เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

โลกที่ 3: ไม่เป็นแล้วชายารัชทายาท 1-2

โลกที่ 3: ไม่เป็นแล้วชายารัชทายาท 1-2

โลกที่ 3: ไม่เป็นแล้วชายารัชทายาท 1-2


โลกที่ 3: ไม่เป็นแล้วชายารัชทายาท! (1)

"อย่าให้พลาดฤกษ์มงคลเด็ดขาด!"

"เร็วเข้า ๆ... ขบวนรับเจ้าสาวมาถึงแล้ว!"

"เสร็จหรือยัง?"

"เสร็จแล้ว ๆ..."

ฮวาหวู่ยังไม่ทันจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็โดนคนข้าง ๆ เอาผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวคลุมหัวไว้ แล้วก็พยุงกึ่งลากกึ่งดันออกไปทางหน้าประตู เสียงเพลงมงคลก็ดังขึ้น แล้วเธอก็ถูกยัดลงเกี้ยวเจ้าสาวแบบงง ๆ

ร่างของฮวาหวู่ไม่มีแรงเอาซะเลย... ไม่ใช่เพราะร่างกายอ่อนแอ แต่เหมือนจะเป็นอาการเพลียแบบผิดปกติ คล้ายโดนวางยาอะไรสักอย่างเข้าให้แล้ว

เธอแทบไม่มีโอกาสจะดิ้นรนหรือขัดขืนด้วยซ้ำ

ชุดเจ้าสาวสีแดงสดที่เธอใส่ซ้อนทับเป็นชั้น ๆ หนักอึ้งเหมือนจะพันธนาการทั้งตัวไว้ ขยับไม่ได้เลยสักนิด

ความรู้สึกไร้น้ำหนักแบบเบา ๆ ก็ถาโถมเข้ามา เกี้ยวถูกยกขึ้นแล้ว เดินโคลงเคลงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง

"……"

ฮวาหวู่ที่ทั้งมึนทั้งหมดหนทางรีบเรียกระบบ "เมี่ยงเมิ่ง" แบบด่วนจี๋

กว่าระบบจะโผล่มาก็ปาไปครึ่งนาที แถมท่าทางยังห่วยแตกสุด ๆ อีกด้วย — 【มีอะไร?】

ฮวาหวู่เลิกแคร์แล้วว่ามันจะมีมารยาทหรือไม่ พิงตัวอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวแล้วถามว่า “ฉันโดนอะไรเข้าไปเนี่ย? จะโดนจับแต่งงานกับคุณลุงแก่ ๆ แล้วเหรอ?”

เปิดเรื่องมาก็แรงเลยเหอะ!

【ไม่ได้ขนาดนั้นหรอกน่า】 เมี่ยงเมิ่งคราวนี้ตอบกลับเร็วผิดปกติ 【เธอกำลังจะได้เป็นชายาขององค์รัชทายาทแล้วนะ ดีใจมั้ยล่ะ?】

ชายาองค์รัชทายาทเหรอ...

ฮวาหวู่เงียบไปนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยว่า “องค์รัชทายาทนี่ไม่น่าใช่พระเอกใช่ป่ะ?”

【โอ๊ยตั๊ลล๊าค~ สมองใสนักนะเรา】

"……"

ไม่รู้ว่าเป็นเธอคิดไปเองรึเปล่า แต่ฮวาหวู่รู้สึกว่าในน้ำเสียงของเมี่ยงเมิ่ง มันแฝงความสะใจอยู่เพียบเลย!

เดี๋ยวนี้ระบบมันหน้าหนาแบบนี้กันหมดแล้วหรือไงนะ!?

อยู่ดีไม่ว่าดี โดนวางยา แถมคนที่จะต้องแต่งงานด้วยก็ไม่ใช่พระเอก... แบบนี้มันจะไม่ให้ดราม่านางเอกได้ไงล่ะ!?

ฮวาหวู่ถามว่า มีวิธีไหนมั้ยที่ทำให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติ เมี่ยงเมิ่งก็ใจดำตอบกลับมาทันทีว่า ไม่มีจ้า! ระบบไม่ให้บริการเรื่องนี้ เธอต้องหาทางเอง แล้วมันก็... ปิดระบบหนีเลย!

