เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.1 โรงโม่ศพ

EP.1 โรงโม่ศพ

EP.1 โรงโม่ศพ


 บทที่ 1: โรงโม่ศพ

ที่ตำบลหลินเหอ มีโรงโม่ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ข้าว แป้ง น้ำมัน และธัญพืชทั้งหลายล้วนถูกโม่ออกมาทุกวัน มีเพียงพอสำหรับทุกครัวเรือนในตำบลนี้ และยังมีเหลือพอสำหรับขายให้ตำบลข้างเคียงด้วย

แต่ที่น่าแปลกก็คือ ทำไมโรงโม่ที่ทำธุรกิจใหญ่โตเช่นนี้ กลับไม่มีใครเคยเห็นคนงานออกไปหาซื้อ ฟางสำหรับเป็นอาหารให้พวกลาและล่อเลย แม้แต่มูลของสัตว์ก็ไม่เคยมีใครขนมันออกมาทิ้ง

เหล่าพ่อค้าแม่ขายในตำบลก็ต่างซุบซิบนินทากันไปต่างๆนาๆว่า ที่โรงโม่นี้ไม่ได้ใช้แรงงานจากลา หรือล่อในการโม่แป้งหรอก แต่ใช้ “ศพเดินได้” ที่ลอยมาตามแม่น้ำเซียงต่างหาก!

ถ้าลองได้เดินทางจากตำบลหลินเหอลงใต้ ไปตามลำน้ำเรื่อยๆ ก็จะพบกับแม่น้ำเซียง ที่ไหลผ่านมณฑลหูหนาน

ศพเดินได้ที่ว่า มันก็คือ “ซอมบี้” นี่แหละ

เมื่อมีข่าวลือเช่นนี้ออกมา เจ้าหน้าที่รัฐได้ออกมาบอกว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ เป็นการใส่ร้ายป้ายสีจากพ่อค้าแม่ค้าที่อิจฉาความรุ่งเรื่องของโรงโม่เท่านั้น

เขตต้าหยง ตำบลหลินเหอ เป็นเขตที่มีท่าเรือมาก ทำให้การขนส่งค้าขายเจริญรุ่งเรืองมากๆ

เหนื่อยสุดๆ ไปเลย!

เหนื่อยแทบจะขาดใจ!

ซู่ชิงลืมตาขึ้นมา ร่างกายของเขานั้นเมื่อยล้าเต็มที เขาทำงานราวกับเครื่องจักรที่ไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย เบื้องหน้าของเขาคือลูกหินโม่ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ข้างในนั้นเต็มไปด้วยเมล็ดธัญพืชที่กำลังรอการถูกโม่

*ซู่ชิง คือคนงานที่โรงโม่แห่งนี้

ขณะที่เขากำลังผลักด้ามโม่ไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า รอบแล้วรอบเล่า เดินวนไปอย่างไร้จุดหมาย

“นี่ฉันยังไม่ตายหรอกหรือ?”

ซู่ชิงอยากจะหนีออกให้ไกลจากความเหนื่อยล้านี้ แต่ว่าร่างกายมันกลับไม่ยอมขยับตามที่เขาคิด มีเพียงความทรงจำในอดีตที่ผ่านมาผุดขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง

ในความทรงจำนั้น เขามีงานทำประจำตอนกลางวัน และรับทำงานพิเศษเป็นคนส่งอาหารในตอนกลางคืน แต่เมื่อถึงวันเงินเดือนออก เจ้านายของเขาได้หนีไปซะแล้ว

ใช่! นายจ้างของเขาเล่นหุ้นจนหมดตัวนั่นเอง

โชคชะตาจะไม่เข้าข้างเขาเลยที่ต้องมาเจอเจ้านายแบบนี้ แต่ยังไงซะชีวิตของเขาก็ต้องเดินต่อไป

ในคืนนั้น ซู่ชิงที่เพิ่งตกงานที่ทำประจำในตอนกลางวัน ก็ยังต้องฝืนใจไปทำงานพิเศษส่งอาหารกลางคืนตามเคย

เขาขับรถไปส่งอาหารที่หน้าหอพัก รปภ.กลับห้ามไม่ให้เขาจอดรถส่งอาหารที่หน้าหอพัก

ซู่ชิงไม่อยากมีปัญหา จึงขี่รถไปจอดไกลออกไปหน่อย พอเขาส่งอาหารเสร็จ กำลังจะเดินกลับมาเอารถที่จอดอยู่ไกลออกไป ก็เห็นชายคนหนึ่งมาป้วนเปี้ยนอยู่ที่รถของเขา

ใช่แล้ว......ขโมย !

