เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป 25-26

โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป 25-26

โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป 25-26


โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป (25)

“ระบบ”

【มีอะไรอีกล่ะ?】เมี่ยงเมิ่งแม้จะไม่ค่อยขยันทำงานเท่าไหร่ แต่พอฮวาหวู่เรียก มันก็โผล่มาทุกที

“จะให้โอกาสแกอีกรอบนะ” ...ท่าทางอะไรของแกเนี่ย!!

【……】

ฝั่งเมี่ยงเมิ่งจู่ ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงแหกปากกรีดร้องดังขึ้นมาแบบเสียสติ

【ฉันรักเธอขนาดนี้ แล้วทำไมเธอไม่รัก...】

“???” ฮวาหวู่หน้ามึนเป็นเครื่องหมายคำถามเต็มหน้า “แกทำอะไรอยู่? ดูละครอยู่เหรอ?”

เมื่อกี้สองประโยคนั้นคือบทละครน้ำเน่าชัด ๆ

มาสายไม่พอ ยังแอบดูซีรีส์ตอนทำงานอีกเหรอ?!

เมี่ยงเมิ่งรีบทำเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

【หวัดดีจ้า~ คนสวย มีอะไรให้ฉันช่วยเหรอ~】

“……ภารกิจแรกเสร็จยัง?”

【……ขอเวลาสักครู่】

“……”

ฉันนี่อยากจะ…&#@*¥……

จะมีแกไว้ทำไมเนี่ย!!

【ยัง】คราวนี้เมี่ยงเมิ่งไม่หายหัวกลางคันแล้ว แถมยังรายงานผลการตรวจสอบกลับมาด้วย

ฮวาหวู่ขมวดคิ้ว ยังไม่เสร็จอีกเหรอ?

เพราะฉันไม่ได้หักขาเธอสินะ?

ดูท่าต้องเดินหน้าแผน A อย่างสมบูรณ์แบบแล้วล่ะ!

...

...

ค่ำคืนอันมืดมิด ลมแรงฟ้าครึ้ม เมฆบดบังจันทร์

เมืองที่เงียบงันในความมืดมีเพียงไฟถนนสลัว ๆ ส่องสว่างอยู่ บนถนนไม่มีรถสักคัน

ตอนนี้เป็นช่วงดึกมากแล้ว

บนทางเท้า จี้หว่านเว่ยลากกระเป๋าเดินทางเดินกระเผลก ๆ ไปข้างหน้า มือถือก็ไถหน้าจอไปเรื่อย ๆ พลางมองซ้ายมองขวาไปด้วย

เธอหนีออกมาจากบ้านได้อย่างยากเย็น ต้องไปให้ได้

เมื่อก่อนเธอยังไม่เข้าใจ ว่าร่างเดิมไปชอบคนโรคจิตอย่างอวี่หลินได้ยังไง

แต่ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว

อวี่หลินสร้างภาพเก่งเกินไป

จนถึงขนาดว่าพ่อของจี้หว่านเว่ยก็ยังเชื่อเขา คิดว่าเป็นเธอที่งี่เง่าไม่เข้าท่า

เธอต้องหนีให้ได้

“หว่านเว่ย……”

จี้หว่านเว่ยไม่แน่ใจว่าเธอหูฝาดไปเอง หรือว่าอวี่หลินไล่ตามมาจริง ๆ เธอไม่กล้าหันไปมอง รีบวิ่งสุดชีวิตทั้งที่ข้อเท้าก็ยังเจ็บ

“หว่านเว่ย……”

“หว่านเว่ย”

เสียงนั้นตามติดไม่หยุด ไม่ว่าเธอจะวิ่งเร็วแค่ไหนก็สลัดไม่พ้น

พอถึงมุมถนน จี้หว่านเว่ยก็โดนมือปริศนาจากความมืดคว้าตัวเข้าไป เธอยังไม่ทันจะกรีดร้อง ทุกอย่างก็กลายเป็นสีดำ แล้วสติของเธอก็ดับวูบ

...

...

“หว่านเว่ย……หว่านเว่ย?”

