- หน้าแรก
- คุณพ่อราชาซอมบี้!!
- บทที่ 3 : หรือว่ารอให้โตก่อนแล้วค่อยกิน?
บทที่ 3 : หรือว่ารอให้โตก่อนแล้วค่อยกิน?
บทที่ 3 : หรือว่ารอให้โตก่อนแล้วค่อยกิน?
บทที่ 3 : หรือว่ารอให้โตก่อนแล้วค่อยกิน?
หลังจากที่ลู่ชวนครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจทำสิ่งที่กล้าหาญ
เขาต้องการรับเลี้ยงเด็กทารกคนนี้
ทันใดนั้น​ เขาก็รู้สึกตัวก็ตอนที่เห็นเจ้าหนูน้อยหมดสติไป…เจ้าหนูน้อยคนนี้น่าจะไม่ได้กินอะไรมานานแล้ว
วิกฤตซอมบี้ระเบิดขึ้นเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว จากรอยเลือดภายนอก ดูเหมือนว่าเจ้าของเดิมจะเสียชีวิตไปอย่างน้อยสองวันแล้ว…ยังไง ต้องไปหาอะไรให้เจ้าตัวนี้กินก่อน
เด็กทารกอายุประมาณเจ็ดแปดเดือนตัวเล็กเกินไป อาหารอื่นๆไม่สามารถย่อยได้ ทำได้แค่ดื่มนมผง…กระป๋องนมผงบนโต๊ะข้างเตียงว่างเปล่าแล้ว คงต้องออกไปหาซื้อข้างนอก
ด้วยความหวังของชีวิตใหม่นี้ ทำให้ลู่ชวนที่รู้สึกว่าตัวเองซึมเศร้ามาเป็นเดือน กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง
ในขณะนี้ ในดวงตาสีเลือดของเขา เป็นครั้งแรกที่ได้แสดงความคาดหวังถึงอนาคตที่สดใสในช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
ลู่ชวนเดินออกจากห้องนอนอย่างเงียบๆ และปิดประตูที่เขาแงะไว้กลับเข้าที่เดิม….จากนั้นเขาก็ย้ายโซฟาตัวหนาในห้องนั่งเล่นมาไว้หน้าประตู กั้นประตูห้องนอนไว้อย่างแน่นหนา
อย่างน้อยก่อนที่เขาจะกลับมา มันก็สามารถขัดขวางการเคลื่อนที่ของซอมบี้ตัวอื่นได้บ้าง
ซอมบี้ตัวอื่นไม่มีสติปัญญาแบบเขา พวกมันจะทำตามสัญชาตญาณเท่านั้น…จึงมีแนวโน้มสูงที่จะถูกโซฟาสกัดไว้นาน
ลู่ชวนออกมาที่ห้องครัว แต่ก็ต้องผิดหวังเล็กน้อย เพราะที่นี่ไม่มีอาหารเลย
คิดดูๆ…เวลาตั้งเดือนหนึ่งแล้ว อาหารคงถูกกินหมด
บางทีพ่อแม่ของเจ้าหนูน้อยอาจจะออกไปหาอาหารข้างนอกแล้วเกิดเรื่องขึ้นก็ได้
ด้วยความจนปัญญา ลู่ชวนทำได้เพียงขึ้นไปดูชั้นบนๆ
เมื่อมาถึงชั้นสาม ประตูเหล็กดัดเปิดอ้าซ่า อาจเป็นเพราะตอนนั้นหนีเอาชีวิตรอดอย่างเร่งรีบ
ในบันไดที่มืดมิดเต็มไปด้วยเลือดสดๆ ทั่วทุกหนแห่ง เมื่อเวลาผ่านไป เลือดเหล่านี้ได้แห้งกรังกลายเป็นสีน้ำตาลดำทั้งหมด จับตัวแข็งอยู่บนผนังและพื้นโดยรอบ
บนพื้นเต็มไปด้วยชิ้นส่วนที่แตกหักและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เห็นได้ชัดว่าในช่วงวิกฤตซอมบี้ระบาด ประตูทางเข้าอาคารไม่ได้ปิด ทำให้ผู้คนที่หนีภัยเหล่านี้ต่างเสียชีวิตทั้งหมดเมื่อซอมบี้แห่กันเข้ามา… บนพื้นยังมีโครงกระดูกที่ถูกกัดกิน หรือแม้แต่ซากศพมนุษย์ที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
แม้ว่าประตูทางเข้าอาคารจะเปิดอยู่ตลอดเวลา แต่ภายในก็ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่า…ถึงแม้ว่าลู่ชวนจะรู้สึกขยะแขยงกับกลิ่นแบบนี้มาก แต่หลังจากกลายเป็นซอมบี้มาระยะหนึ่งแล้ว เขาก็เริ่มปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายเช่นนี้ได้เเล้ว
หากเป็นเขาในชาติก่อน คงจะวิ่งออกไปอาเจียนนานแล้ว
เเฮร่!
