่แล้ว!"

คิดได้ดังนั้น อาจี๋มองหวังเย่แล้วกล่าวว่า "เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ท่านไม่ถามความเห็นข้าสักหน่อยเลยหรือ?"

"แค่นึกขึ้นมาก็ตอบตกลงแทนข้าเลยงั้นเหรอ?"

"เจ้าอยากตายหรือไง?"

สิ้นคำพูดของอาจี๋ หวังเย่กลอกตาแล้วถามกลับ

"ไม่อยาก!"

อาจี๋ตอบโดยอัตโนมัติ

"งั้นก็จบแล้วไง?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังเย่ก็ทำหน้าเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา

"ในเมื่อไม่อยากตาย พวกเจ้าสองคนก็ต้องร่วมมือกันสิ เจ้ายังมีทางเลือกอื่นอีกหรือ?"

"แต่ว่า..."

ตอนนี้ อาจี๋ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

"พอเถอะ แต่ว่าอะไรกัน!"

ยังไม่ทันที่อาจี๋จะพูดจบ หวังเย่ก็ขัดคำพูดเสียแล้ว

"ไอ้หนุ่มนี่ มาจากถ้ำตุนหวงหรือไง? มีภาพวาดเยอะแท้!" (มีข้ออ้างเยอะแท้)

"รีบลุยเลย!"

พอได้ยินคำพูดนี้ อาจี๋ก็กลอกตาใส่หวังเย่ เขามองซือเจี้ยนหมิงแล้วกล่าวด้วยความไม่พอใจ

"พวกเราควรทำอย่างไรตอนนี้?"

เมื่อเห็นอาจี๋ตรงหน้า ซือเจี้ยนหมิงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า

"ข้าเห็นว่าลมปราณภายในของเจ้าลึกซึ้ง กำลังเลือดแข็งแกร่ง คงฝึกอิทธิฤทธิ์แบบพุทธ!"

"อิทธิฤทธิ์พุทธมีการเคลื่อนไหวกว้างใหญ่ อานุภาพน่าสะพรึงกลัว ข้ามีวิชากระบี่ที่เก่งในการต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่งแต่ไม่ถนัดรบหมู่ ขอรบกวนน้องชายช่วยกวาดล้างยอดฝีมือจากสมาคมครองใต้หล้าโดยรอบ

ข้าจะจัดการกับอวิ๋นถิงเอง!"

"หากอวิ๋นถิงถอย คนที่เหลือก็จะแยกย้ายกันไปเอง!"

เมื่อได้ยินคำพูดของซือเจี้ยนหมิง อาจี๋ก็พยักหน้า ครุ่นคิด จากนั้น เขาก็กล่าวว่า

"ดี ตอนนี้ก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว ทำตามที่ท่านว่า!"

"ดี เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราก็บุกออกไปตอนนี้เลย ทำให้พวกเขาไม่ทันตั้งตัว!"

ระหว่างพูด ดวงตาคู่คมของซือเจี้ยนหมิงเปล่งประกายแวววาว

"เดี๋ยวก่อน!"

ในตอนนั้น หวังเย่ก็พูดขึ้นอย่างกะทันหัน "ข้าจะซ่อนตัวก่อน!"

พูดจบ หวังเย่ก็ย่องไปซ่อนตัวหลังโต๊ะคิดเงิน ท่าทางดูลุกลนน่าขันอย่างยิ่ง

"ไอ้เฒ่าไร้ประโยชน์..."

เห็นท่าทางของหวังเย่ อาจี๋ก็ส่ายหน้าอย่างหมดหนทาง

หลังจากหวังเย่ซ่อนตัวเรียบร้อยแล้ว อาจี๋กับซือเจี้ยนหมิงก็สบตากัน

จากนั้นทั้งสองก็เปิดประตูใหญ่ของโรงเตี๊ยม แล้วพุ่งออกไปข้างนอก...