จี้หว่านเว่ยลืมตาขึ้นมาก็เจอใบหน้าที่เธอเกลียดสุด ๆ

เธอพยายามจะลุกหนี แต่ก็รู้สึกว่าขาไม่มีแรง แล้วความเจ็บปวดเจียนตายก็แล่นพล่านขึ้นมาแทน

“ขาของฉัน……”

อวี่หลินทำหน้าห่วงใยมาก “เมื่อกี้เธอล้มจากบันได ฉันเรียกรถพยาบาลแล้ว หมอกำลังมา”

จี้หว่านเว่ยตอนนี้ลืมไปเลยว่าไอ้คนข้าง ๆ นี่คือคนที่เธอเกลียดสุด ๆ “มันเจ็บมาก……พาฉันไปโรงพยาบาลที รีบพาฉันไปโรงพยาบาล!!”

อวี่หลินกดตัวเธอไว้ “รถพยาบาลใกล้จะมาถึงแล้ว หว่านเว่ยจ๋า ไม่เจ็บนะ เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว”

จี้หว่านเว่ยตะโกนสุดเสียงก็ไม่มีประโยชน์ อวี่หลินแค่ลูบหัวปลอบไปเรื่อย ๆ

จี้หว่านเว่ยเริ่มไม่ดิ้นแล้ว รู้สึกเหมือนเลือดในตัวแข็งไปหมด…เป็นอวี่หลิน…อวี่หลินตั้งใจหักขาฉัน!

ความเจ็บปวดทำให้จี้หว่านเว่ยเริ่มจะสลบ

ในความมืด มีใครบางคนเดินออกมา

อวี่หลินหันไปมองคนที่มา เสียงเขาแฝงไปด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณที่เตือนนะคุณซ่ง”

“ไม่เป็นไรหรอก ความรักของคุณกับคุณหนูจี้ช่างน่าซาบซึ้ง ฉันยินดีช่วยค่ะ”

อวี่หลินลูบหน้าจี้หว่านเว่ยที่ซีดเพราะเจ็บด้วยสีหน้าโรคจิต “แบบนี้หว่านเว่ยก็จะไม่หนีไปไหนแล้ว”

“งั้นก็ขอให้คุณทั้งสองได้อยู่ด้วยกันตลอดไปนะคะ” ติดแหงกไปด้วยกันซะ!

เสียงไซเรนรถพยาบาลดังมาแต่ไกล อวี่หลินหันกลับไปมองตรงจุดที่อีกฝ่ายยืนเมื่อกี้

แต่ตรงนั้นกลับไม่มีใครอยู่แล้ว

แต่อวี่หลินก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไหร่ อุ้มตัวจี้หว่านเว่ยขึ้นมาแล้วก็เดินตรงไปยังรถพยาบาลที่เพิ่งจอด

...

...

ฮวาหวู่จัดการภารกิจแรกเสร็จเรียบร้อย รู้สึกเหมือนชีวิตกลับมามีหวังอีกครั้ง

แต่พอวันรุ่งขึ้น โดนผู้กำกับสั่ง “เอาใหม่!” แบบไร้เยื่อใย ฮวาหวู่ก็ได้เข้าใจว่า—ชีวิตนี่มันก็แค่ตัวร้ายจอมแสบเท่านั้นแหละ

ฮวาหวู่ไม่ได้ไปสนใจเรื่องทางฝั่งเหวินอินมากนัก แค่บางทีก็นึกขึ้นได้ว่าอยากแนะอะไรให้บ้าง เลยส่งข้อมูล ‘วงใน’ ที่ดูน่าเชื่อถือไปให้ ทำให้เหวินอินมักจะชิงลงมือก่อนทุกที

ส่วนฉู่เจียงชิวตอนนี้เรียกได้ว่าอยู่ในนรกบนดิน จะมีเวลามาแยแสฮวาหวู่ได้ไง

ทุกครั้งที่ได้ยินว่าชีวิตฉู่เจียงชิวกำลังย่ำแย่ ฮวาหวู่ก็รู้สึกว่าชีวิตตัวเองยังมีความหวังอยู่

นี่แหละ ผลลัพธ์ของคนที่กล้าไปมีเรื่องกับนางเอก!

