- หน้าแรก
- ทะลุมิติฉบับนางร้ายเลเวลตัน
- โลกที่ 2: ท่วงทำนองคลั่งวันสิ้นโลก 11-12
โลกที่ 2: ท่วงทำนองคลั่งวันสิ้นโลก 11-12
โลกที่ 2: ท่วงทำนองคลั่งวันสิ้นโลก 11-12
โลกที่ 2: ท่วงทำนองคลั่งวันสิ้นโลก (11)
"เธอยืนอยู่ตรงนั้นแหละ ห้ามเข้ามาเด็ดขาด แล้วก็ห้ามมองด้วย!"
เจียงอี้ชี้นิ้วไปยังตำแหน่งที่อยู่ตรงหน้า ออกคำสั่งเสียงเข้ม ห้ามฮวาหวู่เข้าใกล้เด็ดขาด
"ใครจะอยากมองกันเล่า" …ถ้าไม่ติดว่าห่วงเจ้าตัวน้อยของนายจะเป็นอะไรไป แล้วงานฉันคงล่ม ฉันไม่มาหรอกนะเนี่ย!
ฮวาหวู่หันหลังให้ หยิบมีดแตงโมขึ้นมา แล้วก็เริ่มเหลาไม้กล้า ๆ ข้างตัวอย่างว่าง่าย
เจียงอี้เดินห่างออกไปอีกนิด ไปหลบอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ พอแน่ใจว่าฝั่งฮวาหวู่มองไม่เห็น
ในป่าเงียบสนิท มีแค่เสียง ฉัวะ ๆ จากการเหลาไม้นั่นแหละที่ดังเป็นจังหวะ
พอมีเสียงแบบนี้อยู่บ้าง ก็เหมือนป่ามืดน่ากลัวนี่ไม่ได้น่าขนลุกอะไรเท่าไหร่
แต่แล้วอยู่ดี ๆ เสียงนั้น…ก็เงียบไป
เงียบสนิท…
“คุณหนูสือ?” ไม่มีเสียงตอบ
เจียงอี้รีบก้าวออกมาจากหลังพุ่มไม้ แต่บริเวณที่ฮวาหวู่ยืนอยู่เมื่อกี้ ตอนนี้มีแค่กิ่งไม้ใบไม้กระจัดกระจายเต็มพื้น…คนหายไปแล้ว!
“……”
เขายังไม่ทันจะหนีเลยนะ นี่เธอดันหนีก่อนอีกเรอะ!?
ฉัวะ!
“คุณหนูสือ?”
ซ่า ซ่า ซ่า
“คุณหนูสือ…”
ในใจเจียงอี้เริ่มรู้สึกแปลก ๆ ไม่สบายใจสุด ๆ
เขาถอยหลังกลับ คิดว่าจะกลับไปยังถนนก่อนดีกว่า
แต่ทันใดนั้นเอง—ก็มีซอมบี้ตัวนึงพุ่งออกมาจากพุ่มไม้!
มันเร็วมาก! เจียงอี้เพิ่งจะวิ่งได้ไม่กี่ก้าว ก็ถูกมันกระโจนเข้าหา ล้มลงไปทันที
ซอมบี้ตัวนั้นหัวหายไปครึ่งนึง กลิ่นเน่าฟุ้งมาเต็มจมูก
เจียงอี้ยกแขนขึ้น ใช้โซ่ที่ล่ามข้อมือฟาดใส่ แต่มันกัดเข้าที่โซ่ทันที โซ่มันสั้นเกินไป เขาเลยพันรอบหัวมันไม่ทัน ได้แต่ผลักมันออกด้วยแรงสุดตัว
ซอมบี้ที่กัดไม่ได้สักทีเริ่มโมโหแล้ว ส่งเสียงขู่ในลำคอเหมือนจะขู่ให้เขากลัว
เจียงอี้เบี่ยงตัว หลุดจากมันมาได้ แต่ยังไม่ทันจะหนี ก็ดันถูกมันคว้าข้อเท้าไว้ได้อีก
แล้วเสียง ตุ้บ! ดังขึ้น เจียงอี้ล้มลงกับพื้นอย่างแรง
ซอมบี้กะจะลากเขาเข้าไปกัดอีกครั้ง
แต่ในวินาทีนั้นเอง—ฉัวะ!
ซอมบี้ที่หน้าตาน่ากลัว กลับเงียบกริบทันที
มีดแตงโมแทงทะลุหัวมันตรง ๆ
มันดิ้นไม่กี่ทีก็แน่นิ่งทับอยู่บนขาเจียงอี้ เจียงอี้รีบเตะมันออกไป แล้วลุกขึ้นทันที
ฮวาหวู่เดินโผล่มาจากอีกฝั่งหนึ่งของพุ่มไม้ “เห็นไหม~ ฉันบอกแล้วว่านายต้องให้ฉันคุ้มกัน!”
หน้าเจียงอี้ตอนนี้ดำทะมึนเป็นถ่าน
คุ้มกันงั้นเหรอ!? อยู่ดี ๆ คนก็หายไป จะให้ใครวางใจได้ฟะ!
ถ้ามือเขาไม่โดนล่ามไว้นะ เขาไม่ต้องทุลักทุเลขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ!
“เมื่อกี้เธอหายไปไหนมา?”
ฮวาหวู่ยกกระต่ายที่ยังดีดดิ้นอยู่ในมือขึ้น “ไปจับกระต่ายมาน่ะ น่ารักมั้ย?”
“……”
น่ารักบ้านเธอสิ!!
เจียงอี้หันหลังเดินหนีเลยทันที
ฮวาหวู่เดินตามมาพร้อมกระต่ายในมือ “เมื่อกี้ฉันช่วยนายนะ ไม่คิดจะพูดขอบคุณหน่อยเหรอ?”
เจียงอี้: “……”
พูดเชี่ยไรล่ะ!
ฮวาหวู่: “ทำไมเสียมารยาทแบบนี้อะ?”
เจียงอี้: “……”
กับพวกจิต ๆ ฉันจะสุภาพไปทำไม!!
ฮวาหวู่: “คืนนี้ไม่แบ่งกระต่ายให้กินนะ!”
เจียงอี้: “……”
ใครอยากกินฟะ!!
…
…
พอทั้งสองกลับมาที่ถนน พวกม่ายเกอก็ขนของเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังตามหาสองคนนี้อยู่
เจียงอี้ไม่พูดไม่จา สีหน้ายังดำมืดเหมือนเดิม ขึ้นรถแล้วปิดประตู ปัง ดังลั่น
ทุกคน: “……”
นักโทษอะไรจะอารมณ์ร้ายขนาดนี้วะ?
ม่ายเกอทำหน้างงเต็มขั้น มองฮวาหวู่อย่างจับผิด “เธอทำอะไรเขารึเปล่า?”
ฮวาหวู่ผลักแว่นตาในจินตนาการขึ้นอย่างภาคภูมิ “ฉันจะไปทำอะไรเขาได้ ฉันออกจะเป็นคนน่ารัก และใจดีขนาดนี้”
“เธอรู้เหรอว่า ‘ใจดี’ มันเขียนยังไง?” ม่ายเกอกระตุกยิ้มมุมปาก เหมือนอยากจะพูดว่า ถ้าฮวาหวู่เรียกว่าคนใจดี งั้นบนโลกนี้ก็คงไม่มีใครเป็นคนดีอีกแล้ว
“รู้สิ ฉันไม่ใช่คนไม่รู้หนังสือนะ”
ฮวาหวู่ตอบจริงจัง แล้วยังย้อนถามกลับไปอีก “พวกนายล่ะ เขียนเป็นกันมั้ย?”
“……”
หึหึ…
นี่ใช่ประเด็นตรงไหนกันฟะ!?