"ไอ้ระบบง่อย!"

ฮวาหวู่ของขึ้นจนด่าไม่หยุด

ตอนนี้เธอไม่มีแรงจะทำอะไร นอกจาก... ด่าเอาไว้ก่อนล่ะวะ!

โลกใบนี้เป็นโลกยุคโบราณ

พระเอกคืออ๋องแห่งราชวงศ์ปัจจุบัน ส่วนนางเอกเป็นองค์หญิงจากราชวงศ์ก่อน เรื่องราวจะวนเวียนอยู่กับแค้นบ้านแค้นเมือง แผนการกอบกู้แผ่นดิน และการชิงอำนาจในราชสำนัก

องค์หญิงฉินฮวน นางเอกของเรื่องเกิดมาพอดีกับวันที่บ้านเมืองล่มสลาย

เธอถูกแม่ทัพฉินแอบสลับตัว แล้วเลี้ยงดูมาในฐานะบุตรสาวของตระกูลฉิน

ในวันหนึ่ง นางเอกบังเอิญเจอกับพระเอกเข้า และในตอนที่ยังไม่รู้ว่าพระเอกคือใคร เธอก็ตกหลุมรักเข้าเต็มเปา

พระเอกเองก็เคยสัญญาว่าจะมาสู่ขอ

แต่สุดท้าย พระเอกก็ไม่มารับตัวเธอไปแต่งงาน...

เพราะจากในวัง ดันมีราชโองการออกมาว่า — เธอถูกเลือกให้เป็นชายาขององค์รัชทายาทซะงั้น

นางเอกเลยรีบไปหาพระเอก แต่ดันไปได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับคนสนิท แล้วก็รู้ว่าที่เขาเข้าหาเธอ... มันมีวัตถุประสงค์แอบแฝง

หัวใจของนางเอกที่โดนหลอกก็สลายไม่เป็นชิ้นดี ก่อนจะถูกบีบบังคับให้แต่งเข้าไปอยู่ในตำหนักรัชทายาท แล้วก็เริ่มต้นความสัมพันธ์แสนเจ็บปวดกับพระเอก

แม้จะเป็นรักแบบปวดใจ แต่สุดท้ายก็ต้องมีวันเข้าใจกัน คนที่มีใจให้กันก็จะได้อยู่ด้วยกัน... เอาจริง ๆ ก็คือแฮปปี้เอนดิ้งล่ะนะ

แต่ว่า...

ตัวร้ายอย่าง "เหลียงหรูซวง" ดันเกิดใหม่

ยัยหรูซวงคนนี้ชอบพระเอกสุด ๆ

ในอดีตชาติเธอวางแผนแต่งงานกับพระเอกจนสำเร็จ พยายามอยู่ข้างเขาตลอด คิดว่าแค่แสดงความดีออกไป พระเอกจะต้องหันมารักเธอบ้าง

แต่เธอทำทุกอย่างแล้วจริง ๆ ใช้เล่ห์กลทำร้าย ทำลายนางเอกสารพัด

แล้วพระเอกล่ะ? ไม่เคยหันมามองเธอสักนิดจนกระทั่งตาย

พอชาตินี้เธอฟื้นความทรงจำได้ ความหลงใหลต่อพระเอกกลับหนักขึ้นกว่าเดิมอีก

และเธอก็เชื่อสุดใจว่า เหตุที่ชีวิตเธอพังในชาติก่อนเป็นเพราะนางเอก!

เธอไม่ใช่แค่อยากได้พระเอกอีกครั้ง แต่ยังอยากล้างแค้นด้วย

ถึงอย่างนั้น เวลาที่เธอฟื้นขึ้นมาก็ดันเป็นช่วงที่พระนางเจอกันแล้ว รู้จักกันแล้ว มีใจให้กันแล้ว... เหลือแค่ขั้นตอนสุดท้ายที่ยังไม่ได้สารภาพรักเท่านั้นเอง

เหลียงหรูซวงก็เลยยังไม่รีบร้อนทำอะไร ปล่อยให้เรื่องราวดำเนินตามเนื้อเรื่องเดิมต่อไปก่อน

จนกระทั่งวันแต่งงานของนางเอกมาถึง…

เธอจัดฉากให้ฉินฮวนโดนขอทานลากลงจากเกี้ยวท่ามกลางสายตาผู้คน แถมชุดเจ้าสาวยังเกือบโดนกระชากออกหมด

ในยุคที่ศักดิ์ศรีผู้หญิงสำคัญยิ่งกว่าชีวิต แม้ฉินฮวนจะไม่โดนทำอะไรจริง ๆ แต่คนก็เห็นเต็มตาว่าเธอโดนขอทานดึงรั้ง ชุดก็เปิดออกจน...

