- หน้าแรก
- โซโล่ เนโครแมนเซอร์!
- บทที่ 6: พันธสัญญาดันเจี้ยนมิติ
บทที่ 6: พันธสัญญาดันเจี้ยนมิติ
บทที่ 6: พันธสัญญาดันเจี้ยนมิติ
บทที่ 6: พันธสัญญาดันเจี้ยนมิติ
ดวงตาของลู่หยานเบิกโพลงขึ้นมาทันที
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาลงดันเจี้ยน แถมยังเป็นแค่ระดับธรรมดา แต่กลับได้ไอเทมแรร์​สีม่วงดรอปมาเนี่ยนะ?
ด้วยความตื่นเต้น เขารีบวิ่งเข้าไปเก็บมันขึ้นมา
ปรากฏว่าไอเทมสีฟ้านั้นเป็นรองเท้าเกราะหนัก ซึ่งลู่หยานใช้ไม่ได้ แต่ก็ยังเอาไปขายได้
ส่วนไอเทมแรร์สีม่วง กลับเป็นคทาเวทมนตร์ ซึ่งเป็นของที่ลู่หยานสามารถใช้ได้พอดี!
[คทาหมาป่าเหมันต์]!
ที่ผ่านมา ลู่หยานเคยเรียนรู้เกี่ยวกับคู่มือการลงดันเจี้ยนจากสถาบันมาก่อน ทำให้เขารู้ว่าคทาหมาป่าเหมันต์นั้นเป็นอาวุธสายเวทย์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้จากหุบเขาหมาป่าเหมันต์แล้ว
แต่ว่าอัตราการดรอปของมันต่ำมาก…ถึงขนาดที่ว่าลงสักร้อยครั้งก็อาจจะยังไม่เจอเลยด้วยซ้ำ
แต่เพราะว่าเป็นไอเทมระดับเลเวลต่ำ มูลค่าของมันจึงไม่ได้สูงมากนัก
หากดูจากราคาในตลาดซื้อขาย ก็น่าจะอยู่ที่ประมาณแปดพันเหรียญทอง
ทว่าสำหรับลู่หยานในตอนนี้แล้ว นี่ถือเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริง!
และที่สำคัญที่สุดก็คือ คทาหมาป่าเหมันต์เป็นอาวุธที่ช่วยเพิ่มค่าสติปัญญาได้มากที่สุดถึง 30 แต้มเลยทีเดียว!
ซึ่งค่าสถานะนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมพลังโจมตีเวทมนตร์ของลู่หยาน แต่ยังส่งผลทางอ้อมไปถึงการเพิ่มพลังโจมตีของเหล่าทหารอันเดดและเพิ่มความรุนแรงของสกิลระเบิดศพอีกด้วย
พร้อมกันนั้นยังช่วยเพิ่มขีดจำกัดค่ามานาให้กับลู่หยานอีกถึงสามร้อยแต้ม!
เรียกได้ว่านี่คือบัฟที่ช่วยให้การฟาร์มดันเจี้ยนแบบค่อยๆ สะสมพลังของลู่หยานนั้นพุ่งทะยานจนเกินต้านไปเลย!
"ของดีเลยนี่...ไม่เลว ไม่เลว ต้องฟาร์มต่อแล้ว!" ลู่หยานเลียริมฝีปากอย่างตื่นเต้น ก่อนจะเลือกออกจากดันเจี้ยน
….
ในขณะเดียวกัน หนุ่มนักฆ่าที่กำลังรออยู่ด้านนอกอย่างเบื่อหน่าย…จู่ๆเขาก็เห็นร่างของลู่หยานปรากฏขึ้นที่แท่นวาร์ป ทำเอาเขาตกตะลึงไปชั่วขณะ
"ห๊ะ?" หนุ่มคนนั้นเบิกตากว้าง แล้วรีบก้มลงมองดูเวลาทันที
เขาพบว่านับตั้งแต่ที่ลู่หยานเข้าไปในหุบเขาหมาป่าเหมันต์จนถึงตอนนี้ เพิ่งจะผ่านไปแค่ยี่สิบกว่านาทีเท่านั้นเอง!
ยี่สิบกว่านาทีเนี่ยนะ...นักเวทย์เนโครแมนเซอร์เลเวลห้าจะเคลียร์หุบเขาหมาป่าเหมันต์ได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
"ไม่...เป็นไปไม่ได้น่า! หมอนี่ต้องรู้ตัวว่าไปต่อไม่ไหวเลยยอมแพ้กลางคันแล้วออกมาแน่ๆ!" ชายหนุ่มพยายามหาเหตุผลในใจ
ก็เพราะว่าต่อให้เป็นปาร์ตี้ห้าคนแบบปกติมาลงหุบเขาหมาป่าเหมันต์ ก็ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆหนึ่งชั่วโมงเลยนะ!
แต่ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นเอง…สายตาของเขาก็พลันเหลือบไปเห็นชุดที่ลู่หยานสวมอยู่ และของที่ถืออยู่ในมือ
"นั่นมัน...เสื้อคลุมหมาป่าเหมันต์กับ...กับคทาหมาป่าเหมันต์งั้นเหรอ?"
ในหัวของชายหนุ่มพลันดัง 'วิ้ง' ขึ้นมาจนว่างเปล่าไปหมด
ไม่ต้องพูดถึงเลยว่า แค่ลู่หยานลงหุบเขาหมาป่าเหมันต์ครั้งแรกก็โชคดีขนาดดรอปคทาหมาป่าเหมันต์มาได้แล้ว
แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าลู่หยานเคลียร์หุบเขาหมาป่าเหมันต์ได้สำเร็จจริงๆ
ทันใดนั้น สีหน้าของหนุ่มนักฆ่าพลันเคร่งขรึมขึ้นมาในทันที
มาถึงตอนนี้ เขาก็เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าทำไมฉินอู่เหยาถึงให้เขาคอยจับตาดูเจ้าลู่หยานคนนี้
ไม่น่าเชื่อเลยว่าหมอนี่จะเก่งกาจผิดมนุษย์มนาได้ถึงขนาดนี้!
…
ในขณะเดียวกัน ลู่หยานก็ได้เลือกเข้าดันเจี้ยนอีกครั้ง โดยยังคงเลือกระดับความยากธรรมดาเพื่อเน้นความเร็วในการฟาร์ม!
ส่วนทางด้านหนุ่มนักฆ่าก็รีบเปิดเครื่องมือสื่อสารขึ้นมา แล้วรายงานให้ฉินอู่เหยาทราบเป็นอันดับแรกทันที: "ลู่หยานออกมาแล้วครับ เขาใช้เวลาแค่ 23 นาทีในการโซโล่เคลียร์หุบเขาหมาป่าเหมันต์ แถมบนตัวเขายังสวมเสื้อคลุมหมาป่าเหมันต์ และยังดรอปคทาหมาป่าเหมันต์มาได้อีกด้วย ส่วนของที่ได้มาอย่างอื่น ตอนนี้ยังไม่ทราบครับ"
…
ณ นอกเมือง ฉินอู่เหยาที่กำลังนั่งอยู่บนก้อนหินอย่างเบื่อหน่าย ขณะมองคนของตระกูลฉินช่วยเธอล่ามอนสเตอร์…พอเห็นข้อความที่ส่งมา ก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
เรื่องของที่ลู่หยานได้มานั้นเธอไม่สนใจหรอก
แต่ที่เธอคาดไม่ถึงเลยก็คือ ลู่หยานรอดชีวิตออกมาได้จริงๆ!
แถมยังใช้เวลาแค่ยี่สิบสามนาทีในการเคลียร์หุบเขาหมาป่าเหมันต์ได้อีก!
นี่เขาลงคนเดียวนะ!
"ที่แท้...ที่ฉันเดาก็ไม่ผิดเลยสินะ”
“ค่าพลังจิต 130 ถึงจะเปลี่ยนอาชีพเป็นเนโครแมนเซอร์แล้ว จะกลายเป็นคนธรรมดาสามัญไปได้ยังไงกัน เมื่อเทียบกันแล้ว อาชีพลับที่ไหนจะทำแบบนี้ได้บ้าง?” ฉินอู่เหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย
ทั้งๆที่เป็นอาชีพที่เพิ่งปลุกพลังมาพร้อมๆกัน…แม้ว่าฉินอู่เหยาจะเพิ่งเริ่มเก็บเลเวล แต่เพราะมีคนจากตระกูลฉินคอยช่วยล่ามอนสเตอร์ให้ ตอนนี้เธอก็เลเวล 2 แล้ว
ในขณะที่ผู้เล่นมือใหม่คนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ต่างก็กำลังล่ามอนสเตอร์กันให้วุ่น…แต่คนที่เลเวลสูงสุดในกลุ่มนั้น ก็เพิ่งจะอยู่แค่เลเวลสามกว่าๆเท่านั้น
ทว่าลู่หยานกลับเลเวลห้าไปตั้งแต่ก่อนมื้อเที่ยงเสียอีก!
แถมตอนนี้ยังไปโซโล่ดันเจี้ยนหุบเขาหมาป่าเหมันต์ในเมืองได้อีก!
ความแตกต่างนี้...มันห่างชั้นกันเกินไปแล้ว!
เขายังคงเป็นคนคนนั้น...คนที่หยิ่งทะนงและไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตาเหมือนเคยจริงๆ!
แต่เธอก็ยังคิดไม่ตกว่าลู่หยานทำได้อย่างไรกัน?
เนโครแมนเซอร์เลเวลห้า ก็มีแค่สองสกิล คือ 'อัญเชิญอันเดด' กับ 'ระเบิดศพ' อีกทั้งยังเรียกอันเดดได้แค่สองตัว ใช้ระเบิดศพได้สองครั้ง แล้วยังมีคูลดาวน์ตั้งสิบนาที
นอกเหนือจากนี้ ก็ไม่มีทักษะอะไรอื่นอีกแล้ว
แล้วลู่หยานใช้วิธีไหนในการเคลียร์หมาป่าเหมันต์นับร้อยตัวในหุบเขาได้อย่างรวดเร็ว?
ไหนจะยังมีหมาป่าระดับอีลิทอีกสามตัว และบอสอย่างราชันหมาป่าเหมันต์อีกหนึ่งตัว?
แล้วที่สำคัญ เขาจะเพิ่มเลือดให้ตัวเองได้ยังไง?
หรือว่า...ระหว่างที่ฟาร์มหุบเขาหมาป่าเหมันต์อย่างรวดเร็ว เขาไม่เสียเลือดเลยแม้แต่น้อยงั้นเหรอ? โซโล่เคลียร์หุบเขาหมาป่าเหมันต์แบบไร้บาดแผลได้เนี่ยนะ?
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเหลือเชื่อเกินไป จนฉินอู่เหยาถึงกับปวดหัวตึ้บๆ
"ใครๆ ก็พากันคิดว่าลู่หยานที่มีค่าพลังจิต 130 พอปลุกพลังได้อาชีพทั่วไปแล้วจะกลายเป็นตัวตลกไปซะอย่างนั้น"
"แต่ความจริงแล้ว...คนที่ดูแคลนและเยาะเย้ยเขานั่นแหละ คือตัวตลกที่แท้จริง!"
"ในเมื่อตอนนี้ยังไม่มีใครค้นพบความสามารถของเขา ตระกูลฉินก็ควรจะฉวยโอกาสนี้ผูกมิตรกับเขาไว้!"
"ส่วนหวังหยูเจียวนั่นก็น่าขำดีจริงนะ ที่ทิ้งลู่หยาน…แล้วหันไปคบกับเจ้าคนเสเพลอย่างเหลียงเส้าหยูแทน"
...
ทางด้านของลู่หยาน
เขายังคงเข้าๆออกๆ ดันเจี้ยนหุบเขาหมาป่าเหมันต์อย่างต่อเนื่อง
เพราะเริ่มคุ้นเคยมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับการได้สวมใส่คทาและเสื้อคลุมหมาป่าเหมันต์ ทำให้ขีดจำกัดของค่ามานาเพิ่มสูงขึ้น
กองทัพอันเดดของเขาก็มีขนาดใหญ่โตขึ้นตามไปด้วย
ความเร็วในการฟาร์มมอนสเตอร์ของลู่หยานจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง… ตลอดเส้นทางเขาสามารถใช้สกิลระเบิดศพและอัญเชิญอันเดดสลับกันไป ทำให้มั่นใจได้ว่านอกจากจะฟาร์มได้เร็วที่สุดแล้ว ยังสามารถรักษากองกำลังอันเดดพื้นฐานเอาไว้ได้เพียงพอ
ด้วยเหตุนี้ เวลาที่ลู่หยานใช้ในการเข้าออกดันเจี้ยนจึงสั้นลงเรื่อยๆ
เมื่อใกล้ถึงช่วงเย็น ลู่หยานออกมาจากหุบเขาหมาป่าเหมันต์เป็นครั้งสุดท้าย
หนุ่มนักฆ่าที่รออยู่ด้านนอกเหลือบมองเวลา…แล้วเขาก็เปิดเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาราวกับเครื่องจักรที่ไร้ความรู้สึก ก่อนจะส่งข้อความไปให้ฉินอู่เหยาว่า: "ลู่หยานออกมาแล้วครับ รอบนี้ใช้เวลาเคลียร์หุบเขาหมาป่าเหมันต์ไป 16 นาที"
และในที่สุด ลู่หยานก็อัปเลเวลขึ้นสู่เลเวล 8 ได้สำเร็จ!
ยิ่งเลเวลสูงขึ้นเท่าไหร่ ค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้ก็ยิ่งมหาศาลขึ้นเป็นทวีคูณ
ลู่หยานเดินออกจากแท่นวาร์ป ตั้งใจว่าวันนี้คงพอแค่นี้ก่อน พร้อมกับเปิดหน้าต่างกระเป๋าเพื่อตรวจสอบของที่เก็บได้ในวันนี้
เฉพาะแค่เหรียญทองที่เก็บได้จากการฟาร์มในหุบเขาหมาป่าเหมันต์อย่างเดียวก็มีมากกว่า 1,700 เหรียญแล้ว ยังมีไอเทมระดับสีเขียวอีก 37 ชิ้น ระดับสีฟ้า 18 ชิ้น ส่วนไอเทมสีม่วง นอกจากคทาหมาป่าเหมันต์ที่ลู่หยานใช้เองแล้ว ก็ยังมีกริชสีม่วงสำหรับนักฆ่าอีกหนึ่งเล่ม
ซึ่งเป็นของที่ลู่หยานใช้ไม่ได้ แน่นอนว่าต้องเอาไปขายอยู่แล้ว
ส่วนพวกไอเทมระดับสีขาวนั้นแทบไม่มีราคา ช่องเก็บของของลู่หยานก็ไม่พอ ช่วงแรกๆที่เก็บมาตอนหลังเขาก็โยนทิ้งไปหมด
ในขณะเดียวกัน อุปกรณ์สวมใส่ทั่วร่างของลู่หยานก็ได้ถูกอัปเกรดใหม่หมด กลายเป็นเซ็ตไอเทมสีฟ้าทั้งตัวแล้ว
ก่อนมื้อค่ำ ลู่หยานแวะไปที่ตลาดซื้อขาย เขาจัดการลงขายไอเทมทั้งหมดในกระเป๋าตามราคาตลาดในปัจจุบัน จากนั้นจึงเดินไปหาร้านอาหาร
เมื่อมีคนซื้อของในตลาด เหรียญทองก็จะถูกโอนเข้าบัญชีของลู่หยานโดยอัตโนมัติ ซึ่งก็นับว่าสะดวกดี