ม่ายเกอสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเล่าให้ฮวาหวู่ฟังถึงสถานการณ์ของขบวนรถด้านหน้า
"ขบวนรถที่อยู่ข้างหน้าน่าจะเป็นของทีมกู้ภัยนะ แต่เหมือนจะเจอพวกซอมบี้โจมตีเข้าให้…"
ในขบวนรถมีของอยู่เยอะเหมือนกัน ทั้งเสบียง ทั้งอาวุธครบ
จากสภาพในที่เกิดเหตุ ดูแล้วเหมือนเพิ่งโดนจู่โจมไปได้ไม่นาน
พอพวกเขาเก็บของจนเสร็จ ก็เพิ่งมานึกขึ้นได้อีกปัญหา
“ขบวนรถมันจอดขวางถนนหมดเลย พวกเราจะผ่านไปก็ไม่ได้”
ฮวาหวู่ว่า “งั้นก็อ้อมสิ จะอะไรนักหนา”
“ฉันดูแผนที่แล้ว ถ้าจะอ้อมล่ะก็ ต้องย้อนกลับไปอีกตั้ง 30 กิโล ผ่านถนนในตัวเมืองเล็ก ๆ แล้วค่อยวกกลับเข้าถนนหลัก… แต่ทางผ่านหมู่บ้านน่ะ บางช่วงมันผ่านตรงกลางชุมชนเลย อันตรายเอาเรื่อง”
อ้อมก็เสี่ยง ไม่อ้อมก็ต้องทิ้งรถ
แต่ของพวกนี้ เสบียง อาวุธ กระสุนตั้งเยอะ จะให้หิ้วกันสองขาเดินเอาเหรอ? ก็เกินไปมั้ย
ฮวาหวู่ว่า “ก็มีทางเลือกเดียว จะมานั่งลังเลอะไรอีกล่ะ”
ม่ายเกอลังเลอยู่ “ฉันแค่กลัวว่าอีกทางมันอันตราย…”
ในหมู่บ้านแต่ละที่ก็มีคนเยอะอยู่ ต้องฝ่าเข้าไปกลางพวกนั้นเนี่ย เหมือนไปเดินเล่นในถ้ำเสือยังไงยังงั้น
ฮวาหวู่ปลอบแบบไม่แคร์อะไร “ไม่ต้องกลัว พวกเราอันตรายยิ่งกว่านะ ต้องเชื่อมั่นในตัวเอง!”
ม่ายเกอ: “……”
ฟังดู…ก็มีเหตุผลอยู่นะ!?
แต่สุดท้าย ม่ายเกอก็ยังรู้สึกไม่วางใจขบวนรถที่โดนซอมบี้เล่นงานไปเมื่อกี้ เลยให้ย้อนกลับไปอีกหน่อย หาที่ปลอดภัยหน่อยไว้ค้างคืน
กระต่ายที่ฮวาหวู่จับมาเมื่อบ่าย กลายเป็นมื้อเย็นของวันนี้
แล้วฮวาหวู่ก็พูดจริงทำจริง บอกไม่ให้เจียงอี้กิน ก็คือไม่ให้กินจริง ๆ
แต่ม่ายเกอก็ไม่ได้ใจแคบแบบนั้น แบ่งเนื้อให้เจียงอี้หน่อย อย่างน้อยก็หมอของพวกเขานะเว้ย…
แต่อีตานั่นก็ไม่แตะเลยสักคำ
ม่ายเกอถือเนื้อกลับมา นั่งข้างกองไฟ แล้วถามฮวาหวู่อย่างคาใจ
“เธอไม่ได้ทำอะไรเขาในป่าจริง ๆ เหรอ?”
“ฉันตัวแค่นี้ จะไปทำอะไรเขาได้?” ฮวาหวู่พูดเสียงเนือย
“……”
ม่ายเกอกลั้นไว้ แต่สุดท้ายก็กลั้นไม่อยู่ “เธอน่ะ จะทำอะไรก็เป็นไปได้หมดแหละ”
“……”
ฉันดูเป็นคนแบบนั้นเหรอ!?
ฮวาหวู่กินอิ่มแล้ว กอดกระบอกน้ำอุ่นที่ไม่รู้ไปขโมยมาจากไหน กลับขึ้นรถออฟโรด
เจียงอี้นั่งอยู่ในรถ แขนไขว้หน้าอก มือที่โดนใส่กุญแจมือไว้ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อ สีหน้าเย็นชาน่ากลัวมาก
ฮวาหวู่ขึ้นมาปุ๊บ ก็สบตากับเจียงอี้พอดี
เธอเบือนหน้าไปทางอื่น ไม่สนใจ แล้วก็ทิ้งตัวลงนอนเลย
เจียงอี้: “……”
…
…
หมู่บ้านไป่ซวง
ในโรงงานที่หัวหมู่บ้าน มีผู้รอดชีวิตอยู่หลายคน ส่วนใหญ่เป็นชายหนุ่มแข็งแรง พวกเด็ก คนแก่ หรือผู้หญิงมีน้อยมาก
แต่ละกลุ่มก็กระจุกตัวกันเอง แววตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
“กัปตันเซียวไปไหนนานจัง?”