แถมยังเกิดขึ้นในวันแต่งงานอีกต่างหาก...

สุดท้าย... ยังไม่ทันได้เข้าพิธีสมรสกับองค์รัชทายาท ก็มีข่าวลือเละเทะเต็มเมือง

ในคืนนั้นเอง ฉินฮวนก็ถูกลดขั้นจากชายาหลวง กลายเป็นแค่ชายารองเท่านั้นเอง

หลังจากนั้นเหลียงหรูซวงก็ยิ่งเดินเกมแรงขึ้นเรื่อย ๆ พยายามทำให้ฉินฮวนกับพระเอกเข้าใจผิดกันให้มากขึ้นไปอีก แถมยังวางแผนจัดฉากให้ดูเหมือนฉินฮวนไปมีชู้ แล้วโดนองค์รัชทายาทจับได้คาหนังคาเขา!

ยังไม่พอ... ยัยนี่ดันเอาเรื่องที่ฉินฮวนเป็นสายเลือดของราชวงศ์เก่าไปแฉล่วงหน้าด้วย!

เรื่องทั้งหมดลามไปถึงในวัง จักรพรรดิทรงกริ้วหนักมาก

นางเอกเลยโดนจับเข้าคุกหลวง ส่วนตระกูลฉินก็โดนสอบสวนขุดคุ้ยกันยกใหญ่

เหลียงหรูซวงถึงกับยอมลากตระกูลฉินที่เลี้ยงดูฉินฮวนมาอย่างดีมาทิ้งน้ำทิ้งไฟ ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นถึงหลานสาวของฮูหยินใหญ่แห่งจวนฉิน! บอกเลยว่าทั้งโหดทั้งไร้หัวใจสุด ๆ

【หนึ่ง – กำจัดผู้กลับชาติมาเกิดอย่างเหลียงหรูซวง】

【สอง – ทำตามความปรารถนาของนางเอก คือรักษาตระกูลฉินเอาไว้ และช่วยสนับสนุนองค์ชายสิบสามให้ได้ขึ้นครองบัลลังก์】

ฮวาหวู่แทบจะสำลักอากาศตาย!

ปกป้องตระกูลฉิน เธอเข้าใจได้นะ

ก็แม่ทัพฉินแอบช่วยนางเอกไว้ แล้วเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ ๆ ให้โตมาในฐานะคุณหนูใหญ่ของตระกูลฉิน

เพราะงั้นนางเอกอยากตอบแทนบุญคุณก็ไม่แปลก

แต่เรื่อง "สนับสนุนองค์ชายสิบสามขึ้นบัลลังก์" นี่คืออะไร!?

ขอโทษทีนะคะ ตอนนี้ฉันอยู่บนเกี้ยวเจ้าสาว มุ่งหน้าไปแต่งงานกับองค์รัชทายาทอยู่!

รัชทายาทก็ประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว นี่คือจะให้เธอฆ่าเจ้าบ่าวตั้งแต่วันแต่งเพื่อเปลี่ยนคนเลยมั้ย!?

ก่อนหน้านี้มีแค่ภารกิจเดียว แล้วนี่เพิ่มมาเป็นสองเฉยเลย!!

นี่มันอะไร ลูกค้าขอเพิ่มเงื่อนไขแบบนี้ได้ด้วยเหรอ!?

ถ้าอนาคตนางเอกมีสิบเจ็ดสิบแปดความปรารถนา เธอก็ต้องทำให้หมดงั้นสิ!?

ฉันดูเหมือนคนโดนหลอกใช้หรือไง!?

ฮวาหวู่คิดแล้วก็ยิ่งเดือด อยากจะประท้วงสุดชีวิต แต่ระบบเมี่ยงเมิ่งนั่นมันหายหัวไปแล้ว จะด่าใครก็ไม่ได้!

