เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 : หาอะไรให้เจ้าตัวเล็กดื่ม!

บทที่ 2 : หาอะไรให้เจ้าตัวเล็กดื่ม!

บทที่ 2 : หาอะไรให้เจ้าตัวเล็กดื่ม!


บทที่ 2 : หาอะไรให้เจ้าตัวเล็กดื่ม!

ทางด้านลู่ชวน

หลังจากงัดประตูห้องนอนออก ลู่ชวนก็พบว่าห้องนอนนี้แตกต่างจากห้องนั่งเล่นด้านนอก

ห้องนั่งเล่นมีร่องรอยคราบเลือด…แต่ห้องนอนกลับสะอาดมาก

ที่หัวเตียงมีรูปแต่งงานแขวนอยู่ ในรูปถ่ายสามีภรรยาทั้งสองคนยิ้มอย่างมีความสุข ซึ่งดูไม่เข้ากับโลกที่ล่มสลายภายนอกหน้าต่าง

ตรงกลางห้องนอนมีเตียงคู่ ข้างๆเป็นโต๊ะเครื่องแป้งและโต๊ะข้างเตียงซึ่งมีฝุ่นจับหนา เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครทำความสะอาดมานานแล้ว

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ ตู้เสื้อผ้า หรือขาเตียง ล้วนถูกห่อหุ้มด้วยหนังนิ่มและผ้าฝ้าย…จะเห็นได้ว่าสามีภรรยาในห้องนี้รักลูกของตนมาก พวกเขาห่อหุ้มมุมแหลมคมเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันการกระแทก

ในห้องมีของเล่นและเสื้อผ้าเด็กมากมาย บนตู้ข้างเตียงก็มีนมที่เสียแล้ววางอยู่

ข้างเตียงคู่เป็นเปลไม้ เสียงที่ลู่ชวนได้ยินเมื่อครู่นี้มาจากเปลเด็กนี้นั่นเอง

ลู่ชวนค่อยๆเดินไปที่ข้างเตียง และพบว่าข้างในนั้นมีทารกผิวขาวราวหิมะนอนอยู่

ทารกน้อยคนนี้มีริมฝีปากแดงระเรื่อและฟันเรียงขาว…ดูน่ารักน่าชังมาก

ดูเหมือนว่าเจ้าหนูน้อยจะมีอายุเพียงหกหรือเจ็ดเดือนเท่านั้น

ดวงตาสีดำขลับของทารกน้อยคู่นี้สุกใสเป็นประกาย และตอนนี้กำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างตั้งใจ

แต่ลู่ชวนไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาคิดไปเองหรือเปล่า…เขากลับจับอารมณ์เศร้าและความจนใจได้จากดวงตาของทารก

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเห็นการมาถึงของเขาและเสียงดังจากการพังประตูเมื่อครู่ ทารกน้อยกลับไม่ร้องไห้ แต่กลับนอนอยู่บนเตียงเด็กและมองมาที่เขาอย่างเงียบๆ

“น่าสงสารเจ้าหนูน้อย การได้เกิดมาอย่างปลอดภัยควรจะเป็นเรื่องโชคดี แต่หนูกลับเกิดมาในโลกที่ล่มสลายเช่นนี้…”

เดิมทีลู่ชวนคิดว่าตัวเองโชคร้ายพอแล้ว แต่เมื่อมองดูเจ้าหนูน้อยบนเตียง…ดูเหมือนว่าเจ้าหนูน้อยจะโชคร้ายกว่าเขาเสียอีก

อย่างน้อยถึงแม้ว่าเขาจะกลายเป็นซอมบี้ แต่ก็ยังมีความสามารถในการดูแลตัวเอง และจะไม่ถูกซอมบี้ไล่ล่าไปทั่วท้องถนน

แต่เจ้าหนูน้อยตรงหน้าทำได้เพียงนอนอยู่บนเตียงเด็ก…ถ้าส่งเสียงอะไรออกมาโดยไม่ตั้งใจ เกรงว่าจะดึงดูดซอมบี้จำนวนมากรุมทึ้ง

จากการสังเกตสิ่งของต่างๆภายในบ้าน ลู่ชวนพอจะมองออกว่าเดิมทีที่นี่เคยเป็นครอบครัวที่มีความสุขมาก