—ครึ่งปีต่อมา—

ซีรีส์ใหม่ของฮวาหวู่เรื่อง《คลื่นเงา》เริ่มฉายแล้ว

แค่วันแรกที่ออกอากาศ คนดูก็พากันตั้งคำถามจากก้นบึ้งของวิญญาณเลยว่า

"ตกลงซ่งมี่รับบทนางเอกหรือบทตัวร้ายเบอร์หนึ่งกันแน่?"

แฟนคลับก็งงไปหมด เพราะข่าวฝั่งพวกเขาบอกมาชัดเจนว่า นักแสดงสาวของพวกเขาได้เล่นเป็นนางเอกนะ!

《คลื่นเงา》เป็นซีรีส์แนวสืบสวนในเมือง เรื่องมันพูดถึงนางเอกที่ช่วงแรกโดนความแค้นบังตา โดนคนอื่นใช้ประโยชน์ แล้วก่อนที่จะเดินไปถึงจุดที่ถอยกลับไม่ได้ ก็หาทางไถ่บาปได้สำเร็จ

แต่พอได้ดูของจริงแล้ว กลายเป็นว่าฮวาหวู่วิ่งบนเส้นทางแห่งความพังพินาศแบบไม่มีเบรค อีกคนที่หน้าตาเหมือนเธอกลับไปเล่นด้านดีงามแทน

กลายเป็นนางเอกสองคนไปซะงั้น

แม้ว่าเนื้อเรื่องมันจะไม่ตรงกับที่คาดไว้ซะทีเดียว

แต่ด้วยพล็อตที่เข้มข้น ชวนลุ้น นักแสดงแต่ละคนก็ทั้งแสดงเก่ง สมองก็ไม่หลุด ทำให้เสียงชื่นชมพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ

【อยากรู้ตอนจบแล้ว】

【ซีรีส์แนวสืบสวนกำลังกลับมายิ่งใหญ่!】

【แบบนี้แหละ ซีรีส์นางเอกเด่น ๆ ก็ถ่ายให้เด่นไปเลย ไม่ต้องมาจีบกันไปมา นางเอกสองคนลุยทำงานด้วยกันก็เจ๋งแล้ว】

【ฉันรู้สึกว่าตอนจบน่าจะ...จบแบบเศร้าแน่】

【มี่มี่เหมาะกับบทแบบนี้มากเลย เล่นดีสุด ๆ!】

【ขอร้อง ไปดูเบื้องหลังหน่อยเหอะ ตลกมาก! มี่มี่ตอนโดนผู้กำกับกดหัวด่าคือแบบน่าสงสารมาก ตอนนี้กลายเป็นเทพการแสดงแล้ว】

【เบื้องหลังของมี่มี่คือของล้ำค่าจริง ๆ ฉันไม่ยอมให้พวกเธอพลาดดูเด็ดขาด】

【รู้สึกว่าซีรีส์นี้โดนตัดเยอะเลย บทพูดก็เหมือนจะโดนแก้】

【ถ้าเล่นตามบทที่มีในเบื้องหลังนะ ไม่ผ่านเซนเซอร์แน่ ๆ ฮ่าๆๆ】

【ฮาตาย ทีมงานบอกว่าบทที่หลุดมาคือเธอใส่เองทั้งนั้น ผู้กำกับทั้งโมโหทั้งยอมรับได้ แล้วก็ทะเลาะกันเบา ๆ】

...

...

“ไม่มีบทไหนที่ฉันเล่นไม่ได้หรอก!” ฮวาหวู่กอดกระติกน้ำร้อนพูดโม้กับผู้ช่วยอย่างมั่นหน้า

ผู้ช่วยกลอกตา “นั่นสิคะ เพราะพอเล่นไม่ได้ก็เปลี่ยนบทไง”

เปลี่ยนให้กลายเป็นบทที่เธอเล่นได้แทน

ผู้ช่วยเริ่มสงสัยแล้วว่าผู้กำกับนี่โดนเธอขู่หรือเปล่า ไม่งั้นทำไมยอมเธอขนาดนั้น?