แต่เธอไม่มีเวลาจะนั่งโมโหอยู่ตรงนี้ ตอนนี้ยังมีเรื่องสำคัญกว่าต้องจัดการ

สภาพร่างกายที่ไม่มีแรงแบบนี้ มันเป็นฝีมือของเหลียงหรูซวงแน่ ๆ!

ก็แน่ล่ะ ต้องการให้เธอไม่มีแรงจะขัดขืนตอนที่โชว์ฉากใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้

โชคยังดีนะ ที่เหลียงหรูซวงยังไม่บ้าเปิดสูตรจัดหนัก ใส่ยาประหลาดเข้ามาด้วย

ไม่งั้นฮวาหวู่ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าฉากที่จะตามมามันจะอีรุงตุงนังขนาดไหน

เธอค่อย ๆ เปิดม่านเกี้ยวแง้มออกดู รอบข้างมีชาวบ้านมุงกันเพียบ

ที่สำคัญ… องค์รัชทายาทไม่ได้มาเอง!

ก็ใช่น่ะสิ คนเป็นองค์รัชทายาทนี่นะ จะไม่มารับตัวเจ้าสาวเองก็ไม่มีใครกล้าว่า แต่อย่างน้อยมันก็สื่อว่าเจ้าสาวคนนี้... ไม่ได้มีค่าสำหรับเขาสักเท่าไหร่

ฮวาหวู่เหลือบมองผู้คนที่อยู่ข้าง ๆ เกี้ยว ไม่มีใครเป็นคนที่ฉินฮวนรู้จักเลย แม้แต่สาวใช้ประจำตัวยังไม่เห็นเงา

แต่เอาเหอะ เหลียงหรูซวงก็คงไม่สามารถซื้อใจคนทั้งจวนฉินได้หรอก

คนกลุ่มนี้น่าจะเป็นคนที่เธอจัดหามาแทนคนสนิทเดิมของฉินฮวนมากกว่า

และก็คงไม่รู้แผนทุกอย่างหรอก

ฮวาหวู่ยื่นมือขึ้นไปดึงเครื่องประดับลูกปัดทองจากบนศีรษะตัวเองลงมาหนึ่งเส้น แล้วเรียกหญิงรับใช้ที่อยู่ใกล้เธอที่สุดมาคนหนึ่ง

ตำหนักรัชทายาท

ถึงแม้จะเป็นวันที่ควรจะครึกครื้นที่สุดของตำหนักแห่งนี้ แต่ตำหนักกลับเงียบสนิทแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ ชวนให้อึดอัดใจยังไงชอบกล บรรยากาศด้านในไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นงานมงคลเลยสักนิด... ดูไปดูมา เหมือนงานศพมากกว่า

เจ้าบ่าวของงานวันนี้…องค์รัชทายาท ตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้โยกริมสระบัว ให้อาหารปลาเล่น

ชุดแต่งงานสีแดงสดปักลวดลายละเอียดสวยงาม แผ่ลากไปตามพื้น ทำให้บุรุษหนุ่มตรงหน้าแลดูสง่างามเหลือเกิน

แต่เสียดาย... คิ้วตาที่ขมวดแน่น และรังสีมืดมนที่แผ่ออกมาทำให้เขาดูเป็นคนที่... น่าคบหายากเหลือเกิน แถมยังแฝงความร้ายกาจเอาไว้เล็กน้อยด้วย

ปลายนิ้วเรียวยาวขาวสะอาดของเขา หยิบอาหารปลาแล้วโปรยลงสระทีละนิด ๆ

ฝูงปลาสีสันสดใสพุ่งขึ้นมาแย่งกันกินน้ำกระจาย หางปลาสะบัดกระเซ็นไปถึงกลางใบบัว

ข้าราชบริพารที่อยู่รอบ ๆ ไม่มีใครกล้าขยับตัวหายใจแรงด้วยซ้ำ

แล้วจู่ ๆ ก็มีคนวิ่งเข้ามาจากด้านใน

“องค์รัชทายาทพะย่ะค่ะ! ตัวแทนฝ่ายเจ้าสาวคนหนึ่งนำจดหมายจากว่าที่พระชายามาถวายพ่ะย่ะค่ะ!”