สามีภรรยาคู่นี้น่าจะยังหนุ่มสาวและรักลูกมาก แต่เหตุการณ์วันสิ้นโลกนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเกินไป

คราบเลือดในห้องนั่งเล่นดูเหมือนจะเป็นลางบอกเหตุว่าพ่อแม่ของเด็กน้อยอาจจะเสียชีวิตแล้ว

จากรอยเลือดนอกบ้าน ลู่ชวนสามารถตัดสินได้ว่าคู่สามีภรรยาหนุ่มสาวคู่นี้ได้ใช้ความตั้งใจสุดท้ายล็อคประตูห้องนอนไว้ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต

แต่ทารกที่อ่อนแอขนาดนี้ในโลกที่ถูกซอมบี้กลืนกินไปแล้ว…ย่อมมีเพียงแต่ความตายที่รออยู่

….

จักรพรรดินีผู้นี้กำลังจะตายแล้วหรือนี่?!

จีรู่เสวี่ยที่นอนอยู่บนเตียงเด็ก ร้องไห้ไม่ออกในชั่วขณะ

ไม่คิดเลยว่าอุตส่าห์ได้เกิดใหม่ แต่สิ่งที่รอต้อนรับกลับไม่ใช่พ่อแม่ที่เปี่ยมสุข แต่เป็นซอมบี้กระหายเลือดที่น่ากลัว...

ตอนนี้เธอหวังเหลือเกินว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาจะเป็นผู้รอดชีวิตที่เป็นมนุษย์

แต่ใบหน้าที่บิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียดและดวงตาที่กระหายเลือด ทำให้ความหวังสุดท้ายของเธอพังทลาย

ตอนนี้ จีรู่เสวี่ยหมดหวังอย่างสิ้นเชิง

ในชาติก่อนเธอสามารถทำลายฝูงซอมบี้ได้ด้วยปลายนิ้ว แต่ตอนนี้เธอนอนอยู่บนเตียงเด็กอ่อนและขยับเขยื้อนไม่ได้

กลิ่นคาวเน่าเหม็นโชยเข้าจมูก ทำให้จีรู่เสวี่ยอยากจะอาเจียน

ตัวเองก็ไม่ได้กินอะไรมานานแล้ว แถมยังตกใจกลัวอย่างมาก จีรู่เสวี่ยจึงเริ่มรู้สึกวิงเวียนศีรษะและมองเห็นภาพเบลอ

ช่างเถอะ…ตายก็ตายไป

ยังไงก็ไม่ใช่ครั้งแรกอยู่แล้ว

เกิดใหม่เป็นเด็กในวันสิ้นโลก

จุดเริ่มต้นที่เลวร้ายแบบนี้ ตายๆไปให้พ้นๆ เสียยังดีกว่า

คราวนี้คงจบเห่จริงๆ แล้วสินะ...

ภายใต้ความกลัวทางสรีระและความหิวโหย, จีรูเสวี่ยก็เป็นลมหมดสติไปในที่สุด

เมื่อมองดูเจ้าตัวเล็กที่ไม่ร้องไห้และไม่ส่งเสียงดัง

ลู่ชวนก็เต็มไปด้วยความสงสัย

ฉันดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?

เด็กคนนี้จะไม่ถูกฉันทำให้กลัวจนตายหรอกใช่ไหม?!

ลู่ชวนรีบเดินไปที่ข้างเปลเด็ก ยื่นมือไปอังที่จมูกเพื่อทดสอบลมหายใจ และเมื่อพบว่าอีกฝ่ายยังมีลมหายใจอยู่ เขาก็รู้สึกสบายใจขึ้น

เมื่อมองดูชีวิตน้อยๆที่ยังหายใจอยู่บนเปลเด็ก…ดวงตาสีเลือดของ ลู่ชวนก็ฉายแววอารมณ์มากมาย

“บางทีเจ้าหนูน้อยอาจจะยังไม่ถึงฆาต แต่เจ้าหนูน้อยคนนี้คงหิวมานานมากแล้ว”

เมื่อเห็นว่าทารกคนนี้หิวจนร้องไห้ไม่ออกแล้ว ในใจของลู่ชวนก็เกิดความสงสารขึ้นมาอย่างประหลาด

ในแง่หนึ่ง ตัวเขาเองกับทารกคนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากคนประเภทเดียวกันไม่ใช่หรือ?

