- หน้าแรก
- คุณพ่อราชาซอมบี้!!
- บทที่ 8 : เริ่มวิวัฒนาการ!
บทที่ 8 : เริ่มวิวัฒนาการ!
บทที่ 8 : เริ่มวิวัฒนาการ!
บทที่ 8 : เริ่มวิวัฒนาการ!
อีกด้าน
ตอนนี้ลู่ชวนยืนอยู่​กลางถนน มองดูพระจันทร์สีเลือดเหนือศีรษะ ด้วยความ​รู้สึกงุนงงไปชั่วขณะ
จีรู่เสวี่ยเป็นจักรพรรดินีที่กลับชาติมาเกิดใหม่ นางเคยประสบกับยุคโลกาวินาศและมีความเข้าใจอย่างมากเกี่ยวกับพระจันทร์สีเลือด
แต่ลู่ชวนที่ข้ามภพมาจากโลกที่สงบสุขอีกแห่ง เขาจึงไม่รู้เลยว่าสิ่งนี้หมายถึงอะไร
อย่างไรก็ตาม ลู่ชวนรีบหาร้านตรงหัวมุมและหยิบนมผงมาวางลงในมือลง
เมื่อเปิดกระป๋องนมผง ลู่ชวนพบว่านมผงข้างในยังคงเป็นสีขาว เขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ตกใจหมดเลย เห็นดวงจันทร์​เเบบนั้น…นึกว่าตัวเองเป็นโรคตาแดงไปเสียแล้ว”
ตาฉันไม่เป็นอะไร งั้นก็แสดงว่าพระจันทร์กลายเป็นสีเลือดจริงๆ น่ะสิเนี่ย!?
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้ลู่ชวนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ในไม่ช้าเขาก็ยกสัมภาระขึ้นและเดินกลับบ้าน
โลกที่แปลกประหลาดนี้สามารถทำให้วันสิ้นโลกของซอมบี้ปรากฏขึ้นได้ ดังนั้นการที่ดวงจันทร์กลายเป็นสีเลือดก็ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เช่นกัน
พูดให้ถูกก็คือ...
ค่ำคืนอันเงียบสงัด เมืองที่ว่างเปล่า เสียงคำรามราวสัตว์ร้าย พระจันทร์สีเลือด….นี่แหละคือส่วนผสมที่ลงตัวของวันสิ้นโลก!
ลู่ชวนไม่ได้รู้สึกไม่สบายใจกับการมาถึงของพระจันทร์สีเลือดแม้แต่น้อย
กลับกันเขารู้สึกเหมือนว่ามันควรจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว
ท้ายที่สุดแล้ว ในภาพยนตร์ไซไฟต่างๆในชาติก่อน เขาก็เคยเห็นสถานการณ์ที่คล้ายกันนี้มาไม่น้อย
โดยไม่สนใจการเปลี่ยนแปลงของท้องฟ้า ลู่ชวนกลายร่างเป็นแฮมสเตอร์โดยตรง
ค่ำคืนนี้เขาจะทำการเริ่มงานขนย้ายอย่างบ้าคลั่ง
เนื่องจากเขาเป็นซอมบี้ เขาจึงแทบจะไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเลย แถมพละกำลังยังมากกว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่มาก
ดังนั้นในครั้งนี้ ลู่ชวนจึงขนเเต่สิ่งของที่เจ้าตัวเล็กสามารถใช้ได้ กลับไปยังที่พักเป็นชุดๆ
นมผง ขวดนม และผ้าอ้อมสำเร็จรูป เป็นของจำเป็นสำหรับเด็กทารกทั้งนั้น
ทุกครั้งที่ลู่ชวนมา ก็จะขนไปเป็นจำนวนมาก
ไม่นานนัก ห้องของเขาก็เต็มไปด้วยเสบียงที่กักตุนไว้
ต่อมาเขาก็เริ่มกักตุนขนมและของเล่นเด็กทุกชนิด แม้แต่หนังสือสำหรับเด็กก็ไม่เว้น
แม้ว่าจะเป็นวันสิ้นโลกแล้ว แต่เชาก็ยังคิดว่าควรสอนให้เด็กน้อยเรียนรู้การอ่านออกเขียนได้และการพูด
เพราะมีสุภาษิตว่าไว้ การศึกษาต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด
จีรู่เสวี่ยมองไปที่กอง…"ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย 3 ปี ข้อสอบจำลอง 5 ปี" ที่ลู่ชวนนำกลับมา
ทันใดนั้น​ จู่ๆเธอก็รู้สึกขนลุกซู่
ถ้าจำไม่ผิด...ตอนนี้ฉันเหมือนจะยังไม่ครบขวบเลยนี่นา??