มันกำลังขี่มอเตอร์ไซค์ของเขาหนีไป ส่วนรปภ.ที่เหตุการณ์ต่อหน้าต่อตากลับไม่สนใจที่จะช่วยเขาตามจับขโมยเลย

ซู่ชิงไม่รอช้ารีบวิ่งไล่ตามหัวขโมยไปทันที เขาเหมือนคนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเป็นที่สุด

ซู่ชิงวิ่งไล่ตามไปจนถึงถนนสายหลัก เขาเริ่มหมดแรง เขาล้มตัวนั่งพัก หายใจอย่างเหนื่อยหอบ แต่ยังนั่งไปได้ไม่เท่าไหร่ ทันใดนั้นก็มีแสงจ้าสว่างวาบมาจากด้านข้างของถนน — มันเป็นรถยนต์ที่เปิดไฟสูง กำลังขับตรงเข้ามาหาเขานั่นเอง

เสียงเบรก และเสียงแตรดังลั่นท่ามกลางความเงียบสงบในยามค่ำคืน ราวกับฟ้าผ่า

โครม !

ในชั่วพริบตา ทุกอย่างหยุดนิ่งราวกับภาพข้างหน้าถูกตัดออกไป

เมื่อซู่ชิงฟื้นคืนสติขึ้นมา โลกที่อยู่ตรงหน้าของเขาตอนนี้กลับก็ไม่ใช่โลกใบเดิมอีกต่อไป

โชคยังดีที่ร่างกายนี้ยังเป็นของเขา ..... แต่วิญญาณที่อยู่กลับไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปแล้ว

ตอนนี้เขาเป็นเพียง ’ซอมบี้’  ซากศพที่รอวันถูกขายเป็นแรงงานทาสต่อไป

คำกล่าวว่าจีน กล่าวไว้ว่า ชีวิตมีความลำบากอยู่สามประการ — ตีเหล็ก,พายเรือ,โม่ถั่ว

ซู่ชิงไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งเขาจะได้ลิ้มรสกับหนึ่งในความลำบากเหล่านั้นด้วยตัวเอง

เขาพยายามดิ้นรนทุกอย่าง เพื่อควบคุมร่างกาย แต่มันกลับไม่สามารถขยับได้เลย

“........”

คืนนี้พระจันทร์ที่หลินเหอช่างสวยงามเสียจริง ทว่าซู่ชิงไม่อาจเปล่งเสียงใดๆออกมาได้ แม้ในใจเขาจะกรีดร้องมันให้ดังจนสะเทือนฟ้าดิน

“นี่มันโลกบ้าอะไรกันวะเนี่ย?”

“ขนาดตายไปแล้ว ยังจะถูกจับมาทำงานอีกหรือไง?”

เขาคิดว่าชาติก่อนต้องทำกรรมอะไรไว้แน่? ขนาดตายไปแล้วยังต้องถูกจับมาเป็นซอมบี้ใช้แรงงานทาสอีก — แค่นั้นยังเลวร้ายไม่พอ ยังต้องมาทำงานกะกลางคืนอีก น่าเบื่อสุดๆ

ไม่เคยเลยที่จะเห็นซู่ชิงจะรู้สึกโกรธขนาดนี้มาก่อน

คนเรามักพูดกันว่า “น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน” ซึ่งแน่นอน มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ในวันเดียว ตอนนี้ความรู้สึกอัดอั้นที่ซู่ชิงเก็บสะสมไว้มานานกำลังรวมตัวกัน และพร้อมจะระเบิดความรู้สึกนี้ลงในไม่ช้า

และในวินาทีนั้นเองก็พลันมีพลังบางอย่างผุดขึ้นในหัว พร้อมกับเสียงสวดมนต์ท่องคาถา ซึ่งเขารู้ว่ามันเป็นคำสวดภาษาโบราณ ประหนึ่งเสียงดนตรีจากสวรรค์

เพียงชั่วขณะเดียวอารมณ์บรรดาลโทสะของเขาก็เบาลงอย่างน่าประหลาดใจ

“เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เสียงสวดมนต์คาถาพวกนี้หมายถึงอะไร…”