ในร้านอาหาร ลู่หยานสั่งอาหารสองสามอย่างที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยกล้าสั่งมากิน ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟ เขาก็เปิดหน้าต่างกระเป๋าขึ้นมาดูอีกครั้ง
ตอนนี้ไอเทมทั้งหมดถูกขายออกไปเกลี้ยงแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงของชิ้นเดียวเท่านั้น
มันคือม้วนคัมภีร์: [พันธสัญญาดันเจี้ยนมิติระดับ 10: ใช้ไอเทมนี้เพื่อเปิดดันเจี้ยนมิติระดับ 10 ได้หนึ่งครั้ง การเข้าดันเจี้ยนมิติจำเป็นต้องมีปาร์ตี้]
นี่สิถึงจะเรียกว่าของดีของจริง!
เวลาลงดันเจี้ยนแบบปาร์ตี้ห้าคน จะมีโอกาสเล็กน้อยที่จะดรอปพันธสัญญาดันเจี้ยนมิติ
ดังนั้นจึงถือว่าโชคของลู่หยานยังดีอยู่มาก
โดยปกติแล้ว ตำแหน่งของดันเจี้ยนมิติมักจะอยู่ใกล้กับเมืองหลัก เพียงใช้แผนที่บนพันธสัญญาเดินทางไปยังตำแหน่งที่ระบุ ก็จะสามารถเปิดประตูมิติเข้าไปได้
แต่ทว่าไม่สามารถเข้าคนเดียวได้ จำเป็นต้องมีปาร์ตี้อย่างน้อยสองคน และสูงสุดไม่เกินห้าคน
ความยากของดันเจี้ยนมิตินั้นเทียบเท่ากับดันเจี้ยนปาร์ตี้ในระดับเลเวลเดียวกัน แต่ค่าประสบการณ์ที่ได้กลับมากมายมหาศาล และอัตราการดรอปไอเทมก็ดีกว่ามาก
แม้ว่าราคาของพันธสัญญาดันเจี้ยนมิติระดับ 10 ในตลาดจะถูกปั่นไปสูงถึงสามหมื่นเหรียญทองต่อใบ แต่ลู่หยานก็ไม่ได้คิดจะขายมัน เพราะตอนนี้เขาไม่ได้ขาดแคลนเงิน แต่ขาดแคลนค่าประสบการณ์กับไอเทมต่างหาก!
หากโชคดี ได้ไอเทมระดับสุดยอดมา ต่อให้เป็นแค่ของเลเวล 10…ไม่ว่าจะเอาไว้ใช้เองหรือขายต่อ ก็ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ!
"แต่ปัญหาคือขาดเพื่อนร่วมทีมนี่สิ จะไปหาใครดีล่ะ?" ลู่หยานขมวดคิ้วพลางพึมพำกับตัวเอง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ลู่หยานคงจะไปชวนหวังหยูเจียวโดยไม่ลังเลเลยสักนิด
แต่ตอนนี้...
ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง จู่ๆก็มีร่างของคนคนหนึ่งเดินมาแล้วทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามกับเขา พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างแล้วทักขึ้นว่า
"บังเอิญจังเลยนะ นายก็มากินข้าวที่นี่เหมือนกันเหรอ?"
ลู่หยานเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็พบว่าหญิงสาวที่กำลังส่งยิ้มหวานให้เขาอยู่ตรงหน้านั้น ก็คือฉินอู่เหยานั่นเอง!
(จบตอน)