ทันทีที่ลู่ฉวนขึ้นไปบนบันไดสองสามขั้น เขาก็เห็นซอมบี้ตัวหนึ่งนั่งหมดสภาพอยู่ตรงหัวมุมบันได
ซอมบี้ตัวนี้มีช่องโหว่ขนาดใหญ่ตรงหน้าอกและท้อง ไส้และกระเพาะอาหารถูกควักออก แขนขาหลายส่วนก็ถูกกัดกิน แม้จะกลายเป็นซอมบี้แล้ว ก็ทำได้เพียงนั่งหมดสภาพอยู่บนพื้น
ลู่ชวนยืนอยู่บนบันไดและมองขึ้นไป เขาสามารถได้ยินเสียงขยับเบาๆ และเสียงคำรามต่ำๆของซอมบี้ดังมาจากข้างบน
ซอมบี้ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ บางตัวนั่งหมดสภาพอยู่บนพื้น บางตัวคลานขึ้นลงบันได
คนอื่นๆที่ได้เห็นภาพนรกเช่นนี้คงจะตกใจกลัว…แต่ลู่ชวนกลับคุ้นเคยกับมันไปนานแล้ว
เขาไม่สนใจซอมบี้เหล่านั้น และเริ่มออกสำรวจอย่างเปิดเผย
ลู่ชวนตรงไปยังห้องครัวทันทีที่เข้าไปในบ้าน ท้ายที่สุดแล้ว ในโลกวันสิ้นโลกนี้ แม้ว่าจะมีเงินทองก็ไม่มีที่ให้ใช้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นซอมบี้อีกด้วย
แต่ว่านมผงค่อนข้างหายาก ลู่ชวนค้นหาหลายบ้านติดต่อกันก็ยังไม่เจอ
อย่างไรก็ตาม…มันยังมีเนื้อดิบที่ไม่เน่าเสีย ซึ่งเขาหาเจอบ้างในครัวบางบ้าน
น่าเสียดายที่มีปริมาณไม่มากนักเนื่องจากไฟฟ้าดับในวงกว้าง
โครม!
เมื่อมาถึงชั้นห้า ลู่ชวนใช้ชะแลงงัดทำลายกุญแจประตูและงัดประตูเหล็กกันขโมยออก เมื่อเห็นภาพในห้องก็ถึงกับตะลึงงัน
เขาเห็นเพียงซอมบี้เพศหญิงอยู่ในห้อง ชุดเดรสสีขาวบนร่างกายของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสด
เมื่อได้ยินเสียง เธอก็รีบพุ่งมาทางประตู แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่นอกประตูเป็นพวกเดียวกัน ซอมบี้ตัวนี้ก็เดินจากไปด้วยความไม่เต็มใจ
เเละเมื่อลู่ชวนเข้ามาในห้อง ก็เห็นว่าพื้นห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยรอยเลือด และยังมีโครงกระดูกมนุษย์ขนาดประมาณหนึ่งเมตร
เห็นได้ชัดว่าหลังจากการระบาดของซอมบี้ เจ้าของบ้านผู้หญิงกลายเป็นซอมบี้ และลูกที่เธอรักมากที่สุดในชีวิตกลับกลายเป็นอาหารที่ถูกกลืนเข้าไปในท้อง...