…………………………………………………………………………………………………………………………….

โลกที่ 3: ไม่เป็นแล้วชายารัชทายาท! (2)

"จดหมายของชายาองค์รัชทายาทงั้นหรือ?"

องค์รัชทายาททวนคำเสียงเรียบ ฟังไม่รู้ว่าคิดยังไง แต่แค่ผ่านไปอีกวินาที น้ำเสียงของเขาก็เย็นลงทันตา "นางยังไม่ได้เข้าตำหนักรัชทายาทเลยด้วยซ้ำ"

ข้ารับใช้รีบเปลี่ยนคำพูดทันที "เป็นจดหมายของคุณหนูฉินพ่ะย่ะค่ะ!"

องค์รัชทายาทปัดเหยื่อปลาจากมือทิ้ง หยิบผ้าเช็ดมือที่สาวใช้ส่งมา แล้วเช็ดมือเบา ๆ ก่อนจะพยักหน้าให้ส่งจดหมายนั้นมา

ขันทีเจ้าเดิมที่ถือจดหมายอยู่ก็ยังไม่รู้เลยว่าในจดหมายนั่นเขียนอะไร ทำไมถึงทำให้องค์รัชทายาทที่ตอนแรกไม่คิดจะออกไปรับเจ้าสาว กลับลุกขึ้นไปเองแบบนี้…

มันประหลาดสุด ๆ!

มีที่ไหนเขารับเจ้าสาวกันครึ่งทาง!?

ขันทีไม่กล้าถาม ไม่กล้าพูดอะไรทั้งนั้น

ขบวนรับเจ้าสาว

ฮวาหวู่แอบดีใจที่ที่นี่มีธรรมเนียมแห่เจ้าสาวไปรอบเมือง

เพราะงั้นขบวนเลยเดินช้าสุด ๆ… ดึงเวลาไปอีกเยอะ แปลว่ายังเหลือเวลาอีกสักพักก่อนที่ละครฉากใหญ่จะเริ่ม

เธอได้แต่หวังว่าองค์รัชทายาทคนนั้นจะหัวไวพอ เข้าใจอะไรบ้าง…

…ไม่งั้นก็ขอโทษด้วยนะคะ จะต้องยกท่านไปเป็นเครื่องบูชาทำผลงานแล้วล่ะ

ฮวาหวู่นั่งอยู่ในเกี้ยวนุ่ม ๆ โคลงเคลงจนจะหลับ รู้สึกง่วงขึ้นมาอีกครั้ง ขบวนก็ใกล้จะถึงเวทีที่เหลียงหรูซวงเตรียมไว้เรื่อย ๆ แต่กลับยังไม่เห็นวี่แววจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

นางเอกของเรื่องนี้นี่มันสายสตรองจริง ๆ สินะ…

ฮวาหวู่เซ็ง ๆ แล้วก็เปิดผ้าคลุมหน้าขึ้น เริ่มลงมือดึงลูกปัดทองจากชุดเจ้าสาวออกมา

โชคดีมากที่ชุดนี้ประดับทองไว้เยอะ!

เธอค่อย ๆ แอบเรียกคนที่อยู่รอบ ๆ เกี้ยวมา แล้วกึ่งขู่กึ่งล่อแจกทองให้เลย บอกไว้ว่าถ้าเดี๋ยวเกิดอะไรขึ้น ต้องปกป้องเธอให้ถึงที่สุด ไม่งั้น... โดนตัดหัวแน่!

เธอกำลังจะได้เข้าไปเป็นชายาองค์รัชทายาทนะ

ตัดหัวข้ารับใช้ที่ไม่ปกป้องเจ้าของให้ดี ไม่ถือว่าโหดไปใช่มั้ยล่ะ?

พอจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จ เธอก็ถอดปิ่นปักผมเล่มที่สองออกมาถือไว้ ลองปลายนิ้วแล้วก็รู้สึกว่าคมใช้ได้ทีเดียว จากนั้นก็กำไว้ในมือ โบกเบา ๆ เหมือนเตรียมซ้อม

ตอนนี้เธอมีอาวุธแล้ว!

ถึงทีมอารักขาชั่วคราวจะดูง่อย ๆ ไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลยจริงมั้ย?

