เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

5 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 5

5 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 5

5 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 5


5 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 5

พูดจบ เหอเว่ยก็ไม่รอช้าที่จะคลายเชือก เขารีบคว้าร่างทั้งคนทั้งเก้าอี้ยกขึ้นแบกไว้ แล้วลากไปที่หน้าต่าง ก่อนจะปลดคอเสื้อกับเข็มขัด ตรวจดูจมูกและปากเพื่อเช็คการหายใจ

ในเวลาเดียวกัน ไป๋จี้อันก็รีบตรวจชีพจรของชายและหญิงที่อยู่ข้าง ๆ ผลคือ...เงียบสงัดราวกับน้ำนิ่ง

แต่...พวกเขายังมีอุณหภูมิร่างกายอยู่!

ไป๋จี้อันยังไม่ยอมแพ้ เขาก้มตัวลง ใช้ไฟจากมือถือส่อง เปิดเปลือกตาของชายคนนั้นดู

รูม่านตาขยาย ไม่มีการตอบสนองเมื่อโดนแสง

ยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว

ไป๋จี้อันขมวดคิ้ว แม้จะเศร้าใจแต่ก็ไม่มีเวลาร่ำไร เพราะยังมีคนหนึ่งที่อาจยังรอความช่วยเหลือจากเขา

เขารีบลุกขึ้น หันไปหาหญิงอีกคนทันที

รูม่านตาไม่ขยายมากนัก และยังมีการตอบสนองเล็กน้อยต่อแสง... ไป๋จี้อันยื่นมือไปกดเบา ๆ บนลูกตาให้มันยุบตัว แล้วปล่อยทันที

เขาจ้องมองดวงตาของหญิงสาวอย่างแน่วแน่ ไม่ยอมกระพริบตาแม้แต่วินาทีเดียว เพราะถ้าพลาดแม้เพียงนิด อาจทำให้เขาตัดสินผิดพลาดได้

นี่คือชีวิตคน!

ช้า ๆ ทีละนิด...

ในเงาสะท้อนของตนเองในดวงตาของหญิงสาว ไป๋จี้อันเห็นว่าดวงตาของเธอกำลังค่อย ๆ ฟื้นกลับมาเป็นปกติ!

ยังไม่ตาย! เธอยังมีชีวิตอยู่!

ไป๋จี้อันรีบลากเก้าอี้พร้อมร่างเธอไปที่หน้าต่างเดียวกับที่เหอเว่ยอยู่

เหอเว่ยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ก่อนจะหันไปมองอีกคนที่ยังคงนั่งอยู่ในวงกลม

ไป๋จี้อันรู้ว่าเหอเว่ยกำลังสงสัยอะไร เขาเม้มปากแล้วส่ายหน้าอย่างน่าเสียดาย

คนที่ยังรอดปล่อยให้เหอเว่ยดูแล ส่วนคนที่ตายไปแล้วก็ต้องเป็นหน้าที่ของไป๋จี้อัน

ทั้งสองคนรีบมาจนไม่มีเวลาใส่ถุงคลุมรองเท้า เพื่อไม่ให้รบกวนหลักฐานในที่เกิดเหตุ ตลอดเวลาตั้งแต่เข้ามาจนช่วยคน พวกเขาทำทุกอย่างนอกวงกลม

ตอนนี้...ก่อนที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะมาถึง ไป๋จี้อันจึงต้องย่อตัวลงข้างร่างของผู้ตายที่มีเลือดไหลออกมา แล้วตรวจดูบาดแผลที่หน้าอก

เขาหยิบถุงมือแพทย์ใหม่จากกระเป๋าเสื้อแล้วสวม

ตรงซ้ายของทรวงอก ใกล้หัวใจ เลือดยังคงไม่แห้งสนิท เขาเห็นรอยแผลลึกจนเผยให้เห็นเลือดสดอยู่ลึก ๆ

บนร่างกายไม่มีบาดแผลที่มองเห็นได้อื่นอีกเลย นอกจากแผลลึกตรงหัวใจเพียงจุดเดียวเท่านั้น

บริเวณข้อมือมีเพียงรอยจากการเสียดสีกับเชือก ไม่มีบาดแผลจากการขัดขืนใด ๆ

ไป๋จี้อันยืนขึ้นแล้วกล่าวว่า

“มีดแทงเข้าหัวใจโดยตรง ทำให้หัวใจแตก ทำให้ตายทันที ข้อสันนิฐานนี้มีความเป็นไปได้สูงมาก ฆาตกรมีความชำนาญมาก ทั้งสี่ศพ แต่ละคนโดนแทงแค่คนละแผล”

เหอเว่ยถามกลับ

“แต่ละคนโดนแทงที่หัวใจเป๊ะ ๆ แบบนี้ ฆาตกรต้องมีความรู้ด้านการแพทย์ใช่ไหม?”