มีคนกระซิบถามเบา ๆ “หายไปตั้งวันหนึ่งคืนหนึ่งแล้วนะ…”
“เขาจะทิ้งพวกเราหนีไปแล้วเปล่า?”
“ไม่น่าใช่นะ…เขาเป็นทีมกู้ภัยไม่ใช่เหรอ”
“แต่พวกเรามีเยอะขนาดนี้ รถก็ไม่มีแล้ว เขาจะพาเราไปยังไงล่ะ?”
ขณะที่ทุกคนกำลังวิตกว่าทีมกู้ภัยจะเทพวกเขา ทิ้งให้อยู่กันเอง คนที่ดูต้นทางก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง
“มีรถมา! กัปตันเซียวกลับมาแล้ว!!”
ในแสงยามโพล้เพล้ มีรถหลายคันวิ่งตรงมาจากทางไกล
ประตูโรงงานถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว รถทั้งห้าคันก็แล่นเข้ามาจอดในลานกว้าง
สามคันหน้า ทุกคนจำได้ แต่สองคันหลัง…
เซียวซีลงมาจากคันแรก จากนั้นคนอื่น ๆ ก็ค่อย ๆ ทยอยตามลงมา
พอเห็นว่าคนของเซียวซีหายไปครึ่งหนึ่ง บรรยากาศก็เงียบกริบ หนักอึ้งจนไม่มีใครกล้าพูดอะไร
แล้วจากรถสองคันหลัง ก็มีคนลงมาต่อเนื่อง
กลุ่มนี้ตัวใหญ่บึกบึนกันทุกคน กล้ามเป็นมัด ๆ เหมือนพวกนักมวย ไม่มีใครพูดอะไร แต่แค่ยืนอยู่เฉย ๆ ก็ทำเอาคนอื่นใจฝ่อแล้ว
“พี่เซียว!”
ในกลุ่มผู้รอดชีวิต มีผู้หญิงคนหนึ่งเบียดฝูงชนออกมา เดินตรงไปหาเซียวซี
หน้าตาเธอสวยใส สะอาดสะอ้าน หน้าเรียวได้รูปตัดกับคนอื่นที่เลอะเทอะจนดูไม่ออกว่าหน้าคนหรือโคลน
…………………………………………………………………………………………………………………………….
โลกที่ 2: ท่วงทำนองคลั่งวันสิ้นโลก (12)
อวี๋เหยียนเหยียนเห็นว่าทีมของเซียวซีเหลือกันแค่เจ็ดแปดคน สีหน้าก็เริ่มไม่ดี ถามอย่างเป็นห่วง
“เจอพวกซอมบี้เหรอ?”
“อืม”
เซียวซีสีหน้าหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด เส้นคิ้วเส้นปากตึงเป๊ะ ดูแล้วดุสุด ๆ
พวกเขาออกไปหาเสบียง แล้วก็หวังว่าจะเจอรถกับน้ำมันด้วย
เผื่อจะได้ขนผู้รอดชีวิตที่นี่ออกไปให้หมด
แต่ดันซวย หาของไม่ได้ แถมยังเจอฝูงซอมบี้เข้าให้
ถ้าไม่ได้พวกที่ตามหลังมาช่วยไว้ คงได้กลายเป็นอาหารซอมบี้กันหมดแน่ ๆ
อวี๋เหยียนเหยียนปลอบเซียวซีสองสามคำ ก่อนจะหันไปมองกลุ่มชายร่างบึกที่ยืนอยู่นอกรถ
พอมองชัด ๆ แล้ว สีหน้าเธอก็เปลี่ยนไปทันที — นี่มัน…
ทำไมพวกมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ!!
