เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6: พันธสัญญาดันเจี้ยนมิติ

บทที่ 6: พันธสัญญาดันเจี้ยนมิติ

บทที่ 6: พันธสัญญาดันเจี้ยนมิติ


บทที่ 6: พันธสัญญาดันเจี้ยนมิติ

ดวงตาของลู่หยานเบิกโพลงขึ้นมาทันที

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาลงดันเจี้ยน แถมยังเป็นแค่ระดับธรรมดา แต่กลับได้ไอเทมแรร์​สีม่วงดรอปมาเนี่ยนะ?

ด้วยความตื่นเต้น เขารีบวิ่งเข้าไปเก็บมันขึ้นมา

ปรากฏว่าไอเทมสีฟ้านั้นเป็นรองเท้าเกราะหนัก ซึ่งลู่หยานใช้ไม่ได้ แต่ก็ยังเอาไปขายได้

ส่วนไอเทมแรร์สีม่วง กลับเป็นคทาเวทมนตร์ ซึ่งเป็นของที่ลู่หยานสามารถใช้ได้พอดี!

[คทาหมาป่าเหมันต์]!

ที่ผ่านมา ลู่หยานเคยเรียนรู้เกี่ยวกับคู่มือการลงดันเจี้ยนจากสถาบันมาก่อน ทำให้เขารู้ว่าคทาหมาป่าเหมันต์นั้นเป็นอาวุธสายเวทย์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้จากหุบเขาหมาป่าเหมันต์แล้ว

แต่ว่าอัตราการดรอปของมันต่ำมาก…ถึงขนาดที่ว่าลงสักร้อยครั้งก็อาจจะยังไม่เจอเลยด้วยซ้ำ

แต่เพราะว่าเป็นไอเทมระดับเลเวลต่ำ มูลค่าของมันจึงไม่ได้สูงมากนัก

หากดูจากราคาในตลาดซื้อขาย ก็น่าจะอยู่ที่ประมาณแปดพันเหรียญทอง

ทว่าสำหรับลู่หยานในตอนนี้แล้ว นี่ถือเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริง!

และที่สำคัญที่สุดก็คือ คทาหมาป่าเหมันต์เป็นอาวุธที่ช่วยเพิ่มค่าสติปัญญาได้มากที่สุดถึง 30 แต้มเลยทีเดียว!

ซึ่งค่าสถานะนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมพลังโจมตีเวทมนตร์ของลู่หยาน แต่ยังส่งผลทางอ้อมไปถึงการเพิ่มพลังโจมตีของเหล่าทหารอันเดดและเพิ่มความรุนแรงของสกิลระเบิดศพอีกด้วย

พร้อมกันนั้นยังช่วยเพิ่มขีดจำกัดค่ามานาให้กับลู่หยานอีกถึงสามร้อยแต้ม!

เรียกได้ว่านี่คือบัฟที่ช่วยให้การฟาร์มดันเจี้ยนแบบค่อยๆ สะสมพลังของลู่หยานนั้นพุ่งทะยานจนเกินต้านไปเลย!

"ของดีเลยนี่...ไม่เลว ไม่เลว ต้องฟาร์มต่อแล้ว!" ลู่หยานเลียริมฝีปากอย่างตื่นเต้น ก่อนจะเลือกออกจากดันเจี้ยน

….

ในขณะเดียวกัน หนุ่มนักฆ่าที่กำลังรออยู่ด้านนอกอย่างเบื่อหน่าย…จู่ๆเขาก็เห็นร่างของลู่หยานปรากฏขึ้นที่แท่นวาร์ป ทำเอาเขาตกตะลึงไปชั่วขณะ

"ห๊ะ?" หนุ่มคนนั้นเบิกตากว้าง แล้วรีบก้มลงมองดูเวลาทันที

เขาพบว่านับตั้งแต่ที่ลู่หยานเข้าไปในหุบเขาหมาป่าเหมันต์จนถึงตอนนี้ เพิ่งจะผ่านไปแค่ยี่สิบกว่านาทีเท่านั้นเอง!