มาถึงโลกที่ไม่คุ้นเคยนี้อย่างไม่มีเหตุผล และโชคร้ายอย่างยิ่งที่ต้องมาเจอกับวิกฤตซอมบี้วันสิ้นโลก...

ในชั่วขณะนั้น ลู่ชวนรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกัน

เมื่อมองดูชีวิตใหม่ที่หลับตาพริ้ม ลู่ชวนก็เกิดความครุ่นคิดมากมายในใจ

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในดวงตาของลู่ชวนก็ฉายแววเด็ดเดี่ยว

ณ เวลานี้…เขาตัดสินใจที่จะรับเลี้ยงเจ้าหนูน้อยคนนี้ไว้

การตัดสินใจนี้ดูเหมือนจะค่อนข้างบ้า เพราะสำหรับซอมบี้กระหายเลือดแล้ว มนุษย์ก็เป็นเพียงแค่อาหารเท่านั้น

ซอมบี้เลี้ยงทารกมนุษย์ นี่มันเหลือเชื่อเกินไป

แต่ลู่ชวนไม่ได้คิดอย่างนั้น ไม่รู้ว่าทำไมเขาที่กลายเป็นซอมบี้ แต่ก็ยังสามารถคงความคิดของตัวเองได้อยู่

นี่อาจเป็นลิขิตจากสวรรค์

ที่สำคัญที่สุดคือ ลูกชวนถามตัวเองว่าเขาไม่ใช่คนประเภทที่อยู่เหนือโลกีย์

มาถึงโลกที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ ตัวเองยังไม่มีเวลาทำความเข้าใจกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยนี้เลย ก็ต้องเผชิญกับวิกฤตวันสิ้นโลกอย่างกะทันหัน

ตลอดเดือนที่ผ่านมา สิ่งที่ตัวเองประสบคือชีวิตที่ร่วงโรยไม่หยุดหย่อน คือการฆ่าฟันและการคำรามที่ไม่มีที่สิ้นสุด

เเค่เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นแต่ความเสียหายและความพังพินาศเต็มไปหมด

แต่ชีวิตน้อยที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหันนี้ ก็เหมือนแสงสว่างเล็กๆในโลกที่มืดมน

การใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่แปลกประหลาดอย่างหาที่เปรียบมิได้นี้ ทำให้ลู่ชวนรู้สึกเหงาอย่างหาที่สิ้นสุดไม่ได้

นอกบ้านมีซอมบี้เดินเตร็ดเตร่อยู่เต็มถนน แม้ว่าพวกมันจะเป็นพวกเดียวกันกับเขาในระดับหนึ่ง แต่พวกมันก็ไม่มีความคิดของมนุษย์ปกติ จึงไม่สามารถสื่อสารกับพวกมันได้

ลู่ชวนติดเชื้อไวรัสและกลายเป็นซอมบี้ แต่เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองกลายเป็นสัตว์ประหลาดกระหายเลือด เขายังคงคิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์

ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในเมืองที่ถูกซอมบี้กลืนกิน และยังกลายเป็นซอมบี้ที่แปลกประหลาด

คนก็ไม่ใช่…ผีก็ไม่เชิง

ช่วงเวลาที่ผ่านมา อารมณ์ด้านลบต่างๆเข้ามาวนเวียนในความคิดของลู่ชวนอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เขามีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย

การใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้

ทุกวันที่ลู่ชวนลืมตาขึ้นมา สิ่งที่เขาต้องเผชิญมีเพียงความตายที่ไม่สิ้นสุด

แต่ชีวิตใหม่ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหันนี้ ก็เหมือนแสงไฟที่จุดขึ้นในความมืดมิดอนันต์

ภายใต้แสงไฟนี้ ลู่ชวนพบทิศทางใหม่โดยไม่คาดคิด สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความหวังที่หายไปนาน

อย่างน้อยที่สุดในโลกที่ล่มสลายนี้ ในที่สุดเขาก็ไม่โดดเดี่ยวแล้ว...

แต่ทันใดนั้น เขาก็ได้สติ (มัวทำตัวเป็นพระเอก mv)

“แย่แล้ว!”

“เจ้าตัวเล็กนี่จะไม่หิวตายหรอกใช่ไหม?!”

………………………

จบบทที่ บทที่ 2 : หาอะไรให้เจ้าตัวเล็กดื่ม!

คัดลอกลิงก์แล้ว