ขณะนั้น ด้านนอกโรงเตี๊ยมเมี่ยวเซียนโหลว

สมาชิกสมาคมครองใต้หล้าสวมชุดรัดกุมหลายสิบคนยืนขวางอยู่หน้าประตู

พวกเขาถือคบเพลิงในมือซ้าย ดาบกระบี่ในมือขวา เพียงแวบเดียว ดูราวกับเหล่าอสูรปีศาจ

อวิ๋นถิงยืนอยู่ด้านหน้าสุดของทุกคน เขาสวมเสื้อคลุมสีแดงเพลิง ผมดำยาวสยายลงมา

ดวงตาทั้งคู่ที่เผยออกมาเต็มไปด้วยประกายเย็นยะเยือก

ในฐานะบุตรบุญธรรมคนหนึ่งของหลู่ชิงฉวน อวิ๋นถิงเป็นคนที่เย็นชาและโหดเหี้ยมที่สุดในบรรดาหัวหน้าสำนักทั้งสาม

ที่ใดที่เขาผ่านไป ไม่มีที่ใดที่ไม่ถูกสังหารยกตระกูล ด้วยเหตุนี้ หลู่ชิงฉวนจึงเห็นเขาเป็นมีดคมที่ใช้ฆ่าคน เพื่อกำจัดสำนักที่เป็นศัตรู

"หัวหน้า..."

ขณะนั้น ชายคนหนึ่งเข้ามาข้างกายอวิ๋นถิง กระซิบว่า "พวกเขาไม่ยอมออกมา!"

"ไม่ออกมา? ง่ายมาก!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น อวิ๋นถิงหรี่ตาเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า "เผาโรงเตี๊ยมเมี่ยวเซียนโหลวนี่ให้ข้า!"

"ข้าไม่เชื่อว่าเมื่ออยู่ท่ามกลางทะเลเพลิง คนพวกนี้จะยังสงบนิ่งได้"

"ครับ!"

เมื่อได้ยินคำพูดของอวิ๋นถิง ชายผู้นั้นก็รับคำ

เขาหันไปโบกมือให้คนด้านหลัง "หัวหน้าสั่ง เผา!"

พูดจบ ทุกคนก็พยักหน้า แล้วโยนคบเพลิงในมือใส่โรงเตี๊ยมเมี่ยวเซียนโหลว

โครม!

ขณะที่คบเพลิงเหล่านั้นถูกโยนออกไป ประตูใหญ่ของโรงเตี๊ยมเมี่ยวเซียนโหลวที่ปิดสนิทก็เปิดออกทันที

พร้อมกันนั้น ลมปราณอันเกรียงไกรก็พุ่งมาราวกับกำแพงทะลวงใส่ทุกคนอย่างรุนแรง!

เมื่อถูกลมปราณนี้พัด คบเพลิงที่ถูกโยนออกไปก็ลอยกลับมา ตกลงบนพื้นกระเด็นเป็นประกายไฟ

"ในที่สุดก็ซ่อนตัวไม่ไหวแล้วสินะ?"

เห็นภาพนี้ ดวงตาของอวิ๋นถิงก็ฉายแววกรุ้มกริ่ม

"ยังยืนอึ้งอยู่ทำไม?"

อวิ๋นถิงยิ้มเย็นชา เขาชี้ไปที่โรงเตี๊ยมเมี่ยวเซียนโหลว แล้วพูดเสียงเย็นว่า "บุกเข้าไป!"

เมื่อคำสั่งลั่น ชายหลายคนก็ถือดาบอาวุธพุ่งเข้าไปที่โรงเตี๊ยมเมี่ยวเซียนโหลว

ตู้ม!

ในตอนนั้น เสียงทุ้มก็ดังขึ้น

ตามมาด้วยพลังฝ่ามือสีทองที่พุ่งทะลุอากาศ ห่อหุ้มด้วยพลังอันแข็งแกร่ง พุ่งเข้าใส่ทุกคนเต็มๆ!

สองสิงห์/ผู้แปล

จบบทที่ บทที่ 33 ร่วมกำลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว