- หน้าแรก
- คุณพ่อราชาซอมบี้!!
- บทที่ 9 : พลังที่ตื่นขึ้น!
บทที่ 9 : พลังที่ตื่นขึ้น!
บทที่ 9 : พลังที่ตื่นขึ้น!
บทที่ 9 : พลังที่ตื่นขึ้น!
ลู่ชวนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนถนน
เมื่อคืนพระจันทร์สีเลือดเกิดขึ้นได้อย่างไรกันแน่?!
แม้ว่าลู่ชวนจะไม่คิดเล็กคิดน้อย​แค่ไหน แต่ในขณะนี้เขาก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ
เมื่อแสงจันทร์สีเลือด​สาดส่องมาที่ตัวเขา การเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดนั้นทำให้ลู่ชวนยังคงยากที่จะลืมเลือนจนถึงตอนนี้
ตามรูปแบบของภาพยนตร์ไซไฟปกติ การกำเนิดของพระจันทร์สีเลือดนั้นดูเหมือนจะเป็นการเปิดศักราชใหม่ แต่ทำไมตอนนี้…เขาถึงดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยล่ะ
ลู่ชวนมองไปรอบๆ แรงดึงดูดของดาวเคราะห์ดวงนี้ยังคงเหมือนเดิม อาคารที่ทรุดโทรมก็ไม่ต่างจากตอนที่เขาหมดสติไป
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ลู่ชวนส่ายหัวอย่างจนปัญญา จากนั้นก็เตรียมที่จะเก็บสัมภาระที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น
แต่ในไม่ช้าลู่ชวนก็รู้สึกถึงความผิดปกติ
เดี๋ยวก่อน...
ตอนที่ลู่ชวนลุกขึ้นจากที่เดิม เขายังไม่รู้สึกอะไร แต่พอเริ่มลงมือทำก็พบว่าร่างกายของเขาดูเหมือนจะคล่องแคล่วว่องไวเป็นพิเศษ
ต้องรู้ว่าก่อนหน้านี้ในฐานะซอมบี้ แม้ว่าเขาจะสามารถทำอะไรได้ง่ายๆ บ้างแล้วหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน แต่ร่างกายของเขาก็ยังคงแข็งทื่ออยู่บ้าง
แต่ความคล่องตัวโดยรวมตอนนี้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก และลู่ชวนก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังที่พลุ่งพล่าน
ร่างกายเบากว่าเดิม การเคลื่อนไหวคล่องแคล่วว่องไวขึ้น แม้กระทั่งระยะก้าวเท้าในตอนนี้ของลู่ชวนก็ยังไกลกว่าเดิมและเร็วกว่าเดิมมาก
นอกจากนี้ หลังจากก้มศีรษะลงดูมือ ลู่ชวนก็พบอย่างน่าประหลาดใจว่าเส้นโลหิตสีดำบนร่างกายของเขาจางลงไปมาก!
แม้แต่เล็บของเขาก็ยังมีการเปลี่ยนแปลง โดยมีแนวโน้มที่จะเป็นมนุษย์ธรรมดามากขึ้น
เมื่อสายลมพัดผ่าน ลู่ชวนก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างและลูบศีรษะของตัวเอง
เขาพบว่าผมที่เคยบางลงเพราะกลายเป็นซอมบี้ กลับเริ่มงอกขึ้นมาอีกครั้ง แม้ว่ามันจะยังดูเสียหายอยู่บ้าง แต่มันก็ดีกว่าเมื่อก่อนมาก!