ไป๋จี้อันไหล่ยัก

“ก็ไม่แน่หรอก ความรู้พื้นฐานของคนทั่วไปก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าหัวใจอยู่ตรงไหน คนธรรมดาอาจจะรู้ตำแหน่งหัวใจก็ได้ไม่ใช่เรื่องแปลก”

“แค่รู้ตำแหน่ง จะให้แทงแม่นเป๊ะได้ขนาดนี้มันก็ไม่ง่ายนี่สิ?”

“ก็จริง”

“งั้นนายลังเลอะไรอยู่ล่ะ?”

“ฉันแค่ไม่อยากให้ความคิดถูกจำกัด เช่น ถ้าแค่เพราะฆาตกรแทงถูกหัวใจเป๊ะๆ ก็จะสรุปว่าเขามีความรู้ด้านการแพทย์ มันจะไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ”

“แล้วจะมีกรณีไหนอีกล่ะ? แค่ครั้งเดียวอาจเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ แต่นี่ตั้งสี่ครั้ง นายก็น่าจะรู้ดีว่าระหว่างหัวใจกับผิวหนังยังมีซี่โครงกั้นอยู่ ถ้าแทงพลาดนิดเดียวก็อาจเจอกระดูกเข้าได้ ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้หรอกนะ”

ไป๋จี้อันมองเหอเว่ยแล้วพูดว่า

“ถ้าจะเข้าใจถึงขนาดนั้น ต้องศึกษานานเลยนะ”

“หมายความว่ายังไง?”

ทันใดนั้น จากนอกหน้าต่าง เสียงไซเรนของตำรวจและรถพยาบาลดังขึ้นพร้อมกัน ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ก็มีเสียงฝีเท้าชุลมุนดังมาจากห้องโถงใหญ่ เฉินเจ๋อหยางพาแพทย์ฉุกเฉินเข้ามาในบ้าน พร้อมด้วยเพื่อนร่วมงานจากกองสืบสวนของสำนักงานตำรวจนครบาล

เมื่อหมอผู้เชี่ยวชาญมาถึง เหอเว่ยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เขาตั้งใจจะหันไปถามความหมายของคำพูดเมื่อครู่ของไป๋จี้อัน แต่พอหันกลับไป กลับไม่เห็นเงาของอีกฝ่ายเสียแล้ว

เฉินเจ๋อหยางไม่ได้พาแค่ทีมแพทย์มาช่วยชีวิตผู้รอดชีวิตเท่านั้น แต่ยังพาทีมนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานของกองสืบสวนมาด้วย

เบาะแสในห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ นั้น ไป๋จี้อันตรวจหมดแล้ว เหลือแค่ผลชันสูตรศพโดยละเอียดที่ต้องรอให้เหอเว่ยส่งมาในภายหลัง

สถานะของผู้เสียชีวิต เขารู้แล้วโดยคร่าว ๆ แต่สถานที่เกิดเหตุนั้น ไม่ได้มีแค่ห้องครัวและห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ เท่านั้น ทว่าคือทั้งบ้านหลังนี้

ไป๋จี้อันเดินไปที่ห้องอาหาร

จากตอนที่เขาตรวจศพและพบว่าผู้ตายทั้งสี่คนมีแค่รอยเชือกเสียดสีกับข้อมือ แต่ไม่มีร่องรอยการขัดขืน เขาก็เดาได้ว่าฆาตกรคงวางยาทั้งเจ็ดคนให้สลบก่อน แล้วจึงจับมัดไว้บนเก้าอี้ จัดวางให้นั่งล้อมวง

ยิ่งไปกว่านั้น บนใบหน้าของหญิงสาวสองคนยังมีคราบน้ำตาสีขาวไหลเป็นทางซึ่งล้างเครื่องสำอางออก แสดงว่าฆาตกรปลุกพวกเธอขึ้นมาก่อนลงมือ ให้พวกเธอได้เห็นเพื่อน ๆ ถูกฆ่าทีละคน ต่อหน้าต่อตา

ไม่มีทางสู้ ไม่มีทางหนี

เขาตายแล้ว เธอก็ตายแล้ว

คนต่อไป...ก็คือฉัน

ความกลัวในช่วงเวลาที่ต้องรอความตายนั้น น่ากลัวยิ่งกว่าความตายที่จู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว

จากวิธีฆ่าแบบซาดิสม์เช่นนี้ ฆาตกรจะต้องเป็นพวกโรคจิต หรือไม่ก็มีความแค้นฝังลึกกับเหยื่อทั้งเจ็ดอย่างแน่นอน

และก็เป็นอย่างที่คาดไว้ บนโต๊ะอาหารยาวซึ่งเป็นโต๊ะสั่งทำพิเศษ มีอาหารถูกจัดวางไว้เต็มโต๊ะ

มีเครื่องใช้บนโต๊ะสำหรับ 7 ที่ ทั้งจาน ชาม มีด ส้อม ตะเกียบ แก้วไวน์ ทุกอย่างครบถ้วน

