เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

โลกที่ 2: ท่วงทำนองคลั่งวันสิ้นโลก 3-4

โลกที่ 2: ท่วงทำนองคลั่งวันสิ้นโลก 3-4

โลกที่ 2: ท่วงทำนองคลั่งวันสิ้นโลก 3-4


โลกที่ 2: ท่วงทำนองคลั่งวันสิ้นโลก (3)

ลูกน้องสองสามคนลากม่ายเกอไปคุยกันเงียบ ๆ อยู่มุมข้าง

"ม่ายเกอ ผมว่าให้เธอเข้ากลุ่มเถอะ ยังไงพวกเราก็มีตั้งเยอะ จะกลัวเธอไปทำไมล่ะ เดี๋ยวหาเสบียงเจอเมื่อไหร่ค่อยจัดการก็ยังทัน"

"ใช่เลยม่ายเกอ ผมนี่หิวจนจะตายแล้ว"

"เธอมาอยู่กับพวกเรา ก็ไม่ได้เสียอะไรนี่ พวกเราผู้ชายทั้งกลุ่ม จะกลัวผู้หญิงคนเดียวรึไง?"

พอถกกันเสร็จ ม่ายเกอกับลูกน้องก็เดินกลับมาหาฮวาหวู่

"เธออยากเข้ากลุ่มเราจริง ๆ เหรอ?"

ฮวาหวู่ยิ้มอย่างจริงใจ น้ำเสียงหนักแน่นมั่นใจ "แน่นอนอยู่แล้ว!"

"...ก็ได้ ฉันให้เธอเข้ากลุ่ม" ม่ายเกอพยักหน้า "แล้วเธอมีความสามารถอะไรเด็ด ๆ บ้างล่ะ?"

"..."

ฮวาหวู่เงียบไปแป๊บ ก่อนจะชี้ไปทางมุมห้องที่หลี่เหอกำลังขดตัวอยู่ "งั้นฉันช่วยพวกนายจัดการหมอนั่นอีกคนดีไหมล่ะ? ตัดปัญหาสองเด้ง!"

หลี่เหอ: "???" คำนี้ใช้แบบนี้ได้ด้วยเรอะ!?

ม่ายเกอรีบส่งสัญญาณให้ลูกน้องเข้าไปกันตัวสาวน้อยที่ดูจะฮึกเหิมเต็มที่แล้ว พูดลอดไรฟัน "ไม่ต้อง!"

ฮวาหวู่ทำหน้าผิดหวังเหมือนโดนขัดใจสุด ๆ "โธ่ ฉันถนัดเรื่องนี้สุด ๆ เลยนะ"

ม่ายเกอ: "..."

เธอเป็นคนแบบไหนกันแน่เนี่ย!!

...

...

ฝูงซอมบี้สองสามตัวเดินเตร็ดเตร่ไปตามถนน ผิวของพวกมันเป็นสีเทาอมเขียว ใต้ผิวที่ยังไม่เน่าเปื่อยมองเห็นเส้นดำ ๆ คล้ายเส้นเลือดที่กลายเป็นสีดำไปแล้ว

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าไวรัสซอมบี้ระบาดมายังไง รู้แค่ว่ามันเริ่มจากเมืองกานหยาง

ช่วงแรกมีแค่ประกาศให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้าน ห้ามออกนอกเคหะสถาน

แต่ไม่นานนัก ข่าวสารและรายการวิทยุก็เงียบหายไปหมด

แค่ในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ โลกทั้งใบเหมือนจะล่มสลายจนหมดสิ้น

ฮวาหวู่ไม่รู้ไปเจอดอกไม้ป่ามาจากไหน กำลังจัดใส่ขวดแก้วอย่างตั้งอกตั้งใจ

ดอกไม้พวกนั้นดูฉูดฉาดพิลึก ตัดกับมือขาวซีดเรียวยาวของฮวาหวู่จนแสบตา

"เธอยังมีอารมณ์มานั่งจัดดอกไม้อีกเหรอห๊ะ" เหล่าซานบ่นอย่างหัวเสีย

"ทำไมจะไม่มีล่ะ?" ฮวาหวู่รินน้ำใส่ขวดแก้วนิดหน่อย แล้วหันไปพูดกับเหล่าซานว่า "เดี๋ยวช่วยยกขึ้นรถให้หน่อยนะ"

เหล่าซาน: "ฉันผู้ชายทั้งแท่ง ต้องมายกของแบบนี้เนี่ยนะ?"

ฮวาหวู่คิดแป๊บนึง "งั้นเรียกนายว่า... พ่อบ้านดอกไม้?"

"..."

เหล่าซานนั่งแทะบิสกิตอยู่บนโซฟา หันไปมองดอกไม้ป่าในขวดสลับกับมองสาวน้อยที่นั่งริมหน้าต่าง เธอมองออกไปข้างนอกอย่างสบายใจ: "เฮ้ย เธอรู้ได้ไงว่าที่นี่มีของกิน?"

"ฉันมีชื่อนะ" ฮวาหวู่หันข้าง มองเหล่าซานแวบหนึ่ง

"ชื่ออะไร?"

"ชื่อสือเวิน"

"สือเวิน? ฟังดูเหมือนคำว่า 'เวิน' (เวินแปลว่าโรคระบาด)" เหล่าซานทำหน้าประหลาดใจ "พ่อแม่เธอเกลียดเธอขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงตั้งชื่อแบบนี้ให้?"

ฮวาหวู่: "เวินที่แปลว่าอบอุ่นน่ะ"

แต่เหล่าซานมันก็ซื่อบื้อ ไม่สนใจหรอกว่าเขียนยังไง "ออกเสียงเหมือนกัน จะไปต่างกันตรงไหน"

แล้วก็วกกลับไปคำถามแรกทันที "เออ แล้วเธอยังไม่ได้ตอบเลย ว่ารู้ได้ไงว่าที่นี่มีของกิน?"

"เดาเอา"

"???"

ที่นี่เป็นตรอกเล็ก ๆ รอบข้างเต็มไปด้วยตึกผุ ๆ พัง ๆ ดูเผิน ๆ ไม่มีวี่แววว่าจะมีเสบียง

ใครจะไปรู้ว่าเจ้าของบ้านคนเก่าจะเป็นพวกบ้าการเอาตัวรอด กักตุนของไว้เยอะเลย

แต่เสียดาย...

สุดท้ายก็กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว

ที่แบบนี้ใครจะไปเดาถูกวะ? หลอกกันอยู่ชัด ๆ!

เหล่าซานยกน้ำขึ้นกระดกไปครึ่งขวด แล้วเรอกลางอากาศอย่างสะใจ ก่อนจะเช็ดปากถามว่า "แล้วทำไมเธอถึงอยากเข้ากลุ่มกับพวกเราล่ะ?"

พวกเขาระหว่างทางก็จับคนมาเรื่อย ๆ

ก็มีหลายคนอยากขอเข้าร่วมกลุ่ม

แต่พวกนั้นล้วนแต่คุกเข่าร้องไห้น้ำมูกน้ำตาเลอะหน้า ไม่มีศักดิ์ศรีเอาซะเลย

แต่ยัยหนูนี่ไม่เหมือนกัน...

ฮวาหวู่ยัดมือสองข้างใส่ในแขนเสื้อ ทำหน้าจริงจังสุด ๆ "ก็ฉันเห็นว่าพวกคุณแต่ละคนกระดูกดีใช้ได้ เป็นอัจฉริยะหายากในหมื่นคน อนาคตต้องรุ่งแน่นอน..."

ห้านาทีผ่านไป...

เหล่าซานเดินกลับไปหาม่ายเกอ ก้มหน้ากระซิบข้างหูเบา ๆ ว่า

"ม่ายเกอ ผมว่านังหนูคนนั้นน่าจะเพี้ยนว่ะ"

ม่ายเกอ: "หือ?"

เหล่าซานพยักหน้ารัว ๆ แบบมั่นใจสุดขีด "สมองเธอไม่ปกติชัวร์"

ม่ายเกอขมวดคิ้ว — สมองไม่ปกติ?

เด็กผู้หญิงอายุเท่านี้ ถ้ามาเจอกลุ่มเขาเข้าไปปกติก็คงขวัญกระเจิงแล้ว

แต่เธอคนนี้ยิงปืนใส่คนแบบไม่ลังเลด้วยซ้ำ—ความกล้านี่ ไม่รู้ว่าผู้ชายกี่คนยังจะทำได้หรือเปล่า

แถมยังกล้าต่อรองเงื่อนไขกับพวกเขาแบบหน้าตาเฉยอีกต่างหาก แล้วขอเข้ากลุ่มเขาเฉยเลย

แบบนี้มันจะปกติได้ไงล่ะ?

