- หน้าแรก
- คุณพ่อราชาซอมบี้!!
- บทที่ 2 : หาอะไรให้เจ้าตัวเล็กดื่ม!
บทที่ 2 : หาอะไรให้เจ้าตัวเล็กดื่ม!
บทที่ 2 : หาอะไรให้เจ้าตัวเล็กดื่ม!
บทที่ 2 : หาอะไรให้เจ้าตัวเล็กดื่ม!
ทางด้านลู่ชวน
หลังจากงัดประตูห้องนอนออก ลู่ชวนก็พบว่าห้องนอนนี้แตกต่างจากห้องนั่งเล่นด้านนอก
ห้องนั่งเล่นมีร่องรอยคราบเลือด…แต่ห้องนอนกลับสะอาดมาก
ที่หัวเตียงมีรูปแต่งงานแขวนอยู่ ในรูปถ่ายสามีภรรยาทั้งสองคนยิ้มอย่างมีความสุข ซึ่งดูไม่เข้ากับโลกที่ล่มสลายภายนอกหน้าต่าง
ตรงกลางห้องนอนมีเตียงคู่ ข้างๆเป็นโต๊ะเครื่องแป้งและโต๊ะข้างเตียงซึ่งมีฝุ่นจับหนา เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครทำความสะอาดมานานแล้ว
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ ตู้เสื้อผ้า หรือขาเตียง ล้วนถูกห่อหุ้มด้วยหนังนิ่มและผ้าฝ้าย…จะเห็นได้ว่าสามีภรรยาในห้องนี้รักลูกของตนมาก พวกเขาห่อหุ้มมุมแหลมคมเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันการกระแทก
ในห้องมีของเล่นและเสื้อผ้าเด็กมากมาย บนตู้ข้างเตียงก็มีนมที่เสียแล้ววางอยู่
ข้างเตียงคู่เป็นเปลไม้ เสียงที่ลู่ชวนได้ยินเมื่อครู่นี้มาจากเปลเด็กนี้นั่นเอง
ลู่ชวนค่อยๆเดินไปที่ข้างเตียง และพบว่าข้างในนั้นมีทารกผิวขาวราวหิมะนอนอยู่
ทารกน้อยคนนี้มีริมฝีปากแดงระเรื่อและฟันเรียงขาว…ดูน่ารักน่าชังมาก
ดูเหมือนว่าเจ้าหนูน้อยจะมีอายุเพียงหกหรือเจ็ดเดือนเท่านั้น
ดวงตาสีดำขลับของทารกน้อยคู่นี้สุกใสเป็นประกาย และตอนนี้กำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างตั้งใจ
แต่ลู่ชวนไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาคิดไปเองหรือเปล่า…เขากลับจับอารมณ์เศร้าและความจนใจได้จากดวงตาของทารก
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเห็นการมาถึงของเขาและเสียงดังจากการพังประตูเมื่อครู่ ทารกน้อยกลับไม่ร้องไห้ แต่กลับนอนอยู่บนเตียงเด็กและมองมาที่เขาอย่างเงียบๆ
“น่าสงสารเจ้าหนูน้อย การได้เกิดมาอย่างปลอดภัยควรจะเป็นเรื่องโชคดี แต่หนูกลับเกิดมาในโลกที่ล่มสลายเช่นนี้…”
เดิมทีลู่ชวนคิดว่าตัวเองโชคร้ายพอแล้ว แต่เมื่อมองดูเจ้าหนูน้อยบนเตียง…ดูเหมือนว่าเจ้าหนูน้อยจะโชคร้ายกว่าเขาเสียอีก
อย่างน้อยถึงแม้ว่าเขาจะกลายเป็นซอมบี้ แต่ก็ยังมีความสามารถในการดูแลตัวเอง และจะไม่ถูกซอมบี้ไล่ล่าไปทั่วท้องถนน
แต่เจ้าหนูน้อยตรงหน้าทำได้เพียงนอนอยู่บนเตียงเด็ก…ถ้าส่งเสียงอะไรออกมาโดยไม่ตั้งใจ เกรงว่าจะดึงดูดซอมบี้จำนวนมากรุมทึ้ง
จากการสังเกตสิ่งของต่างๆภายในบ้าน ลู่ชวนพอจะมองออกว่าเดิมทีที่นี่เคยเป็นครอบครัวที่มีความสุขมาก
สามีภรรยาคู่นี้น่าจะยังหนุ่มสาวและรักลูกมาก แต่เหตุการณ์วันสิ้นโลกนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเกินไป
คราบเลือดในห้องนั่งเล่นดูเหมือนจะเป็นลางบอกเหตุว่าพ่อแม่ของเด็กน้อยอาจจะเสียชีวิตแล้ว
จากรอยเลือดนอกบ้าน ลู่ชวนสามารถตัดสินได้ว่าคู่สามีภรรยาหนุ่มสาวคู่นี้ได้ใช้ความตั้งใจสุดท้ายล็อคประตูห้องนอนไว้ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต
แต่ทารกที่อ่อนแอขนาดนี้ในโลกที่ถูกซอมบี้กลืนกินไปแล้ว…ย่อมมีเพียงแต่ความตายที่รออยู่
….