อาหารบนโต๊ะไม่มีจานไหนที่ถูกกินจนหมด แต่เครื่องใช้บนโต๊ะมีร่องรอยการใช้งานแล้ว

ไป๋จี้อันเห็นเหอเว่ยเดินเข้ามา เขาจึงพูดว่า

“ของพวกนี้ต้องส่งตรวจ”

เหอเว่ยก็คิดไว้เช่นกัน เขาหันกลับไปเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่ง แล้วเดินตามไป๋จี้อันไปยังห้องครัวทันที

“สมัยนี้ยานอนหลับไม่ได้หามาง่าย ๆ เจ็ดคน ปริมาณก็ไม่ใช่น้อยๆ คงจะตามรอยได้ไม่ยาก”

ไป๋จี้อันค่อย ๆ เปิดตู้ครัวทีละบาน แล้วพูดว่า “หวังว่าจะเป็นแบบนั้น”

เขารู้ดีว่ายานอนหลับเป็นยาควบคุม ต้องมีใบสั่งแพทย์ถึงจะรับมาได้ คนทั่วไปต้องผ่านการตรวจและได้รับอนุมัติจากแพทย์ก่อนถึงจะไปรับยาได้จากโรงพยาบาล

แต่...นั่นก็แค่ในกรณีของ “คนธรรมดา” เท่านั้นแหละ

ไป๋จี้อันเอื้อมมือไปเปิดตู้เล็กที่สุดที่อยู่ใต้เตาครัวด้านข้างสุด ตู้นี้เล็กกว่าตัวอื่นชัดเจน ดูท่าเจ้าของบ้านคงสั่งทำพิเศษเพื่อใช้พื้นที่ที่เหลือให้คุ้มค่า

ถ้ายังไม่เจออะไรอีกล่ะก็...ก็หมายความว่าครัวนี้ไม่มีเบาะแสอะไรเหลือแล้วจริง ๆ

ไม่รู้เพราะอะไร พอเปิดตู้ปุ๊บ หัวใจของไป๋จี้อันกลับเต้นแรงผิดปกติ

ถ้าจะอธิบาย...มันก็แค่ “แรงกว่าปกติ”

พอเปิดตู้ออก ทั้งเขาและเหอเว่ยก็สะดุ้งสุดตัว

ในตู้นั้นมีถุงพลาสติกใสใบหนึ่ง กระโดดดึ๋ง ๆ ไม่หยุด ข้างในมืด ๆ ท่าทางจะมีอะไรมีชีวิตกำลังพยายามดิ้นหนีออกมา

เป็นถุงใส่ “กบ” เป็น ๆ นั่นเอง

ถุงพลาสติกใสนั้นผูกปากแน่น ข้างในมีเจ้ากบขนาดพอ ๆ กันอยู่เจ็ดตัว แต่ไม่ใช่ทุกตัวที่ยังมีชีวิต

ไป๋จี้อันยกถุงขึ้นดู พบว่ามีแค่สี่ตัวยังดุกดิกอยู่ ส่วนอีกสามนอนหงายท้อง ขาแบะ ดูเหมือนก้อนโคลนแฉะ ๆ ให้เพื่อนในถุงเหยียบเล่น

เหอเวยหันไปมองตำแหน่งเตาและอ่างล้างจานแล้วขมวดคิ้ว ตู้นี้อยู่ห่างจากพื้นที่ปรุงอาหารมาก การเก็บกบไว้ตรงนี้ชัดเจนว่า “ไม่เหมาะ”

ยิ่งไปกว่านั้น จากสภาพบนโต๊ะอาหารก็ดูชัดว่า งานเลี้ยงเริ่มไปแล้ว

แม้จะว่ากันว่าเนื้อกบอร่อย แต่หน้าตาของมันไม่น่ากินสักนิด

ไป๋จี้อันไม่ใช่คนที่ชอบกินพวกนี้ ถึงเขาจะรู้ว่าเนื้อข้างในขาวนุ่มแค่ไหน แต่ก็ยังอดขยะแขยงรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้

เขาขมวดคิ้ว แล้วยื่นถุงใส่กบให้เหอเว่ย “นายเอากลับไปละกัน”

เขาไม่ชอบ แล้วเหอเว่ยจะชอบเหรอ!?

“ทำไมต้องเป็นฉันด้วย...”

“ก็จะได้เอาไปตรวจ? ฉันไม่ได้ไปสถานีตำรวจด้วยนี่”

...ฟังแล้วก็มีเหตุผลอยู่

เหอเว่ยมองถุงในมือตัวเองอย่างรังเกียจ แล้วก็เผลอเบะปากจนเห็นคางสองชั้นซึ่งปกติแทบไม่มีใครได้เห็นเลย

จบบทที่ 5 - คดีฆาตกรรมบ้านพักรายวัน หน้าที่ 5

คัดลอกลิงก์แล้ว