เสียงสวดมนต์ดังขึ้นอีกครั้ง ดังกึกก้องไปทั่วทั้งหัวของซู่ชิง

“หนทางแห่งเซียน สูงส่งด้วยการขัดเกลา หนทางแห่งผี เชื่อมโยงกับความมืดมัว…”

ซู่ชิงได้ฟังก็รู้สึกตัวเบา เหมือนได้ล่องลอยอยู่ในม่านหมอก ราวกับจะเหาะเหินเดินอากาศได้

แล้วเสียงสวดก็หยุดลง คราวนี้เขากลับมองเห็นภาพในมโน มันเป็นเรื่องราวในชีวิตของเขาก่อนที่เขาจะกลายมาเป็นซอมบี้

ภาพเหล่านั้นไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นความเหนื่อยยากลำบากที่เขาฝ่าฟันมา แต่มันยังแสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาอันแสนอบอุ่น และมีความสุขมากมายที่เขาไม่เคยคิดถึงมันเลย

ซู่ชิงกำลังจมดิ่งอยู่ในภวังค์ แต่พลันเสียงสวดมนต์กลับดังขึ้นอีกครั้ง ดังดุจไม้เรียวฟาดลงตรงกลางศีรษะ ปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์ในทันที

“ในความเปลี่ยนแปลงนับพันในนภา ความวิปสาสก็มีอยู่มากมาย ผู้ยึดมั่นในความจริงมีน้อย ผู้หลงทางมีมาก ฉะนั้นทางเดินแห่งเซียนจึงมั่นคงยาก หนทางแห่งฝีจึงชักนำสู่วิปลาสได้ง่ายนัก”

บทสวดที่แผ่กลิ่นอายความลี้ลับนี้ค่อยๆเงียบลงอย่างช้าๆ เป็นเวลาเดียวกับที่ชู่ชิงได้เห็นอักขระที่จารึกอยู่ด้านหน้าของคัมภีร์  เขียนไว้ว่า —

            “คัมภีร์ชี้นำสรรพชีวิต” (度人) ชี้นำผู้อื่นต้องเริ่มจากชี้นำตนเอง”

ซู่ชิงได้ถูกปลุกขึ้นจากคัมภีร์เล่มนี้ เขาถูกจัดให้อยู่ในชั้นของ “มนุษย์ ระดับล่าง”

            *การจัดลำดับชั้นของคัมภีร์เล่มนี้แบ่งเป็น ‘สวรรค์, โลก, มนุษย์’ และแต่ระดับชั้นยังแบ่งเป็น ‘ชั้นบน, ชั้นกลาง, ชั้นล่าง’

ซู่ชิงรู้สึกเหมือนถูกเหยียดเล็กน้อย ที่ถูกจัดอยู่ในชั้น ‘มนุษย์ ระดับล่าง’

แต่ถ้าย้อนทบทวนชีวิตที่ผ่านมาของตัวเอง เขาก็ยอมรับว่านี่คือการจัดระดับชั้นที่แม่นยำที่สุด

ชีวิตก่อนหน้านี้ของเขาก็เป็นเพียงคนธรรมดาไร้ซึ่งรสชาติใดๆเลยในชีวิต

แต่ถึงอย่างไร ‘ท้องฟ้าไม่ทอดทิ้งดอกหญ้า และพื้นดินไม่เคยปฏิเสธสิ่งมีชีวิต’

แม้จะเป็นเพียง “มนุษย์ระดับล่าง” ก็ยังมีคุณค่าในตัวเองอยู่ดี

เมื่อเขาเรียกสติกลับมาอยู่กับตัวได้อีกครั้ง “คัมภีร์ชี้นำสรรพชีวิต”ก็ได้มอบรางวัลให้เขาทันที

มันคือ “แสงศักดิ์สิทธิ์แห่งพร” ซึ่งผู้ใดที่ได้รับรางวัลนี้ จะสามารถชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ และปลุกความคิดแห่งมนุษย์ขึ้นมาอีกครั้ง

ซู่ชิงเคยมีชีวิตที่ไร้ความหวัง พอตายแล้วยังโดนมนต์ดำครอบงำให้ต้องมาเป็น’ซอมบี้’อีก ทำให้จิตใจเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ มันคืออาการของพวกภูตผีวิญญาณ หากแต่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาจงใจจะเป็น