และหลังจากเก็บสิ่งของบนพื้นแล้ว ลู่ชวนก็พบว่าพละกำลังของเขาในตอนนี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน มันเกือบจะถึงสองเท่า และสมรรถภาพทางร่างกายก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง ลู่ชวนมองไปยังซอมบี้ที่เดินเตร็ดเตร่อยู่บนถนน และพบว่าซอมบี้เหล่านั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงไม่น้อยเช่นกัน
ซอมบี้ที่น่ากลัวและน่าขยะแขยงเหล่านั้น หลังจากผ่านเมื่อคืน…ดูเหมือนพวกมันจะมีรูปร่างคล้ายคนมากขึ้นไม่มากก็น้อย
หลังจากพระจันทร์สีเลือด ชีวิตประจำวันที่ซ้ำซากจำเจทุกวันดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างเล็กน้อย
แต่การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ไม่ได้ทำให้ลู่ชวนรู้สึกตื่นตระหนก แต่กลับมีความยินดีในใจ
เขามาอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคยนี้อย่างไม่มีเหตุผล ต้องใช้ชีวิตไปวันๆอย่างไร้จุดหมาย…ตอนนี้ในที่สุดก็มีการเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว
การใช้ชีวิตแบบเดิมๆซ้ำๆทุกวัน ไม่ช้าก็เร็วก็จะเบื่อ
แต่ตอนนี้ลู่ชวนพบว่าโลกนี้ดูเหมือนจะไม่เรียบง่ายอย่างที่เขาคิดไว้ก่อนหน้านี้
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งมีชีวิตอย่างซอมบี้ที่เกิดจากไวรัสยังพอเข้าใจได้ แต่พระจันทร์สีเลือดในตอนกลางคืนนั้นดูเกินจริงไปหน่อย
เป็นไปได้มากว่าวิกฤตซอมบี้ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ไวรัสธรรมดา
ลู่ชวนอุ้มสัมภาระและเตรียมตัวกลับบ้าน แต่เมื่อเดินผ่านซอมบี้ตัวหนึ่ง ความรู้สึกแปลกประหลาดก็พลันเกิดขึ้นในใจของเขา
มองไปยังซอมบี้ตรงหน้าที่มีใบหน้าบิดเบี้ยว และส่งเสียงคำรามต่ำๆ ออกมาจากปากเป็นระยะ…ลู่ชวนรู้สึกว่าตนเองและคนตายนี้ ดูเหมือนจะมีความเชื่อมโยงกันอย่างลางๆ
“ฉัน...ฉันคงไม่ได้เป็นโสดนานขนาดนั้นหรอกนะ”
“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด!”
ลู่ชวนตกใจจนรีบส่ายหัว แต่ในไม่ช้าเขาก็พบว่าความเชื่อมโยงที่ไม่เหมือนใครนี้ ไม่ใช่ว่าเขาเกิดความรู้สึกแปลกๆกับซอมบี้ตัวนั้น
แต่กลับรู้สึกเหมือนในสมองของตนมีเส้นใยจำนวนนับไม่ถ้วนก่อกำเนิดขึ้น
…เชื่อมต่อตัวเขาเข้ากับซอมบี้ตัวนี้
ซอมบี้เหล่านี้เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ก็เหมือนกับหุ่นกระบอกที่ไร้สมองและไร้จิตสำนึกในการควบคุมตนเอง
และเขาก็เหมือนมีพลังพิเศษ สามารถถ่ายทอดความคิดของตนเองผ่านเส้นใยที่มองไม่เห็นเหล่านี้เข้าไปได้ เหมือนกับการใช้เส้นใยควบคุมตุ๊กตา
ความสามารถอันแปลกประหลาดนี้ทำให้ลู่ชวนตื่นเต้นอยู่พักหนึ่ง เขาจึงรีบเริ่มตรวจสอบสมมติฐานของตนเอง
เมื่อลู่ชวนมีสมาธิมากขึ้น เขาก็รู้สึกรางๆว่าความเชื่อมโยงระหว่างเขากับซอมบี้ตรงหน้าเริ่มแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นานหลังจากนั้น ซอมบี้ที่เพิ่งเดินโซเซไปมาก็ยืนขึ้นตรงๆในทันที
ไปข้างหน้า ถอยหลัง ยกมือขึ้น...