หลังจากนี้... ก็ต้องรอดูว่าใครจะโชคดี ได้ร่วมฉลองกับเธอในวันมงคลนี่แหละ!

ฮวาหวู่หลับตาลง ตั้งใจจะพักเอาแรงก่อนโชว์จะเริ่ม

แต่เสียงฮือฮาของชาวบ้านรอบข้างก็ดังเข้ามาในเกี้ยวเรื่อย ๆ และเริ่มใกล้เข้ามา

แถมยังมีเสียงกรีดร้องแทรกมาเป็นระยะ

เกี้ยวเจ้าสาวเริ่มโคลงเคลงรุนแรงขึ้นอีก ก่อนจะ โครม! หนึ่งทีเหมือนตกลงมากระแทกพื้น

ฮวาหวู่ลืมตาขึ้น แล้วก็ยังคงเล่นปิ่นในมือไปพลาง ๆ สายตาจับจ้องไปที่ม่านเกี้ยวที่ปักลายสัตว์มงคลแน่นไปหมด มุมปากยกยิ้มนิด ๆ อย่างน่ากลัว

ถ้ามีใครมาเห็นเธอในเกี้ยวตอนนี้นะ รับรองว่าต้องตกใจกลัวแน่นอน

เสียงเอะอะโวยวายจากข้างนอกก็เริ่มดังมากขึ้นเรื่อย ๆ แถมยังใกล้เข้ามาอีก

เพล้ง!

ไม่รู้ของอะไรขว้างใส่เกี้ยวเข้าอย่างจัง

เกี้ยวสั่นสะเทือนเล็กน้อย

"พวกเจ้าทำอะไรน่ะ!"

"รีบลากพวกมันออกไป... ออกไป! อย่าเข้ามา พวกบ้าเอ๊ย! ปกป้องชายารัชทายาทเร็วเข้า!!"

"อ๊า——!"

"บ้าไปแล้ว! พวกมันบ้ากันหมดแล้ว!!"

เสียงตะโกนของตัวแทนฝ่ายเจ้าสาวกับพวกที่ร่วมขบวนดังอยู่ข้างนอกเกี้ยว

อาจจะเป็นเพราะคำขู่ของฮวาหวู่ได้ผล ทีมอารักขาจำเป็นถึงจะง่อยก็พอใช้ได้บ้าง ยังพอขัดขวางพวกข้างนอกไว้ได้สักพัก ไม่ได้ปล่อยให้ทะลุเข้ามาทันที

แต่ก็อย่างที่คิด… แป๊บเดียวก็ดับอนาถหมดสิ้น

ซวบบ—

ม่านเกี้ยวถูกกระชากเปิด

ฮวาหวู่เงยหน้าขึ้น แล้วก็เห็นหน้าคนที่เปิดม่านออก

เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง เลอะเทอะมอมแมม ผมเผ้ารุงรัง แถมยังมีแต่กลิ่นเหม็นเปรี้ยวฟุ้งมาเต็ม

ขอทานคนหนึ่งแสยะยิ้ม แล้วก็เอื้อมมือจะดึงฮวาหวู่ออกไปจากเกี้ยว

แต่ว่า… เจ้าสาวในเกี้ยวคนนี้กลับไม่กรีดร้องอย่างที่เขาคิดไว้เลย

เธอไม่มีแม้แต่แววหวาดกลัวด้วยซ้ำ

ตรงกันข้าม ฮวาหวู่ยิ้มให้... แล้วยังยิ้มเลียนแบบเขาอีกต่างหาก

หัวใจของขอทานกระตุกวูบ ความรู้สึกไม่ดีเริ่มพุ่งขึ้นมาในอก

แต่ก็สายเกินไปแล้ว... มือของเขายื่นออกไปแล้วนี่นา

พรวดดด!

เสียงของอาวุธคมปักเข้าเนื้ออย่างจัง ทำให้รอยยิ้มลามกบนหน้าของขอทานกลายเป็นสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแทบจะทันที

ขอทานเงยหน้าขึ้นมา แล้วก็สบตากับสาวในชุดเจ้าสาวสีแดงสดในเกี้ยวที่เอียงคอเล็กน้อย ยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปากอย่างประหลาด ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะค่อย ๆ แผ่ขยายจนเป็นรอยยิ้มสดใสสวยงามจนน่าขนลุก

ริมฝีปากแดงสดของสาวน้อยค่อย ๆ เอื้อนเอ่ยคำพูดเบา ๆ

“วันมงคลเช่นนี้ มาแบบมือเปล่าก็เสียมารยาทไปหน่อย”

ขอทาน: “……”

ให้ของขวัญอะไร? ใครจะมาให้ของขวัญกัน!?