“นังหนูนั่นฝีมือดีอยู่นะ” ม่ายเกอพูดแค่นั้นสั้น ๆ

คนในกลุ่มเขาน่ะ แต่ละคนล้วนผ่านการฝึกมาทั้งนั้น

แต่เธอดันแย่งปืนจากพวกเขาไปได้ นี่ถ้าไม่ผ่านการฝึกมาก่อน ก็คงทำไม่ได้หรอก

เหล่าซานคิดอยู่แป๊บนึง ก่อนจะเสนอไอเดียต่อ

"ม่ายเกอ ตอนนี้พวกเราได้ของแล้ว ถ้าประหยัดดี ๆ ก็พอให้ยืดได้อีกหลายวัน รอจนกว่าจะเจอรอบต่อไป ผมว่าเราน่าจะจัดการหนูนั่นเลย..."

เขาทำท่าเชือดคอตัวเองให้ดู

สายตานี่แบบเหี้ยมสุด

ม่ายเกอรีบส่งสายตาเตือน

แต่เหล่าซานดันไม่เข้าใจ ถามกลับซื่อ ๆ "ม่ายเกอ ตาพี่เป็นอะไรอ่ะ?"

ม่ายเกอถึงกับมึนหัว จับหัวเหล่าซานหันกลับไป

แล้วเหล่าซานก็เห็นว่า...

ยัยหนูที่เมื่อกี้ยังอยู่ริมหน้าต่าง ไม่รู้โผล่มายืนอยู่ด้านหลังเขาตอนไหน สองมือล้วงกระเป๋าแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มแบบมีเลศนัย "จะจัดการฉันเหรอ? ว่ามาเลยสิ~"

เหล่าซานสะดุ้งเฮือกกระโดดตัวลอย "เธอเดินไม่มีเสียงเลยรึไง?!"

ฮวาหวู่: "งั้นนายตะโกนให้ดังกว่านี้อีกสิ จะได้เรียกฝูงซอมบี้มาให้หมด มาเปิดคอนเสิร์ตฟังเสียงนายซะเลย"

เหล่าซาน: "…"

"ฉันพาพวกนายไปเจอเสบียง พวกนายก็ให้ฉันเข้ากลุ่ม นั่นคือเงื่อนไขที่เราตกลงกันไว้"

ฮวาหวู่หันไปมองม่ายเกอ ถอนหายใจเบา ๆ "คนที่ผิดสัญญา...จะต้องได้รับผลกรรมแน่นอนนะ"

ม่ายเกอผลักเหล่าซานออกไป แล้วพูดว่า "ไหน ๆ ก็ให้เธอเข้ากลุ่มแล้ว ฉันไม่ผิดสัญญาหรอก จากนี้ไปเธอคือพวกเดียวกับเรา"

ตอนแรกม่ายเกอก็คิดเหมือนเหล่าซานนั่นแหละ พอได้ของแล้วก็จะตัดหางปล่อยวัดยัยนี่

แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนความคิดแล้ว

รู้สึกว่ายัยหนูนี่น่าสนใจดี แถมยังโหดใช้ได้ ดูแล้วไม่น่าใช่คนธรรมดา

ขอดู ๆ ไปก่อน ถ้าผ่านจริง อาจจะปั้นให้โตเป็นกำลังหลักก็ได้

"ม่ายเกอ?" เหล่าซานทำหน้ามึน

ม่ายเกอโบกมือเป็นเชิงว่าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว จบเรื่อง

เหล่าซานเบิกตาโตเท่ากระด้ง จ้องฮวาหวู่เขม็ง มือที่จับขวานอยู่ กำแน่นขึ้นเรื่อย ๆ

ฮวาหวู่ทำหน้าใสซื่อ มือข้างหนึ่งวางแนบอก เหมือนปฏิญาณตนยังไงยังงั้น "ข้าจะอุทิศตัวเพื่อพี่น้องในครอบครัวนี้ให้เต็มที่เลยเจ้าค่ะ"

ม่ายเกอ: "..."