จักรพรรดินีผู้นี้กำลังจะตายแล้วหรือนี่?!
จีรู่เสวี่ยที่นอนอยู่บนเตียงเด็ก ร้องไห้ไม่ออกในชั่วขณะ
ไม่คิดเลยว่าอุตส่าห์ได้เกิดใหม่ แต่สิ่งที่รอต้อนรับกลับไม่ใช่พ่อแม่ที่เปี่ยมสุข แต่เป็นซอมบี้กระหายเลือดที่น่ากลัว...
ตอนนี้เธอหวังเหลือเกินว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาจะเป็นผู้รอดชีวิตที่เป็นมนุษย์
แต่ใบหน้าที่บิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียดและดวงตาที่กระหายเลือด ทำให้ความหวังสุดท้ายของเธอพังทลาย
ตอนนี้ จีรู่เสวี่ยหมดหวังอย่างสิ้นเชิง
ในชาติก่อนเธอสามารถทำลายฝูงซอมบี้ได้ด้วยปลายนิ้ว แต่ตอนนี้เธอนอนอยู่บนเตียงเด็กอ่อนและขยับเขยื้อนไม่ได้
กลิ่นคาวเน่าเหม็นโชยเข้าจมูก ทำให้จีรู่เสวี่ยอยากจะอาเจียน
ตัวเองก็ไม่ได้กินอะไรมานานแล้ว แถมยังตกใจกลัวอย่างมาก จีรู่เสวี่ยจึงเริ่มรู้สึกวิงเวียนศีรษะและมองเห็นภาพเบลอ
ช่างเถอะ…ตายก็ตายไป
ยังไงก็ไม่ใช่ครั้งแรกอยู่แล้ว
เกิดใหม่เป็นเด็กในวันสิ้นโลก
จุดเริ่มต้นที่เลวร้ายแบบนี้ ตายๆไปให้พ้นๆ เสียยังดีกว่า
คราวนี้คงจบเห่จริงๆ แล้วสินะ...
ภายใต้ความกลัวทางสรีระและความหิวโหย, จีรูเสวี่ยก็เป็นลมหมดสติไปในที่สุด
เมื่อมองดูเจ้าตัวเล็กที่ไม่ร้องไห้และไม่ส่งเสียงดัง
ลู่ชวนก็เต็มไปด้วยความสงสัย
ฉันดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?
เด็กคนนี้จะไม่ถูกฉันทำให้กลัวจนตายหรอกใช่ไหม?!
ลู่ชวนรีบเดินไปที่ข้างเปลเด็ก ยื่นมือไปอังที่จมูกเพื่อทดสอบลมหายใจ และเมื่อพบว่าอีกฝ่ายยังมีลมหายใจอยู่ เขาก็รู้สึกสบายใจขึ้น
เมื่อมองดูชีวิตน้อยๆที่ยังหายใจอยู่บนเปลเด็ก…ดวงตาสีเลือดของ ลู่ชวนก็ฉายแววอารมณ์มากมาย
“บางทีเจ้าหนูน้อยอาจจะยังไม่ถึงฆาต แต่เจ้าหนูน้อยคนนี้คงหิวมานานมากแล้ว”
เมื่อเห็นว่าทารกคนนี้หิวจนร้องไห้ไม่ออกแล้ว ในใจของลู่ชวนก็เกิดความสงสารขึ้นมาอย่างประหลาด
ในแง่หนึ่ง ตัวเขาเองกับทารกคนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากคนประเภทเดียวกันไม่ใช่หรือ?