ลู่ชวนยืนอยู่ที่เดิมเป็นเวลานานโดยไม่ขยับเขยื้อน ร่างกายของเขาจมอยู่ในความเงียบงัน เขาคิดถึงเจ้าตัวเล็กที่เขาเพิ่งเจอเมื่อกี้
หากทารกคนนั้นไม่ถูกขังอยู่ในห้องนอน ผลลัพธ์ก็คงเป็นเช่นเดียวกัน
บางทีอาจเป็นโชคดีในความโชคร้าย แม้ว่าเจ้าตัวเล็กจะเกิดมาในโลกที่ล่มสลายนี้ แต่อย่างน้อยก็ได้เจอกับซอมบี้ที่ไม่กินคนอย่างเขา
ในที่สุดลู่ชวนก็มาถึงห้องครัว และพบนมผงสองกระป๋องที่ยังไม่ได้เปิด และเนื้อสดอีกสองกิโลกรัมที่ยังไม่เน่าเสีย
เจ้าของบ้านนี้น่าจะกลายเป็นซอมบี้ตั้งแต่ช่วงต้นวันสิ้นโลก อาหารในบ้านจึงยังคงอยู่
หลังจากใส่สิ่งเหล่านี้ลงในกระเป๋าเป้แล้ว ลู่ชวนก็มองไปที่ซอมบี้ที่ยังคงเดินวนเวียนอยู่หน้าประตู
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ลู่ชวนก็มาอยู่ข้างหลังซอมบี้ตัวหนึ่ง
ฉึก!
ชะแลงในมือของเขาแทงทะลุศีรษะซอมบี้ในคราวเดียว เเละปลดปล่อยมันให้เป็นอิสระ
….
อีกด้าน
จีรู่เสวี่ยที่หมดสติไปได้ตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกถึงความหอมหวานไหลเข้าสู่ช่องปากของเธออย่างต่อเนื่อง
กลิ่นนมที่เข้มข้นทำให้จีรู่เสวี่ยหลงใหลไปชั่วขณะหนึ่ง
ในขณะเดียวกัน ร่างกายที่หิวโหยมานานก็สัมผัสได้ถึงความหวานชื่นที่จากไปนาน และเริ่มดูดกลืนมันอย่างไม่รู้ตัว
หลังจากได้รับการเติมพลังงานเล็กน้อย จีรู่เสวี่ยก็พยายามเปิดตาขึ้นอย่างยากลำบาก
เมื่อลืมตาขึ้น…เธอก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าตัวเองไม่ได้ตายในปากซอมบี้
ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นคือซอมบี้ที่น่ากลัวกำลังป้อนอะไรบางอย่างให้เธอด้วยช้อน!
นี่ฉันกำลังฝันไปหรือเปล่า?!
หรือว่าหิวจนตาลายไปแล้วเนี่ย?!
ในดวงตาที่สดใสของจีรู่เสวี่ยเต็มไปด้วยความตกตะลึง เธอจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างเหลือเชื่อ
ซอมบี้ตัวนี้…มันดูเหมือนแม่นมมาก
ในความทรงจำชาติก่อนของจีรู่เสวี่ย ซอมบี้ทั้งหมดเป็นกลุ่มสัตว์ประหลาดที่ไม่ความคิด มีแต่ความกระหายเลือดเท่านั้น
หลังจากวิกฤตซอมบี้ระบาด เพื่อนและสหายจำนวนมากของจีรู่เสวี่ยต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของซอมบี้
แม้แต่จีรู่เสวี่ยเองก็ยังจัดการกับเพื่อนร่วมทีมที่ถูกซอมบี้กัดและสูญเสียสติไปแล้วไปไม่น้อย
ดังนั้นในตอนที่ได้เห็นซอมบี้ จีรู่เสวี่ยก็รู้ได้ทันทีว่าตัวเองคงเคราะห์ร้ายเสียแล้ว
สัตว์ประหลาดกระหายเลือดที่ไร้มนุษยธรรมเหล่านี้ จะไม่ปล่อยเธอไปเพียงเพราะเธอเป็นทารกหรอก
แต่เธอไม่คิดเลยว่าตัวเองจะไม่เพียงแต่ไม่ถูกกิน แต่ซอมบี้ตัวนี้ยังป้อนนมให้เธออีกด้วย?
หรือซอมบี้พวกนี้จะรู้ว่าต้องเลี้ยงให้โตก่อนแล้วค่อยกินล่ะเนี่ย!
….
ด้านลู่ชวนที่กำลังให้นมทารกน้อย เมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กกลับมาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในใจเขาก็รู้สึกผ่อนคลายลง
เมื่อเห็นดวงตาที่สดใสของทารกจ้องมองมาที่เขาตรงๆ ลู่ชวนก็ขยับมุมปาก เผยรอยยิ้มที่ไม่ค่อยน่ากลัวออกมา
เจ้าหนู ตั้งแต่นี้ต่อไปในโลกวันสิ้นโลกนี้
ฉันก็คือญาติของเจ้าแล้ว
……………………..