ยี่สิบกว่านาทีเนี่ยนะ...นักเวทย์เนโครแมนเซอร์เลเวลห้าจะเคลียร์หุบเขาหมาป่าเหมันต์ได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?

"ไม่...เป็นไปไม่ได้น่า! หมอนี่ต้องรู้ตัวว่าไปต่อไม่ไหวเลยยอมแพ้กลางคันแล้วออกมาแน่ๆ!" ชายหนุ่มพยายามหาเหตุผลในใจ

ก็เพราะว่าต่อให้เป็นปาร์ตี้ห้าคนแบบปกติมาลงหุบเขาหมาป่าเหมันต์ ก็ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆหนึ่งชั่วโมงเลยนะ!

แต่ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นเอง…สายตาของเขาก็พลันเหลือบไปเห็นชุดที่ลู่หยานสวมอยู่ และของที่ถืออยู่ในมือ

"นั่นมัน...เสื้อคลุมหมาป่าเหมันต์กับ...กับคทาหมาป่าเหมันต์งั้นเหรอ?"

ในหัวของชายหนุ่มพลันดัง 'วิ้ง' ขึ้นมาจนว่างเปล่าไปหมด

ไม่ต้องพูดถึงเลยว่า แค่ลู่หยานลงหุบเขาหมาป่าเหมันต์ครั้งแรกก็โชคดีขนาดดรอปคทาหมาป่าเหมันต์มาได้แล้ว

แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าลู่หยานเคลียร์หุบเขาหมาป่าเหมันต์ได้สำเร็จจริงๆ

ทันใดนั้น สีหน้าของหนุ่มนักฆ่าพลันเคร่งขรึมขึ้นมาในทันที

มาถึงตอนนี้ เขาก็เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าทำไมฉินอู่เหยาถึงให้เขาคอยจับตาดูเจ้าลู่หยานคนนี้

ไม่น่าเชื่อเลยว่าหมอนี่จะเก่งกาจผิดมนุษย์มนาได้ถึงขนาดนี้!

ในขณะเดียวกัน ลู่หยานก็ได้เลือกเข้าดันเจี้ยนอีกครั้ง โดยยังคงเลือกระดับความยากธรรมดาเพื่อเน้นความเร็วในการฟาร์ม!

ส่วนทางด้านหนุ่มนักฆ่าก็รีบเปิดเครื่องมือสื่อสารขึ้นมา แล้วรายงานให้ฉินอู่เหยาทราบเป็นอันดับแรกทันที: "ลู่หยานออกมาแล้วครับ เขาใช้เวลาแค่ 23 นาทีในการโซโล่เคลียร์หุบเขาหมาป่าเหมันต์ แถมบนตัวเขายังสวมเสื้อคลุมหมาป่าเหมันต์ และยังดรอปคทาหมาป่าเหมันต์มาได้อีกด้วย ส่วนของที่ได้มาอย่างอื่น ตอนนี้ยังไม่ทราบครับ"

ณ นอกเมือง ฉินอู่เหยาที่กำลังนั่งอยู่บนก้อนหินอย่างเบื่อหน่าย ขณะมองคนของตระกูลฉินช่วยเธอล่ามอนสเตอร์…พอเห็นข้อความที่ส่งมา ก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ

เรื่องของที่ลู่หยานได้มานั้นเธอไม่สนใจหรอก

แต่ที่เธอคาดไม่ถึงเลยก็คือ ลู่หยานรอดชีวิตออกมาได้จริงๆ!

แถมยังใช้เวลาแค่ยี่สิบสามนาทีในการเคลียร์หุบเขาหมาป่าเหมันต์ได้อีก!

นี่เขาลงคนเดียวนะ!

"ที่แท้...ที่ฉันเดาก็ไม่ผิดเลยสินะ”

“ค่าพลังจิต 130 ถึงจะเปลี่ยนอาชีพเป็นเนโครแมนเซอร์แล้ว จะกลายเป็นคนธรรมดาสามัญไปได้ยังไงกัน เมื่อเทียบกันแล้ว อาชีพลับที่ไหนจะทำแบบนี้ได้บ้าง?” ฉินอู่เหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย

ทั้งๆที่เป็นอาชีพที่เพิ่งปลุกพลังมาพร้อมๆกัน…แม้ว่าฉินอู่เหยาจะเพิ่งเริ่มเก็บเลเวล แต่เพราะมีคนจากตระกูลฉินคอยช่วยล่ามอนสเตอร์ให้ ตอนนี้เธอก็เลเวล 2 แล้ว

ในขณะที่ผู้เล่นมือใหม่คนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ต่างก็กำลังล่ามอนสเตอร์กันให้วุ่น…แต่คนที่เลเวลสูงสุดในกลุ่มนั้น ก็เพิ่งจะอยู่แค่เลเวลสามกว่าๆเท่านั้น

ทว่าลู่หยานกลับเลเวลห้าไปตั้งแต่ก่อนมื้อเที่ยงเสียอีก!

แถมตอนนี้ยังไปโซโล่ดันเจี้ยนหุบเขาหมาป่าเหมันต์ในเมืองได้อีก!

ความแตกต่างนี้...มันห่างชั้นกันเกินไปแล้ว!

เขายังคงเป็นคนคนนั้น...คนที่หยิ่งทะนงและไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตาเหมือนเคยจริงๆ!

แต่เธอก็ยังคิดไม่ตกว่าลู่หยานทำได้อย่างไรกัน?

เนโครแมนเซอร์เลเวลห้า ก็มีแค่สองสกิล คือ 'อัญเชิญอันเดด' กับ 'ระเบิดศพ' อีกทั้งยังเรียกอันเดดได้แค่สองตัว ใช้ระเบิดศพได้สองครั้ง แล้วยังมีคูลดาวน์ตั้งสิบนาที

นอกเหนือจากนี้ ก็ไม่มีทักษะอะไรอื่นอีกแล้ว

แล้วลู่หยานใช้วิธีไหนในการเคลียร์หมาป่าเหมันต์นับร้อยตัวในหุบเขาได้อย่างรวดเร็ว?

ไหนจะยังมีหมาป่าระดับอีลิทอีกสามตัว และบอสอย่างราชันหมาป่าเหมันต์อีกหนึ่งตัว?

แล้วที่สำคัญ เขาจะเพิ่มเลือดให้ตัวเองได้ยังไง?

หรือว่า...ระหว่างที่ฟาร์มหุบเขาหมาป่าเหมันต์อย่างรวดเร็ว เขาไม่เสียเลือดเลยแม้แต่น้อยงั้นเหรอ? โซโล่เคลียร์หุบเขาหมาป่าเหมันต์แบบไร้บาดแผลได้เนี่ยนะ?

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเหลือเชื่อเกินไป จนฉินอู่เหยาถึงกับปวดหัวตึ้บๆ

"ใครๆ ก็พากันคิดว่าลู่หยานที่มีค่าพลังจิต 130 พอปลุกพลังได้อาชีพทั่วไปแล้วจะกลายเป็นตัวตลกไปซะอย่างนั้น"

"แต่ความจริงแล้ว...คนที่ดูแคลนและเยาะเย้ยเขานั่นแหละ คือตัวตลกที่แท้จริง!"

"ในเมื่อตอนนี้ยังไม่มีใครค้นพบความสามารถของเขา ตระกูลฉินก็ควรจะฉวยโอกาสนี้ผูกมิตรกับเขาไว้!"

"ส่วนหวังหยูเจียวนั่นก็น่าขำดีจริงนะ ที่ทิ้งลู่หยาน…แล้วหันไปคบกับเจ้าคนเสเพลอย่างเหลียงเส้าหยูแทน"

...

ทางด้านของลู่หยาน

เขายังคงเข้าๆออกๆ ดันเจี้ยนหุบเขาหมาป่าเหมันต์อย่างต่อเนื่อง

เพราะเริ่มคุ้นเคยมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับการได้สวมใส่คทาและเสื้อคลุมหมาป่าเหมันต์ ทำให้ขีดจำกัดของค่ามานาเพิ่มสูงขึ้น

กองทัพอันเดดของเขาก็มีขนาดใหญ่โตขึ้นตามไปด้วย

ความเร็วในการฟาร์มมอนสเตอร์ของลู่หยานจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง… ตลอดเส้นทางเขาสามารถใช้สกิลระเบิดศพและอัญเชิญอันเดดสลับกันไป ทำให้มั่นใจได้ว่านอกจากจะฟาร์มได้เร็วที่สุดแล้ว ยังสามารถรักษากองกำลังอันเดดพื้นฐานเอาไว้ได้เพียงพอ

ด้วยเหตุนี้ เวลาที่ลู่หยานใช้ในการเข้าออกดันเจี้ยนจึงสั้นลงเรื่อยๆ

เมื่อใกล้ถึงช่วงเย็น ลู่หยานออกมาจากหุบเขาหมาป่าเหมันต์เป็นครั้งสุดท้าย

หนุ่มนักฆ่าที่รออยู่ด้านนอกเหลือบมองเวลา…แล้วเขาก็เปิดเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาราวกับเครื่องจักรที่ไร้ความรู้สึก ก่อนจะส่งข้อความไปให้ฉินอู่เหยาว่า: "ลู่หยานออกมาแล้วครับ รอบนี้ใช้เวลาเคลียร์หุบเขาหมาป่าเหมันต์ไป 16 นาที"

และในที่สุด ลู่หยานก็อัปเลเวลขึ้นสู่เลเวล 8 ได้สำเร็จ!

ยิ่งเลเวลสูงขึ้นเท่าไหร่ ค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้ก็ยิ่งมหาศาลขึ้นเป็นทวีคูณ

ลู่หยานเดินออกจากแท่นวาร์ป ตั้งใจว่าวันนี้คงพอแค่นี้ก่อน พร้อมกับเปิดหน้าต่างกระเป๋าเพื่อตรวจสอบของที่เก็บได้ในวันนี้

เฉพาะแค่เหรียญทองที่เก็บได้จากการฟาร์มในหุบเขาหมาป่าเหมันต์อย่างเดียวก็มีมากกว่า 1,700 เหรียญแล้ว ยังมีไอเทมระดับสีเขียวอีก 37 ชิ้น ระดับสีฟ้า 18 ชิ้น ส่วนไอเทมสีม่วง นอกจากคทาหมาป่าเหมันต์ที่ลู่หยานใช้เองแล้ว ก็ยังมีกริชสีม่วงสำหรับนักฆ่าอีกหนึ่งเล่ม

ซึ่งเป็นของที่ลู่หยานใช้ไม่ได้ แน่นอนว่าต้องเอาไปขายอยู่แล้ว

ส่วนพวกไอเทมระดับสีขาวนั้นแทบไม่มีราคา ช่องเก็บของของลู่หยานก็ไม่พอ ช่วงแรกๆที่เก็บมาตอนหลังเขาก็โยนทิ้งไปหมด

ในขณะเดียวกัน อุปกรณ์สวมใส่ทั่วร่างของลู่หยานก็ได้ถูกอัปเกรดใหม่หมด กลายเป็นเซ็ตไอเทมสีฟ้าทั้งตัวแล้ว

ก่อนมื้อค่ำ ลู่หยานแวะไปที่ตลาดซื้อขาย เขาจัดการลงขายไอเทมทั้งหมดในกระเป๋าตามราคาตลาดในปัจจุบัน จากนั้นจึงเดินไปหาร้านอาหาร