แค่เห็นหน้าพวกนี้ เธอก็หวนกลับไปคิดถึงตอนจบในพล็อตนิยายที่เธอเคยต้องเจอ
แม้ตอนนี้เรื่องราวพวกนั้นจะยังไม่เกิดขึ้น แต่ตอนที่เธอเพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นแค่ตัวประกอบฝ่ายร้ายในนิยาย เธอก็ฝันร้ายทุกคืน
ในฝัน…ก็มีแต่ไอ้พวกนี้ทั้งนั้น…
เซียวซีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทำให้อวี๋เหยียนเหยียนรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาหน่อย
อย่างน้อยเธอก็ไม่ใช่ตัวคนเดียวเหมือนในพล็อตเดิมอีกแล้ว
ตอนนี้เธออยู่กับพระเอกนะ!
คิดแบบนี้แล้วเธอก็ใจเย็นลงได้หน่อย
เดี๋ยวก่อน…
แล้วสือเวินล่ะ?
หรือว่าเธอ…
คิดมาถึงตรงนี้ อวี๋เหยียนเหยียนก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาอีก
ในนิยาย ทุกอย่างมันหมุนรอบตัวละครเอกที่มี "ออร่าพระเอกนางเอก" อยู่แล้ว
ถ้าสือเวินยังอยู่ข้าง ๆ พระเอก เธอจะไปมีที่ยืนได้ยังไงล่ะ?
แต่แรกเธอก็แค่อยากไล่สือเวินไปให้พ้น ๆ แต่ลองมาทุกวิธีแล้ว ก็ไล่ไม่หลุดสักที
แบบนี้เธอก็ต้อง "ตัดรากถอนโคน" เท่านั้น!
ต้องกำจัดให้เด็ดขาด!!
ตอนนี้สือเวินไม่อยู่กับพวกนี้…
อวี๋เหยียนเหยียนกดความดีใจลงในใจ แล้วหันไปถามเซียวซีอย่างใจเย็น
“พี่เซียว พวกนั้นเป็นใครเหรอคะ?”
“พวกเขาช่วยเราน่ะ ถ้าไม่มีพวกเขา เราคงไม่มีใครได้กลับมาหรอก”
เซียวซีพยักพเยิดไปทางชายคนหนึ่ง “หัวหน้าพวกเขาชื่อม่ายเกอ”
อวี๋เหยียนเหยียนหันไปมองม่ายเกอ ที่กำลังยืนสูบบุหรี่พลางมองไปรอบ ๆ
พอเธอมองไปพอดี สายตาของม่ายเกอก็หันมาป๊ะเข้าอย่างจัง
สายตานั้น เหมือนดึงเธอกลับเข้าไปในพล็อตนิยายอีกครั้ง
ความเย็นเยียบไหลพล่านทั่วตัว
อวี๋เหยียนเหยียนรีบคว้าแขนเซียวซีไว้แน่น “พี่เซียว พวกนั้นให้ความรู้สึกไม่ดีเลยค่ะ…”
เซียวซีเองก็รู้สึกอยู่แล้ว ว่าพวกนั้นดูไม่ใช่คนดีนัก
แต่ตอนนี้คนของเขาตายไปเยอะแล้ว ผู้รอดชีวิตที่เหลือก็ไม่ค่อยมีใครสู้กับซอมบี้ได้
อีกฝ่ายมีอาวุธพร้อม ถ้าไม่ขัดกันก็พอเดินทางด้วยกันได้
แถมพวกเขาก็ช่วยชีวิตพวกเขาจริง ๆ
ถึงจะให้ความรู้สึกไม่ดี…แต่ก็ยังไม่ได้ทำอะไรเสียหาย
“แต่…พวกเขาให้ความรู้สึกแย่มากจริง ๆ ค่ะ แถมยังมีอาวุธด้วย อยู่กับพวกเราแบบนี้มันอันตรายนะ”
อวี๋เหยียนเหยียนพยายามกล่อมเซียวซี อยากให้ไล่พวกม่ายเกอออกไปจากที่นี่
เซียวซีไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงต่อต้านขนาดนี้ แต่ตอนนี้พวกเขาก็มาถึงแล้ว
ถ้าจะไล่พวกนั้นไปตอนนี้ แล้วถ้าอีกฝ่ายไม่พอใจขึ้นมา หันมาหาเรื่องกัน
หากต้องสู้กันขึ้นมาจริง ๆ แล้วดึงดูดซอมบี้มาอีก จะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าเดิมอแน่
เซียวซีคิดอยู่พักนึง แล้วพูดว่า
“เดี๋ยวก็จะมืดแล้ว เข้าไปข้างในก่อนค่อยว่ากัน”
อวี๋เหยียนเหยียนยังอยากจะพูดอะไรอีก แต่เห็นว่าเซียวซีตัดสินใจแล้ว เธอก็ได้แต่เบะปาก แล้วกลืนคำพูดกลับไป
“…ก็ได้ค่ะ”
เซียวซีให้เธอเข้าไปข้างในก่อน ส่วนเขาเดินไปหาม่ายเกอ ชวนให้เข้าไปพักในโรงงานด้วยกัน
ม่ายเกอยังทำเป็นถ่อมตัวอีกต่างหาก “สะดวกหรือเปล่าครับ?”