“……นั่นก็เป็นความสามารถของฉันล่ะน่า~”

“ค่ะๆ พี่ซ่งมี่คะ นั่งให้มันดี ๆ หน่อยเถอะ ท่าทางคุณตอนนี้ไม่เหมือนดาราหญิงเลยสักนิด!” ผู้ช่วยพูดด้วยสีหน้าปลงสุดขีด

เฟิงลี่เดินเข้าห้องประชุมมาก็เห็นฮวาหวู่เอาขาพาดเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ตัวเกือบจะไถลจากเก้าอี้ กอดกระติกน้ำร้อนดูสบายมาก

เฟิงลี่หน้าดำ เดินไปแย่งกระติกมาดมดู…น้ำเปล่า?

“บริษัทเราจนขนาดไม่แจกน้ำให้แล้วเหรอเนี่ย?” ฮวาหวู่ถอนหายใจ “สงสารพวกเธอจังเลย~”

เฟิงลี่ ‘เพี๊ยะ’ เอากระติกวางคืนดัง ๆ แล้วเข้าเรื่องทันที “สัญญาของเธอใกล้หมดแล้ว วันนี้เรียกมาเพราะจะคุยเรื่องต่อสัญญา”

ฮวาหวู่ว่า “แต่ฉันไม่ได้บอกว่าจะต่อกับพวกคุณนะ”

เฟิงลี่เลิกคิ้ว “จะย้ายค่ายเหรอ?”

ฮวาหวู่เอาขาลงจากเก้าอี้ ดึงเก้าอี้มานั่งตัวตรง “คนเราต้องมุ่งไปสู่ที่สูง น้ำก็ไหลไปที่ต่ำ ฉันก็แค่รับผิดชอบกับอนาคตตัวเอง”

เฟิงลี่พูดเสียงนิ่ง “บริษัทเราถึงไม่ใช่อันดับหนึ่ง c9jก็อยู่ในสามอันดับแรก การต่อสัญญากับเรามีแต่ได้กับได้”

…………………………………………………………………………………………………………………………….

โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป (26)

หลังจากฮวาหวู่ปังติดกันถึงสองเรื่องติด บริษัทก็แน่นอนว่าไม่มีทางกล้าทำเธอเสียใจอีกแล้ว

รอบนี้สัญญาใหม่ที่ยื่นมาก็เรียกว่าดีใช้ได้เลย เฟิงลี่เองก็ยังรู้สึกว่าข้อเสนอครั้งนี้โอเคสุด ๆ

ใครจะไปคิดว่าฮวาหวู่จะพูดแค่ว่า เธอไม่ได้คิดจะต่อสัญญา

“ฉันรู้สึกว่าควรออกไปดูโลกกว้างบ้าง อยู่แต่ที่เดิม ๆ มันจำกัดตัวเองเกินไป”

ฮวาหวู่กำหมัดแน่น ท่าทางเหมือนจะออกไปลุยโลกกว้างเต็มที่

“……”

ด้วยกระแสความฮอตของเธอตอนนี้ เฟิงลี่ก็เชื่อแหละว่าต้องมีหลายบริษัทอยากจะเซ็นกับเธอแน่นอน

แต่…

หน้าที่ของเฟิงลี่ก็คือเกลี้ยกล่อมให้ฮวาหวู่ต่อสัญญาให้ได้

แต่ฮวาหวู่ดูเหมือนจะตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะออกไป…ใช้คำว่า “ผจญภัย” ดีกว่า

สำหรับข้อเสนอที่บริษัทให้มา เธอก็ไม่แยแสอะไรเลย

“ตอนนี้เธอก็ฮอตจริง แต่เงื่อนไขแบบนี้ บริษัทที่กล้าให้มีไม่กี่ที่นะ ถึงจะมี ขนาดก็ยังสู้บริษัทเราไม่ได้ งานที่รับได้ก็เทียบไม่ติด”

ฮวาหวู่หัวดื้อสุด ๆ “ฉันหาโปรเจกต์เองก็ได้”

เฟิงลี่เหมือนนึกถึงตอนที่เธอถือบทมาให้เลือกเองตามใจ

และก็เชื่อว่า…เธอหาเองได้จริง ๆ แหละ…

นึกว่างานนี้จะผ่านฉลุย

ใครจะรู้ว่ามันจะยากขนาดนี้!