ใครเป็นครอบครัวเธอฟะ!!

เขาเริ่มรู้สึกเสียใจแล้วที่ตัดสินใจรับเธอเข้ากลุ่ม

...

...

ตอนนี้ฮวาหวู่กับพวกอยู่ในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ตึกแถวแถวนี้ส่วนใหญ่ก็ล้วนเก่าแก่ ไม่มีตึกสูงเท่าไหร่

เสบียงที่ฮวาหวู่พาพวกเขาไปเจอ ก็ไม่ได้เยอะมากนัก

พวกเขายังต้องการน้ำมัน ยา... หรือแม้กระทั่งอาวุธ กระสุน อุปกรณ์ยังชีพต่าง ๆ

ก็เลยยังตัดสินใจว่าจะหาของเพิ่มอีกหน่อย ก่อนจะย้ายกันไป

ยังไงก็มาถึงแล้วนี่นา

ม่ายเกอพาลูกน้องไปยังสถานีตำรวจที่ร้าง ๆ แถวนั้น หวังว่าจะยังมีของเหลือหลงอยู่บ้าง

ส่วนฮวาหวู่ก็ถูกทิ้งไว้ให้เฝ้าระวังด้านนอก

ตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่ในเบาะหน้ารถออฟโรดขนาดใหญ่ เอาขาพาดไว้บนแผงควบคุม ตรงพื้นข้าง ๆ มีดอกไม้ป่าช่อหนึ่งสีสดจัดวางไว้อยู่ เธอดูชิล ๆ เหมือนกำลังไปเที่ยวพักผ่อนยังไงยังงั้น

ฮวาหวู่คิดว่า ตอนนี้พวกอวี๋เหยียนเหยี่ยนคงหนีไปไกลแล้ว

ถึงขับรถแปดล้อก็ไม่น่าจะไล่ทัน

สู้ตั้งหลักสร้างฐานเพิ่มดีกว่า เสริมบารมีให้ตัวเอกสาวสุดเท่อย่างเธอหน่อยเถอะ!

นางเอกจะไร้บารมีไม่ได้เด็ดขาด!

…………………………………………………………………………………………………………………………….

โลกที่ 2: ท่วงทำนองคลั่งวันสิ้นโลก (4)

【คะคะ คนสวยจ๋า~ ที่ว่า “หาคนเข้ากลุ่มเพิ่ม” นี่หมายถึงพวกม่ายชิงชิงรึเปล่าอะ? มันไม่ค่อยเหมาะรึเปล่านะ?】

เมี่ยงเมิ่งคงแว่บมาเล่นมือถือระหว่างทำงาน เห็นสิ่งที่ฮวาหวู่ทำเข้าพอดี เลยนึกได้ว่าเขาเองก็มีหน้าที่ในเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เลยรีบโผล่มาทัก

"ม่ายเกอ ชื่อจริงชื่อม่ายชิงชิงเหรอ?"

นี่อันธพาลตัวพ่อแท้ ๆ ดันชื่อหวานจ๋อยซะอย่างนั้น...

【ตรงนี้คือประเด็นหลักเหรอ!?】

ฮวาหวู่กระแอมเบา ๆ หนึ่งที "แล้วมันไม่เหมาะตรงไหน? เปลี่ยนเหล่าร้ายที่หลงทางให้กลับมาเดินทาง...ที่ไม่ถูกต้อง เอ๊ย ทางที่ไม่แย่เท่าไหร่ นี่แหละสิ่งที่ผู้กล้าผู้มีใจยุติธรรมอย่างฉันควรจะทำ!"

สรุปง่าย ๆ—เธอนี่แหละ! คือผู้กอบกู้โลก!

【...ฟังดูมีเหตุผลแฮะ】

เมี่ยงเมิ่ง...โดนเธอล้างสมองอีกรอบแล้ว

ม่ายเกอกับพวกเพิ่งเดินออกมาจากข้างใน เหล่าซานเดินดุ่ม ๆ นำหน้ามาเลย มือยังกำขวานแน่น เดินไปก็ด่าไป

"ไอ้ลูกเต่าเอ๊ย กระสุนเม็ดเดียวก็ไม่เหลือให้!"