เเต่ตอนนี้จะให้ทำข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เร็วไปหน่อยหรือเปล่าคุณพ่อ?!
แถมนี่ยังเป็นวันสิ้นโลก ผู้คนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไปทำไม??!
แต่ลู่ชวนไม่สนเรื่องพวกนั้น ตราบใดที่เขารู้สึกว่ามันอาจจะมีประโยชน์ เขาก็จะขนกลับบ้านทั้งหมด
ถึงแม้ว่าเจ้าตัวเล็กจะเป็นแค่ทารกอายุไม่ถึงขวบ แต่ลู่ชวนก็ยังคงขนข้าวสารกระสอบใหญ่ขนาด 50 กิโลกรัมกลับไปหลายกระสอบ
ตอนนี้ ลู่ชวนยังพบอีกว่าหลังจากที่ตัวเองกลายเป็นซอมบี้แล้ว พละกำลัง​ของเขาก็เพิ่มขึ้นมาก
ข้าวสารขนาด 50 กิโลกรัมแบบนี้ เขาสามารถยกขึ้นได้ด้วยมือเดียว
ข้าวสารดี ข้าวสารอิ่มท้อง นี่คือความคิดที่เรียบง่ายที่สุดของลู่ชวน
ส่วนเรื่องจะหุงข้าวอย่างไรตอนน้ำไม่ไหลไฟดับ และเจ้าตัวเล็กที่ยังไม่ครบขวบจะกินข้าวได้เมื่อไหร่ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดถึงในตอนนี้
อย่างไรเสียก็คงได้ใช้ในอนาคตอยู่ดี...
ในกระบวนการขนย้ายนี้ ลู่ชวนไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย กลับรู้สึกว่ามันเป็นการชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวัง
เขารู้สึกว่าทุกสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี้ เหมือนกับการสร้างรากฐานสำหรับชีวิตใหม่ที่สวยงาม ดังนั้นเมื่อเริ่มขนย้ายแล้วจึงหยุดไม่ได้เลย
บ้านขนาดประมาณร้อยตารางเมตรหลังนี้ ถูกลู่ชวนกองจนเต็มเอี้ยด
ขณะที่ลู่ชวนกำลังขนย้ายเป็นครั้งที่สี่ เขาก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาดูเหมือนจะมีอะไรผิดปกติ
“อึกกกก!!”
ลู่ชวนรีบวางสิ่งของในมือลงทันที แล้วเอนตัวพิงกำแพง
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกว่าตัวเองที่กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว กลับรู้สึกถึงอุณหภูมิที่ร้อนระอุอย่างน่าประหลาดในร่างกาย!
ปรากฏการณ์แปลกประหลาดนี้ทำให้ลู่ชวนรู้สึกตกใจอย่างมาก
เพราะต้องรู้ว่าตอนนี้เขาเป็นซอมบี้…เลือดในร่างกายหยุดไหลไปนานจนกลายเป็นสีน้ำตาลดำที่น่าขยะแขยง
ความรู้สึกร้อนแรงที่แปลกประหลาดนี้ทำให้ลู่ชวนรู้สึกทั้งแปลกใหม่และคุ้นเคย!
ในช่วงเวลานี้เอง ลู่ชวนก็รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลออกมา
พลังงานร้อนระอุในร่างกาย ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้หวนคืนสู่ช่วงเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่อีกครั้ง!
แต่แล้วลู่ชวนก็รับรู้ได้ว่าสมองของเขาคันอย่างทนไม่ไหว และรู้สึกเหมือนสมองของเขากำลังจะระเบิดออกมา!