“ซ่งมี่ เธอไม่ต่อสัญญากับบริษัท เคยนึกบ้างไหมว่าบริษัทอาจจะเล่นงานเธอก็ได้?”

ฮวาหวู่เหล่มองเธอ “ดูฉู่เจียงชิวสิที่เคยจะแบนฉัน ตอนนี้ชีวิตเป็นยังไงบ้าง บริษัทกล้าขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“……”

เฟิงลี่ไม่ค่อยรู้เรื่องฉู่เจียงชิวละเอียดเท่าไหร่ แต่ก็เคยได้ยินว่าเขาไม่ได้รุ่งนักช่วงนี้

แต่…มันเกี่ยวอะไรกับเธอ?

ฮวาหวู่เหมือนรู้ว่าเฟิงลี่คิดอะไรอยู่ ก็ตบอกตัวเองแล้วพูดว่า “ฉันทำเองแหละ”

น้ำเสียงที่โคตรภูมิใจ ราวกับกำลังโชว์ผลงานสุดเทพของตัวเอง

“……”

“???”

เฟิงลี่นึกถึงช่วงนั้นที่ขึ้นเทรนด์แทบทุกวัน ตัวเธอกับหลิงอวี่ช่วยกันจัดการจนไม่ต้องให้บริษัทลงมือเลย

แถมหลิงอวี่ยังสนิทกับฮวาหวู่อีก…

และหลิงอวี่ก็เป็นศัตรูตลอดกาลของฉู่เจียงชิว…

……

……

พอไม่ได้ขู่เขา แต่โดนขู่กลับแทน เฟิงลี่ก็ปวดหัวเลยทีเดียว

เธอเลยสั่งให้ผู้ช่วยไปปิดประตูห้องประชุม แล้วงัดไม้ตายสุดท้ายออกมา

“ถ้าเธอมีเงื่อนไขอะไรก็บอกมาได้เลย ฉันจะไปคุยกับบริษัทให้ จะพยายามหาทางให้เธอได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด”

ฮวาหวู่อยู่ดี ๆ ก็ยิ้มขึ้นมา “งั้น…ถ้าฉันยื่นเงื่อนไขไป จะรับหมดใช่มั้ย?”

เฟิงลี่ในใจสะดุดนิดหนึ่ง รู้สึกเหมือนโดนหลอกเข้าให้แล้ว

แต่พูดออกไปแล้วก็ต้องกัดฟันสู้ “พูดมา ขอแค่สมเหตุสมผล ฉันจะหาทางให้เอง!”

ฮวาหวู่ยิ่งได้ใจ หยิบกระดาษแผ่นนึงออกมาวางแปะตรงหน้าเฟิงลี่

เฟิงลี่: “……”

นี่มันเตรียมมาล่วงหน้าแล้วชัด ๆ !

เฟิงลี่ถอนหายใจยาว ก่อนจะคลี่กระดาษดู

แค่บรรทัดแรกก็พิมพ์ตัวหนาใหญ่ไว้ว่า

“ห้ามบังคับให้ไปดริ้งอีก!!”

“……”

เธอจะตามหลอนกันไปถึงไหน!!

บอกไปกี่รอบแล้วว่าการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม ไม่ได้แปลว่าไปนั่งดริ้งกับใคร!!

