เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

6 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 6

6 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 6

6 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 6


6 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 6

“ส่งผลชันสูตรให้ฉันด้วยล่ะ” ไป๋จี้อันกล่าว

“นายมีข้อสงสัยเหรอ?”

“อืม”

แม้จะตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้นแล้ว และเชื่อว่าฆาตกรแทงตัดขั้วหัวใจด้วยมีด จนหัวใจแตกและเสียชีวิต แต่เขาก็รู้สึกว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น

แต่เนื่องจากมีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์กระจายอยู่ทั่วห้องก่อนที่พวกเขาจะพังหน้าต่างเข้าไปในวิลล่า เขาจึงจำเป็นต้องดูรายงานการชันสูตรศพฉบับนั้นอีกครั้ง เมื่อเขายืนยันได้ว่าความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในเลือดของผู้เสียชีวิตอยู่ในระดับปกติแล้วเท่านั้น เขาจึงจะสามารถวิเคราะห์ตามความคิดของเขาต่อไปได้

ไป๋จี้อันเดินขึ้นไปบนชั้นสอง

ที่ชั้นนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อความบันเทิงต่างๆ เช่น ห้องเล่นเกม ทีวี ห้องเล่นบิลเลียด คาราโอเกะ และโรงภาพยนตร์แบบย่อส่วน

มีทุกอย่างจริงๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับความรกชั้นล่างแล้ว ชั้นสองดูสะอาดกว่าอย่างเห็นได้ชัด

เขาเดินจากห้องหนึ่งไปอีกห้องหนึ่ง ขณะที่กำลังตั้งข้อสงสัยว่าฆาตกรคิดอะไรอยู่ถึงได้ก่ออาชญากรรมนี้

มีคนเจ็ดคนนั่งเป็นวงกลมเล็กๆ แต่มีเพียงสี่คนเท่านั้นที่ถูกแทงที่หัวใจ

ส่วนที่เหลืออีกสามคนถูกมัดเอาไว้และปล่อยให้ตายช้าๆ ด้วยการสูดดมแก๊ส

ทำไมถึงได้เลือกลงมือกับแค่บางคน

ฆาตกรมีเหตุผลอะไรถึงทำแบบนี้?

หากพวกเขามาถึงช้ากว่านี้สักหน่อย แก๊สคงยังคงปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ออกมาอย่างต่อเนื่อง และคนทั้งสามคนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็คงจะต้องตายไปทีละคน

ดังนั้นฆาตกรจึงไม่ได้ต้องการฆ่าพวกเขาตั้งแต่แรก อยู่หรือตายก็ไม่สำคัญ

ที่สำคัญคือคนทั้งสี่คนที่มาที่นี่ล้วนมาแบบเต็มใจ แต่ถูกลอบสังหาร

จากมุมมองนี้ ความเป็นไปได้ของการแก้แค้นมีสูงมาก

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากพฤติกรรมของฆาตกรที่มัดคนไว้เจ็ดคน แต่ฆ่าเพียงสี่คน หากข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ของเขาถูกต้อง แรงจูงใจในการลงมือของฆาตกรคือการแก้แค้น และเป้าหมายของเขาก็ชัดเจนมาก ในกรณีนี้ คนทั้งสามคนที่ไม่ได้ถูกแทงอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับความแค้นนั้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่งระหว่างฆาตกรกับเหยื่อ

พวกเขามิใช่ศูนย์กลางของความเกลียดชัง หากแต่เป็นขอบของกระแสน้ำวนแห่งความเกลียดชัง

หลังจากที่เหอเว่ยจัดการกับเรื่องกบแล้ว เขาก็เตรียมตัวที่จะขึ้นไปชั้นบนเพื่อไปหาไป๋จี้อัน

ทันทีที่ก้าวขาขึ้นบัได เฉินเจ๋อหยางก็เรียกเขาจากด้านหลัง

“หัวหน้าเหอ ชุดทานอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารมีทั้งหมด 7 ชุด คนดูแลวิลล่ายังบอกอีกว่าคนที่จองวิลล่ากับเขา แจ้งว่าจะมีแขกเข้าพัก 7 คน”

เฉินเจ๋อหยางเป็นคนที่มีประสิทธิภาพแต่ไม่เก่งเรื่องการใช้เหตุผล ดังนั้นแทบทุกครั้งที่เขาไปถึงที่เกิดเหตุ เขาจะก้มหน้าต้มตาทำงาน และแทบจะไม่แสดงความคิดเห็นของตัวเองเลย