สาวน้อยถอนหายใจเบา ๆ หนึ่งที “ในเมื่อเจ้ามาแบบมือเปล่า งั้นข้าหยิบเองก็แล้วกัน”

บนถนนที่กำลังวุ่นวาย

จู่ ๆ ก็มีขอทานพุ่งเข้ามาทำลายขบวนแห่เจ้าสาวเสียเละ

ตามปกติแล้ว ขบวนรับเจ้าสาวขององค์รัชทายาทจะมีทหารองครักษ์จากตำหนักรัชทายาทคุ้มกันอย่างแน่นหนา ฝั่งจวนฉินจะไม่สามารถส่งคนมาร่วมได้เลย

แต่องค์รัชทายาทไม่ได้มาเอง

องครักษ์จากตำหนักรัชทายาทก็เลยไม่มาเหมือนกัน

ขบวนทั้งหมดเลยกลายเป็นแค่ขบวนรับเจ้าสาวธรรมดา ๆ

เพราะแบบนี้ พอขอทานพวกนั้นบุกเข้ามา ขบวนก็เลยแตกกระเจิงในพริบตา

ชาวบ้านที่มามุงดูต่างก็หวาดกลัวจะโดนลูกหลง กรีดร้องกันลั่นแล้วรีบวิ่งหนีกระเจิง

แล้วในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าก็ดังมาจากทางไกล พุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว

องค์รัชทายาทมาถึงที่เกิดเหตุพอดี และสิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือ ว่าที่ชายาของเขากำลังดึงปิ่นปักผมออกจากอกของขอทานคนหนึ่ง

ปิ่นเปื้อนเลือดสีเข้ม หยดเป็นเม็ด ๆ ลงกับพื้น

แม่นางน้อยออกแรงผลักร่างขอทานคนนั้นให้ล้มลง

ร่างของขอทานทิ้งตัวช้า ๆ ลงไปที่พื้น ดวงตาขุ่นมัวเบิกกว้างเหมือนไม่อยากเชื่อ ว่าตัวเองจะตายได้ง่ายขนาดนี้

ฮวาหวู่เงยหน้าขึ้น สายตามองทะลุกลางฝูงชนที่กำลังชุลมุน สบเข้ากับสายตาของเขาเข้าอย่างจัง

ดูเหมือนเธอจะไม่มีแรงแล้ว เลยทรุดตัวกลับลงไปนั่งในเกี้ยวเหมือนเดิม

ชุดเจ้าสาวที่ทับซ้อนกันหลายชั้น ทำให้เธอดูตัวเล็กน่าทะนุถนอมเข้าไปอีก

แต่ในมือเธอยังถือปิ่นที่เปื้อนเลือดอยู่…

สายตาของทั้งสองสบกันแค่ไม่กี่วินาที องค์รัชทายาทก็สั่งขันทีที่มาช้าไปหน่อยทันทีว่า

“จับพวกมันไว้ให้หมด”

ทันทีที่องครักษ์แห่งตำหนักรัชทายาทมาถึง ขอทานพวกนั้นก็รู้ตัวแล้วว่าพลาด รีบวิ่งหนีเข้าไปตามตรอกซอกซอยโดยไม่คิดชีวิต

ที่เลือกลงมือที่นี่ก็เพราะถนนเส้นนี้มีทางแยกซับซ้อนเต็มไปหมด

ตรอกย่อยเยอะมาก ถ้าไม่ชำนาญทางก็จะหลงง่ายสุด ๆ

แต่พวกองครักษ์ขององค์รัชทายาทก็ไม่ใช่ธรรมดาเหมือนกัน วิ่งหนีรอดไปได้แค่หยิบมือ ส่วนใหญ่โดนจับกดกับพื้นแล้วลากตัวมาเข้าเฝ้าหน้าพระพักตร์หมด