ทั้งแผ่นมีแต่ตัวหนังสือแน่นไปหมด แต่พอเฟิงลี่อ่านดูดี ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นข้อเรียกร้องแบบเอาแต่ใจ ไม่ได้เกี่ยวกับผลประโยชน์อะไรเลย

อย่างเช่น —— หลังจากทำงานเสร็จ ห้ามมายุ่งว่าเธอจะเลิกกี่โมง

หรือ —— ห้ามบังคับให้ไปออกอีเวนต์ที่ไม่จำเป็น เธอไม่อยากโดนคนอื่นมาเกาะกระแส

เฟิงลี่: “……”

บริษัทเรานี่ดูน่าสงสารขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงต้องไปเกาะกระแสเธอเนี่ย!!

เฟิงลี่ถอนหายใจยาว ข้อเรียกร้องเยอะก็จริง แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้แตะผลประโยชน์เท่าไหร่ บริษัทก็น่าจะยอมได้

“ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปคุยกับบริษัท เธอรอข่าวนะ ช่วงนี้ไม่มีงานอะไรก็พักผ่อนไปก่อน สัปดาห์หน้ามีถ่ายวาไรตี้ แล้วก็มีงานประกาศรางวัล”

“ฉันจะไปเป็นคนประกาศรางวัลเหรอ?”

“เพ้อเจ้ออะไรของเธอ?” เฟิงลี่ทำหน้าเหนื่อยใจ “เธอยังไม่เคยได้รางวัลเลยนะ จะไปประกาศให้ใคร”

“……” ฮวาหวู่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้แบบหมดแรง พูดเสียงห่อเหี่ยว “งั้นฉันจะไปทำอะไรล่ะ”

เฟิงลี่ยิ้มบาง ๆ “ก็ไปเป็นไม้ประดับไง”

ฮวาหวู่: “……”

พูดแบบนี้มันเสียมารยาทมากนะ!!

...

...

พักนี้เหวินอินยุ่งสุด ๆ ทางฝั่งพ่อของฉู่เจียงชิวก็โยนงานมาให้ไม่หยุด แถมยังต้องมาปะทะเชาว์ปัญญากับเจ้าตัวอีก

วันนี้อยู่ดี ๆ ก็ว่างขึ้นมา เขาเลยว่าจะกลับไปพักที่บ้านหน่อย

ก่อนหน้านี้พ่อของฉู่เจียงชิวเคยให้เขาอยู่ในบ้านฉู่ แต่เขารู้สึกว่าไม่สะดวก เลยไปเช่าบ้านไว้อีกหลังต่างหาก

“คุณซ่ง?” พอเหวินอินเดินออกจากลิฟต์ก็เห็นมีใครบางคนนั่งยอง ๆ อยู่หน้าประตูบ้าน

“กลับมาสักที เปิดประตูเร็ว”

“……”

เหวินอินเดินไปเปิดประตูไปก็ถามไป “คุณซ่งมาที่นี่ทำไมเหรอครับ?”

ฮวาหวู่เร็วกว่าเขาอีก เข้าไปก่อนทันที แถมยังเดินไปเปิดตู้รองเท้า หยิบรองเท้าแตะมาใส่อย่างคล่องแคล่ว “มาฟังรายงานงานหน่อยน่ะ”

…ฉันเป็นลูกน้องเธอเหรอ? ยังต้องมารายงานงานอีก…

เหวินอินถอนหายใจ ปิดประตูแล้วเดินไปเทน้ำให้เธอแก้วหนึ่ง “คุณไม่ยุ่งเหรอ? ยังมีเวลามาหาผมถึงนี่?”

“ช่วงนี้ว่าง พักผ่อนอยู่”

เหวินอินพยักหน้าเบา ๆ แล้วก็เริ่มเล่าเรื่องงาน

สองวันก่อนฉู่เจียงชิวเพิ่งมีเรื่องแตกหักกับมือขวาคนสนิทของเขา เพราะเหวินอินแอบเข้าไปแทรก

โปรเจกต์สำคัญที่อยู่ในมือฉู่เจียงชิวก็เริ่มมีปัญหา พ่อฉู่เลยไม่พอใจเอามาก ๆ ด่าเขากลางที่ประชุม

แล้วตอนนี้โปรเจกต์นั้นก็ถูกโยนกลับมาให้เขา

“หาวิธีโยนโปรเจกต์นี้คืนให้ฉู่เจียงชิวไปเลย”