คราวนี้เขาพบบางอย่างแปลก ๆ ในขณะที่รวบรวมหลักฐานเขานึกสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามออกมาทันที หลังจากแน่ใจแล้วจึงตัดสินใจพูดออกมา

“นายอยากบอกอะไรฉัน?” เหอเว่ยถาม

“ผมสงสัยว่าฆาตกรก็เป็นหนึ่งในเจ็ดคนนี้หรือเปล่า”

“ไม่มีทาง” เหอเว่ยปฏิเสธทันที “ฉันตรวจสอบแล้ว ปมมัดที่มือของทุกคนเหมือนกันหมด และผูกกันคนละทิศทาง นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่ามีคนผูกปมจากด้านหลัง เป็นไปไม่ได้ที่จะมัดตัวเอง หรือสลับกันมัด”

“…ถ้ามี ก็ต้องมีคนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ต้องได้รับการสอบสวนอย่างละเอียด”

“ผู้ดูแลวิลล่าเหรอครับ?”

ทันทีที่เฉินเจ๋อหยางเปิดปาก เหอเว่ยก็รู้ว่าเขาจะพูดอะไร

“ใช่ เพราะจากการตรวจสอบร่องรอยของที่เกิดเหตุไม่มีสัญญาณการบุกรุกในวิลล่า ไม่มีสัญญาณการต่อสู้ บนร่างผู้เสียชีวิตและผู้รอดชีวิตไม่มีร่องรอยการต่อสู้ขัดขืน ทุกอย่างบ่งชี้ว่าฆาตกรเป็นคนที่พวกเขารู้จัก ผู้ดูแลวิลล่าเป็นคนแรกและคนเดียวที่เราพบในที่เกิดเหตุ ดังนั้นเขาจึงเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรกอย่างแน่นอน”

เหอเว่ยพยักหน้า คราวนี้คำพูดของเฉินเจ๋อหยางฟังดูมีเหตุผล แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงตอนที่เขาและไป๋จี้อันมาถึง ผู้ดูแลดูสั่นกลัวจนฉี่แทบราดกางเกงตอนพวกเขาทุบหน้าต่าง เหอเว่ยไม่สามารถจินตนาการได้ว่าเขาเป็นคนก่อคดีประหลาดเช่นนี้

ถ้าเป็นเรื่องจริงเขาก็คงจะเป็นดาราเจ้าของรางวัลออสการ์ชัดๆ

“ยังมีคนอีกหนึ่งคน”

เสียงของไป๋จี้อันดังมาจากห้องหนึ่งบนชั้นสอง

เมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว เหอเว่ยก็รีบวิ่งไปข้างหน้าพร้อมกับเฉินเจ๋อหยาง

“นายอยู่ไหน?”

เขาไม่คาดคิดว่าความแตกต่างระหว่างชั้นหนึ่งกับชั้นสองจะมากมายขนาดนี้ ชั้นสองมีห้องอย่างน้อยสี่หรือห้าห้อง ทั้งใหญ่และเล็ก พร้อมประตูที่เชื่อมถึงกัน

“ฉันอยู่นี่”

เสียงดังออกมาจากอีห้องหนึ่ง

เหอเว่ยขยับหูและวิ่งไปที่เป้าหมายทันที ซึ่งก็คือห้องที่สองทางขวาด้านหลังเขา

เมื่อผลักประตูเปิดออก เขาก็เห็นห้องมืดๆ ที่ไม่มีหน้าต่างและไม่มีไฟ มีเพียงแสงจากทีวีที่เปิดภาพอยู่ตรงข้ามกับไป๋จี้อันเท่านั้นที่ส่องเข้ามา

ทั้งสองมุมของห้องมีตุ๊กตาหมีตัวเล็กๆ ส่วนบนผนังด้านหลังเขามีสติกเกอร์หลากสีสันและลูกโป่งที่แฟ่บลงจนแทบจะไม่มีลมเหลืออยู่ข้างใน

ดูเหมือนห้องนี้จะถูกปล่อยทิ้งไว้นานพอสมควร

ไป๋จี้อันนั่งอยู่บนโซฟา มองตรงไปข้างหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง

“เกิดอะไรขึ้น?”