ม่ายเกอไม่ได้ใส่ใจเสียงบ่น เขาเดินตรงมาหาประตูรถถามฮวาหวู่

"มีอะไรผิดปกติไหม?"

ฮวาหวู่กำลังจะส่ายหน้า แต่หางตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่มุมถนน เธอชะงักก่อนจะชี้ไปด้วยคาง

"แบบนั้นนับไหม?"

"ช่วย...ช่วยด้วย..."

มีผู้หญิงคนนึงใส่ชุดกระโปรงขาว สภาพโทรม ๆ วิ่งเซ ๆ ออกมาจากหัวมุมถนน

กระโปรงเธอขาดแหว่งไปหลายจุด เผยให้เห็นเรือนร่างด้านในแบบพอได้จินตนาการ

หน้าอกอวบอึ๋มของเธอขยับตามจังหวะวิ่งชนิดที่ว่าเห็นแล้วต้องเหลียวมอง

ฮวาหวู่ถึงกับตาค้าง "ใหญ่มาก…"

ม่ายเกอก็ใช่ย่อย แม้จะเป็นผู้ชายสายโหด แต่ก็อดเผลอมองไม่ได้ ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของฮวาหวู่ก็เหมือนสติกลับมาอีกครั้ง รีบยกปืนขึ้นเล็งทันที

"หยุดอยู่ตรงนั้น!"

เสียงตะโกนของม่ายเกอทำให้ทุกคนได้สติ รีบเตรียมพร้อมรับมือ

แต่สาวชุดขาวไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เธอยังคงวิ่งเข้าหาพวกเขา พร้อมกับชี้ไปทางด้านหลัง

"ซอมบี้...ซอมบี้ตามฉันมา!"

แน่นอน ที่หัวมุมมีซอมบี้สามตัววิ่งไล่ตามหลังมา

ผู้หญิงชุดขาววิ่งมาถึงพวกม่ายเกอในพริบตา เธอโผเข้าไปกอดแขนลูกน้องคนหนึ่ง

"ช่วยด้วยค่ะพี่ชาย~"

หน้าอกอันน่าตกใจนั่นเบียดเข้ากับต้นแขนของชายหนุ่มเต็ม ๆ

ลูกน้องถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่

ที่พวกม่ายเกอยังกล้าปักหลักแถวนี้ก็เพราะตอนสำรวจพบว่าบริเวณนี้ซอมบี้มีไม่เยอะ

ที่ตามมาก็แค่สามตัวเอง เหล่าซานหิ้วขวานเดินเข้าไปหวดสองที ก็ล้มเรียบ

ช่วงกลางวันซอมบี้จะช้ากว่าปกติ ถ้าจำนวนน้อย ๆ ก็ยังพอสู้ไหว

พอซอมบี้ล้มหมด ผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนหมดแรง ทิ้งตัวฟุบลงไปในอ้อมกอดลูกน้องคนนั้น

เขาก็รับไว้โดยอัตโนมัติ สายตากวาดมองเรือนร่างเธอไปทั่ว

เธอทำหน้าอ่อนหวานน่าสงสาร เสียงก็แผ่วเบา “ขอบคุณมากเลยค่ะ ถ้าไม่ได้เจอพวกพี่ วันนี้ฉันคงไม่รอดแน่ ๆ…”

ช่วงแรก ๆ ตอนเกิดความวุ่นวายแบบนี้ ยังมีผู้หญิงให้เห็นเยอะ

แต่ผ่านมาแค่สองเดือน ผู้หญิงก็เริ่มหายาก โดยเฉพาะประเภทสวย ๆ...

แบบสาวชุดขาวคนนี้ พวกเขาไม่ได้เจอมานานมากแล้ว

"ปลอดภัยแล้วล่ะ"

ชายที่กอดเธอไว้ ยิ้มให้ "ไม่ต้องกลัวนะ"

เขาชื่อเสี่ยวอู่ เป็นชื่อที่ฮวาหวู่ตั้งให้ตามขนาดตัว — เรียงตั้งแต่เสี่ยวซื่อ เสี่ยวอู่ เสี่ยวลิ่ว เสี่ยวชี จนถึงเสี่ยวปา

สาวชุดขาวซบอยู่ในอ้อมแขนของเสี่ยวอู่อย่างวางใจ ยังดูไม่ออกเลยว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตรายกว่าเดิมอีก