เซียวซีตอบเสียงนิ่ง “ในโรงงานกว้างขวาง ไม่มีปัญหาครับ”
“งั้นก็ขอบคุณกัปตันเซียวมาก ๆ เลย”
“สมัยนี้อยู่ข้างนอก ต้องพึ่งพากันนั่นแหละ”
“กัปตันเซียวพูดถูกเลยครับ”
ทั้งสองพูดจาเชิงมารยาทกันอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นม่ายเกอก็หันไปบอกเซียวซีให้รอสักครู่ แล้วเดินอาด ๆ ตรงไปยังรถออฟโรดคันที่สอง
ก่อนจะเปิดประตูรถ
กัปตันเซียวคิดว่าม่ายเกอจะไปหยิบของอะไรซักอย่าง แต่ม่ายเกอกลับหันไปพูดกับคนในรถว่า
“ยังจะนั่งแช่อยู่ในรถอีก? จะให้ฉันปูพรมแดงรับด้วยมั้ยฮะ?”
มีคนอยู่ในรถด้วยเหรอ!?
รถออฟโรดคันนั้นติดฟิล์มทึบข้างในมองไม่เห็นเลย
ตอนที่ม่ายเกอช่วยพวกเขาไว้ ทุกคนมัวแต่รีบหนี ไม่มีใครทันได้สังเกตให้ดี
กลุ่มพวกลูกน้องของม่ายเกออย่างเสี่ยวอู่ก็รูปร่างพอ ๆ กันหมด
เลยไม่มีใครเอะใจว่ามีคนอยู่ในรถอีก
“ม่ายเกอจะปูให้ฉันจริงก็ไม่ว่าอะไรนะ~” เสียงผู้หญิงใสแจ๋วดังลอดออกมาจากในรถ
“ฝันไปเหอะ! ลงมาเลย!”
“……โอย~”
จากนั้นก็มีเด็กสาวคนหนึ่งกระโดดลงมาจากรถ
ใส่ชุดนักเรียนแดงขาว หน้าตายังเด็กอยู่เลย มือก็ยังถือกระบอกน้ำเก็บความร้อนสีดำเอาไว้แน่น
เธอเอาหัวก้ม ๆ ลงมา ท่าทางเหมือนหมดอาลัยตายอยาก
แค่ยืนอยู่ตรงนั้น ก็ตะโกนคำว่า ‘เบื่อชีวิต’ ออกมาดังลั่นแบบไม่ต้องพูด
นั่นใช่…สือเวินเหรอ?