เหอเว่ยมองไปตามทิศทางที่เขาจ้องมองและเห็นละครที่กำลังฉายอยู่ในทีวี

ละครนี้มีเฉพาะมุมพาโนรามาตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีภาพกลางเรื่องหรือภาพระยะใกล้ และมุมเดียวที่เปลี่ยนคือกล้องหันมาจับภาพผู้ชมด้านล่างเวที

มีเพียงเบาะแสเดียวที่เขียนไว้บนแบนเนอร์เหนือเวที

การแข่งขันละครนักศึกษา มหาวิทยาลัยเยว่อัน ครั้งที่ 6

เหอเว่ยหรี่ตาและตกใจทันที

เขาเพิ่งเห็นนักแสดงบนเวที

นี่คือเจ็ดคนที่ถูกฆ่าในงานปาร์ตี้ครั้งนี้

เมื่อเห็นเช่นนี้ เฉินเจ๋อหยางก็ตกตะลึงเช่นกัน เขาชี้ไปที่จอโทรทัศน์แล้วถามว่า “นี่มันมาจากไหน?”

ไป๋จี้อันเงยหน้าขึ้นและพูดว่า “ตั้งแต่ฉันเข้ามาในห้อง เทปก็อยู่ในเครื่องวีซีอาร์ชั้นล่าง ฉันเห็นว่าเครื่องวีซีอาร์ยังทำงานได้ฉันเลยลองเปิดดู”

เหอเว่ยไม่ได้ฟังบทสนทนาของพวกเขา เขาขมวดคิ้วและรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ยิ่งดูยิ่งไม่ปกติ

“แปด”

เฉินเจ๋อหยางตกตะลึงและหันไปมองที่หน้าจอ

“มีคนอยู่ที่นี่แปดคน” เสียงของเหอเว่ยสั่นเล็กน้อย

เฉินเจ๋อหยางลุกขึ้นทันทีและนับทีละคน หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ค่อยๆ ยืนขึ้นและมองไปที่เหอเว่ยและไป๋จี้อัน

“แปดคนจริงด้วย”

เมื่อถึงจุดนี้ พวกเขาทั้งสามมองหน้ากัน และมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ

คนที่แปดนี้จะเป็นฆาตกรใช่ไหม?

ไป๋เจี้ยอันหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าและแตะหน้าจออย่างรวดเร็ว

จากนั้นเขาก็หยุดสิ่งที่กำลังทำและจ้องมองข้อความบนโทรศัพท์ด้วยสีหน้าจริงจัง

“เกิดอะไรขึ้น?”

เหอเว่ยนั่งลงและเอียงศีรษะเพื่อมองดูให้ละเอียดขึ้น ไป๋จี้อันกำลังจดจ่อกับการแข่งขันละครนักศึกษาวิทยาลัยครั้งที่ 6 ในเมืองเยว่อัน

“ปี 2018…นีก็ผ่านมา 5 ปีแล้ว”

ไป๋จี้อันหยุดรายงานไว้ ณ จุดหนึ่ง แล้วส่งให้เหอเว่ยพร้อมพูดว่า “ดูเหมือนว่าเราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาสืบสวนชื่อของเหยื่ออีกต่อไปแล้ว”

รายงานบนหน้าจอมีรายละเอียดมาก โดยเฉพาะสำหรับทีมผู้ชนะ ไม่เพียงแต่มีภาพถ่ายหมู่ในงานประกาศรางวัลเท่านั้น แต่ยังมีภาพถ่ายของสมาชิกทีมที่เข้าร่วมการแสดงและแนะนำตัวสั้นๆ เพียงประโยคเดียวด้วย

เหอเว่ยกดดาวน์โหลดไฟล์ทันทีและเปรียบเทียบกับคำแนะนำสั้นๆ ในมือของเขาโดยอิงจากความทรงจำของเขาใตอนที่บึ่งมายังที่เกิดเหตุเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว

ในบรรดาเหยื่อทั้งเจ็ดคนนั้น มีผู้ถูกแทงสี่คน ได้แก่ ชายสองคน หญิงสองคน และยังมีผู้เสียชีวิตอีกสามคน ซึ่งยังยืนได้แล้ว ได้แก่ ชายสองคน หญิงหนึ่งคน

มาพูดถึงคนสามคนที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ก่อนดีกว่า คนที่รอดชีวิตเป็นชายและหญิง ตามรายงานระบุว่าชายคนนั้นชื่อหยางหงเซิน ส่วนผู้หญิงคนนั้นชื่อหลัวหลัว ส่วนชายที่เสียชีวิตชื่อจางเจ๋อ

ชาย 2 คนและหญิง 2 คนที่ถูกสังหารคือจ้าวจื่อหยง และเกาฉี ซึ่งเป็นประธานชมรมการละครในขณะนั้น และ หลินฮุ่ยหมินกัลเทียนซู่ซึ่งเป็นผู้เขียนบทของชมรมการละคร

จบบทที่ 6 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 6

คัดลอกลิงก์แล้ว