“ทำไมล่ะ?” จริง ๆ ปัญหาในโปรเจกต์มันเกิดจากฉู่เจียงชิวเอง โปรเจกต์ไม่มีปัญหาหนัก ถ้าทำออกมาดี มีแต่ได้กับได้

“ทำตามที่ฉันบอกก็พอ”

“……โอเค”

เหวินอินไม่รู้ว่าเธอไปได้ข่าวพวกนี้มาจากไหน แต่ทุกทีที่เธอพูด ก็ไม่เคยพลาดเลยซักครั้ง คำแนะนำของเธอทำให้เขารอดจากปัญหาได้ทุกที แถมยังได้ผลลัพธ์ดีที่สุดอีกต่างหาก

พอคุยเรื่องงานเสร็จ ฮวาหวู่ก็ไม่ได้มีท่าทีจะกลับเลยสักนิด กลับเอนตัวลงนอนบนโซฟาซะงั้น ท่าทางสบายกว่าเจ้าของบ้านอีก

บ้านใครกันแน่เนี่ย?

เหวินอินเองก็ยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เที่ยง เลยไปลวกบะหมี่มากินเอง

พอกลับออกมา เห็นฮวาหวู่กำลังดูละครที่ตัวเองแสดงอยู่—ซีรีส์ใหม่ที่กำลังฉายเลย

...ดูซีรีส์ที่ตัวเองแสดง มันไม่เขินบ้างเหรอ?

เหวินอินไม่เคยได้ดูเต็ม ๆ หรอก ส่วนมากแค่ผ่าน ๆ บางฉาก แต่แค่นั้นก็พอมองออกว่าเธอเหมาะกับบทนี้จริง ๆ

เขาเหลือบไปดูหน้าจอทีวี “ใกล้ตอนจบแล้ว?”

“อืม”

“ตอนจบเป็นยังไง?”

“ฉันตาย”

“ทำไมล่ะ?”

“……” ฮวาหวู่หันไปมองเขาแวบหนึ่ง เหวินอินก็นึกว่าเธอจะให้เหตุผลจริงจัง

ผลคือ—

“เพราะจะได้ผ่านเซ็นเซอร์ไง”

ตัวละครของเธอคือฝั่งมืดในบรรดานางเอกคู่ขนาน คนเขียนบทเลยต้องเขียนให้ตาย เพื่อให้ ‘พอรับได้’ ในมุมมองของกฎระเบียบ

เหวินอินไม่ได้ตามดูซีรีส์นี้จริงจัง เลยไม่รู้เนื้อหาทั้งหมด

แต่พอกินข้าวไปก็ดูไปจนถึงตอนจบพอดี

จะว่าไปแล้ว จุดจบแบบนั้นก็ถือว่าเป็นตอนจบที่ดีที่สุดแล้วแหละ

ให้เธอหนีไปได้น่ะไม่ผ่านแน่ แต่ให้เธอเข้าคุกก็จะทำลายความรู้สึกทั้งหมดที่ซีรีส์ปูมา

เพลงตอนจบยังบรรเลงอยู่ อยู่ดี ๆ ฮวาหวู่ก็หันมาถามเสียงเรียบ ๆ ว่า

“เรื่องของแม่นาย สืบได้ยัง?”

“……อืม”

“เล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ย?”

“……”

ตอนนั้นพ่อของฉู่เจียงชิวมารู้จักแม่ของเขา—เหวินจื่อหนาน หลังแต่งงานแล้ว

แต่เหวินจื่อหนานไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมีครอบครัวอยู่แล้ว แถมลูกก็โตหลายขวบแล้วด้วย

เธอยังเข้าใจว่าตัวเองได้เจอกับรักแท้ เลยรักเขาสุดหัวใจ

ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่ง จะมีคนโผล่มาตราหน้าเธอว่ามาแย่งผัวคนอื่น

(จบบท)

จบบทที่ โลกที่ 1: ถูกบังคับให้เป็นดาราตัวท็อป 25-26

คัดลอกลิงก์แล้ว