เซียวซีจำเธอได้ทันที ชะงักไปแวบหนึ่ง
ไม่ใช่ว่าเธอ…
พอฮวาหวู่ลงจากรถ เจียงอี้ก็ตามลงมาด้วย
เขาถือเสื้อคลุมตัวหนึ่งไว้พาดแขน บังโซ่ที่ล่ามข้อมือเอาไว้ สีหน้าก็เย็นเฉียบแบบไม่อยากยุ่งกับใครทั้งนั้น
สองคนนี้ดูยังไงก็ไม่เข้าพวกกับคนอื่นในทีมของม่ายเกอเลย
“กัปตันเซียว งั้นพวกเราขอเข้าไปข้างในเลยแล้วกันนะ”
ม่ายเกอรีบจัดการพาฮวาหวู่ ‘ลงจากรถ’ แล้วก็ตรงไปหาเซียวซี
เซียวซีมองหน้าฮวาหวู่แว้บนึง แต่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะมาทำความรู้จัก ก็เลยไม่พูดอะไรอีก
ม่ายเกอทิ้งคนไว้เฝ้ารถหนึ่งคน
เซียวซีไม่ไว้ใจม่ายเกอ…ม่ายเกอเองก็ไม่ไว้ใจเซียวซีเหมือนกัน
ทั้งสองเลยต่างก็ไม่พูดอะไรให้มากความ
…
…
ฮวาหวู่เดินเอื่อย ๆ ตามทุกคนเข้าไปในตัวโรงงาน
ผู้รอดชีวิตที่อยู่ข้างในต่างก็มองกันมาแบบเต็มตา แต่ไม่มีใครพูดอะไร
ใบหน้าเลอะเทอะของแต่ละคนเต็มไปด้วยความระแวดระวังและหวาดกลัว
แล้วพอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินมากับกลุ่มผู้ชายตัวบึ้กพวกนั้น
หลายคนก็เริ่มตกใจอย่างเห็นได้ชัด
ก็เธอมันสวยเกินหน้าเกินตาใครเลยนี่นา
ชุดนักเรียนแดงขาวดูสะอาดสะอ้าน แต่ดูเหมือนจะตัวใหญ่ไปหน่อย แขนเสื้อยาวปิดมือ เหลือให้เห็นแค่นิ้วขาว ๆ แค่ปลายเดียว
เธอตัวเล็ก เดินอยู่ท่ามกลางกลุ่มชายล่ำ ๆ
ดูเหมือนคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่ถูกปกป้องยังไงยังงั้น
สายตาฮวาหวู่ไล่กวาดผ่านใบหน้าของพวกผู้รอดชีวิต
แล้วจู่ ๆ ก็สบตาเข้ากับใครบางคน
เป็นดวงตาที่ตกตะลึงแทบพูดไม่ออก
ผู้หญิงคนนั้น หน้าตาดูสะอาดกว่าคนรอบข้างชัดเจน พอมองก็สะดุดตาทันที
“เหยียนเหยียน…นั่นใช่สือเวินรึเปล่า?”
ผู้หญิงข้าง ๆ กระตุกแขนเสื้อของอวี๋เหยียนเหยียน พูดเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย
“เธอปลอดภัยนี่นา!”
อวี๋เหยียนเหยียนสบตากับฮวาหวู่เหมือนโดนฟ้าผ่า หัวใจเต้นตึกตักไม่หยุด
เมื่อกี้ที่อยู่ข้างนอกยังไม่เห็นเลย นึกว่าเธอ…
ใครจะไปคิดว่าจะโผล่มาแบบไม่ให้ตั้งตัวแบบนี้!
แถมเธอยังดูดีกว่าเดิมอีกต่างหาก สะอาดสะอ้าน สวยเด้ง ไม่มีแม้แต่ร่องรอยความลำบาก
นี่มัน…เธอรอดมาได้ยังไง!?
พวกม่ายเกอ…ไม่ได้ทำอะไรเธอเลยเหรอ!?
“เหยียนเหยียน? เหยียนเหยียน…”
อวี๋เหยียนเหยียนได้สติ หันไปมองถิงถงที่อยู่ข้าง ๆ ฝืนปั้นหน้าก่อนจะตอบแบบตะกุกตะกัก
“อะไรเหรอ?”
“นั่นใช่สือเวินรึเปล่า?” ถิงถงชี้ไปที่ฮวาหวู่
“……น่าจะใช่แหละ”
ตอนนั้นพอแบ่งทีมไปหาเสบียง อวี๋เหยียนเหยียนอาสาไปกับสือเวินเองเลยด้วยซ้ำ
แล้วก็พาเธอไปดักเจอกลุ่มม่ายเกอ พอถึงจุดนัด ก็ผลักสือเวินออกไปก่อนจะเผ่นหนีเลย
ตอนนั้นคิดว่ายังไงสือเวินก็ไม่รอด
ไม่โดนข่มเหง ก็น่าจะโดนลากไปเป็น ‘เหยื่อล่อ’ ซอมบี้แทนอยู่ดี
ก็ในพล็อตเดิมของนิยาย เธอก็จบแบบนั้น…
เธอรู้อยู่เต็มอก ว่าพวกนั้นมันน่ากลัวขนาดไหน
แต่แล้ว…ทำไมเธอถึงไม่เป็นอะไรเลยล่ะ!?
(จบบท)