เธอยิ้มหวานขอบคุณ "ขอบคุณทุกคนมากจริง ๆ ค่ะ"

คนอื่น ๆ ก็เริ่มมองเธออย่างสนใจ

ม่ายเกอยังดูนิ่ง ๆ อยู่ ส่วนเหล่าซานทำหน้าเบ้ด้วยความรังเกียจ หยิบผ้าขี้ริ้วมาชิ้นนึง เช็ดขวานไปด้วย มองเธอไปด้วย สีหน้าเหมือนจะฟันเธอทันทีถ้าเธอมีพิรุธ

ผู้หญิงที่แต่งตัวแบบนี้ ในโลกยุคซอมบี้...

ถ้าม่ายเกอไม่ได้โง่หรือหื่นจนสมองเบลอ ก็ไม่มีทางเชื่อเธอแน่นอน

แต่เธอใส่แค่ชุดกระโปรงขาวตัวเดียว ขายาว ๆ สองข้างขาวโพลน ไม่มีที่ให้ซ่อนอาวุธเลย

ม่ายเกอก็เลยยังไม่อยากดับฝันลูกน้อง

"ขึ้นรถกันเถอะ" ฮวาหวู่พูดเตือนเสียงเรียบ "เดี๋ยวพวกซอมบี้จะรู้ว่าเพื่อนโดนฆ่า แล้วตามมาล้างแค้นไม่รู้ด้วยนะ~"

"..."

ล้างแค้นบ้านเธอสิ…

ถึงม่ายเกอจะคิดว่าฮวาหวู่พูดอะไรแปลก ๆ แต่ก็สะกิดความคิดบางอย่างได้

"ขึ้นรถก่อนเถอะ ย้ายที่ก่อน"

เสี่ยวอู่: "ม่ายเกอ ผู้หญิงคนนี้เธอ—"

"จับยัดขึ้นรถไปเลย!" ฮวาหวู่เร่งเสียง "เร็วสิ!"

ผู้หญิงชุดขาวยังมึน ๆ งง ๆ แต่ก็โดนลากไปทางรถแล้ว

ใกล้จะโดนดันขึ้นรถเต็มที เธออ้าปากจะกรี๊ด

ฮวาหวู่พูดสวนออกมาก่อนเลย "เอามือปิดปากเธอ!"

เสี่ยวอู่ไม่รอช้า รีบเอามือปิดปากหญิงสาว แล้วจับยัดเธอขึ้นเบาะหลังทันที

ระหว่างที่เธอดิ้นอยู่ก็สบตากับสาวอีกคนที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับ…ฮวาหวู่กำลังหันมามองด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นเหมือนกำลังประเมินเธอ

เธองงไปหมด—ทำไมคนที่สั่งการเป็นผู้หญิงล่ะ?

แล้วดูจากความชำนาญในการ "จับคน" แล้ว... ชัด ๆ เลยว่าเธอโปรกว่าไอ้พวกผู้ชายพวกนี้อีก!?

"อื้อออออออ....!!"

ใกล้จะปิดประตูรถแล้ว หญิงสาวชุดขาวก็เริ่มดิ้นสุดแรงเกิด

ฮวาหวู่หันมาแล้วยิ้มหวานปนแสบ "คนสวย~ อย่ากลัวน้า~ เดี๋ยวพวกเราจะช่วยเธอออกมาจากนรกเอง! พวกเราน่ะ ชอบช่วยคนสวย ๆ แบบเธอสุด ๆ แหละ! พวกเราคือ... ผู้ผดุงความยุติธรรม~!"

ผู้หญิงชุดขาว: "!!!"

อะไรของเธอเนี่ย!!?

นังบ้านั่นมันโรคจิตชัด ๆ!!!

เธอโดนนั่งประกบไว้ทั้งสองฝั่ง ดิ้นยังไงก็หลุดไม่ได้

เธอทำได้แค่มองภาพรอบข้างที่ถอยห่างออกไปเรื่อย ๆ ผ่านหน้าต่างรถ… หัวใจแทบหล่นวูบ

จบแล้ว... ฉันจบเห่แน่ ๆ!

...

...