ชายหนุ่มในชุดเจ้าบ่าวหรูหราขี่ม้าขาวตัวใหญ่ เขาดูหล่อเหลาแบบไม่มีที่ติ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความหม่นมัว ทำให้ภาพรวมไม่เห็นความสุขของเจ้าบ่าวเลยสักนิด

ดวงตาสีดำขลับดุจทะเลสาบเยือกแข็ง คล้ายจะมีหมึกมืดเจืออยู่ภายใน สะท้อนความเย็นเฉียบออกมาทุกมุมมอง

ใครสบตาเขาเข้า เป็นต้องรู้สึกเหมือนมีงูน้ำแข็งเลื้อยผ่านหลัง

องค์รัชทายาทเม้มปากบาง ๆ แล้วเอ่ยด้วยเสียงเย็นเฉียบ กังวานไปทั่วถนนที่บัดนี้เงียบสนิท

“วันนี้คือวันอภิเษกของข้า พวกเจ้าช่างกล้าดีนัก”

พวกขอทานที่โดนกดอยู่กับพื้นตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า อยากจะร้องขอชีวิต แต่พวกองครักษ์ก็ไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาพูดอะไรเลย

องค์รัชทายาทเองก็ดูไม่มีอารมณ์จะมานั่งฟังคำอธิบายเช่นกัน เขาสั่งทันที

“ฆ่ามันให้หมด”

ขันทีที่อยู่ข้าง ๆ รีบเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเบา ๆ

“วันนี้เป็นวันมงคล ไม่ทรงพิจารณาอีกสักนิดหรือพ่ะย่ะค่ะ…”

องค์รัชทายาทหันมามองด้วยสายตาเรียบเฉย

“ก็เพราะวันมงคลนั่นแหละ เห็นเลือดก็ถือว่าเพิ่มสิริมงคล จะมีอะไรเสียหาย?”

ขันที: “……”

ท่านนี่ก็พูดอะไรก็ได้จริง ๆ

ขันทีรู้ตัวดีว่าไม่มีทางห้ามผู้สูงศักดิ์ผู้นี้ได้แน่ ๆ

พอเตรียมจะสั่งให้ทหารลงมือ สาวน้อยในเกี้ยวก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงใส ๆ จากด้านใน

“องค์รัชทายาทเพคะ หม่อมฉันขอเอ่ยสักคำได้หรือไม่เพคะ?”

องค์รัชทายาทหันมองไปที่เกี้ยวทันที

ขันทีนึกว่านางจะโดนแดกดันแบบหยิก ๆ ตำ ๆ จากปากเขาแน่ ๆ เพราะไม่คิดว่าองค์รัชทายาทจะให้เกียรติว่าที่ชายาอย่าง "คุณหนูฉิน"

ใครจะคิดล่ะว่า… เขาจะมองพิจารณานางอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจู่ ๆ ก็ยกเท้าเดินตรงไปยังเกี้ยวเจ้าสาว!?

พอชายหนุ่มยืนอยู่ตรงหน้าเกี้ยว ร่างสูงสง่างามของเขาก็ยิ่งทำให้เกี้ยวเล็ก ๆ นั้นดูคับแคบลงทันที รัศมีชนชั้นสูงกระแทกใส่เต็มแรง

สายตาของเขาเย็นชา อึมครึม ไม่ต่างจากงูพิษที่ค่อย ๆ เลื้อยไล่จากข้อเท้าของหญิงสาวในเกี้ยวขึ้นไปจนถึงยอดอก

แต่ฮวาหวู่ที่นั่งอยู่ข้างในกลับนิ่งสนิท ไม่ไหวติง

ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างสวยงามนั้น ไม่ได้ซีดเผือดจากร่างไร้วิญญาณที่นอนอยู่ข้างนอกแม้แต่นิด ไม่แสดงอาการหวาดกลัวเลยสักน้อย

ศพที่นอนอยู่ข้างนอก กับสาวน้อยในชุดหรูหราประดับมุกแพรพรรณในเกี้ยว

...ตัดกันชัดเจนอย่างน่าตกใจ

(จบบท)

จบบทที่ โลกที่ 3: ไม่เป็นแล้วชายารัชทายาท 1-2

คัดลอกลิงก์แล้ว