“แสงศักดิ์สิทธิ์แห่งพร” นี้จึ งนับว่าเป็นยาวิเศษที่เหมาะสมกับเขาที่สุดแล้ว

ตอนนี้ความโกรธแค้นคับข้องในใจก็พลอยเบาบางลงไปมาก แม้ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับเขา ขนาดตายไปแล้วยังไม่มีที่ไป แต่การได้ “มีชีวิต” อีกครั้งในอีกแบบหนึ่ง พร้อมกับได้รับพรจาก“คัมภีร์ชี้นำสรรพชีวิต” ก็ทำให้เขาพอมองเห็นแสงสว่างแห่งอนาคตอยู่ลางๆ

“คัมภีร์ชี้นำสรรพชีวิต” ค่อยๆ คลี่ออก อักขระตัวหนึ่งลอยออกมาจากหน้าคัมภีร์ แปรเปลี่ยนเป็นเส้นด้ายสีทองสว่างจ้า แทรกซึมเข้าไปในร่างของซู่ชิง

แสงนั้นอบอุ่นดั่งสายลมในฤดูใบไม้ผลิที่กำลังพัดผ่านกิ่งหลิว คัมภัร์นั้นได้ล้างมนต์ดำที่ครอบงำตัวเขาอยู่ ให้กลับมาสามารถควบคุมร่างกายได้อีกครั้ง

“ฮืม…ฮา…”

เสียงครางแหบพร่าดั่งผืนดินแตกระแหงที่เพิ่งได้รับฝนแรกของปีหลุดออกจากลำคอซู่ชิง เขาไม่เคยรู้สึกโล่งเบาสบายถึงเพียงนี้มาก่อน

ใต้แสงจันทร์สว่างไสวเหนือโรงโม่ ซู่ชิงยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์และแสงแห่งพรจากฟากฟ้านั้น  ดวงจิตมนุษย์หวนคืนสู่ร่างของเขา เขาจึงเริ่มคิดทบทวนชีวิตนับจากนี้

ก่อนอื่นเลย…

“ทำงาน น่ะหรือ? ไม่มีทาง!”

ตอนที่มีชีวิต เขาก็ตรากตรำทำงานทั้งกลางวันและกลางคืนมามากแล้ว ตอนนี้กลายเป็นซอมบี้ เขาจะไม่มีทางกลับไปเป็นแรงงานทาสของโรงโม่นี้อีกเด็ดขาด

แต่เมื่อคิดถึงการจะหนีออกไปจากที่นี่ เขาก็เกิดลังเลใจขึ้นมาอีกครั้ง

โลกใบนี้ช่างไม่ใช่โลกที่สงบสุขเอาเสียเลย ไม่ว่าจะเป็นมนต์ดำที่คอยครอบงำเขา หรือแม้แต่โรงโม่บ้าบอที่อยู่ตรงหน้า เขามองเห็นความเน่าเฟะได้อย่างชัดเจน

ไม่แน่นะ...โลกภายนอกอาจจะอันตรายยิ่งกว่าที่นี่เสียอีก

บางครั้ง ‘ซอมบี้’ อย่างเขา อาจจะอยู่ในลำดับล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร หากหลบหนีออกไป ก็ไม่ต่างอะไรกับการ “หนีเสือปะจระเข้”

แต่โชคดีที่ซู่ชิงไม่ใช่คนที่กลัวปัญหา

ในเมื่อมีอุปสรรค ก็ต้องหาทางรับมือกับมันให้ได้ — สิ่งที่เขากังวลในตอนนี้มีเพียงสองอย่าง หนึ่งคือโลกภายนอกที่ไม่รู้จัก และสองคือสถานะความเป็นซอมบี้ที่ผิดปกติไปจากซอมบี้ตัวอื่น

แล้ว…จะมีวิธีไหนบ้างไหม ที่จะช่วยให้เขาเข้าใจโลกนี้ได้ดีขึ้น หรือไม่ก็ช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้น?

จู่ ๆ ซู่ชิงก็เหมือนได้รับแรงบันดาลใจจากเบื้องบน ดวงตาเขามองไปยังเพื่อนร่วมชะตากรรมที่อยู่ไม่ไกล — ซอมบี้ตัวหนึ่งที่กำลังก้มหน้าก้มตาโม่ถั่วอยู่

(จบบทนี้)

จบบทที่ EP.1 โรงโม่ศพ

คัดลอกลิงก์แล้ว