ระหว่างนั้น ในถนนอีกฝั่ง ที่ตึกพักแถว ๆ นั้น มีกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งรอกันอยู่

"ทำไมมันช้าขนาดนี้วะ?"

"อย่าบอกนะว่าเกิดเรื่องขึ้นแล้ว?"

พวกเขารออยู่นานแต่ก็ไม่มีวี่แววใครกลับมา สุดท้ายก็เริ่มทนไม่ไหว รีบพากันตามไปดู

ผลคือ... หน้าสถานที่นัดหมาย

ไม่มีใครเหลืออยู่เลย

"เชี่ยเอ๊ย! เจินเหนียงโดนพวกมันพาตัวไปแล้ว!"

"ไล่ตามไปเร็ว!!"

...

...

ในรถออฟโรด

ฮวาหวู่กำลังนอนหมอบอยู่ข้างหน้าต่าง มองวิวถนนอย่างสบายใจ

แต่เบาะหลังดูจะมีเสียงดังวุ่นวายไม่น้อย

"ปิดกระจก" ม่ายเกอเตือนเสียงเข้ม

ฮวาหวู่เลยเลื่อนกระจกขึ้น แล้วหันไปมองด้านหลัง

ตอนนี้พวกเขาใช้รถอยู่สองคัน คันนี้เบาะหลังก็มีแค่ลูกน้องสองคน เป็นเสี่ยวอู่กับเสี่ยวชี

เสี่ยวชีกำลังจับตัวสาวชุดขาวไว้ ส่วนเสี่ยวอู่เหมือนจะกำลัง "จะทำอะไรจริงจัง"

ฮวาหวู่พูดเสียงหวานแสบ

"พี่จ๋าทั้งสอง ขอโทษนะคะ ยังมีเด็กน้อยอย่างฉันอยู่ตรงนี้ ดูแลภาพลักษณ์นิดนึงได้มั้ย?"

เสี่ยวอู่: "..."

"เด็กน้อยเขาไม่ฆ่าคน หรือบงการจับคนเข้ารถหรอก" ม่ายเกอพูดอย่างเหลืออด "พวกแกสองคนหยุดเรื่องลามกตรงนั้นได้แล้ว"

เสี่ยวอู่เลยต้องปล่อยผู้หญิงคนนั้น แล้วหาของมาใช้มัดตัวเธอแทน

หลังจากนั้นด้านหลังก็สงบลง

ฮวาหวู่แกว่งขาไปมาแล้วถามม่ายเกอ

"ม่ายเกอ คิดว่าเธอมีพวกไหม?"

ม่ายเกอเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับคำพูดของเธอก่อนหน้านี้

"แล้วเธอดูออกได้ยังไง?"

"ฉันแค่รู้สึกว่า ผู้หญิงคนนึง ถ้าต้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากซอมบี้ ยังจะดูดีขนาดนั้นในโลกแบบนี้น่ะเหรอ?"

ฮวาหวู่ทำท่าแบบ ฉันไม่โดนหลอกง่าย ๆ หรอกนะ "ดูยังไงก็มีพิรุธอะ"

ม่ายเกอพยักหน้า "มีหลายกลุ่มเลยที่ใช้ผู้หญิงล่อเหยื่อ"

พวกเขาก็เคยเจอมาแล้ว

แต่...ยังไม่เคยเจอคนแบบผู้หญิงในชุดขาวนี่เลย—เหมือนตัวล่อระดับสุดยอด

"อืม…"

สายตาฮวาหวู่เหลือบไปมองดอกไม้ป่าที่วางอยู่

แล้วอยู่ดี ๆ ก็ส่งยิ้มสดใสขึ้นมาแบบเต็มสูบ

ในสายตาม่ายเกอ รอยยิ้มนั่น...เหมือนพวกโรคจิตชัด ๆ

เธอคิดจะทำอะไรอีกแล้วใช่ไหม!?

ฮวาหวู่วางเท้าลงจากคอนโซลรถ นั่งตัวตรง สะบัดผมเปิดหน้าผาก ยิ้มแบบสายมโนออกมา

"ม่ายเกอ~ พี่ว่าฉันสวยมั้ย?"

(จบบท)

จบบทที่ โลกที่ 2: ท่วงทำนองคลั่งวันสิ้นโลก 3-4

คัดลอกลิงก์แล้ว