เมื่อมีคนซื้อของในตลาด เหรียญทองก็จะถูกโอนเข้าบัญชีของลู่หยานโดยอัตโนมัติ ซึ่งก็นับว่าสะดวกดี

ในร้านอาหาร ลู่หยานสั่งอาหารสองสามอย่างที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยกล้าสั่งมากิน ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟ เขาก็เปิดหน้าต่างกระเป๋าขึ้นมาดูอีกครั้ง

ตอนนี้ไอเทมทั้งหมดถูกขายออกไปเกลี้ยงแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงของชิ้นเดียวเท่านั้น

มันคือม้วนคัมภีร์: [พันธสัญญาดันเจี้ยนมิติระดับ 10: ใช้ไอเทมนี้เพื่อเปิดดันเจี้ยนมิติระดับ 10 ได้หนึ่งครั้ง การเข้าดันเจี้ยนมิติจำเป็นต้องมีปาร์ตี้]

นี่สิถึงจะเรียกว่าของดีของจริง!

เวลาลงดันเจี้ยนแบบปาร์ตี้ห้าคน จะมีโอกาสเล็กน้อยที่จะดรอปพันธสัญญาดันเจี้ยนมิติ

ดังนั้นจึงถือว่าโชคของลู่หยานยังดีอยู่มาก

โดยปกติแล้ว ตำแหน่งของดันเจี้ยนมิติมักจะอยู่ใกล้กับเมืองหลัก เพียงใช้แผนที่บนพันธสัญญาเดินทางไปยังตำแหน่งที่ระบุ ก็จะสามารถเปิดประตูมิติเข้าไปได้

แต่ทว่าไม่สามารถเข้าคนเดียวได้ จำเป็นต้องมีปาร์ตี้อย่างน้อยสองคน และสูงสุดไม่เกินห้าคน

ความยากของดันเจี้ยนมิตินั้นเทียบเท่ากับดันเจี้ยนปาร์ตี้ในระดับเลเวลเดียวกัน แต่ค่าประสบการณ์ที่ได้กลับมากมายมหาศาล และอัตราการดรอปไอเทมก็ดีกว่ามาก

แม้ว่าราคาของพันธสัญญาดันเจี้ยนมิติระดับ 10 ในตลาดจะถูกปั่นไปสูงถึงสามหมื่นเหรียญทองต่อใบ แต่ลู่หยานก็ไม่ได้คิดจะขายมัน เพราะตอนนี้เขาไม่ได้ขาดแคลนเงิน แต่ขาดแคลนค่าประสบการณ์กับไอเทมต่างหาก!

หากโชคดี ได้ไอเทมระดับสุดยอดมา ต่อให้เป็นแค่ของเลเวล 10…ไม่ว่าจะเอาไว้ใช้เองหรือขายต่อ ก็ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ!

"แต่ปัญหาคือขาดเพื่อนร่วมทีมนี่สิ จะไปหาใครดีล่ะ?" ลู่หยานขมวดคิ้วพลางพึมพำกับตัวเอง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ลู่หยานคงจะไปชวนหวังหยูเจียวโดยไม่ลังเลเลยสักนิด

แต่ตอนนี้...

ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง จู่ๆก็มีร่างของคนคนหนึ่งเดินมาแล้วทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามกับเขา พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างแล้วทักขึ้นว่า

"บังเอิญจังเลยนะ นายก็มากินข้าวที่นี่เหมือนกันเหรอ?"

ลู่หยานเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็พบว่าหญิงสาวที่กำลังส่งยิ้มหวานให้เขาอยู่ตรงหน้านั้น ก็คือฉินอู่เหยานั่นเอง!

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 6: พันธสัญญาดันเจี้ยนมิติ

คัดลอกลิงก์แล้ว