มาถึงโลกที่ไม่คุ้นเคยนี้อย่างไม่มีเหตุผล และโชคร้ายอย่างยิ่งที่ต้องมาเจอกับวิกฤตซอมบี้วันสิ้นโลก...
ในชั่วขณะนั้น ลู่ชวนรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกัน
เมื่อมองดูชีวิตใหม่ที่หลับตาพริ้ม ลู่ชวนก็เกิดความครุ่นคิดมากมายในใจ
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในดวงตาของลู่ชวนก็ฉายแววเด็ดเดี่ยว
ณ เวลานี้…เขาตัดสินใจที่จะรับเลี้ยงเจ้าหนูน้อยคนนี้ไว้
การตัดสินใจนี้ดูเหมือนจะค่อนข้างบ้า เพราะสำหรับซอมบี้กระหายเลือดแล้ว มนุษย์ก็เป็นเพียงแค่อาหารเท่านั้น
ซอมบี้เลี้ยงทารกมนุษย์ นี่มันเหลือเชื่อเกินไป
แต่ลู่ชวนไม่ได้คิดอย่างนั้น ไม่รู้ว่าทำไมเขาที่กลายเป็นซอมบี้ แต่ก็ยังสามารถคงความคิดของตัวเองได้อยู่
นี่อาจเป็นลิขิตจากสวรรค์
ที่สำคัญที่สุดคือ ลูกชวนถามตัวเองว่าเขาไม่ใช่คนประเภทที่อยู่เหนือโลกีย์
มาถึงโลกที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ ตัวเองยังไม่มีเวลาทำความเข้าใจกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยนี้เลย ก็ต้องเผชิญกับวิกฤตวันสิ้นโลกอย่างกะทันหัน
ตลอดเดือนที่ผ่านมา สิ่งที่ตัวเองประสบคือชีวิตที่ร่วงโรยไม่หยุดหย่อน คือการฆ่าฟันและการคำรามที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เเค่เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นแต่ความเสียหายและความพังพินาศเต็มไปหมด
แต่ชีวิตน้อยที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหันนี้ ก็เหมือนแสงสว่างเล็กๆในโลกที่มืดมน
การใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่แปลกประหลาดอย่างหาที่เปรียบมิได้นี้ ทำให้ลู่ชวนรู้สึกเหงาอย่างหาที่สิ้นสุดไม่ได้
นอกบ้านมีซอมบี้เดินเตร็ดเตร่อยู่เต็มถนน แม้ว่าพวกมันจะเป็นพวกเดียวกันกับเขาในระดับหนึ่ง แต่พวกมันก็ไม่มีความคิดของมนุษย์ปกติ จึงไม่สามารถสื่อสารกับพวกมันได้
ลู่ชวนติดเชื้อไวรัสและกลายเป็นซอมบี้ แต่เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองกลายเป็นสัตว์ประหลาดกระหายเลือด เขายังคงคิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์
ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในเมืองที่ถูกซอมบี้กลืนกิน และยังกลายเป็นซอมบี้ที่แปลกประหลาด
คนก็ไม่ใช่…ผีก็ไม่เชิง
ช่วงเวลาที่ผ่านมา อารมณ์ด้านลบต่างๆเข้ามาวนเวียนในความคิดของลู่ชวนอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เขามีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย
การใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้
ทุกวันที่ลู่ชวนลืมตาขึ้นมา สิ่งที่เขาต้องเผชิญมีเพียงความตายที่ไม่สิ้นสุด
แต่ชีวิตใหม่ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหันนี้ ก็เหมือนแสงไฟที่จุดขึ้นในความมืดมิดอนันต์
ภายใต้แสงไฟนี้ ลู่ชวนพบทิศทางใหม่โดยไม่คาดคิด สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความหวังที่หายไปนาน
อย่างน้อยที่สุดในโลกที่ล่มสลายนี้ ในที่สุดเขาก็ไม่โดดเดี่ยวแล้ว...
แต่ทันใดนั้น เขาก็ได้สติ (มัวทำตัวเป็นพระเอก mv)
“แย่แล้ว!”
“เจ้าตัวเล็กนี่จะไม่หิวตายหรอกใช่ไหม?!”
………………………