ตอนนี้ลู่ชวนทำได้เพียงนั่งยองๆ อยู่ที่มุมกำแพง เอามือกุมศีรษะและสั่นเทาไม่หยุด
ตอนนี้​ เขาไม่รู้ว่าเเล้วเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่
"บ้าเอ๊ย! หรือว่าการ์ดประสบการณ์จิตสำนึกของมนุษย์จะหมดอายุแล้ว?”
“ฉันกำลัง​จะกลายเป็นซอมบี้ที่มีแต่กระหายเลือดเหมือนพวกนั้นงั้นเหรอ?!”
ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้ลู่ชวนรู้สึกสับสนเล็กน้อย
ในที่สุดเขาก็มีความมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูชีวิตของตัวเอง และในที่สุดก็พบความหวังใหม่และเป้าหมายใหม่
ในที่สุดเขาก็พบเพื่อนร่วมทางที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในโลกที่ทรุดโทรมนี้ ลู่ชวนจึงไม่เต็มใจที่จะตายแบบนี้
ในขณะนี้ ลู่ชวนกัดฟันแน่น ดวงตาสีแดงก่ำของเขาเต็มไปด้วยความแน่วแน่
แม้ว่าลู่ชวนจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง และไม่รู้ว่าตัวเองจะกลายเป็นอะไรต่อไป แต่เขาต้องทำให้ตัวเองมีสติอยู่เสมอ
ในขณะนี้ลู่ชวนไม่ได้สังเกตว่าเส้นเลือดสีดำบนร่างกายของเขากำลังค่อยๆจางลงและเปลี่ยนเป็นสีเขียว
ในขณะเดียวกัน บาดแผลที่น่าสยดสยองอย่างยิ่งบนไหล่ของเขาได้ซึผุพังและแห้งไปนานแล้วหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน ดูสกปรกและน่าขยะแขยงมาก
แต่บาดแผลที่น่ากลัวนี้กลับเริ่มสมานอย่างช้าๆ…ถึงแม้ว่าจะไม่ได้กลับคืนสู่สภาพเดิม แต่ก็อย่างน้อยก็ไม่ได้ดูน่ากลัวอย่างที่เคยเป็น
นอกจากนี้​ เล็บของลู่ชวนก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย ฟันที่แหลมและอุปกรณ์​เหล่านั้นก็เริ่มเป็นระเบียบขึ้นบ้าง
เพราะกลายเป็นซอมบี้ ผมที่เคยดำขลับและหนาแน่นของลู่ชวนก็ร่วงไปมาก
แต่ในขณะนี้ เมื่อร่างกายของลู่ชวนสั่นเทาอย่างต่อเนื่อง ผมที่บางมากของเขา ก็ค่อยๆกลับมาหนาแน่นขึ้น
แม้ว่าจะยังไม่กลับมาเหมือนเดิม แต่ก็ดีกว่าตอนเป็นซอมบี้หัวล้านไม่รู้กี่เท่า!
ในขณะเดียวกัน ในค่ำคืนที่เงียบสงัดนี้
จู่ๆมันก็มีเสียงคำรามของซอมบี้ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า!
ซอมบี้จำนวนมากภายใต้แสงจันทร์ กำลังเผชิญกับสิ่งเดียวกับที่ลู่ชวนเจอ
นอกจากนี้ ผู้รอดชีวิตบางคนที่ถูกแสงจันทร์ส่อง ก็เริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบ และค่อยๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยภายใต้แสงจันทร์
เลือดในร่างกายไหลเวียนเร็วขึ้น อวัยวะต่างๆเต้นแรงขึ้น กล้ามเนื้อกระชับขึ้นมาก และกระดูกดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าเดิม
หมิงเยว่ คอมเพล็กซ์
จีรู่เสวี่ยในห้องนอนก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยแสงจันทร์สีแดงเลือดนอกหน้าต่าง
ร่างกายเล็กๆของเธอสั่นเทาเล็กน้อย
ในขณะนี้จีรู่เสวี่ยรู้สึกว่าร่างกายของเธอร้อนขึ้นมาก
……….…………