หากมีใครอยู่ในที่เกิดเหตุในขณะนี้ คงต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้างอย่างแน่นอน
บนถนนที่ทรุดโทรมแห่งนี้ มีซอมบี้ตัวหนึ่งกำลังวิดพื้นออกกำลังกาย
ฉากนี้ทำให้มุมปากของลู่ชวนยกขึ้นโดยควบคุมไม่ได้
เป็นไปตามที่เขาคาดไว้จริงๆ…เขาสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของซอมบี้ตัวนี้ได้
ตอนนี้ลู่ชวนสามารถยืนยันได้ว่าพระจันทร์สีเลือดเมื่อคืนนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
แสงจันทร์สีเลือดลึกลับนั้นทำให้ตัวเขา…ไม่สิ ควรจะบอกว่าทำให้ซอมบี้ทั้งหมดเกิดการเปลี่ยนแปลง!
และสถานการณ์ของเขาดูเหมือนจะมีอะไรพิเศษอยู่บ้าง
ไม่เพียงแต่พละกำลังร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถควบคุมซอมบี้ตัวอื่นๆได้อีกด้วย
ลู่ชวนตั้งชื่อความสามารถพิเศษนี้ว่า: ควบคุมศพ
ลู่ชวนที่มีความสามารถใหม่ ก็เหมือนเด็กที่ได้ของเล่นใหม่ เขาเริ่มทดลองความสามารถใหม่ล่าสุดของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
ในชาติก่อน ลู่ชวนเคยดูหนังไซไฟและนิยายออนไลน์
เขารู้ว่าโดยปกติแล้วคนที่สามารถปลุกพลังพิเศษในวันสิ้นโลกได้นั้น ล้วนเป็นสุดยอดคนแกร่ง
ดูเหมือนว่าตัวเขาเองก็มีคุณสมบัติของผู้ยิ่งใหญ่เหมือนกัน...
ลู่ชวนควบคุมซอมบี้อย่างต่อเนื่องให้ทำท่าทางแปลกประหลาดต่างๆ
เดี๋ยวเต้นรำ เดี๋ยวเล่นบาสเก็ตบอล เดี๋ยวแร็ป น่าเสียดายที่ซอมบี้ตัวนี้ยังพูดไม่ได้
มีซอมบี้จำนวนมากเดินเตร็ดเตร่อยู่บนถนน ลู่ชวนจึงทำการทดลองอย่างเปิดเผย
หลังจากที่เขาตรวจสอบซ้ำหลายครั้ง ก็พบว่าในตอนนี้เขาควบคุมซอมบี้ได้มากสุดแค่สองตัวให้ทำภารกิจที่แตกต่างกันในเวลาเดียวกัน
และถ้าอยู่ห่างกันมากเกินไป ก็ไม่สามารถสั่งการได้อย่างแม่นยำ
ลู่ชวนตัดสินว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับพลังจิตของเขา ซึ่งอย่างน้อยในภาพยนตร์ไซไฟและนวนิยายออนไลน์ที่เขาเคยดูมาก็เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้
ส่วนซอมบี้ที่เขาควบคุมได้เหล่านี้ ลู่ชวนตั้งชื่อให้พวกมันว่า "หุ่นเชิดซอมบี้" ซึ่งก็หมายความตามตัวว่าเป็นตุ๊กตาที่ไม่มีความคิดของตัวเองและถูกควบคุมได้เท่านั้น
หลังจากทดลองอย่างต่อเนื่องมานาน ลู่ชวนก็รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย
“เดี๋ยว​นะ”
“แย่แล้ว! เจ้าตัวเล็กยังอยู่ที่บ้านอยู่เลย!”
ตอนนั้นเองที่ ลู่ชวนก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เขาขนส่งสิ่งของข้ามคืน และเมื่อวานนี้เขาอยู่​ที่นี่มานานหลังจากถูกจันทร์โลหิตสาดส่อง
จนถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว เจ้าตัวเล็กอยู่ที่บ้านคนเดียวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ท้ายที่สุดแล้วเจ้าตัวเล็กก็ยังเป็นแค่ทารก แม้ว่าจะไม่มีซอมบี้ก็ยังอาจจะเจออันตรายได้
ลู่ชวนรีบควบคุมหุ่นเชิดซอมบี้หมายเลขหนึ่งและหมายเลขสอง ให้แบกสัมภาระที่เขาเก็บรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ และรีบมุ่งหน้าไปยังทิศทางของหมู่บ้านหมิงเย่วอย่างรวดเร็ว
………………….